Archive

วัดหลวงพิสัยเจติยาราม

วัดหลวงพิสัยเจติยาราม ตั้งอยู่หมู่ที่ 2 ตําบลวัดหลวง อําเภอโพนพิสัย จังหวัดหนองคาย เดิมชื่อ วัดหลวง สาเหตุที่เป็นเจติยาราม เพราะมีเจดีย์เก่าแก่ มีสิ่งของมีค่ามหาศาล ต่อมาได้สร้างเจดีย์ใหม่โดยครอบเจดีย์เก่า เพื่อป้องกันไม่ให้คนทำลาย วัดนี้เป็นวัดประจำอำเภอโพนพิสัย โดยเจ้าคณะอำเภอโพนพิสัย คือ พระครูพิสัยกิจจาทร เป็นเจ้าอาวาส วัดนี้มีสถาปัตยกรรมที่งดงาม มีจิตรกรรมฝาผนังที่เป็นพุทธประวัติ มีหลวงพ่อพระสุกประดิษฐานอยู่ มีพระพุทธรูปปางต่างๆที่สวยงามและภายในวัดจัดให้มีพิพิธภัณฑ์ไว้เป็นแหล่งเรียนรู้ด้วย ติดต่อสอบถามเพิ่มเติม ตำรวจทางหลวง โทร. (042) 420093 ททท.สนง.ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เขต 5 จ.อุดรธานี (รับผิดชอบพื้นที่จ.หนองคายด้วย) โทร. (042) 325406-7 ประชาสัมพันธ์จังหวัด โทร. (042) 412110 ไปรษณีย์จังหวัด โทร. (042) 411521 สถานีขนส่งจังหวัด โทร. (042) 411612 สถานีตำรวจภูธร อ.เมือง โทร. (042) 411021, 411071 โรงพยาบาลเซกา โทร. (042) 489099 […]

อ่านต่อ

วัดโพธิ์ชัย

วัดโพธิ์ชัย ตั้งอยู่เลขที่ 873 ถนนประจักษ์ศิลปาคม ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดหนองคาย เดิมชื่อ วัดผีผิว วัดนี้ใช้เป็นที่เผาผีหรือเผาศพ และมีผีดุ ต่อมาได้เปลี่ยนชื่อใหม่เป็นวัดโพธิ์ชัยในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ ปัจจุบันเป็นสถานที่ประดิษฐานหลวงพ่อพระใส ซึ่งเป็นพระพุทธรูปขัดสมาธิราบปางมารวิชัย สมัยเชียงแสน ชั้นหลัง หล่อด้วยทองสุก (ทองคำ ที่มีเนื้อทองคำบริสุทธิ์ ประมาณ 92 เปอร์เซนต์ สีทองคำจะมีสีเหลืองเข้ม เรียกว่า สีทองสุก) มีพระพุทธลักษณะงดงามมาก ขนาดหน้าตักกว้าง 2 คืบ 8 นิ้ว สูงจากเบื้องล่างพระชงฆ์ ถึงยอดพระเกศ 4 คืบ 1 นิ้ว มีห่วงกลมขนาด หัวแม่มือจำนวน 3 ห่วง ติดกับพระแท่นซึ่งหล่อติดกับองค์พระใส สำหรับผูกเชือกติดกับยานเวลาที่อัญเชิญลงมาแห่รอบเมืองให้ประชาชน ได้สรงน้ำในช่วงวันสงกรานต์ สิ่งที่น่าสนใจภายในวัด พระธาตุปิดถ้ำพญานาค เป็นที่เชื่อกันมานานว่าที่จังหวัดหนองคายเป็นจังหวัดหนึ่งที่มีถ้ำพญานาคลงไปถึงสะดือโขงและเป็นทางที่พญานาคใช้สัญจร สำหรับพระธาตุองค์นี้สร้างขึ้นมาเพื่อปิดปากถ้ำ ถ้ำพญานาคมีเรื่องเล่ากันมานานว่าหากมนุษย์เข้าไปจะไม่ได้กลับออกมาอีก อุโบสถวัดโพธิ์ชัย สถานที่ประดิษฐานหลวงพ่อพระใส พระพุทธรูปที่ชาวหนองคายและชาวพุทธทั่วประเทศไทยศรัทธา เมื่อเข้าประตูวัด (มาจากตลาดท่าเสด็จ) จะเห็นอุธบสถอยู่ทางขวามือ ก่อนที่จะถึงอุโบสถ […]

อ่านต่อ

วัดผาตากเสื้อ

วัดผาตากเสื้อ ที่นี่เป็นวัดที่ทุกคนน่าจะเข้าไปทำบุญและนอกจากได้บุญแล้วผลพลอยได้ก็คือวิวสวยมากๆ งานนี้ก็ได้ทำบุญด้วยและยังได้ชมวิวสวยๆของแม่น้ำโขงอีกด้วยขอบอกว่าคุ้มค่ามากๆค่ะ วัดผาตากเสื้อ ตั้งอยู่บนเทือกเขาภูพานน้อย เขตบ้านปากโสม ม.2 ต.ผาตั้ง อ.สังคม จ.หนองคาย สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 550 เมตร  เป็นวัดที่มีทิวทัศน์สวยงามมาก มองจากบนผาลงมามองเห็นความเป็นอยู่ของชาวไทยลาว ภายในวัดมีธรรมชาติที่สมบูรณ์สามารถเดินเลาะตามหน้าผาเพื่อชมธรรมชาติและทิวทัศน์ที่สวยงามได้ แม้วัดจะตั้งอยู่บนเขาสูงแต่ถนนหนทางสู่วัดก็ไม่ได้แย่จนเกินไป มีช่วงท้ายๆ ก่อนถึงวัดเท่านั้นที่เป็นทางดินลูกรัง แต่ถนนถูกอัดเรียบร้อย รถเก๋งก็สามารถขับรถมาเที่ยวได้ไม่ยาก เมื่อถึงลานจอดรถเดินขึ้นไปไม่ไกลก็จะพบ พระอุโบสถวัดผาตากเสื้อ แวะชมกันก่อนก็ได้เป็นพระอุโบสถแบบจตุรมุขมีทางขึ้นลง 3 ด้าน ภายในขนาดไม่กว้างมากบนเพดานมีภาพจิตรกรรมเรื่องราวพุทธประวัติให้ชม ส่วนองค์พระปรานเป็นพระพุทธรูปปางสมาธิ โดยมีพระพุทธรูปปางต่างๆ ตั้งอยู่ด้านข้างอีกหลายองค์ จากนั้นเดินไปทางศาลาการเปรียญด้านหลังอาคารหลังนี้จะเป็นหน้าผา และยังเป็นจุดชมวิวอันสวยงามขึ้นชื่อของวัด จากจุดชมวิวแห่งนี้มองออกไปจะเห็นแม่น้ำโขงช่วงที่โค้งมาจากทอศเหนือสู่ทิศใต้ โดยทางฝั่งซ้ายมือคืออำเภอสังคมฝั่งไทย ส่วนฝั่งชวามือเป็นแขวงเวียงจันทน์ของประเทศลาว โดยจากประเทศลาวจะเห็นแม่น้ำสายหนึ่งไหลออกมาบรรจบกับแม่น้ำโขงด้วย จุดชมวิวแห่งนี้สามารถมาเที่ยวชมได้ตลอดปี ช่วงแล้งน้ำระดับน้ำในแม่น้ำโขงจะลดลงเยอะจนเกิดเป็นดอน หรือสันทรายกลางแม่น้ำหลายแห่ง ส่วนฤดูฝนน้ำเยอะไม่เห็นดอนแต่ได้เห็นแม่น้ำโขงน้ำเต็มตลิ่ง สายหมอก และผืนป่าสีเขียวแทน สิ่งอำนวยความสะดวก/ที่พัก บริเวณวัดไม่มีที่พักให้บริการ ใกล้ๆ วัดมีเพียงร้านค้าของชาวบ้านให้บริการเท่านั้น ส่วนใหญ่จึงนิยมพักในตัวเมืองหนองคาย และขับรถมาเที่ยวชม ติดต่อสอบถามเพิ่มเติม นักท่องเที่ยวที่สนใจท่องเที่ยวชมวัดถ้ำศรีมงคล (ถ้ำเพียงดิน) และวัดผาตากเสื้อ สามารถติดต่อขอข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ องค์การบริหารส่วนตำบลผาตั้ง โทร. (042) 901 […]

อ่านต่อ

ฟาร์มจระเข้หนองคาย

ฟาร์มจระเข้หนองคาย ตั้งอยู่ที่หมู่บ้านสามัคคี อ.เมือง จ.หนองคาย อยู่ติดกับวัด(แขก) หรือ ศาลาแก้วกู่ อยู่ห่างจากตัวเมืองหนองคาย ประมาณ 3 กิโลเมตร โดยภายในฟาร์มจระเข้หนองคายนั้นมีการจัดแสดงนั่งหางจระเข้ นอนหลังจระเข้ อุ้มจระเข้ เอามือหยิบเงินจากปากจระเข้ เอาหัวเข้าปากจระเข้ เอามือล้วงกระเพาะอาหารจระเข้ และอีกโชว์อีกมากมายที่เรียกความตื่นเต้น หวาดเสียวให้แก่นักท่องเที่ยวได้ไม่น้อยเลยค่ะ ฟาร์มจระเข้ หนองคาย ถือเป็นฟาร์มจระเข้แห่งแรก และแห่งเดียวในภาคอีสาน ปัจจุบันเปิดให้นักท่องเที่ยวได้เข้าชมจระเข้ตัวเป็นๆ ทั้งวัยอนุบาล วัยหนุ่มสาว จนกระทั่งวัยพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ ชมโชว์สุดหวาดเสียวจากนักแสดงโชว์ทีมงานมืออาชีพ ที่ผ่านการแสดงมาแล้วทั่วฟ้าเมืองไทย สิ่งที่เรียกได้ว่า…เป็นจุดขายนอกจากความตื่นเต้น หวาดเสียวแล้ว คือ มุกตลกที่สอดรับกันระหว่างนักแสดง และผู้พากษ์ สำเนียงภาษากลาง ปนเปอีสาน และสำเนียงอื่นๆ ตามแต่กลุ่มเป้าหมายที่เข้าชมฯ ดึงดูดใจได้ดีตั้งแต่เริ่มซื้อบัตรเข้าชมเลยทีเดียวค่ะ อัตราค่าเข้าชม ราคาบัตรเข้าชม ผู้ใหญ่ 50 บาท เด็ก 30 บาท นักเรียน และนักศึกษาในเครื่องแบบครึ่งราคา ช่วงเวลาที่เปิดให้เข้าชม สามารถเข้าชมได้ทุกวันจันทร์-อาทิตยฺ ตั้งแต่เวลา 08.00 น. -17.00 น. รอบเวลาการแสดงโชว์  เวลา […]

อ่านต่อ

พระธาตุหนองคาย

พระธาตุหนองคาย ไปกราบพระธาตุศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองหนองคาย ที่ตั้งอยู่กลางลำน้ำโขงกันค่ะ พระธาตุหนองคาย หรือ พระธาตุกลางน้ำ เดิมชื่อพระธาตุหล้าหนอง เป็นพระธาตุที่หักพังอยู่กลางลำน้ำโขง เป็นที่ประดิษฐานพระบรมธาตุฝ่าพระบาทเก้าพระองค์ตามตำนานอุรังคธาตุ หรือตำนานพระธาตุพนม จากการสำรวจใต้น้ำของหน่วยโบราณคดีภาค 7 พบว่าองค์พระธาตุมีฐานกว้างด้านละ 17.2 เมตร ย่อมุมที่ฐาน และมีความสูงประมาณ 28.5 เมตร หักออกเป็น 3 ท่อน สันนิษฐานว่าน่าจะสร้างในราวพุทธศตวรรษที่ 20–22 เนื่องจากมีรูปร่างคล้ายพระธาตุบังพวน เดิมอยู่ในบ้านวัดธาตุ เขตเทศบาลเมืองหนองคายตามประวัติที่ค้นพบ พบว่าในปีมะเมีย เดือน 9 ขึ้น 9 ค่ำ พ.ศ.2390 ใกล้ค่ำพระธาตุหนองคายได้พังลงแม่น้ำโขง และตลิ่งอันเป็นที่ตั้งขององค์พระธาตุถูกน้ำเซาะพังลงจนมองเห็นองค์พระธาตุเกือบอยู่กึ่งกลางลำแม่น้ำโขง ในหนังสืออุรังคธาตุ หรือตำนานพระธาตุพนม ตอนหนึ่งได้กล่าวถึงการสร้างพระธาตุหล้าหนองว่า พระธาตุองค์นี้ สร้างโดยพระอรหันต์ 5 องค์ ประกอบด้วย พระมหารัตนเถระ, พระจุลรัตนเถระ, พระมหาสุวรรณปราสาทเถระ, พระจุลสุวรรณปราสาทเถระ และพระสังฆวิชัยเถระ ที่ล้วนเป็นศิษย์พระพุทธรักขิต พระธรรมรักขิต พระสังฆรักขิต พระอรหันต์ทั้ง 3 องค์ พระอรหันต์ทั้ง […]

อ่านต่อ

พระธาตุบังพวน

พระธาตุบังพวน ตั้งอยู่ที่วัดพระธาตุบังพวน บ้านดอนหมู ตำบลพระธาตุบังพวน อ.เมือง จ.หนองคาย เดิมพระธาตุบังพวนเป็นเจดีย์เก่าแก่ เป็นที่เคารพสักการะของชาวหนองคายมาช้านานตัวองค์พระธาตุเดิมเป็นเจดีย์สร้างด้วยอิฐเผา มีรูปทรงแบบสถาปัตยกรรมท้องถิ่น ลักษณะเจดีย์ เป็นรูปสถูปแบบอินเดียรุ่นเดียวกับองค์พระปฐมเจดีย์ เจดีย์องค์ปัจจุบันบูรณะขึ้นใหม่โดยกรมศิลปากรในระหว่างปี พ.ศ. 2519-2521 หลังจากที่องค์เดิมได้พังทลายลงเมื่อเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2513 เนื่องจากฐานทรุด พระธาตุองค์ปัจจุบันมีฐานทักษิณ 5 ชั้น กว้าง 17.20 เมตร สูงถึงยอดฉัตร 34.25 เมตร รูปปรางค์สี่เหลี่ยมต่อกันเป็นบัวปากระฆังชั้นที่ 6 เป็นรูประฆังคว่ำ ชั้นที่ 7 เป็นรูปดาวปลี และเหนือชั้นไปเป็นที่ตั้งฉัตรและบรรจุพระบรมสารีริกธาตุไว้ สิ่งที่น่าสนใจภายในวัด พิพิธภัณฑ์พระธาตุบังพวน เป็นห้องเล็กๆ อยู่ใกล้กับองค์พระธาตุ ซึ่งภายในจะเก็บซากเศษหิน ใบเสมา ศิลาจารึก ตลอดจนโบราณวัตถุของพระธาตุองค์เก่า รวมทั้งประวัติขององค์พระธาตุ สระพญานาค อยู่ในบริเวณใกล้ๆ องค์พระธาตุ ซึ่งในสมัยโบราณเมื่อมีการแต่งตั้งผู้ใดเป็นเจ้าเมือง ก็จะนำน้ำจากสระนี้ไปสรงเพื่อเป็นสิริมงคล ในสมัยต่อมาสระพญานาคก็ทรุดโทรมลงตามกาลเวลา จนกระทั่งชาวบ้านและประชาชนที่มีจิตศรัทธาได้ร่วมกันบริจาคและทำการบูรณะสระพญานาคเพื่อใช้น้ำในสระนี้นำไปประกอบพิธีมงคลต่างๆ เพื่อความเป็นสิริมงคล หลวงพ่อทันใจ (พระศรีอาริยเมตตรัย) ประดิษฐานอยู่ในศาลาไม้เพื่อให้ประชาชนได้สักการะบูชา อยู่ห่างจากพระธาตุบังพวนประมาณ 20 เมตร ก่อนหน้านี้หลวงพ่อทันใจประดิษฐานอยู่ในศาลาหลังเล็กๆ […]

อ่านต่อ

น้ำตกธารทิพย์

น้ำตกธารทิพย์ ตั้งอยู่หมู่ที่ 1 บ้านตาดเสริม ตำบลบ้านม่วง อำเภอสังคม จังหวัดหนองคาย  เป็นน้ำตกที่สูงและสวยงามท่ามกลางป่าเขียวขจี แบ่งออกเป็น 3 ชั้น ด้านล่างเป็นน้ำตกชั้นแรกสูงประมาณ 30 เมตร ไหลจากหน้าผาเป็นสายยาวสีขาวสู่แอ่งน้ำเบื้องล่าง ชั้นที่ 2 สูงประมาณ 100 เมตร ต้องปีนขึ้นไปตามเส้นทางที่ทำไว้ และชั้นที่ 3 สูงประมาณ 70 เมตร มีน้ำไหลอยู่ตลอดปี และจะมีน้ำมากในฤดูฝน ติดต่อสอบถามเพิ่มเติม ตำรวจทางหลวง โทร. (042) 420093 ททท.สนง.ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เขต 5 จ.อุดรธานี (รับผิดชอบพื้นที่จ.หนองคายด้วย) โทร. (042) 325406-7 ประชาสัมพันธ์จังหวัด โทร. (042) 412110 ไปรษณีย์จังหวัด โทร. (042) 411521 สถานีขนส่งจังหวัด โทร. (042) 411612 สถานีตำรวจภูธร อ.เมือง […]

อ่านต่อ

ตลาดท่าเสด็จ

ตลาดท่าเสด็จ ตั้งอยู่ริมแม่น้ำโขง ในเขตเทศบาลเมือง อำเภอเมือง จังหวัดหนองคาย ถือเป็นแหล่งการค้าชายแดนที่สำคัญ ซึ่งในอดีตที่นี่ใช้ชื่อว่า “ตลาดท่าเรือ” ซึ่งอยู่คู่เมืองหนองคายมานานกว่าครึ่งศตวรรษ ตลาดแห่งนี้ถือได้ว่าเป็นย่านการค้าชายแดนที่กลายเป็นแหล่งรวมสินค้าทั้งอาหารแห้ง อาหารแปรรูป เครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีการนำเข้ามาจากฝั่งเพื่อนบ้าน ในปัจจุบันมีร้านค้าจำหน่ายสินค้ากลุ่มโอทอปเพิ่มเข้ามาหลายร้าน เช่นร้านผ้าไหม ร้านขายเครื่องประดับ กลุ่มเครื่องเงิน เป็นต้น นอกจากนี้แหล่งค้าขายแห่งนี้ยังกลายเป็นทำเลให้ผู้ประกอบการSMEs ในจังหวัดหนองคาย ได้มีแหล่งกระจายสินค้าของตนเองมากขึ้น ส่วนของกินขึ้นชื่อของที่นี่ อาทิ มะพร้าวแก้ว น้ำหมากเม่า ไส้กรอกอีสาน และอาหารเวียดนามต่างๆ เช่น แหนมเนือง กุนเชียง หมูยอ เป็นต้น ปัจจุบันตลาดท่าเสด็จมีความคึกคักมาก โดยเฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์ และช่วงที่มีวันหยุดติดต่อกันหลายวัน ตลาดแห่งนี้จะมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ ให้ความสนใจเดินทางมาเที่ยวชม และเลือกซื้อสินค้าอย่างไม่ขาดสาย นอกจากตลาดท่าเสด็จจะเป็นแลนด์มาร์คของการช้อปปิ้งแล้ว ยังเป็นเส้นทางท่องเที่ยวจากฝั่งไทยไปยังประเทศลาว โดยเดินทางข้ามผ่านสะพานมิตรภาพไทย-ลาว จังหวัดหนองคายอีกด้วยค่ะ พื้นที่ตอนกลางของตลาดท่าเสด็จ มีร้านจำหน่ายสินค้าและผลิตภัณฑ์ชุมชนจังหวัดหนองคายในพระบรมราชินูปถัมภ์ “ณ ตลาดท่าเรือ” ตั้งอยู่ (ร้านตั้งอยู่ติดริมแม่น้ำโขง ตรงข้ามกับป้ายพญานาคสองเศียร “ท่าเสด็จ สุดเขตแดนที่เมืองหนองคาย”) ร้านแห่งนี้เป็นสถานที่จัดจำหน่ายสินค้าชุมชนคุณภาพสูงซึ่งมีตั้งแต่ผ้าไหมทอมือ,เครื่องปั้นดินเผา,เหล้าอุ ไวน์,สบู่สมุนไพร ไปจนกระทั่งถึงไปรษณียบัตรที่ระลึก มีมุมจิบกาแฟเล็กๆ ตกแต่งแบบย้อนยุคให้นักท่องเที่ยวนั่งพักผ่อนคลายอิริยาบถพร้อมๆ กับชมทิวทัศน์ริมแม่น้ำโขงอันสวยงาม […]

อ่านต่อ

เที่ยว หนองคาย

หนองคาย “วีรกรรมปราบฮ่อ หลวงพ่อพระใส สะพานไทย-ลาว” เทศกาล/ประเพณี งานนมัสการหลวงพ่อพระเจ้าองค์ตื้อ จัดเป็นประจำทุกปีในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 4 (ประมาณเดือนมีนาคม) ณ วัดศรีชมภูองค์ตื้อ อ.ท่าบ่อ ประเพณีสงกรานต์อีสานหนองคาย จัดเป็นประจำทุกปีในช่วงวันที่ 13-15 เมษายน ณ วัดโพธิ์ชัย อ.เมือง เทศกาลออกพรรษา บั้งไฟพญานาค จัดเป็นประจำทุกปีในช่วงวันออกพรรษา วันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 (ประมาณเดือนตุลาคม) ณ บริเวณลำน้ำโขง อ.เมือง อ.โพนพิสัย และอำเภอใกล้เคียง การเดินทาง รถทัวร์ จากสถานีขนส่งหมอชิต 2 มีรถเที่ยวเวลา 23:30-21:45 น. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 7 ชั่วโมง ค่าโดยสารประมาณ 380-760 บาท ข้อมูลเพิ่มเติมโทร 1490 รถไฟ จากสถานีรถไฟหัวลำโพง มี 3 ขบวน/วัน เวลา 18:35/20:00/20:45 […]

อ่านต่อ

อ่างเก็บน้ำห้วยเสนง

อ่างเก็บน้ำห้วยเสนง ตั้งอยู่ระหว่างบ้านเฉนียงกับบ้านโคกกะเพอ ต.เฉนียง อ.เมือง จ.สุรินทร์ เป็นอ่างเก็บน้ำของโครงการชลประทาน ไว้ช่วยเหลือด้านการเกษตรกรรมการเพาะปลูกส่งน้ำเพื่อการเกษตรพื้นที่ชลประทาน 50,000 ไร่ เป็นแหล่งน้ำสำคัญในการผลิตน้ำประปาของจังหวัด ปีละประมาณ 8.67 ล้านลูกบาศก์เมตร และเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจของชาวสุรินทร์และคนทั่วไปและยังเป็นที่ตั้งของอาคารที่ประทับเรือนรับรองเมื่อคราวพระบรมวงศานุวงศ์เสด็จปฏิบัติพระราชกรณียกิจ ในเขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภายในที่ทำการชลประทานมีพระตำหนักที่ประทับของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราช ชนนี และมีที่พักให้นักท่องเที่ยวที่สนใจ มีร้านค้ามาเปิดเป็นร้านอาหารริมอ่างเก็บน้ำ โดยด้านขวามือเป็นอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่มองไปเป็นน้ำเวิ้งว้างสุดสายตา ส่วนอีกด้านหนึ่งของคันคอนกรีตมีร้านค้าร้านอาหารมากมายหลายร้าน มีร้านเช่าห่วงยางสำหรับผู้ที่อยากจะลงเล่นน้ำที่นี่ เขื่อนห้วยเสนงสร้างเสร็จเมื่อ พ.ศ. 2520 ปิดกั้นห้วยเสนงและลำน้ำอำปึลที่บ้านโคกจ๊ะ-บ้านถนน-บ้านเฉนียง ที่รับน้ำมาจากอ่างเก็บน้ำอำปึลเป็นอ่างแฝดทางด้านเหนือเขื่อนซึ่งเป็นฝ่ายส่งน้ำและบำรุง รักษาที่ 1 ชลประทานสุรินทร์ จึงได้ขุดร่องเชื่อมระหว่างอ่างทั้งสอง สร้างขึ้นเพื่อบรรเทาอุทกภัยและเพื่อการเกษตรโดยเฉพาะ เขื่อนห้วยเสนงมีความสูงจากท้องน้ำ 20 เมตร สันเขื่อนยาว 4.4 กิโลเมตร สามารถกักเก็บน้ำได้ 1,200 ล้านลูกบาศก์เมตร ปัจจุบัน เขื่อนห้วยเสนงเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ปลา มีสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ ของชาวสุรินทร์มาเป็นเวลานาน ได้ชื่อว่าทะเลสุรินทร์ ซึ่งเปรียบเสมือนเป็นสวรรค์ชายหาดของคนชาวสุรินทร์ นอกจากนี้บนสันเขื่อนมีสันที่กว้างออกคล้ายแหลมไปซึ่งเป็นที่ตั้งของพระตำหนักประทับแรมของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีหรือ เรือนรับรองที่ประทับ อ่างเก็บน้ำห้วยเสนง เมื่อครั้งเสด็จประพาส ให้นักท่องเที่ยวได้ชม ซึ่งมีเขตพระราชฐานอยู่ด้านใน และมีจุดชมวิวให้ชมอีกด้วย และยังเป็นที่ประทับรับรองพระบรมวงศานุวงศ์หลายพระองค์ เช่น สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ […]

อ่านต่อ