Archive

เจดีย์ยักษ์

เจดีย์ยักษ์ ตั้งอยู่ที่ถนนศรีปราชญ์ อ.เมืองนครศรีธรรมราช จ.นครศรีธรรมราช เป็นเจดีย์สูงใหญ่เป็นอันดับ 2 รองจากเจดีย์พระบรมธาตุ ตั้งอยู่ข้างสำนักงานเทศบาลนครศรีธรรมราช บริเวณวัดเจดีย์เดิมซึ่งร้างไปแล้ว สันนิษฐานว่าสร้างโดยโคทคีรีเศรษฐีชาวมอญ กับบริวารที่อพยพหลบภัยมาอาศัยเมืองนครศรีธรรมราช เมื่อประมาณ ปี 1546(ข้างศาลากลางจังหวัดนครศรีธรรมราช) ปัจจุบันวัดร้างเหลือเพียงเจดีย์ มีนิทานเล่าขานตำนานเรื่องระหว่างเจดีย์ยักษ์นี้ กับพระธาตุเจดีย์ เล่าว่า สมัยโบราณปรากฎว่ามียักษ์ตนหนึ่งเข้ามายังเมืองนครศรีธรรมราช ต้องการจับคนในเมืองกินเป็นอาหาร ระหว่างนั้นทางชาวเมืองกำลังก่อสร้างเจดีย์พระธาตุอยู่ ชาวบ้านจึงขอร้องยักษ์ตนนั้นว่าอยากสร้างเจดีพระธาตุให้เสร็จก่อนแล้วจะยอมให้กินเป็นอาหาร ทันใดนั้นก็มีชายผู้หนึ่งนึกพิเรนจึงท้าเจ้ายักษ์ตนนั้นว่าถ้าแน่จริงให้มาแข่งกันสร้างเจดีย์ เจ้ายักษ์ก็รับปาก เวลาผ่านไปเจ้ายักก็เริ่มสร้างเจดีย์ ทางยักษ์ตนนั้นใช้เวลาไม่นานก็สร้างเจดีย์กำลังจะเสร็จแล้ว ทางชาวเมืองเห็นว่ายังไงก็คงไม่มีทางสร้างเสร็จก่อนเจ้ายักษ์แน่ๆจึงคิดอุบายนำผ้าสีเหลืองมาห่มเจดีย์พระธาตุ ด้วยระยะห่างระหว่างพระธาตุกับเจดีย์ยักษ์ทำให้เจ้ายังมองไปเห็นเหมือนว่าชาวเมืองสร้างเจดีเสร็จก่อนตนจึงเกิดโมโหอย่างมาก ด้วยความโกรธจึงใช้มือทุบยอดเจดีย์ของตนที่กำลังจะเสร็จจนยอดหัก แล้วด้วยความอับอายยักษ์ตนนั้นจึงวิ่งออกจากเมืองไป ชาวเมืองดีใจเป็นอย่างมากจึงเกิดประเพณีแห่ผ้าขึ้นธาตุสืบเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน สิ่งที่น่าสนใจ 1. เจดีย์ (สถูป) ทรงลังกาเป็นเจดีย์ทรงลังกาขนาดใหญ่มีความสูงเกือบเท่ากับพระบรมธาตุเจดีย์ องค์ระฆังกลมตั้งอยู่บนฐานเขียงสี่เหลี่ยมทรงสูงประมาณเกือบ 2 เมตร ย่อมุมไม้สิบสอง รับกับฐานเขียงกลม 3 ชั้น จนถึงชั้นมาลัยลูกแก้วและองค์ระฆัง เหนือองค์ระฆังเป็นบัลลังก์ ก้านฉัตรมีเสาหาน ส่วนยอดมีเพียงปล้องไฉน ปลียอดหักไป ลักษณะรูปแบบศิลปกรรมสันนิษฐานอายุราวพุทธศตวรรษที่ 19 ลักษณะคล้ายเจดีย์ในอาณาจักรสุโขทัยที่เป็นเจดีย์ทรงลังกา 2.เครื่องถ้วยที่ขุดได้จากกรุเจดีย์ยักษ์ ซึ่งมีทั้งเครื่องถ้วยจีนสมัยราชวงศ์หมิงและเครื่องถ้วยเวียดนาม 3.พระพุทธรูปปูนปั้นปางมารวิชัย(พระเงิน) ลงรักปิดทองขนาดหน้าตัก 3.50 เมตร สูง 4.30 เมตร ประดิษฐานในอาคารโปร่ง […]

อ่านต่อ

เที่ยว นครศรีธรรมราช

นครศรีธรรมราช “เมืองประวัติศาสตร์ พระธาตุทองคำ ชื่นฉ่ำธรรมชาติ แร่ธาตุอุดม เครื่องถมสามกษัตริย์ มากวัดมากศิลป์ ครบสิ้นกุ้งปู” เทศกาล/ประเพณี งานประเพณีแห่ผ้าขึ้นธาตุ จัดเป็นประจำทุกปี ปีละ 2 ครั้ง ในวัดมาฆบูชา (ประมาณเดือนกุมภาพันธ์) และวันวิสาขบูชา (ประมาณเดือนพฤษภาคม) ณ วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร อ.เมือง งานประเพณีบุญเดือนสิบ จัดเป็นประจำทุกปีในวันแรม 1-15 8่ำ เดือน 10 (ประมาณเดือนกันยายน-ต้นเดือนตุลาคม) ณ บริเวณวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร อ.เมือง งานประเพณีลากพระและแข่งเรือเรพียวชิงถ้วยพระราชทาน จัดในวันออกพรรษา (ประมาณเดือนตุลาคม) ณ ศาลาประชาสันต์ ริมเขื่อนแม่น้ำปากพนัง อ.ปากพนัง การเดินทาง รถทัวร์ จากสถานีขนส่งสายใต้ใหม่ มีรถเที่ยวเวลา 06:30/06:40/15:00-21:00 น. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 12 ชั่วโมง ค่าโดยสารประมาณ 493-986 บาท ข้อมูลเพิ่มเติมโทร 1490 รถไฟ จากสถานีรถไฟหัวลำโพง มี 2 ขบวน/วัน […]

อ่านต่อ

เกาะมุก

เกาะมุก  ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของอุทยานแห่งชาติเจ้าไหม ตั้งอยู่ในท้องที่ต.เกาะลิบง ห่างจากท่าเรือควนตุ้งกูประมาณ 9 กม. เป็นเกาะที่มีความใหญ่เป็นอันดับ 3 ของจังหวัดตรัง พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นโขดผาสูงหันหน้าออกสู่ทะเลทางด้านทิศตะวันตก เป็นที่อาศัยของนกนางแอ่น มีหมู่บ้านประมงอยู่ทางฝั่งตะวันออกของเกาะ ซึ่งเป็นแหลม พื้นที่ราบหันหน้าเข้าหาแผ่นดินใหญ่ เป็นที่อาศัยของนกนางแอ่นและได้ซุกซ่อนถ้ำมรกต หรือถ้ำน้ำซึ่งมีความงดงามตระการตา ได้อย่างมิดชิดถ้ำมรกต นี้จะเข้าออก ได้เฉพาะ ช่วงน้ำลงเท่านั้น โดยปากถ้ำเป็นโพรงเล็กๆ สูงพ้นระดับน้ำพอเรือลอดได้ พ้นปากถ้ำเข้าไปเป็นเส้นทางคดโค้งระยะทางประมาณ 80 เมตร เมื่อพ้น ปากถ้ำออกมาอีกด้านหนึ่งจะเป็นหาดทรายขาวสะอาดล้อมรอบด้วยหน้าผา สูงชันที่มีฟ้า สีครามเป็น หลังคาและผนังแต่งแต้มด้วยลายเขียวของใบไม้ โพรงที่ลอดเข้าถ้ำมรกต จะอยู่ทางด้านทิศตะวันตกของตัวเกาะ เกาะแห่งนี้มีประชากรอาศัยอยู่ประมาณ 1500 คน เป็นมุสลิมประมาณ 80% อาชีพหลักของคนบนเกาะ ได้แก่ ประมงพื้นบ้าน โดยเฉพาะลอบหมึก ที่เกาะมุกยังมีการดำหาหอยมุกกันบ้าง บนเกาะมีเส้นทางเดินลัดเลาะไปตามบ้านเรือน สามารถเดินชมวิถีชาวเกาะมุกได้เกือบรอบเกาะ สิ่งอำนวยความสะดวก/ที่พัก บนเกาะมีเส้นทางเชื่อมต่อถึงกันเกือบรอบเกาะ ส่วนใหญ่ใช้วิธีเดินเท้า จักรยานและมอเตอร์ไซค์ มีร้านค้าขายของชำ ร้านอาหารท้องถิ่น มีตลาดนัดที่ท่าเรืออ่าวพังกาทุกวันพุธ ยังไม่มีโทรศัพท์สาธารณะ โทรศัพท์เคลื่อนที่ใช้ได้บางจุด มีที่พักให้เลือกมากมายหลายระดับ หลายราคาราคา ช่วงเวลาน่าเที่ยว สามารถท่องเที่ยวได้ทุกฤดู […]

อ่านต่อ

เที่ยว ตรัง

ตรัง “เมืองพระยารัษฎา ชาวประชาใจกว้าง หมูย่างรสเลิศ ถิ่นกำเนิดยางพารา เด่นสง่าดอกศรีตรัง ปะการังใต้ทะเล เสน่ห์หาดทรายงาม น้ำตกสวยตระการตา” เทศกาล/ประเพณี งานวิวาห์ใต้สมุทร จัดในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ ณ บริวเรชายหาดปากเมง อ.สิเกา เทศกาลขนมเค้ก จัดเป็นประจำทุกปีในช่วงเดือนสิงหาคม บริเวณถนนวิเศษกุล อ.เมือง เทศกาลหมู่ย่างเมืองตรัง จัดเป็นประจำทุกปีในช่วงเดือนกันยายน บริเวณถนนวิเศษกุล อ.เมือง การเดินทาง รถทัวร์ จากสถานีขนส่งสายใต้ใหม่ มีรถออก 2 ช่วง เวลา 07:00-13:00 น. /17:30-19:30 น. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 12 ชั่วโมง ค่าโดยสารประมาณ 526-1,053 บาท ข้อมูลเพิ่มเติมโทร 1490 รถไฟ จากสถานีรถไฟหัวลำโพง มี 2 ขบวน/วัน เวลา 17:05-22:50/18:30 น. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 12 ชั่วโมง ค่าโดยสารประมาณ 1,980 บาท ข้อมูลเพิ่มเติมโทร 1690 เครื่องบิน มีเที่ยวบินมาลงที่สนามบินตรัง […]

อ่านต่อ

เกาะปอดะนอก(เกาะไก่)

เกาะไก่ อยู่ในทะเลกระบี่หน้าอ่าวนาง ห่างจากฝั่งประมาณ 8 กิโลเมตร อยู่ใกล้ๆ กับเกาะปอดะห่างไปทางทิศใต้เล็กน้อย เกาะไก่เป็นหนึ่งในสามเกาะที่ทำให้เกิดสันทรายที่เราเรียกว่า “ทะเลแหวก ” ทะเลแหวกเป็นกลุ่มของเกาะ 3 เกาะ ที่มีหาดทรายเชื่อมติดกันได้แก่ เกาะทับ เกาะหม้อ และ เกาะไก่ สามารถเดินข้ามจากเกาะไก่ไปยังเกาะทับได้ในยามน้ำลง หากจะให้ดีก็ควรจะเป็นในช่วงน้ำลงต่ำสุดในแต่ละวัน โดยเฉพาะในวันก่อนและหลังวันขึ้น 15 ค่ำ ราว 5 วัน สันทรายด้านทิศตะวันตกที่มีสันฐานมาจากเกาะใหญ่นั่นคือเกาะไก่ ที่เรียกว่าเกาะไก่ก็เพราะว่าทางด้านปลายสุดของเกาะมีหินแหลมๆ เมื่อมองขึ้นไปแล้วคล้ายคอไก่ บ้างก็ว่าคล้ายๆ ไก่งวงค่ะ จุดขายของเกาะไก่ก็คือหินรูปคอไก่ที่คนนิยมไปชมกัน เพราะเกาะไก่คือส่วนหนึ่งของทะเลแหวก อยู่ใกล้กับเกาะปอดะ เป็นทางผ่านของเรือที่พานักท่องเที่ยวไปท่องทะเลกระบี่ แล้วอีกอย่างทะเลแหวกนั้นบางครั้งก็ยังไม่แหวกเพราะน้ำยังไม่ลด ครั้นเรือท่องเที่ยวจะพานักท่องเที่ยวนั่งรอก็ใช่ที่ ดังนั้นจึงต้องพานักท่องเที่ยวไปดำน้ำชมปะการังเพื่อรอเวลาให้ทะเลแหวก จุดที่ดำน้ำใกล้ๆ ของย่านนี้มีอยู่จุดเดียวคือด้านหลังเกาะไก่ เมื่อเสร็จจากกิจกรรมดำน้ำ เรือก็ต้องวิ่งอ้อมมาทะเลแหวกซึ่งก็ต้องอ้อมหินคอไก่ค่ะ ดังนั้นนักท่องเที่ยวจึงได้ชมหินรูปคอไก่ระหว่างนั่งเรือผ่านค่ะ จุดเด่นของการเที่ยวชมทะเลจะแหวกคือการมาชมวิว ถ่ายภาพ ควรหลีกเลี่ยงการมาเที่ยวในช่วงวันหยุดเทศกาล ทะเลแหวกจะมีคนเยอะเดินกันจนแน่นไปหมด ถ้าจะมาชมทะเลแหวกให้ประทับใจควรเลือกมาในช่วงวันหยุดธรรมดา นอกจากชมวิวถ่ายภาพทะเลแหวกแล้วที่นี่ยังเป็นอีกชายหาดหนึ่งที่น่าลงเล่นน้ำเพราะ มีแนวหาดทราย กว้าง น้ำใส ปลาเยอะ แต่ถ้าจะมาเล่นน้ำก็แนะนำให้มาในช่วงวันหยุดธรรมดา(เสาร์-อาทิตย์)หากมาวันหยุด เทศกาลคนเยอะมากๆค่ะ ไม่สนุก […]

อ่านต่อ

เที่ยว กระบี่

กระบี “แหล่งถ่านหิน ถิ่นหอยเก่า เขาตระหง่าน ธารสวย รวยเกาะ เพาะปลูกปาล์ม งามหาดทราย ใต้ทะเลสวยสด มรดกอันดามัน สรรค์เกาะพีพี” เทศกาล/ประเพณี งานเทศกาลลานตา ลันตา จัดเป็นประจำทกปีในช่วงเดือนมีนาคม ที่ชุมชนเก่าเกาะลันตา บ้านสังกาอู้ องเกาะลันตา งานปีนผา ท้าควงไฟ นานาชาติ จัดประมาณเดือนเมษายน ณ หาดไร่เลย์ หาดต้นไทร และหาดถ้ำพระนาง เทศกาลกระบี่เบิกฟ้าอันดามัน จัดเป็นประจำทุกปีใช่วงเดือนพฤษจิกายน ณ สวนสาธารณะธารา อ.เมือง การเดินทาง รถทัวร์ จากสถานีขนส่งสายใต้ใหม่ มีรถเที่ยวเวลา 07:00/17:30-20:00 น. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 12 ชั่วโมง ค่าโดยสารประมาณ 643-1,000 บาท ข้อมูลเพิ่มเติมโทร 1490 เครื่องบิน มีเที่ยวบินมาลงที่สนามบินกระบี่ M.360-G2 สถานที่ท่องเที่่ยวที่น่าสนใจ เกาะพีพีดอน เกาะใหญ่ศูนย์กลางเกาะพีพีที่สวยงายติดอันดับโลก มีที่พัก ร้านอาหาร ท่าเรือและสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ทั้งยังมีธรรมชาติที่สวยงาม ประกอบด้วยอ่าวต้นไทร […]

อ่านต่อ

ประเพณี/เทศกาลที่น่าสนใจ ภาคใต้

เดือนกุมภาพันธ์-เดือนพฤษภาคม ประเพณีแห่ผ้าขึ้นธาตุ จัดเป็นประจำทุกปี ปีละ 2 ครั้ง คือในวันมาฆบูชา ข้น 15 ค่ำ เดือน 3 (ประมาณช่วงเดือนกุมภาพันธ์) และในวันวิสาขบูชา ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6 (ประมาณเดือนพฤษภาคม) ณ วัดพระมหาธาตุวรวิหาร อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช เทศกาลล่องเรือแลนกทะเลน้อย จัดเป็นประจำทุกปีในช่วงเดือนมีนาคม-พฤษภาคม ณ เขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลน้อย อ.ควนขนุน จ.พัทยุง เดือนกันยายน-เดือนตุลาคม ประเพณีถือศีลกินผัก จัดเป็นประจำทุกปีในวันขึ้น 1-9 ค่ำ เดือน 9 ของจีน (ประมาณช่วงเดือนกันยายน-ตุลาคม) ณ ศาลเจ้าทั่วเมืองภูเก็ต อ.เมือง จ.ภูเก็ต ประเพณีชักพระ-ทอดผ้าป่า และแข่งเรือยาว จัดเป็นประจำทุกปี ในวันแรม 1 ค่ำเดือน 11 (ช่วงเดือนตุลาคม หลังวันออกพรรษา 1 วัน) ณ […]

อ่านต่อ

พระตำหนักคำหยาด

พระตำหนักคำหยาด ปัจจุบันเป็นโบราณสถาน ตั้งอยู่ในเขตวัดร้างชื่อว่า วัดโพธิ์ทอง ตำบลคำหยาด อำเภอโพธิ์ทอง จังหวัดอ่างทอง เป็นพระตำหนักของสมเด็จพระเจ้าอุทุมพร หรือ ขุนหลวงหาวัด พระมหากษัตริย์องค์ที่ 32 (บางแห่งนับว่าเป็นพระองค์ที่ 33) ราชวงศ์บ้านพลูหลวงแห่งกรุงศรีอยุธยา พระตำหนักหลังนี้เป็นพระตำหนักที่สร้างขึ่นเพื่อใช้เป็นที่ประทับระยะหนึ่งก่อนที่พระองค์จะเสด็จกลับวัดประดู่ทรงธรรม พระตำหนักก่อด้วยอิฐ ยกพื้นสูง มีใต้ถุนและเจาะช่องใต้ถุน เป็นรูปประตูโค้งแหลมตามแบบที่นิยมมาตั้งแต่สมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช มีมุขย่อกระเปาะด้านหน้าทางทิศตะวันออก เครื่องบนไม่มีเหลือ คงปรากฏเพียงผนังตึก สภาพปัจจุบันมีเพียงฝนัง 4 ด้าน ตัวอาคารตั้งโดดเด่นอยู่กลางทุ่งนา ก่อด้วยอิฐถือปูนขนาดกว้าง 10 เมตร ยาว 20 เมตร ยังคงเห็นเค้าความสวยงามทางด้านศิลปกรรมเช่น ลวดลายประดับซุ้มจรนำหน้าต่าง มีมุขเด็จด้านหน้าและด้านหลัง ภายในทาดินแดง ปูพื้นกระดาน ในคราวที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าฯ เจ้าอยู่หัวเสด็จทอดพระเนตรพระตำหนักคำหยาดในปี พ.ศ.2451 โดยได้เสด็จมายังโบราณสถานแห่งนี้และทรงมีพระราชวินิจฉัยดังปรากฏ ในพระราชหัตถเลขาอรรถาธิบาย เรื่อง เสด็จลำน้ำมะขามเฒ่าไว้ว่า เดิมทีทรงมีพระราชดำริว่า กรมขุนพรพินิต (ขุนหลวงหาวัด หรือ เจ้าฟ้าอุทุมพร) ทรงผนวชที่วัดโพธิ์ทองแล้วสร้างพระตำหนักแห่งนี้ขึ้นเพื่อจำพรรษาเนื่องจากมีชัยภูมิที่เหมาะสม ครั้นได้ทอดพระเนตรเห็นตัวพระตำหนักสร้างด้วยความประณีตสวยงามแล้วพระราชดำริเดิมก็เปลี่ยนไป ด้วยทรงเห็นว่า ไม่น่าที่ขุนหลวงหาวัดจะทรงมีความคิดใหญ่โต สร้างที่ประทับชั่วคราวหรือที่มั่นในการต่อสู้ให้ดูสวยงามเช่นนี้ ดังนั้น […]

อ่านต่อ

เที่ยว อ่างทอง

อ่างทอง “พระสมเด็จเกษไชโย หลวงพ่อโตองค์ใหญ่ วีรไทยใจกล้า ตุ๊กตาชาววัง โด่งดังจักสาน ถิ่นฐานทำกลอง เมืองสองพระนอน” เทศกาล/ประเพณี งานเมืองอู่ข้าวอู่น้ำและงานกาชาดประจำปี จัดเป็นประจำทุกปีในช่วงเดือน กุมภาพันธ์-มีนาคม บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัด งานประเพณีแข่งเรื่อยาววัดป่าโมก จัดเป็นประจำทุกปีในช่วงเดือนมีนาคม และตุลาคม บริเวณวัดป่าโมกวรวิหาร อ.ป่าโมก งานเทศกาลแห่เจ้าพ่อกวนอู จัดเป็นประจำทุกปีในช่วงประมาณเดือนธันวาคม บริเวณศาลเจ้าพ่อกวนอู การเดินทาง รถทัวร์ จากสถานีขนส่งหมอชิต 2 มีรถออกทุก 40 นาที เวลา 06:00-20:45 น. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1.30 ชั่วโมง ค่าโดยสารประมาณ 106 บาท ข้อมูลเพิ่มเติมโทร 1490 รถตู้ มีจุดขึ้นรถหลักๆ 2 ที่คือ จากอนุสาวรีย์ชัยฯ ฝั่หน้าภัตตาคารพงหลี มีรถออกทุก 30 นาที เวลา 06:15-20:00 น. จากสถานีขนส่งหมอชิต 2 มีรถตู้สาย 902 สายกรุงเทพฯขอ่างทอง เวลา 05:00-19:00 น. […]

อ่านต่อ

เขื่อนกะเสียว

เขื่อนกระเสียว ตั้งอยู่ที่ตำบลด่านช้าง อำเภอด่านช้าง จังหวัดสุพรรณบุรี เป็นหนึ่งในสถานที่ที่สามารถชมความงดงามยามพระอาทิตย์ตกดินที่สวยที่สุด ของจังหวัดสุพรรณบุรี ยิ่งในช่วงหน้าหนาว แสงสีที่ค่อยๆเปลี่ยนไป ภาพดวงอาทิตย์สีแดงกลมโต ที่ค่อยๆเลื่อนลงเหนือยอดเขา และแสงเงาที่กระทบลงผืนน้ำ อากาศที่หนาวเย็น นับเป็นช่วงเวลาที่มีความหมาย เป็นช่วงเวลาที่เราจะได้สัมผัสกับธรรมชาติอย่างแท้จริง และบริเวณริมเขื่อนยังมีสถานที่เหมาะกับการกางเต็นท์พักแรมในหน้าหนาวอีกด้วยค่ะ เขื่อนกระเสียว สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2523 เป็นเขื่อนดินกักเก็บน้ำสร้างกั้นลำห้วยกระเสียว ยาว 4,250 เมตร สูง 32.5 เมตร พื้นที่กักเก็บน้ำ 28,750 ไร่ ปริมาณ น้ำที่สามารถกักเก็บน้ำได้สูงสุด 240 ล้านลูกบาศก์เมตร เป็นเขื่อนดินที่มีความยาวมากที่สุดในประเทศไทย และเป็นแหล่ง เพราะพันธุ์ปลาขนาดใหญ่แห่งหนึ่ง รวมทั้งเป็นแหล่งท่องเที่ยวทิวทัศน์สวยงาม กลางวันอากาศค่อนข้างร้อน ช่วงเย็นอากาศดีมาก โดยเฉพาะจุดตั้งแค้มป์ริมเขื่อนเป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกที่สวยงาม ติดต่อสอบถามเพิ่มเติม เขื่อนกระเสียว โทร. (035) 595 120 สำนักงานจังหวัด (035) 535 376 ประชาสัมพันธ์จังหวัด (035) 535 423 เทศบาลเมืองสุพรรณบุรี (035) […]

อ่านต่อ