Archive

วัดหลักสี่ราษฏร์สโมสร

วัดหลักสี่ราษฎร์สโมสร ในอดีตมีชื่อว่า “วัดใหม่หลักสี่ราษฎร์ศรัทธา” ตั้งอยู่เลขที่ 17 หมู่ 2 ตำบลยกกระบัตร ริมคลองดำเนินสะดวก อำเภอบ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร วัดแห่งนี้สร้างขึ้นโดยการร่วมแรงร่วมใจที่เต็มเปี่ยมไปด้วยกุศลจิต และศรัทธา ของนางแจ่ม วาสุกรี ผู้ยกที่ดินให้เป็นธรณีสงฆ์สำหรับสร้างวัด และประชาชนที่เลื่อมใสศรัทธาในพระพุทธศาสนา ปัจจุบันวัดแห่งนี้มีอายุถึง 65 ปีแล้ว เนื่องจากวัดอยู่ติดกับคลองดำเนินสะดวก เป็นแม่น้ำสายเดียวกันกับตลาดน้ำอัมพวาและตลาดน้ำดำเนินสะดวก ซึ่งในสมัยก่อนการเดินทางมาวัดจะต้องนั่งเรือมาเท่านั้นเพราะถนนยังไม่ตัด ผ่าน ด้วยความที่วัดหลักสี่อยู่ค่อนข้างลึก การเดินทางจึงลำบาก แต่ในปัจจุบันสามารถเดินทางด้วยรถยนต์ได้เพราะถนนได้ตัดผ่านถึงวัด จึงทำให้มีผู้คนทั่วทุกสารทิศมากราบไหว้พระที่วัดหลักสี่เป็นจำนวนมาก สิ่งที่น่าสนใจภายในวัด หลวงพ่อโต เป็นพระพุทธรูปโบราณสมัยอู่ทองเนื้อหินทรายแดงฉาบปูน ปางมารวิชัย มีพระพักตร์เอิบอิ่มยิ้มละไมหน้าตักกว้าง 81 นิ้ว สูง 99 นิ้ว และสัดส่วนขององค์พระพุทธรูปนั้นเป็นเลขมงคลอย่างยิ่ง เช่น ขนาดความกว้างของหน้าตักเมื่อนำตัวเลขมารวมกันจะได้ 9 ส่วนสูงรวมกันได้ 9 และหากนำส่วนกว้างรวมกับส่วนสูงก็ได้ 9 อีก ซึ่งเลข 9 นี้ คนทั่วโลกถือว่าเป็นเลขมงคลอย่างมาก ทั้งนี้ หลวงพ่อโตนี้ เดิมไม่ได้ประดิษฐานอยู่บริเวณนี้ แต่อยู่ในวัดร้างแห่งหนึ่งริมแม่น้ำแม่กลอง […]

อ่านต่อ

วัดศาลพันท้ายนรสิงห์

วัดศาลพันท้ายนรสิงห์ เป็นวัดที่สร้างขึ้นใหม่ เป็นวัดที่จัดตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2532 ภายในวัดมีอุโบสถพระราชพรหมยานและพระยืนที่งดงาม มีรูปหล่อเกจิอาจารย์ชื่อดังหลายรูป อาทิเช่น หลวงพ่อปาน หลวงพ่อฤาษีลิงดำ เป็นต้น บริเวณโดยรอบของวัดศาลพันท้ายนรสิงห์ล้อมรอบไปด้วยคูคลอง วังกุ้ง วังปลา และยังเป็นแหล่งธรรมชาติที่มีนกแวะเวียนมาแต่ละฤดู และยังเป็นแหล่งอนุรักษ์ธรรมชาติอีกด้วย ด้านหลังโบสถ์มีรูปปั้นหล่อของพันท้ายนรสิงห์ขนาดเท่าตัวคนจริงยืนถือพายอยู่ในมือขวา ส่วนทางด้านหน้าพระอุโบสถ บริเวณประตูทางเข้ามีรูปปั้นหล่อของ พระราชพรหมยาน (วีระ ถาวโร) หรือ หลวงพ่อฤาษีลิงดำ วัดท่าซุง จังหวัดอุทัยธานี ซึ่งพระครูปลัดชลอ วิมโล หรือที่คนชอบเรียกกันว่า หลวงตาชลอ ท่านเจ้าอาวาสวัดศาลพันท้ายนรสิงห์ ท่านเป็นลูกศิษย์ และเคยไปจำพรรษาที่วัดท่าซุงอยู่ปฏิบัติธรรมกับหลวงพ่อฤาษีลิงดำ พระพุทธรูปประธานในพระอุโบสถคือสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าองค์ปฐมด้านหน้ามีรูปปั้นหล่อของ พระครูวิหารกิจจานุการ (ปาน โสนันโท) หรือหลวงพ่อปานวัดบางนมโค จังหวัดพระนครศรีอยุธยาสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าองค์ปฐม หรือที่เรียกกันสั้น ๆ ว่า สมเด็จองค์ปฐม บางทีก็เรียกนามว่า พระพุทธสิกขีทศพลที่ 1 ตามความเชื่อศรัทธาที่ว่าท่านคือพระพุทธเจ้าที่ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าพระองค์แรกในโลก เมื่ออสงไขยปี ก่อนหน้าที่จะมีพระพุทธเจ้าพระองค์ปัจจุบัน ติดต่อสอบถามเพิ่มเติม ททท.สำนักงานสมุทรสงคราม พื้นที่รับผิดชอบ: สมุทรสงคราม,สมุทรสาคร,นครปฐม โทร.(034) 752 […]

อ่านต่อ

วัดราษฎร์ศรัทธากะยาราม

วัดราษฎร์ศรัทธากะยาราม ตั้งอยู่ในพื้นที่ตำบลหลักสาม อำเภอบ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร วัดราษฎร์ศรัทธากะยารามหรือที่ชาวบ้านเรียกว่า “วัดมอญ” เพราะเป็นวัดที่ชาวรามัญสร้างขึ้นมา อยู่ต้นคลองตาปลั่งเป็นคลองลัดเชื่อมระหว่างพื้นที่ อ.บ้านแพ้ว จ.สมุทรสาคร กับ อ.สามพราน จ.นครปฐม ซึ่งเป็นคลองใหญ่ใช้สัญจรไปมาเป็นเส้นทางน้ำหลัก สมัยที่การคมนาคมทางรถยังไม่มีคลองบ้านแพ้วสายนี้สำคัญมาก สิ่งที่น่าสนใจในวัดนี้ก็คือ นอกจากศาสนสถานภายในวัดแล้ว ตามสุมทุมพุ่มไม้ในวัด ยังเป็นที่อาศัยของ นกกาน้ำ นกกระยางขาว เป็นจำนวนมากอีกด้วยค่ะ ติดต่อสอบถามเพิ่มเติม วัดราษฎร์ศรัทธากะยาราม โทร. (034) 480 215 ททท.สำนักงานสมุทรสงคราม พื้นที่รับผิดชอบ: สมุทรสงคราม,สมุทรสาคร,นครปฐม โทร.(034) 752 847-8 โทรสาร. (0 34) 752 846 ประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรสาคร โทร. (034) 412 992, (034) 810 123 สถานีตำรวจภูธรอำเภอเมือง โทร. (034) 412 533, (034) 429 271-4 […]

อ่านต่อ

วัดป่าชัยรังสี

วัดป่าชัยรังสี ตั้งอยู่ริมแม่น้ำท่าจีน ในท้องที่ตำบลบ้านเกาะ อำเภอเมืองสมุทรสาคร สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2526 เนื้อที่ประมาณ 200 ไร่ โดยพระอาจารย์จันทร์ ครวสโก เจ้าอาวาสเป็นผู้ออกแบบ มีการนำรูปแบบสถาปัตยกรรมของล้านนามาตกแต่ง เช่น มีรั้วเป็นพญานาคขนาดใหญ่โอบล้อมรอบโบสถ์ ที่ประตูทางเข้าก็สร้างเป็นพญานาคหกเศียรอย่างวิจิตรพิสดาร อาคารโบสถ์มีสองชั้น ผนังชั้นล่างก่อด้วยหินก้อนใหญ่ ส่วนชั้นบนเป็นไม้เนื้อแข็งชั้นดี มีเครื่องบนหรือหลังคาซ้อนลดหลั่นลงมาถึงสามชั้น ยอดจั่วประดับไม้กาแล แทนช่อฟ้าอย่างที่เคยเห็นตามวัดทั่วไป ภายในโบสถ์ตั้งแต่ที่ผนังด้านหลังพระประธาน มีท่อนซุงขนาดใหญ่ยึดติดกับผนังไว้ ซึ่งแกะสลักเป็นต้นพระศรีมหาโพธิแผ่กิ่งก้านใบ ออกมาปกคลุมพระประธานที่ประดิษฐานอยู่เบื้องหน้า อันหมายถึง ตอนพระพุทธองค์ตรัสรู้ใต้ต้นพระศรีมหาโพธิ ส่วนด้านซ้ายของผนัง เป็นไม้แกะสลัก เกี่ยวกับพุทธประวัติตอนประสูติ และด้านขวาเป็นตอนปรินิพพาน เมื่อมองโดยรวมแล้ว สื่อถึงการประสูติ ตรัสรู้ และปรินิพพาน ขององค์สัมมาสัมพุทธเจ้านั่นเอง สิ่งที่น่าสนใจภายในวัด อุโบสถพระพุทธภูมิรังสี ภายในประดิษฐานพระประธานนามว่า “พระพุทธทศพลญาณมหากรุณาสาคร” รอบๆตัวโบสถ์สร้างเป็นรั้วพญานาคขนาดใหญ่ ที่ประตูทางเข้าก็สร้างเป็นรูปพญานาคหกเศียรอย่างวิจิตรสวยงาม ตัวโบสถ์มีสองชั้น มีหลังคาที่ลดหลั่นซ้อนกันมาสามชั้น ที่ยอดจั่วประดับด้วยไม้กาแล อันเป็นสัญลักษณ์ของล้านนาแทนช่อฟ้าใบระกาเหมือนโบสถ์ทั่วๆไป ภายในโบสถ์ตั้งแต่ผนังหลังพระประธาน ประดับด้วยท่อนซุงที่แกะสลักเป็นต้นศรีมหาโพธิ์ แผ่กิ่งก้านใบปกคลุมองค์พระประธานที่หมายถึงการตรัสรู้ ส่วนผนังด้านซ้ายเป็นไม้แกะสลักแสดงการประสูติ และผนังด้านซ้ายเป็นตอนปรินิพพาน บริเวณภายในวัดพื้นที่หลายสิบไร่เต็มไปด้วยต้นไม้มากมายให้ความร่มครึ้ม สมกับเป็นวัดป่า […]

อ่านต่อ

วัดนางสาว

วัดนางสาว ตั้งอยู่ที่ตำบลท่าไม้ อำเภอกระทุ่มแบน จังหวัดสมุทรสาคร ส่วนเรื่องของประวัติความเป็นมาที่ยาวนานของวัด มีเรื่องเล่ากันว่า เมืองสาครบุรี คือเมืองชายทะเลตอนใต้ของกรุงศรีอยุธยา เมื่อเกิดสงครามในพม่า ชาวไทยกลุ่มหนึ่งได้อพยพหนีมาตามริมแม่น้ำท่าจีน คนแก่และผู้หญิงได้พากันไปหลบซ่อนตัวในโบสถ์เก่า ต่อมาคนไทยได้ช่วยกันต่อสู้กับทหารพม่าจนชนะ และผู้ที่อพยพมาได้ตั้งบ้านเรือนอยู่บริเวณนั้น ในกลุ่มนี้มีสองพี่น้องที่เคยอาศัยโบสถ์หลบหนีภัย ทั้งสองคนมีความคิดที่จะบูรณะโบสถ์ใหม่ แต่พี่สาวเห็นว่าโบสถ์ทรุดโทรมมากจึงไปสร้างวัดใหม่แทน ส่วนน้องสาวต้องการทำตามสัจจาธิษฐานของตนว่าถ้ารอดตายจะบูรณะซ่อมแซมโบสถ์ จึงดำเนินการบูรณะจนเสร็จและตั้งชื่อว่า วัดพรหมจารีย์ ต่อมาชาวบ้านเรียกว่า วัดน้องสาว จนปัจจุบันเพี้ยนมาเป็น วัดนางสาว สิ่งที่น่าสนใจภายในวัด โบสถ์ มหาอุด คือโบราณสถานที่สำคัญของวัดนี้ เป็นโบสถ์ที่มีฐานโค้งเป็นรูปเรือสำเภาก่ออิฐ หลังคามุงกระเบื้องดินเผาแบบเก่า ขื่อข้างบนใช้ไม้ซุงทั้งต้น มีเสมาคู่เป็นหินทรายขนาดเล็กอยู่รอบๆ โบสถ์ มีประตูเข้าออกเพียงประตูเดียวไม่มีหน้าต่าง ส่วนสาเหตุที่ถูกออกแบบให้มีลักษณะพิเศษเช่นนี้ อาจจะเนื่องมา จาก พระอุโบสถลักษณะแบบนี้นิยมสร้างในสมัยอยุธยาตอนกลาง ซึ่งส่วนใหญ่มีการสร้างจิตรกรรมฝาผนังภายในเต็มไปทั้งผืน การเปิดช่องหน้าต่างมากอาจทำให้ความต่อเนื่องของภาพนั้นต้องสะดุดลงก็เป็น ได้ หรืออีกเหตุผลหนึ่งที่บอกว่า เนื่องจากต้องการจะใช้เป็นที่ประกอบพิธีกรรมทางไสยศาสตร์ ในการลงอาคมของขลัง การทำเป็นอาคารทึบก็เพื่อให้อาคมคงอยู่และมีพลังความศักดิ์สิทธิ์ยิ่งขึ้น อย่าง ไรก็ตาม พระอุโบสถมหาอุตตม์ นี้ คงเหลืออยู่น้อยมากภายในประเทศไทย อาจเหลืออยู่เพียง 3-4 แห่งเท่านั้น ถือได้ว่าเป็นศาสนโบราณสถานอันศักดิ์สิทธิ์ ที่ควรค่าแก่การอนุรักษ์ยิ่ง หลวงพ่อมหาอุตตม์ […]

อ่านต่อ

วัดโคกขาม

วัดโคกขาม ตั้งอยู่ริมคลองโคกขาม หมู่ 1 ต.โคกขาม อ.เมือง จ.สมุทรสาคร วัดโคกขาม เป็นวัดเก่าแก่มีบริเวณกว้างขวาง มีท่าเทียบเรือให้ขึ้นชมได้ สิ่งที่น่าชมในวัดนี้คือ พระอุโบสถหลังเก่าด้านหน้ามีพระเจดีย์เก่าที่ได้รับการบูรณะซ่อมแซม สถาปัตยกรรมการก่อสร้างศิลปะแบบอยุธยา ลวดลายการแกะสลักไม้ที่หน้าบันนั้นงดงาม นอกจากนั้นที่วัดนี้ยังเก็บโบราณวัตถุที่เล่ากันว่าเกี่ยวพันกับเรื่องของพันท้ายนรสิงห์ไว้หลายอย่าง เช่น ชิ้นส่วนของเรือพระที่นั่งเอกชัย และศาลเพียงตาของเดิม เป็นต้น นอกจากนี้ภายในอุโบสถมหาอุตม์ของวัดยังประดิษฐาน “พระพุทธสิหิงส์ องค์ที่ 4” ซึ่งเป็นพระคู่บ้านคู่เมืองของเมืองสมุทรสาครค่ะ เป็นพระพุทธรูปเก่าแก่ที่มีพุทธลักษณะงดงาม ซึ่งในประเทศไทยนั้นมีพระพุทธสิหิงส์เพียง 4 องค์เท่านั้น คือ พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ กรุงเทพฯ, วัดพระสิงห์ เชียงใหม่, หอพระสิงห์ นครศรีธรรมราช และที่นี่ วัดโคกขาม สมุทรสาคร ค่ะ และด้วยวัดโคกขาม นี้อยู่ติดกับท่าเทียบเรือ ทำให้เราสามารถล่องคลองโคกขามเที่ยวชมสถานที่ต่างๆ ได้อีกด้วยค่ะ  โดยสามารถเช่าเรือได้ที่ ท่าเรือตลาดสังวาลย์ (ท่าเรือตลาดมหาชัย) หรือที่ท่าเรือบ้านไร่ก็ได้ ราคาเช่าเหมาขึ้นอยู่กับขนาดของเรือ และสถานที่ที่จะให้แวะชม เช่น เรือขนาดบรรทุก 10-15 คน จากท่าเรือตลาดสังวาลย์-เที่ยวคลองโคกขาม-วัดโคกขาม-ศาลพันท้ายนรสิงห์ ไป-กลับ […]

อ่านต่อ

ตลาดมหาชัย

ตลาดมหาชัย ถือว่าเป็นตลาดที่เก่าแก่แห่งหนึ่ง และในตัวตลาดก็จะมีสถานีรถไฟกรุงเทพฯ – วงเวียนใหญ่ คอยให้บริการอยู่ ในตัวตลาดมหาชัยนั้น จะขายของกันทั้งวันทั้งคืน ในช่วงดึกถึงเช้ามืด จะเป็นช่วงเวลาที่เรือที่ออกไปหาปลามาเทียบท่า จึงทำให้ช่วงเวลานี้จะค่อนข้างคึกคักเต็มไปด้วยพ่อค้าแม่ค้า ที่มารับอาหารทะเลสด ๆ ไปขายต่อีกทอดหนึ่ง หลังจากนั้นในช่วงเช้า ก็จะเป็นตลาดเช้าที่ผู้คนส่วนใหญ่นิยมมาจับจ่ายใช้สอยหาซื้อกับข้าวกับปลา ถ้าอยากจะมาซื้ออาหารทะเลสด ๆ ควรจะมาในช่วงเช้า เพราะของทะเลยังสดอยู่ พอตกบ่ายถึงเย็นก็จะเป็นช่วงที่ตลาดวาย อาหารทะเลในช่วงนี้จะค่อนข้างถูกเพราะมันจะไม่ค่อยสดแล้ว พวกพ่อค้าแม่ค้า จึงต้องนำมาลดราคา คำว่า “มหาชัย” เป็นชื่อของคลองที่ขุดขึ้นที่ตัดความคดเคี้ยวของคลองโคกขามอันเป็นสัญลักษณ์ แห่งความซื่อสัตย์ของพันท้าย นรสิงห์ ตลาดสดมหาชัย ตั้งอยู่ริมแม่น้ำท่าจีน ใกล้กับศาลหลักเมือง ห่างจากศาลากลางจังหวัดประมาณ 200 เมตร บรรยากาศที่ตลาดสดมหาชัยเป็นตลาดที่รวมอาหารทะเลสดและแห้ง ที่นี่เขายกทะเลขึ้นมาขายบนบกกันจริงๆค่ะ เพราะอาหารทะเลมากมายหลากหลายชนิดที่นี่มีให้เลือกซื้อ เรียกได้ว่าเกือบทุกชนิดเลยก็ว่าได้ บรรยากาศที่ตลาดสดมหาชัยค่อนข้างจะคึกคักมีผู้คนมาจับจ่ายซื้อของกันอย่าง มากมายเพราะสินค้าที่นี่มีคุณภาพที่เน้นความสด แถมราคายังสบายกระเป๋าอีกต่างหาก สองฝั่งข้างทางจะเต็มไปด้วยพ่อค้า แม่ขายที่วางแผงขายกันเต็มสองข้างทาง มีทั้งอาหารทะเลทั้งสดและแห้งส่วนมากจะเป็นพวกกุ้ง ปลาหมึกทั้งสดและแห้ง หอยแครงและหอยหลากหลายชนิด หอยดอง แมงกะพรุน ปลาทู และปลาทะเลอีกหลากหลายชนิด ที่นี่ไม่ได้มีแต่อาหารทะเลอย่างเดียว ยังมีสินค้าต่างๆ อีกมากมาย เช่นพืชผักจากชาวบ้านที่นำมาวางขายรวมไปถึงผลไม้ตามฤดูกาล […]

อ่านต่อ

เที่ยว สมุทรสาคร

สมุทรสาคร “เมืองประมง ดงโรงงาน สวนเกษตร เขตประวัติศาสตร์” เทศกาล/ประเพณี งานประเพณีแห่เจ้าพ่อหลักเมืองสมุทรสาคม จัดเป็นประจำทุกปีในช่วงเดือนมิถุนายน บริเวณริมเขื่อนศาลเจ้าพ่อหลักเมือง อ.เมือง งานประเพณีตักบาตรน้ำผึ้ง จัดเป็นประจำทุกปีในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 10 (ประมาณเดือนกันยายน) ณ วัดคลองครุ อ.เมือง งานประเพณีไหว้เจ้า 9 ศาล และเทศกาลกินเจสมุทรสาคร จัดเป็นประจทุกปีช่วงเดือน กันยายน-ตุลาคม ณ ศาลเจ้าฝั่งมหาชัย ฝั่งท่าฉลอม และบริเวณริมเขื่อน ศาลเจ้าพ่อหลักเมือง อ.เมือง การเดินทาง รถตู้ มีจุดขึ้นรถหลักๆอยู่ 2 ที่คือ สถานีขนส่งหมอชิต 2 รถออกทุก 30-40 นาที เวลา 03:00-21:00 น. ค่าโดยสารประมาณ 80 บาท และที่อนุสาวรีย์ชัยฯ ข้างห้างเซ็นจูรี่ รถออกทุก 30-40 นาที เวล 05:30-21:00 […]

อ่านต่อ

อาสนวิหารแม่พระบังเกิด(โบสถ์บางนกแขวก)

อาสนวิหารแม่พระบังเกิด(โบสถ์บางนกแขวก) ตั้งอยู่หมู่ที่ 7 ตำบลบางนกแขวก จังหวัดสมุทรสงคราม เป็นอาสนวิหารประจำเขตมิสซังราชบุรี ซึ่งสร้างขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่การบังเกิดของพระแม่มารีย์ ถือเป็นสถานที่สักการะอันศักดิ์สิทธิ์ของคริสตชนนิกายโรมันคาทอลิกที่อาศัยอยู่โดยรอบ สร้างขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ. 1890 (พ.ศ. 2433) โดยบาทหลวงเปาโล ซัลมอน มิชชันนารีชาวฝรั่งเศส ใช้เวลาก่อสร้างถึง 6 ปี เป็นสถาปัตยกรรมกอทิกที่สร้างด้วยอิฐเผา ผนังฉาบด้วยปูนตำกับน้ำเชื่อมจากอ้อยใสสีดำ ภายในประดับด้วยกระจกสีที่สวยงามจากประเทศฝรั่งเศสที่เป็นเรื่องเล่าเกี่ยวกับพระนางมารีย์พรหมจารีตามคัมภีร์ไบเบิล และภาพของบรรดานักบุญทั้งชายและหญิง มีรูปปั้น ธรรมาสน์ อ่างล้างบาป ขาเทียนลักษณะต่าง ๆ และรูปแกะสลักประดับบานประตู บรรยายเกร็ดประวัติในพระคัมภีร์คริสต์ศาสนาบางตอน ปัจจุบันอาสนวิหารแม่พระบังเกิดมีบาทหลวงสมควร หมายแม้น เป็นอธิการโบสถ์ และบาทหลวงรุ่งเรือง สารสุข เป็นผู้ช่วยอธิการโบสถ์ ในนิกาย คาธอลิค จะให้ความสำคัญกับพระแม่ มาริอา (มาเรีย) อย่างมาก สไตส์การตกแต่งก็จะมีรูปปั้น เครื่องสักการะมากมายซึ่งไฮไลท์ สำคัญอยู่ที่กระจกสี ที่เป็นรูปของประวัติพระเยซูและรูปของนักบุญสำคัญต่างๆ ค่ะ ภายในวิหารเป็นศิลปะแบบโกธิคที่สร้างด้วยอิฐเผา ประดับตกแต่งด้วยกระจกสีชนิด Stain Glass สวยงดงามจากฝรั่งเศสค่ะ นับเป็นโบสถ์ที่มีความสวยงามไม่ไกลจากริมฝั่งแม่น้ำ เพราะประวัติการก่อสร้างที่ยาวนานกว่าร้อยปี และการก่อสร้างยังประดับตกแต่งอย่างอลังการ […]

อ่านต่อ

ศูนย์อนุรักษ์ป่าชายเลนคลองโคน

ศูนย์อนุรักษ์ป่าชายเลนคลองโคลน ตั้งอยู่ที่ต.คลองโคน อ.เมือง จ.สมุทรสงคราม นักท่องเที่ยวจะได้ชมป่าชายเลน ให้อาหารลิงแสม ชมวิถีชีวิตการทำประมงพื้นบ้าน การเลี้ยงหอยแครง หอยแมงภู่ หอยนางรม  ฯลฯ  สามารถไปเช้าเย็นกลับ หรือจะพักค้างคืนบนโฮมกระเตงเพื่อใกล้ชิดกับธรรมชาติก็ได้ค่ะ ในสมัยก่อนพื้นที่ป่าชายเลนบ้านคลองโคนถูกบุกรุกทำลาย เพื่อนำมาทำนากุ้งและทำประโยชน์อื่นๆ  ความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรทางทะเลใกล้ชายฝั่งได้สูญเสียไป  จนไม่สามารถทำการประมงชายฝั่งได้ ทำให้ประชากรในพื้นที่แยกย้ายไปประกอบอาชีพที่อื่น ต่อมาในปี พ.ศ.2534  ชาวบ้านในพื้นที่โดยการนำของผู้ใหญ่ไพบูลย์ รัตนพงศ์ธระ (ชงค์) ได้ช่วยกันฟื้นฟูสภาพของป่าชายเลน เพื่อให้มีความอุดมสมบูรณ์เหมือนแต่ก่อน ในช่วง 3 ปีแรกไม่ประสบความสำเร็จ ต่อมาหน่วยงานรัฐเริ่มเห็นความสำคัญโดยเฉพาะเป็นพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จ พระเทพฯ ที่ทรงเห็นความสำคัญของการปลูกป่าชายเลนที่นี่ จึงได้เสด็จมาทรงปลูกป่าชายเลนที่นี่ด้วยพระองค์เองในปี พ.ศ.  2540, 2541, 2542, 2545  และ 2547  จนปัจจุบันพื้นที่ป่าชายเลนของบ้านคลองโคนกลับมาอุดมสมบูรณ์อีกครั้ง เกิดมีสัตว์น้ำชายฝั่งมากมาย สามารถทำการประมงเลี้ยงชีพได้อย่างพอเพียง  ชาวบ้านบางส่วนได้รวมตัวกันเป็นกลุ่มอาชีพตามความถนัด เช่น กลุ่มชาวเรือ กลุ่มทำอาหาร กลุ่มกระเตง (กระท่อมของชาวประมงที่ปลูกกลางทะเลเพื่อใช้เฝ้าฟาร์มหอยแครง)  และเกิดเป็นการเที่ยวเชิงอนุรักษ์ขึ้นมา เริ่มต้นการผจญภัยโดยการล่องเรือชมระบบนิเวศน์ของป่าชายเลน ที่ชาวชุมชนร่วมใจกันพัฒนาฟื้นฟูผืนป่าชายเลนขึ้นมา ระหว่างนั่งเรือก็จะได้ชมวิถีชีวิตของชาวบ้านริมน้ำ สัตว์น้ำอย่างปูก้ามดาบ ปูแสม ปลาอีจัง […]

อ่านต่อ