Archive

วัดพระธาตุจอมปิง

วัดพระธาตุจอมปิง ตั้งอยู่ที่หมู่ 5 บ้านจอมปิง ตำบลนาแก้ว อำเภอเกาะคา อยู่ห่างจากอำเภอเมืองลำปางไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ 26 กิโลเมตร ตามตำนานกล่าวว่าสร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าติโลกราชแห่งอาณาจักรล้านนาไทย วัดพระธาตุจอมปิงเป็นวัดโบราณ วัดนี้มีความมหัศจรรย์ของการเกิดเงาสะท้อนเป็นภาพสีธรรมชาติขององค์พระธาตุ ผ่านรูเล็กบนหน้าต่างมาปรากฏบนพื้นภายในพระอุโบสถตลอดเวลาที่มีแสงสว่างทั้งกลางวันและกลางคืน สิ่งสำคัญที่ทำให้นักท่องเที่ยวเข้ามาแวะเวียนมาที่วัดพระธาตุจอมปิงก็คือ การได้สักการะองค์พระบรมธาตุ ชมความสวยงามของพระธาตุ  และความอัศจรรย์ของพระธาตุหัวกลับ unseen Thailand ซึ่งมีคุณลุงคอยให้คำแนะนำและดูแลเรื่องการส่องพระธาตุหัวกลับ ในโบสถ์หลังเล็ก ๆ ที่เราจะต้องเดินเข้าไปอยู่ในความมืด ถึงจะมองเห็นแสงที่ลอดผ่านรูเล็ก ๆ จากหน้าต่าง แล้วเกิดเป็นภาพหักเห เป็นพระธาตุหัวกลับ บนผืนผ้าสีขาวที่คุณลุงได้เตรียมไว้ให้ นับว่าเป็นความอัศจรรย์ อย่างยิ่ง ทางวัดยังจัดที่สำหรับแสดงโบราณวัตถุต่าง ๆ ที่ขุดพบในบริเวณนี้ด้วย และภายในวัดมีพิพิธภัณฑ์วัดพระธาตุจอมปิง จัดแสดงเศียรพระพุทธรูป กำไลลูกปั้นหิน ชามตราไก่ ถ้วยที่ทำจากกระดูกสัตว์ ติดต่อสอบถามเพิ่มเติม  ศูนย์การท่องเที่ยวจังหวัดลำปาง โทร. 0 5421 6919, 0 5431 2254 การเดินทาง รถยนต์ส่วนตัว จากอำเภอเมืองใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 1 ขับตรงไปทางอำเภอเกาะคา พบทางแยกซ้ายไปทางหลวงหมายเลข 1274 […]

อ่านต่อ

วัดประตูป่อง

วัดประตูป่อง ตั้งอยู่ที่ถนนป่าไม้ ตำบลเวียงเหนือ เจดีย์วิหารสร้างเมื่อ พ.ศ. 2409 โดยเจ้าญาณรังษี ผู้ครองนครลำปาง โบสถ์เป็นฝีมือช่างสิบสองปันนา มีศิลปะลายจีนผสม วัดนี้มีสิ่งสำคัญทางประวัติศาสตร์ คือ ประตูเมืองโบราณ (ประตูป่อง) มีซากหอรบสมัยพระยากาวิละครองนครลำปาง เป็นปราการต่อสู้ทัพพม่าครั้งสำคัญ เมื่อ พ.ศ.2330 ในฝั่งเมืองด้านเหนือนี้เป็นที่ตั้งค่ายพม่าที่ยกพลมาล้อมเมือง ห่างจากที่ตั้งเมืองประมาณ 8 กิโลเมตร สิ่งที่น่าสนใจภายในวัด 1. วิหารหลวงวัดประตูป่อง พอพ้นซุ้มประตูโขงเข้ามา มองเห็นวิหารสูงตระหง่าน กับอุโบสถที่มีขนาดเล็กกว่ามาก อยู่ทางด้านข้าง เป็นการวางผังของวัดที่แปลก ที่มีวิหารหลวงอยู่กลางวัด ส่วนอุโบสถกลับอยู่ที่มุมด้านหน้าติดกำแพงวัดด้านข้าง หน้าบันของวัดหารหลวงสวยงามมาก เป็นลวดลายแบบโบราณที่หาดูได้ยาก เสียดายที่ไม่ได้เปิดให้เข้าชม ทั้งโบสถ์และวิหาร สอบถามสามเณรที่วัดก็ได้ความว่า วิหารและโบสถ์จะเปิดประมาณ 4 โมงเย็น อันเป็นเวลาที่จะเริ่มทำวัตรเย็น ก็เลยได้แต่ชมความสวยงามอยู่ภายนอก 2. วิหารครูบาเกษม เขมโก ระหว่างวิหารหลวง กับอุโบสถ มีวิหารหลังเล็กๆ แต่สร้างอย่างสวยงามมาก เป็นที่ตั้งของรูปเหมือนหลวงพ่อเกษม เขมโก เกจิอาจารย์ที่ประชาชนภาคเหนือเคารพศรัทธามาก 3. โบสถ์วัดประตูป่อง หลังจากเดินชมวิหาร […]

อ่านต่อ

วัดเจดีย์ซาวหลัง

วัดพระเจดีย์ซาวหลัง ตั้งอยู่ที่ตำบลต้นธงชัย ห่างจากตัวเมืองไปทางทิศเหนือ 5 กิโลเมตรตามถนนสายลำปาง-แจ้ห่ม เป็นวัดใหญ่อยู่กลางทุ่งนา บริเวณวัดร่มรื่นไปด้วยต้นไม้ใหญ่ “ซาว” แปลว่า ‘ยี่สิบ’ และ “หลัง” แปลว่า ‘องค์’ วัดพระเจดีย์ซาวหลัง แปลว่า วัดที่มีเจดีย์ 20 องค์ วัดนี้เป็นปูชนียสถานที่สำคัญของจังหวัดลำปางสร้างแต่โบราณ ทรงคุณค่าทั้งทางด้านประวัติศาสตร์และโบราณวัตถุ จากหลักฐานการขุดพบพระเครื่องสมัยหริภุญชัยที่องค์พระเจดีย์ ทำให้สันนิษฐานได้ว่าวัดนี้สร้างมานานกว่าพันปีสิ่งที่น่าชมภายในวัดคือ องค์พระธาตุเจดีย์ซาว ที่มีศิลปะล้านนาผสมศิลปะพม่า ข้างหมู่พระเจดีย์มีวิหารหลังเล็ก ประดิษฐานพระพุทธรูปสำริดปางสมาธิ ศิลปะเชียงแสน ชาวบ้านเรียกว่า “พระเจ้าทันใจ”  สิ่งที่น่าสนใจภายในวัด 1. เจดีย์ซาวหลัง หรือเจดีย์ยี่สิบองค์ที่มีสีทองอร่าม หลายมือ หลายตาของทีมงานนับรวมแล้วก็เท่ากับยี่สิบองค์จริง ๆ ด้วย เจดีย์แต่ละองค์เป็นลักษณะสถาปัตยกรรมแบบเจดีย์พม่าขนาดเล็ก มีสีทองเป็นประกายตั้งอยู่บนฐานเหลี่ยม ยอดเจดีย์ตกแต่งประดับด้วยฉัตรอย่างสวยงาม มีความเชื่อกันว่าภายในแต่ละเจดีย์มีพระเกศาธาตุบรรจุอยู่ 2.พระเจ้าแสนแซ่ทองคำ เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัยขนาดองค์ไม่ใหญ่นัก ทำด้วยทองคำทั้งองค์ หนักเกือบร้อยบาทประดิษฐานอยู่ภายในพระวิหาร 3.พิพิธภัณฑ์เขลางค์นคร อยู่ด้านหลังวัด เป็นอาคารสองชั้น พิพิธภัณฑ์อยู่ที่ชั้นบน จัดแสดงของในสมัยเก่า เช่นพระเครื่องต่าง ๆ ข้าวของเครื่องใช้ในอดีต และภาพถ่ายเก่าเป็นต้น […]

อ่านต่อ

บ้านเสานัก

บ้านเสานัก ตั้งอยู่เลขที่ 6 ถนนราษฎร์วัฒนา ตำบลเวียงเหนือ อำเภอเมือง เป็นบ้านไม้ที่มีเสาไม้สักมากถึง 116 ต้น จึงเรียกว่าบ้านเสานัก (ตามภาษาพื้นเมือง “นัก” มีความหมายว่า “มาก”) สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2438 โดยหม่องจันโอง ต้นตระกูลจันทร ชวิโรจน์ ลักษณะศิลปะพม่าผสมล้านนา ประกอบด้วยเรือนใหญ่ซึ่งเป็นเรือนหมู่ มีเสาไม้สักรองรับน้ำหนักบ้านถึง 116 ต้น หน้าบ้านมีต้นสารภีอายุ 133 ปี แต่เดิมบ้านเสานักเป็นสถานที่ต้อนรับแขกบ้านแขกเมืองและใช้เป็นสถานที่จัดขันโตกและงานพิธีมงคล ปัจจุบันเปิดให้นักท่องเที่ยวได้เข้าเยี่ยมชมสถานที่และวัตถุโบราณ ของสะสม ของเก่า มากมาย ช่วงเวลาที่เปิดให้เข้าชม เปิดให้เข้าชมบ้านและของสะสมต่าง ๆ ทุกวันเวลา 10.00-17.00 น. อัตราค่าเข้าชม ค่าเข้าชมพร้อมเครื่องดื่ม 30 บาท พระภิกษุ เด็ก นักเรียน นักศึกษา ชมฟรี ติดต่อสอบถามเพิ่มเติม โทร. 0-5422-7653, 08-6910-7408, 08-1568-0033, 08-1724-4063 E-mail: […]

อ่านต่อ

บ่อน้ำร้อนแจ้ซ้อน

บ่อน้ำร้อนแจ้ซ้อน และน้ำพุร้อนแจ้ซ้อน เป็นแหล่งที่มีสภาพการเกิดทางธรณีวิทยาที่น่าสนใจ มีกลิ่นกำมะถันอ่อน ๆ จำนวน 9 บ่อ ในพื้นที่ประมาณ 3 ไร่ บริเวณบ่อน้ำร้อน และน้ำพุร้อน มีเส้นทางเดินเป็นโขดหินน้อยใหญ่ กระจัดกระจายอยู่โดยรอบ มีไอน้ำลอยกรุ่นขึ้นจากบ่อน้ำร้อนปกคลุมบริเวณคล้ายหมอก เหมาะสำหรับพักผ่อนเดินรับไออุ่น และอาบน้ำแร่ กิจกรรมที่น่าสนใจ 1.อาบน้ำแร่ มีทั้งแบบห้องเดี่ยว ค่าบริการ 50 บาท ต่อคน (ถ้าวันธรรมดาคนไม่มาก ไม่ได้จำกัดเวลาเข้าอาบน้ำแร่) หรือห้องรวมแยกชาย-หญิง ค่าบริการ 20 บาทต่อคน และมีบ่อกลางแจ้งคล้ายสระน้ำ ค่าบริการ 10 บาท สามารถเลือกได้ตามความเหมาะสม ก่อนลงแช่อาบน้ำแร่ในบ่อควรชำระล้างร่างกายให้สะอาดก่อน และไม่ควรแช่น้ำแร่ต่อเนื่องนานเกินไป อาจทำให้หน้ามืดได้ เนื่องจากการอาบน้ำแร่ หรือแช่น้ำแร่เป็นการกระตุ้นให้โลหิตไหลเวียนได้ดีขึ้น 2.ต้มไข่ ในบริเวณพื้นที่ของบ่อน้ำร้อนสามารถนำไข่ไก่ หรือไข่นกกระทาไปต้ม เป็นกิจกรรมของครอบครัวได้อีกทางหนึ่งด้วย ไข่ไก่ แช่ไว้ในบ่อน้ำร้อนที่จัดไว้ 17 นาที ไข่แดงจะสุข ไข่ขาวจะออกเหลว หากต้องการให้ไข่ขาวแข็งเหมือนไข่ต้ม แช่ไว้ในบ่อประมาณ 35 นาที ไข่นกกระทา […]

อ่านต่อ

น้ำตกพระเสด็จ

“น้ำตกพระเสด็จ” ตั้งอยู่ในพื้นที่ อบต.นิคมพัฒนา อ.เมือง จ.ลำปาง ด้านหลังสวนป่าแม่ทรายคำ ถนนลำปาง–แจ้ห่ม ห่างจากตัวเมืองประมาณ 20 กม. ลักษณะต้นน้ำตกจะมีรูน้ำหรือตาน้ำผุดขึ้นมา บางช่วงของเส้นทางน้ำจะมีสีสันสวยงามดุจมรกต ซึ่งต่างไปจากน้ำตกทั่วไปที่มีอยู่จะมีลักษณะใสจนไปถึงขุ่นข้น “น้ำตกพระเสด็จ” หรือน้ำตกวังเงิน เป็นน้ำตกที่มีอยู่คู่ชุมชนมานานแล้ว ต่อมาเมื่อ วันที่ 27 เดือนมีนาคม 2519 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดช พร้อมสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ และสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้เสด็จพระราชดำเนินมาที่สวนป่าแม่ทรายคำ และได้เสด็จฯ ไปเสวยพระกระยาหารกลางวัน และพักผ่อนสำราญพระอิริยาบถ ณ น้ำตกและพระราชทานชื่อให้ใหม่ว่า “น้ำตกพระเสด็จ” แต่เพราะว่าน้ำตกนั้นอยู่ในเขตของป่าสงวนแห่งชาติจึงไม่ได้ถูกเปิดเผยสู่สาธารณชนเท่าใดนัก จนกระทั่งต่อมา ปรากฏว่าบริเวณป่ารอบ ๆ น้ำตก ถูกบุกรุกทำลาย จนน้ำที่ไหลออกมาจากรูหรือตาน้ำและน้ำที่ซึมออกมาจากใต้ดินได้แห้งเหือดไปไม่เหลือร่องรอยของน้ำตกเลย จนกระทั่งเมื่อประมาณ 4 ปีที่ผ่านมาอาจจะเพราะว่ามีการฟื้นฟูสภาพป่าขึ้นมาจากการอนุรักษ์และดูแลจากชุมชน ปรากฏว่ามีสายน้ำผุดขึ้นมาเหมือนเดิม ไหลเป็นทางกลายเป็นน้ำตกที่สวยงาม จนชาวบ้านไปพบจึงบอกเล่าต่อกันมา และปรับปรุงเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจให้กับพี่น้องชาวบ้าน อีกทั้งสถานที่ดังกล่าวถือว่าเป็นสถานที่สำคัญที่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดช พร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ และสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี […]

อ่านต่อ

อุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน

อุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อนเป็นแหล่งธรรมชาติที่คงสภาพป่าไว้ได้อย่างสมบูรณ์ยิ่ง อยู่ห่างจากตัวจังหวัดลำปาง 38 กม.ตั้งอยู่หมู่ที่ 8 ตำบลวังเงินถนนลำปาง-เดินชัย เลี้ยวขวาเข้าไป 500 เมตร เป็นหมู่บ้านท่องเทียวเชิงอนุรักษ์ ซึ่งมีอากาศเย็นสบายตลอดทั้งปีเป็นแหล่ง ท่องเที่ยวเพื่อสุขภาพที่ได้รับความนิยมสูงและเป็นแหล่งที่ดำเนินงาน ตามแนวพระราชดำรัสในการใช้พลังงานน้ำ ธรรมชาติมาประยุกต์ การดำเนินงานอย่างสอดคล้องเป็นประโยชน์และ เพื่อเป็นการ ส่งเสริมการอนุรักษ์และการรักษาสภาพแวดล้อม ให้คงอยู่อย่างยั่งยืน บริเวณ อุทยานฯมีธารน้ำแร่ ที่เต็มไปด้วยโขดหินธรรมชาติที่สวยงามบริเวณโขดหินที่แซกอยู่ท่ามกลางแอ่งน้ำร้อน น้ำแร่ที่มีอุณหภูมิสูง ถึง 70 – 80 องศาเซลเซียส สามารถแช่ไข่ให้สุกได้ภายใน 15 นาที ไข่จะมีลักษณะไข่แดงสุกไข่ขาวสุกไม่แข็งจะ เหมือนมะพร้าวอ่อน เมื่อนำมาปรุงเป็น “ ยำไข่แช่น้ำแร่ ” อร่อยยิ่งนัก บริเวณน้ำตกแจ้ซ้อนและ อุทยานแห่ง ชาติแจ้ซ้อนห่างกันประมาณ1กิโลเมตร ธารน้ำ จากน้ำตกแจ้ซ้อนไหลมาบรรจบกับธารน้ำร้อนจากน้ำแร่ กลายเป็น ธารน้ำอุ่น ทางอุทยานฯจึงสร้างที่อาบน้ำแร่ขึ้นอย่างมาตรฐานเพื่อ บริการแก่นักท่องเที่ยวเพื่อจะได้มาแช่น้ำแร่ อุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อนได้รับรางวัล “อุทยานแห่งชาติดีเด่นประจำปี 2543 ” ตามที่ กรมป่าไม้ได้จัดงานวัน สถาปนากรมป่าไม้ครบรอบ 104 ปี […]

อ่านต่อ

เที่ยว ลำปาง

ลำปาง “ถ่านหินลือชา รถม้าลือลั่น เครื่องปั้นลือนาม งามพระธาตุลือไกล ฝึกช้างใช้ลือโลก” เทศกาล/ประเพณี งานขันโตกช้าง จัดเป็นประจำทุกปีในวันศุกร์-เสาร์ แรกของเดือนกุมภาพันธ์ ณ ศูนย์อนุรักษ์ช้างไทย อ.ห้างฉัตร งานประเพณีล่องสะเปาจาวเวียงละกอน จัดเป็นประจำทุกปีในเดือนพฤศจิกายน ณ บริเวณวัดพระธาตุลำปางหลวง อ.เกาะคา งานเซรามิกแฟร์ จัดเป็นประจำทุกปีในช่วันศุกร์แรกของเดือนธันวาคม ในเขต อ.เมือง การเดินทาง รถทัวร์ จากสถานีขนส่งหมอชิต 2 มีรถเที่ยวเวลา 11:30 น./18:50-22:20 น. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 8 ชั่วโมง ค่าโดยสารประมาณ 378-756 บาท ข้อมูลเพิ่มเติมโทร 1490 รถไฟ จากสถานีรถไฟหัวลำโพง มี 5 ขบวน/วัน เวลา 08:30/12:45/18:10/19:35/22:00 น. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 8-12 ชั่วโมง ค่าโดยสารประมาณ 126-1,872 บาท ข้อมูลเพิ่มเติมโทร 16ตจ เครื่องบิน มีเที่ยวบินมาลงที่สนามบินลำปาง M.27-D6 สถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ เขื่อนกิ่วลม อยู่ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติถ้ำผาไท ภายใต้การดูแลของกรมชลประทาน […]

อ่านต่อ

ปางอุ๋ง

ปางอุ๋ง หรือที่มีชื่อเรียกเต็มๆ ว่า “โครงการพระราชดำริปางตอง 2 (ปางอุ๋ง)” นั้น เป็นโครงการในพระราชดำริของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ทรงเห็นว่าพื้นที่บริเวณนี้เป็นพื้นที่อันตราย อยู่ติดแนวชายแดนพม่ามีกองกำลัง ต่างๆ มีการขนส่ง ปลูกพืชเสพติด รวมไปถึงการบุกรุกพื้นที่ตัดไม้ทำลายป่าอยู่เสมอพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระราชินีนาถจึงมีพระราชดำริให้รวบรวมราษฎรกลุ่มน้อยบริเวณนั้น และ พัฒนาความเป็นอยู่ ส่งเสริม อาชีพปลูกป่า สร้างอ่างเก็บน้ำ โดยมีพระราชประสงค์สร้างความมั่นคงแนวชายแดน พัฒนาความเป็นอยู่ของ ราษฎร ให้ดีขึ้นและฟื้นฟูอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติให้สมบูรณ์ยั่งยืนตลอดไป ปางอุ๋ง มีลักษณะเป็นพื้นที่เป็นอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่บนยอดเขาสูง ริมอ่างเก็บน้ำเป็นทิวสนที่ปลูกเรียงรายกัน ปางอุ๋ง ที่หลายๆ คนอาจยังไม่เข้าใจความหมาย คำว่า “ปาง” ซึ่งหมายถึงที่พักของคนทำงานในป่า ส่วน “อุ๋ง” นั้น เป็นภาษาเหนือหมายถึงที่ลุ่มต่ำคล้ายกระทะใบใหญ่มีน้ำขังเฉอะแฉะ ก็น่าจะหมายถึงที่พักริมอ่างเก็บน้ำนี่เอง ภาพอันสวยงามของไอหมอกที่ลอยเหนือทะเลสาป กับบรรยากาศอันหนาวเหน็บในยามเช้า ทำให้ปางอุ๋ง กลาย เป็น เป็นสถานที่ท่องเี่ที่ยวมาแรง ยอดฮิต สุดแสนโรแมนติกติดอันดับต้นๆของแม่ฮ่องสอน จนได้รับขนานนาม ว่าเป็น “สวิตเซอร์แลนด์แห่งเมืองไทย” ยิ่งยามพระอาทิตย์ขึ้นจะสะท้อนผืนน้ำผ่านทิวสนและไอหมอกบางๆ ยิ่งเ็ป็นภาพที่สร้างความประทับยากจะลืมเลือน แม้ในกระทั่งเวลาที่หมอกเลือนลางหายไปก็ยังคงความงาม ที่ปางอุ๋งนอกจากชมบรรยากาศของสายหมอกในยามเช้าแล้ว กิจกรรมอีกอย่างหนึ่งที่พลาดไม่ได้ […]

อ่านต่อ

อนุสาวรีย์พญาสิงหนาทราชา

อนุสาวรีย์พระยาสิงหนาทราชา ตั้งอยู่ที่ ตำบลจองคำ อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน จังหวัดแม่ฮ่องสอน อยู่ต้นถนนขุนลุมประประพาส พระยาสิงหนาทราชา เดิมชื่อ ชานกะเล เป็นชาวไทยใหญ่ ได้รวบรวมผู้คนตั้งหมู่บ้านขึ้นชื่อว่า “บ้านขุนยวม” ต่อมาได้ยกขึ้นเป็นเมือง จวบจนปี พ.ศ. 2417 จึง ได้เปลี่ยนชื่อเมืองเป็นเมืองแม่ฮ่องสอนและพระเจ้าอนทวิชยานนท์ เจ้าครองนครเชียงใหม่ได้ยกบรรดา ศักดิ์ชานกะเล เป็นพระยาสิงหนาทราชา และแต่งตั้งให้เป็นเจ้าเมืองแม่ฮ่องสอนคนแรก จากบริเวณอนุสาวรีย์พระยาสิงหนาทราชานี้ เมื่อมองตรงขึ้นไปจะเห็นองค์พระธาตุดอยกองมูอยู่บนยอดเขา เมื่อปี พ.ศ. 2374 พระเจ้ามโหตรประเทศ ผู้ครองนครเชียงใหม่ ให้ เจ้าแก้วเมืองมา เป็นแม่กอง นำไพร่พลช้างต่อและหมอควาญ ออกไปจับช้างป่ามาใช้งาน เจ้าแก้วเมืองมา ยกไพร่พลช้างช้างป่ามาใช้งาน เจ้าแก้วเมืองมา ยกไพร่พลข้ามภูเขา มาทางตะวันตกของเชียงใหม่ ซึ่งมีช้างป่าชุกชุม โดยมอบหน้าที่ให้ พะกาหม่อง เป็นผู้ควบคุมดูแล เมื่อคล้องช้างได้เป็นจำนวนเพียงพอแล้ว จึงพากันเดินทางต่อไปถึงชุมชนบ้านป่าแห่งหนึ่ง มีทำเลดีมีร่องธารน้ำและที่ราบ เหมาะแก่การฝึกช้างป่า จึงหยุดไพร่พลตั้งบ้านเรือนขึ้นที่นี่ และตั้งชื่อหมู่บ้านว่า “แม่ร่องสอน” หมายถึงที่มีร่องน้ำฝึกช้าง ต่อมา ได้เพี้ยนเป็น “แม่ฮ่องสอน” ครั้นถึงปี […]

อ่านต่อ