Archive

วัดจันทบุรี

วัดจันทบุรี ตั้งอยู่ริมแม่น้ำป่าสัก ตำบลเมืองเก่า อำเภอเสาไห้ จังหวัดสระบุรี ไม่ปรากฏหลักฐานแน่ชัดว่าสร้างขึ้นตั้งแต่สมัยไหน เหตุที่ชื่อว่าวัดจันทบุรีสันนิษฐานได้ว่าชุมชมเก่าแก่ที่อยู่ล้อมรอบวัดแห่งนี้น่าจะเป็นชาวลาวที่อพยพมาจากเมืองเวียงจันทน์ ตั้งแต่สมัยต้นรัตนโกสินทร์ราวรัชกาลที่ 3 ชื่อ “จันทบุรี” จึงน่าจะเป็นการตั้งชื่อตามเมืองเวียงจันทน์เพื่อเป็นที่ระลึกถึงนั่นเอง สิ่งที่น่าสนใจ คือ พระอุโบสถ สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ.2436 สมัยรัชกาลที่ 3 ลักษณะของพระอุโบสถเป็นอาคารขนาดไม่ใหญ่นัก รูปทรงสอบขึ้นด้านบน มีงานปูนปั้นประดับเครื่องถ้วยแบบจีนปรากฏให้เห็นที่บริเวณหน้าบัน ไม่ปรากฏช่อฟ้า ใบระกา หางหงส์ ซึ่งคงรับอิทธิพลศิลปะจีนซึ่งเป็นอาคารแบบพระราชนิยมรูปแบบหนึ่งในสมัยรัชกาลที่ 3 ภายในเป็นอาคารโถง ไม่ปรากฏแนวเสา มีงานปูนปั้นประดับกรอบประตูหน้าต่างแบบเดียวกันกับหน้าบัน บริเวณภายในพระอุโบสถมีงานจิตรกรรมฝาผนังโดยรอบ ซึ่งอยู่ในสภาพที่ค่อนข้างชำรุดอย่างมาก ร่องรอยของภาพเขียนเริ่มปรากฏราว 80 เซนติเมตรจากพื้นล่าง ที่น่าสนใจคือการเขียนลายผ้าม่านด้านหลังพระประธาน ลายดอกไม้ร่วง และเทพชุมนุม งดงามไม่แพ้ที่อื่นๆ เนื้อหาในงานจิตรกรรมโดยทั่วไปเหมือนกับวัดอื่นๆ คือนิยมแสดงเรื่องพุทธประวัติ และชาดกต่างๆ เพื่อบอกเล่าคำสอนทางพุทธศาสนา เช่น พุทธประวัติตอนออกบวช มารผจญ ฯลฯ ชาดกที่นำมาเล่ามักอยู่ในกลุ่มทศชาติชาดก เช่น เตมียชาดก พระมหาชนกชาดก เป็นต้น จิตรกรรมที่นี่มักได้รับการอ้างอิงในการกล่าวถึงสภาพความเป็นอยู่ของคนหลากหลายชาติพันธุ์ในภาคกลางสมัยต้นรัตนโกสินทร์ เช่น ลาว […]

อ่านต่อ

วัดเขาแก้ววรวิหาร

วัดเขาแก้ววรวิหาร ตั้งอยู่ที่ตำบลต้นตาล ทางฝั่งขวาของแม่น้ำป่าสัก เป็นวัดเก่าแก่อยู่บนเขาขนาดย่อม ตั้ง อยู่ที่ตำบลต้นตาล ทางฝั่งขวาของแม่น้ำป่าสัก ห่างจากที่ว่าการอำเภอประมาณ 6 กิโลเมตร นักท่องเที่ยวสามารถที่จะขับรถยนต์ขึ้นไปถึงบริเวณวัดได้ มีปูชนียสถานสำคัญคือเจดีย์ที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ สีขาวสวยตั้งตระหง่านอยู่ ชาวบ้านในท้องถิ่นกล่าวว่า มีคำเล่าลือกันว่าวันดีคืนดีจะเห็นดวงแก้ว สุกสว่างเหนือวิหารวัดเขาแก้วถือว่าเป็นการแสดงปาฏิหาริย์องสิ่งศักดิ์ สิทธิ์ที่บรรจุในองค์พระเจดีย์ เป็นที่อัศจรรย์เป็นอย่างมาก วัดนี้จึงได้ชื่อว่าวัดเขาแก้ว ประวัติวัด วัดเขาแก้ววรวิหาร เดิมเป็นวัดโบราณวัดหนึ่งตั้งอยู่บนเขา ริมแม่น้ำป่าสัก ในเขตท้องที่ตำบลต้นตาล อำเภอเสาไห้ จังหวัดสระบุรี เป็นวัดราษฎร์สร้างในสมัยกรุงศรีอยุธยา ในรัชสมัยพระเจ้าทรงธรรม ประมาณ ปี พ.ศ.2171 ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 4 กรุงรัตนโกสินทร์ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จนมัสการ พระพุทธบาทและจะเสด็จนมัสการพระพุทธฉายได้ทรงแวะพักไพร่พลขบวนราบ ณ พลับพลาท่าหิน ลานหน้า วัดเขาแก้ว พระองค์ได้เสด็จขึ้นทอดพระเนตรวัดเขาแก้ว ทรงเลื่อมใสในภูมิฐานของวัด ซึ่งตั้งอยู่บนภูเขาเล็กๆ แวดล้อมด้วยธรรมชาติที่งดงามเป็นที่สงบเหมาะสำหรับการบำเพ็ญสมณธรรม พระองค์ทรงมีพระราชศรัทธาที่จะ บูรณปฏิสังขรณ์วัดนี้ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าให้เจ้าพระยานิกรบดินทร์ (โต กัลยาณมิตร) เป็นแม่กอง ควบคุมการก่อสร้าง เจ้าพระยานิกรบดินทร์ได้จัดพวกนายกองโค พากันไปรับไม้เครื่องบนและสิ่งก่อสร้างจาก กรุงเทพฯ […]

อ่านต่อ

ไร่ยานา

ไร่ยานา ตั้งอยู่เลขที่ 116 หมู่ 2 ตำบลวังม่วง อำเภอวังม่วง จังหวัดสระบุรี ไปป้อนนมลูกแพะ ถ่ายรูปกับนกกระจอกเทศ ให้อาหารกวางกันค่ะ ไร่ยานา เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรที่จะพาคุณเพลิดเพลินไปกับความอุดมสมบูรณ์ของไร่ องุ่น แปลงพืชผักผลไม้ปลอดสารเคมี นอกจากนี้ยังมีสัตว์น่ารักมากมายให้บรรดาคนรักสัตว์ได้สัมผัสอย่างใกล้ชิด ไม่ว่าจะเป็น แกะ แพะ วัว นกกระจอกเทศ และกวาง เป็นต้น แถมยังมีผลิตภัณฑ์ต่างๆ ให้ซื้อหาเป็นของฝากติดไม้ติดมือกลับบ้าน เช่น นมแพะพาสเจอไรซ์ และผักออแกนิคราคาย่อมเยาว์ “คิดถึงเรื่องแพะ แพะ แวะไร่ยานา” เป็นคำโปรยแสนน่ารักจากทางไร่ที่นำเสนอจุดเด่นไม่ซ้ำใครของที่นี่ได้เป็นอย่างดี ไร่ยานาเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่แตกต่างด้วยกิจกรรมใกล้ชิดสัตว์น่ารักอย่างแพะ แกะ กวาง นกกระจอกเทศ และนกเล็กพันธุ์อื่นๆ รวมถึงมีผักปลอดสารพิษปลูกไว้ด้วย เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรที่ใกล้กับกรุงเทพฯ เหมาะที่จะมาเปลี่ยนบรรยากาศ ที่นี่นอกจากจะเปิดให้นักท่องเที่ยวแวะมาพักผ่อนแล้วยังเปิดให้นักเรียน นักศึกษา และประชาชนทั่วไปที่สนใจในเรื่องต่างๆ ในฟาร์มได้เข้ามาศึกษาด้วยความเต็มใจ พร้อมด้วยวิทยากรผู้เชี่ยวชาญคอยแนะนำ คุณไพโรจน์ ภู่มาลา คุณลุงเจ้าของไร่ผู้อารีที่ได้รับคำชมว่าเป็นกันเองอย่างมากจากผู้ที่มีโอกาสแวะเข้าไปที่ไร่ขนาด 60 ไร่แห่งนี้ ในบรรยากาศที่ร่มรื่น โอบล้อมด้วยขุนเขาและธรรมชาติที่งดงาม คุณลุงมักจะออกมาต้อนรับด้วยตัวเองและพาชมรอบๆ ฟาร์ม โดยสัตว์ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดคือ […]

อ่านต่อ

อุทยานแห่งชาติน้ำตกสามหลั่น

อุทยานแห่งชาติน้ำตกสามหลั่น ตั้งอยู่ที่ต.หนองปลาไหล อ. เมืองสระบุรี จ. สระบุรี ประกอบด้วยภูเขาน้อยใหญ่ มีที่ราบในหุบเขา ยอดที่สูงที่สุดคือ เขาครก สูงประมาณ 329 เมตร เป็นจุดชมวิวที่อยู่สูงที่สุดสามารถมองเห็นภูมิทัศน์ที่สวยงามรอบ ๆ ตัวเมืองสระบุรี และอำเภอใกล้เคียงได้อย่างชัดเจน ในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ทหารญี่ปุ่นใช้เป็นที่ส่องกล้องดูความเคลื่อนไหวของฝ่ายตรงข้าม สภาพพื้นที่ยังคงความอุดมสมบูรณ์ตามธรรมชาติ สัตว์ป่าที่พบมีอยู่หลายชนิด เช่น ไก่ฟ้า ไก่ป่า เก้ง ลิง หมูป่า และนกชนิดต่าง ๆ เช่น เขียวคราม กระรางหัวหงอก โพระดก บั้งรอกใหญ่ รวมทั้งผีเสื้อนานาชนิด ภายในบริเวณอุทยานฯ มีน้ำตกหลายแห่ง ได้แก่ น้ำตกสามหลั่น เป็นลานหินกว้างเรียงซ้อนกันเป็นสามชั้นมองดูคล้ายบันได ซึ่งเป็นที่มาของชื่อน้ำตก อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ ประมาณ 300 เมตร น้ำตกโพธิ์หินดาษ ห่างจากที่ทำการประมาณ 300 เมตร เป็นน้ำตกชั้นเดียวเตี้ยๆ สามารถลงเล่นน้ำได้ บริเวณน้ำตกเป็นลานหินกว้าง มีต้นโพธิ์แผ่กิ่งก้านสาขา และต้นน้ำที่ไหลมายังน้ำตกโพธิ์หินดาดยังไหลไปสู่ […]

อ่านต่อ

สวนรุกขชาติมวกเหล็กและน้ำตกมวกเหล็ก

สวนรุกขชาติมวกเหล็กและน้ำตกมวกเหล็ก สวนรุกขชาติมวกเหล็ก มีพื้นที่ประมาณ 115 ไร่ ตั้งอยู่ในเขตตำบลมิตรภาพ อำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี และ ตำบลพญาเย็น อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา โดยมีลำธารน้ำตกมวกเหล็กซึ่งมีต้นกำเนิดมาจากอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่เป็นแนว แบ่งเขตตามธรรมชาติและไหลผ่านตอนกลางของพื้นที่ ปัจจุบันสวนรุกขชาติมวกเหล็ก เป็นหน่วยงานที่อยู่ในความรับผิดชอบของ สำนักหอพรรณไม้ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สวนรุกขชาติมวกเหล็กเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญและเป็นที่รู้จักกันดี จนได้รับการประกาศให้เป็นแหล่งธรรมชาติอันควรอนุรักษ์ให้เป็นมรดกท้องถิ่น ลำดับที่ 63 จากจำนวน 236 แห่ง ในพื้นที่ 62 จังหวัดทั่วประเทศ ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2532 จำนวนนักท่องเที่ยวที่มาใช้บริการมีปีละกว่า 3 แสนคน และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง  ประวัติความเป็นมา เดิมสวนรุขชาติแห่งนี้เป็นสถานีทดลองปลูกพรรณไม้ของกรมป่าไม้ จนกระทั่งในปี พ.ศ. 2497 ได้จัดตั้งเป็นวนอุทยานมวกเหล็ก เพื่ออนุรักษ์พรรณไม้ในพื้นที่ป่าดงพญาเย็น ซึ่งเป็นผืนป่าที่มีความอุดมสมบูรณ์ในอดีต จะสังเกตุเห็นได้จากสภาพป่าในบริเวณสวนรุกขชาติมวกเหล็กที่ยังคงมีพรรณไม้ ขนาดใหญ่หลงเหลืออยู่เป็นจำนวนมาก ต่อมามีการปรับปรุงส่วนราชการเพื่อความเหมาะสมจึงและ้เปลี่ยนชื่อเป็นสวน รุกขชาติมวกเหล็ก เพื่อทำหน้าที่ในด้านการอนุรักษ์และปลูกรวบรวมพรรณไม้เพื่อการศึกษาวิจัย และใช้เป็นสถานที่สำหรับพักผ่อนหย่อนใจของประชาชน […]

อ่านต่อ

น้ำตกเจ็ดสาวน้อย

น้ำตกเจ็ดสาวน้อย ตั้งอยู่ที่หมู่ 9 บ้านแก่งหลุ ต.มวกเหล็ก อ.มวกเหล็ก จ.สระบุรี ชื่อของน้ำตกเจ็ดสาวน้อยมีที่มาจากชื่อของหมู่บ้านที่ตั้งอยู่ทางด้านทิศ เหนือของตัวน้ำตกที่มีชื่อว่า “บ้านสาวน้อย” ครั้งเมื่อเจ้าหน้าที่ป่าไม้ได้เข้ามาสำรวจพื้นที่เพื่อจัดตั้งเป็นวนอุทยาน ได้พบกับน้ำตกมีจำนวน 7 ชั้น ในบริเวณดังกล่าว จึงได้ตั้งชื่อน้ำตกว่า “น้ำตกเจ็ดสาวน้อย” ตามชื่อของหมู่บ้านและจำนวนชั้นของน้ำตกที่ได้ค้นพบ ตัวน้ำตกเจ็ดสาวน้อย ตั้งอยู่ท่ามกลางป่าโปร่ง มีต้นน้ำมากจากผืนป่าอันอุดมสมบูรณ์ในอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ เป็นน้ำตกเตี้ยๆ มีเจ็ดชั้น แต่ละชั้นสูงประมาณ 2-5 เมตร จากน้ำตกชั้นที่ 1 เดินไปถึงน้ำตกชั้นที่ 7 ใช้เวลาเดินไม่เกิน 10 นาที สายน้ำไหลลดหลั่นกันลงไปเป็นธารน้ำตกกว้างคล้ายแก่งขนาดใหญ่ มีแอ่งน้ำตื้นๆ ให้ลงเล่นน้ำหลายที่ บางชั้นก็ยังมีน้ำตกชั้นเล็กๆ แยกย่อยไปอีก ซึ่งเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งของที่นี่ ทางอุทยานได้จัดทำเส้นทางเดินเลียบน้ำตกเป็นทางปูนลงไปถึงน้ำตกชั้น 5 และจากนั้นต่อไปเป็นทางดินจนถึงน้ำตกชั้นที่ 7 มีป้ายบอกชั้นน้ำตกและป้านเตือนตามจุดอันตรายต่างๆ เป็นระยะๆ น้ำตกเจ็ดสาวน้อยสามารถลงเล่นน้ำได้เกือบทุก ชั้น ยกเว้นในชั้นที่ 3 จะมีแอ่งน้ำลึกตรงหน้าแก่ง ซึ่งมักจะเกิดอุบัติเหตุอยู่บ่อยครั้งต้องระมัดระวังอย่างมาก น้ำตกชั้นที่สูงและสวยที่สุดคือชั้นที่ 4 มีความสูงราว 3 […]

อ่านต่อ

น้ำตกเจ็ดคต

น้ำตกเจ็ดคด เป็นน้ำตกที่มีต้นกำเนิดจากลำห้วยเจ็ดคด เริ่มจากน้ำตกเจ็ดคดเหนือ ซึ่่งห่างจากอ่างเก็บน้ำซับป่าว่านประมาณ 1.2 กม. ถัดลงไปทางตอนใต้จะเป็นน้ำตกเจ็ดคดกลาง น้ำตกเจ็ดคดใต้ และน้ำตกเจ็ดคดใหญ่ ตามลำดับ การเข้าไปเที่ยวชมน้ำตกใช้วิธีเดินเท้าระยะทางรวมประมาณ 4 กม. มีเส้นทางเดินป่าไปยังน้ำตกต่างๆ แบ่งเป็นวงรอบ ได้แก่ เส้นทางที่ 1 น้ำตกเจ็ดคดเหนือ ระยะทาง 1.2 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินประมาณ 1 ชั่วโมง ค่าบริการ 150 บาท / เจ้าหน้าที่นำทาง 1 คน / นักท่องเที่ยว 10 คน เส้นทางที่ 2 น้ำตกเจ็ดคดเหนือ กลาง ใต้ น้ำตกเจ็ดคดเหนือ เป็นน้ำตกสูง 4 ชั้น รายล้อมด้วยป่าไผ่ ในช่วงเดือนธันวาคมตาม ลำห้วยจากน้ำตกจะมีดอกไม้ขึ้นตลอดเส้นทาง เดินลงมาทางทิศใต้ตามลำห้วยเจ็ดคดประมาณ 150 เมตร จะพบ น้ำตกเจ็ดคดกลาง ซึ่งเป็นน้ำตกชั้นเดียว มีแอ่งน้ำขนาดใหญ่ให้ลงเล่นน้ำได้ […]

อ่านต่อ

เที่ยว สระบุรี

สระบุรี “พระพุทธบาทสูงค่า เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ฐานผลิตอุตสาหกรรม เกษตรนำล้ำแหล่งเที่ยว หนึ่งเดียวกระหรี่ปั๊ปนมดี ประเพณีตักบาตรดอกไม้งาม เหลืองอร่ามทุ่งทานตะวัน ลือลั่นเมืองชุมทาง” เทศกาล/ประเพณี ประเพณีนมัสการรอยพระพุทธบาท จัดเป็นประจำทุกปี ปีละ 2 ครั้ง ในวันขึ้น 1-15 ค่ำ เดือน 3 รวม 15 วัน และวันขึ้น 8-15 ค่ำ เดือน 4 รวม 8 วัน ณ วัดพระพุทธบาทราชวรมหาวิหาร อ.พระพุทธบาท งานเทศกาลทุ่งทานตะวันบานสะพรั่งทั่วทั้งสระบุรี จัดช่วงเดือน พฤศจิกายน  บริเวณพื้นที่ในเขต อ. วังม่วง และ อ.มวกเหล็ก งานยี่เป็งไทยยวน ร่วมลอยกระทง บูชาท้าวพกาพรหม ปล่อยโคมลอย ชมขบวนแห่กระทง จัดช่วงเดือน พฤศจิกายน ของทุกปี การเดินทาง รถทัวร์ จากสถานีขนส่งหมอชิต 2 มีรถเที่ยวเวลา […]

อ่านต่อ

ศาลพันท้ายนรสิงห์

ศาลพันท้ายนรสิงห์ (ศาลดั้งเดิม) ตั้งอยู่หมู่ที่ 3 ต.พันท้ายนรสิงห์ อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร ได้รับประกาศขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานแห่งชาติ ในราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 72 ตอนที่ 2 เมื่อวันที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2498 และกรมศิลปากรยืนยันว่าเป็นสถานที่เกิดเหตุจริง กล่าวไว้ว่าศาลแห่งนี้เป็นศาลเดิมซึ่งเป็นที่ นับถือของประชาชนมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา อยู่ในคลองเลยวัดโคกขามลึกเข้าไป เป็นสถานที่เดิมที่พันท้ายนรสิงห์ถูกประหารชีวิต ต่อมากลายเป็นศาลร้างและปรักหักพังตามกาลเวลาแต่มีประชาชนสร้างขึ้นมาใหม่ทด แทนของเดิมอยู่เรื่อยๆ จากหลักฐานดังกล่าวทำให้ทราบได้ว่า ศาลพันท้ายนรสิงห์ดั้งเดิมนั้นคือศาลที่อยู่คลองเลยวัดโคกขามลึกเข้าไป ประมาณ 4 กิโลเมตร และของเดิมนั้นร้างไปแล้ว ส่วนศาลอื่นๆ เป็นศาลที่สร้างจำลองขึ้นเพื่อรำลึกถึงความซื่อสัตย์ จงรักภักดี ของ พันท้ายนรสิงห์ทั้งสิ้น อย่างไรก็ตามแม้แต่ศาลพันท้ายนรสิงห์ดั้งเดิมนั้นก็เป็นศาลซึ่งประชาชนเชี่อ ถือกันว่า เป็นศาลเพียงตาที่ทำไว้แต่ครั้งเหตุการณ์ประหารชีวิตพันท้ายนรสิงห์ มีหลักฐานทางประวัติศาสตร์รับรองเฉพาะเรื่องสถานที่เท่านั้น ไม่มหลักฐานอื่นๆ ยืนยันได้ว่าศาลที่เชื่อถือกันดังกล่าวเป็นศาลที่สร้างมาตั้งแต่สมัยสมเด็จ พระสรรเพชญ์ที่ 8 (พระเจ้าเสือ) จริงหรือไม่ เพราะกาลเวลาผ่านมาเป็นร้อยปีย่อมปรักหักพังไปตามกาลเวลา แต่ในปัจจุบันที่ยังเห็นว่ามีศาลอยู่นั้นก็เพราะมีการสร้างศาลขึ้นทดแทนศาล ที่ปรักหักพัง และมีการพัฒนาศาลพันท้ายนรสิงห์อย่างต่อเนื่องจนกระทั่งปี พ.ศ. 2541 ข้าราชการ, พ่อค้า, ประชาชน […]

อ่านต่อ

วัดใหญ่จอมปราสาท

วัดใหญ่จอมปราสาท ตั้งอยู่ที่ตำบลท่าจีน อำเภอเมืองสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสาคร เป็นวัดเก่าแก่มีอายุประมาณ 400 ปี สันนิษฐานว่าสร้างในสมัยกรุงศรีอยุธยา สมัยสมเด็จพระมหาจักรพรรดิ์ ในสมัยรัชกาลที่ 5 ได้รับพระราชทานนามว่า วัดใหญ่สาครบุรี รวมทั้งได้พระราชทานพระไตรปิฎก และยกฐานะเป็นพระอารามหลวง สิ่งที่น่าสนใจภายในวัด พระอุโบสถ เป็นพระวิหารเก่าแก่ก่ออิฐถือปูน ซุ้มประตูปูนปั้นประดับกระจก ทรงมณฑป ภายในพระอุโบสถประดิษฐานพระพุทธรูป ประทับนั่ง ปางมารวิชัย ศิลปะรัตนโกสินทร์ตอนต้น จุดเด่นของพระอุโบสถนี้ อยู่ที่บานประตู ซึ่งเป็นงานแกะสลักไม้ที่มีความสวยงามเป็นอย่างมาก คือมีการแกะสลักลึกเข้าไปในเนื้อไม้ลึกถึงสี่ชั้น จึงมีลักษณะเป็นภาพซ้อนสามมิติ ดูแล้วคล้ายกับของจริงมาก บานประตูบานหนึ่งแกะเป็นลวดลายเถาดอกไม้ ใบไม้ และรูปสัตว์ต่างๆเช่น เก้ง เสือ และสัตว์อื่นๆ อยู่ตามโคนต้นไม้ ส่วนลิงจับอยู่บนกิ่งไม้ งูเหลือมพันอยู่บนต้นไม้ ภาพของสัตว์เหล่านี้แสดงกริยาที่แตกต่างกัน ส่วนอีกบานหนึ่งแกะสลักเป็นรูปป่าสนจีนคล้ายต้นจาก ต้นมะพร้าว มีนกกระเรียนเกาะตามกิ่งไม้ ในปัจจุบัน กรมศิลปากรได้สงวนบานประตูอันงดงามนี้ไว้เป็นศิลปวัตถุของชาติ ได้ขึ้นทะเบียนไว้เมื่อปี พ.ศ. 2505 พระวิหารเก่า สันนิษฐานว่าพระวิหารหลังนี้คงจะสร้าง ขึ้นในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย ในปัจจุบันอยู่ในสภาพปรักหักพัง ผนังด้านทิศใต้และหลังคาพังทลายลงมา ภายในมีซุ้มหน้าต่างเป็นซุ้มหน้านางประดับลวดลายปูนปั้น ที่หัวเสาของผนัง […]

อ่านต่อ