ประเภทของอาหารชาวเหนือ

ข้าวควบ

ข้าวควบ หรือ ข้าวเกรียบว่าว บ้างเรียก ข้าวปอง เป็นขนมพื้นบ้านที่มีมาช้านาน มีกล่าวไว้ในวรรณกรรมล้านนา เรื่อง นางอุทรา ว่า นางร้าย คือแม่เลี้ยงนางอุทรา แกล้งป่วย โดยใช้ข้าวควบวางไว้ใต้ที่นอน เมื่อขยับจะเสียงดัง ให้เข้าใจว่ากระดูกนางผิดปกติ (รัตนา พรหมพิชัย, 2542, หน้า 809) ส่วนผสมข้าวควบ 1. ข้าวสารเหนียว 1 ลิตร 2. น้ำตาลปี๊บ 500 กรัม 3. หัวกะทิ 1/2 ถ้วย 4. ไข่ไก่ 1 ฟอง 5. น้ำมันพืช 2 ช้อนโต๊ะ วิธีทำข้าวควบ 1. ตำข้าวเหนียวที่นึ่งสุกใหม่ โดยใช้ครกมอง ตำจนข้าวเหนียวละเอียดเป็นแป้งเหนียว ใช้เวลาประมาณ 20 นาที 2. ใส่น้ำตาลปี๊บเคี่ยวผสมกะทิลงในครกมอง ตำต่อจนเป็นเนื้อเดียวกัน 3. ต้มไข่ไก่ให้สุก […]

อ่านต่อ

ขนมศิลาอ่อน

เข้าหนมซะละอ่อน หรือบ้างเรียก เข้าหนมสาลาอ่อน เข้าหนมศิลาอ่อน หรือขนมถาด เป็นขนมที่ทำด้วยแป้งข้าวเจ้า บ้างนิยมนำถั่วเขียวคั่วสุกบดโรยหน้าก่อนรับประทาน (รัตนา พรหมพิชัย, 2542, หน้า 822) ส่วนผสมขนมศิลาอ่อน 1. แป้งข้าวเจ้า 1 กิโลกรัม 2. กะทิ 2 ถ้วย 3. น้ำตาลทราย 800 กรัม 4. เกลือป่น 1/2 ช้อนชา 5. น้ำใบเตย 1 ถ้วย วิธีทำขนมศิลาอ่อน 1. ผสมแป้งข้าวเจ้า กะทิ และ เกลือ นวดให้เข้ากัน 2. ใส่น้ำใบเตย และน้ำเปล่า ประมาณ 2 ถ้วย นวดให้เข้ากัน 3. ใส่น้ำตาลทราย คนให้น้ำตาลทรายละลาย 4. เทส่วนผสมลงในกระทะทองเหลือง นำไปตั้งไฟอ่อนๆ 5. กวนขนมตลอดเวลา […]

อ่านต่อ

ขนมวง

ขนมวง คือขนมที่ทำด้วยแป้งเป็นรูปวงกลมแบบเดียวกับขนมโดนัท มีน้ำอ้อยหยอดไปโดยรอบตามกึ่งกลางด้านบน ปัจจุบัน ไม่คอยมีขายในท้องตลาดในเมือง แต่มักจะพบในตลาดแถวชานเมือง (รัตนา พรหมพิชัย, 2542, หน้า 824) ส่วนผสมขนมวง 1. แป้งข้าวเหนียว 1 กิโลกรัม 2. กล้วยน้ำว้าสุก 5 ลูก 3. ไข่ไก่ 3 ฟอง 4. น้ำอ้อยป่น 1 ถ้วย วิธีทำขนมวง 1. ผสมแป้งข้าวเหนียวและกล้วยน้ำว้าสุก นวดให้เข้ากัน 2. ใส่ไข่ไก่ นวดให้เข้ากัน 3. เติมน้ำทีละน้อย นวดไปเรื่อย ๆ 4. นวดจนส่วนผสมเข้ากัน และติดกันเป็นก้อน 5. หยิบแป้งมาคลึงให้เป็นเส้นยาว แล้วนำปลายมาชนกันเป็นวงกลม 6. ตั้งน้ำมันให้ร้อน นำแป้งที่เตรียมไว้ลงทอด 7. พอขนมเหลืองทั่ว ตักขึ้นใส่ตะแกรงพักไว้ 8. เคี่ยวน้ำอ้อยจนเหนียวได้ที่ หยอดลงบนหน้าขนมวง เคล็ดลับในการปรุง […]

อ่านต่อ

ขนมลิ้นหมา

ขนมลิ้นหมา บ้างเรียกว่า เข้าหนมเปี่ยง หรือเข้าเปี่ยง เป็นขนมที่ทำมาจากแป้งข้าวเหนียวดำนวดกับน้ำจนหนืดแต่ไม่เละ เติมเกลือให้มีรสเค็มเล็กน้อย บ้างใช้แป้งข้าวเหนียวสีขาวนวดกับน้ำอ้อยและเกลือให้มีรสหวานๆ เค็มๆ นำมะพร้าวขูดคลุกกับน้ำตาลทราย ช่วยให้ขนมอร่อย และน่ารับประทาน (รัตนา พรหมพิชัย, 2542, หน้า 824; รัตนา ไชยนันท์, สัมภาษณ์, 28 มิถุนายน 2550) ส่วนผสมขนมลิ้นหมา 1. แป้งข้าวเหนียวดำ 3 ถ้วย 2. แป้งข้าวเหนียวขาว 1 ถ้วย 3. น้ำตาลทราย 2 ช้อนโต๊ะ 4. มะพร้าวมะพร้าวขูด 1 ถ้วย 5. เกลือป่น 1 ช้อนชา วิธีทำขนมลิ้นหมา 1. ผสมแป้งข้าวเหนียวดำและขาว ใส่น้ำ นวดให้เข้ากัน 2. ฉีกใบตองขนาด 6 นิ้ว ทาน้ำมันบนใบตองให้ทั่ว 3. วางแป้งลงบนใบตอง […]

อ่านต่อ

ขนมมันสำปะหลัง

ขนมมันสำปะหลัง หรือ เข้าหนมมันต้าง เป็นขนมที่มักพบขายทั่วไปตามท้องตลาดในภาคเหนือ ใช้มันสำปะหลังโม่ให้ละเอียด ผสมกับน้ำตาลและเกลือ จากนั้นนำใส่ถาดนึ่ง พอสุกจะมีสีเหลืองและเป็นแป้งใสๆ ทิ้งไว้ให้เย็น ตัดเป็นชิ้นๆ คลุกกับมะพร้าวขูด (ทักษนันท์ อนรรฆพฤฒ, สัมภาษณ์, 5 กรกฏาคม 2550; รัตนา พรหมพิชัย, 2542, หน้า 824) ส่วนผสมขนมมันสำปะหลัง 1. มันสำปะหลังมันสำปะหลังโม่ 500 กรัม 2. น้ำตาลทราย 400 กรัม 3. มะพร้าวมะพร้าวขูด 1 ถ้วย 4. เกลือป่น 1/2 ช้อนชา 5. น้ำเปล่า 1 ถ้วย วิธีทำขนมมันสำปะหลัง 1. มันสำปะหลังโม่ เลือกเอากากที่มีชิ้นใหญ่ออก 2. ใส่น้ำตาล เกลือ และน้ำเปล่า คลุกให้เข้ากัน 3. นวดส่วนผสมจนน้ำตาลละลาย 4. […]

อ่านต่อ

ขนมฟักทอง

ขนมฟักทอง หรือเข้าหนมบ่าฟักแก้ว เป็นขนมชนิดหนึ่งที่ทำจากแป้งข้าวเจ้า ส่วนผสมหลักมีฟักทองนึ่ง แป้งข้าวเจ้า และน้ำตาลทราย วิธีการคล้ายกับขนมกล้วย เพียงแต่เปลี่ยนจากกล้วยน้ำว้า เป็นฟักทองนึ่งแทน (ทักษนันท์ อนรรฆพฤฒ, สัมภาษณ์, 5 กรกฎาคม 2550) ส่วนผสมขนมฟักทอง 1. ฟักทอง 1 กิโลกรัม 2. น้ำตาลทราย 500 กรัม 3. แป้งข้าวเจ้า 500 กรัม 4. แป้งมัน 200 กรัม 5. มะพร้าวมะพร้าวขูด 1 ถ้วย 6. เกลือป่น 1 ช้อนชา 7. กะทิ 2 ถ้วย วิธีทำขนมฟักทอง 1. นึ่งฟักทองให้สุก นำมานวดให้เข้ากันกับแป้งข้าวเจ้า แป้งมัน และกะทิ 2. ใส่น้ำตาล และเกลือ 3. นวดส่วนผสมทั้งหมดให้เป็นเนื้อเดียวกัน […]

อ่านต่อ

ขนมเทียน

ขนมเทียน หรือ เข้าหนมเตียน มีวิธีการทำคล้ายขนมเกลือ แต่ขนมสุกแล้วจะมีสีน้ำตาลจากสีของน้ำอ้อย รับประทานกับมะพร้าวขูดฝอย สำหรับวิธีการห่อขนม อาจใช้วิธีห่อแบบเดียวกับขนมเกลือ (ทักษนันท์ อนรรฆพฤฒ,สัมภาษณ์, 5 กรกฎาคม 2550; รัตนา พรหมพิชัย, 2542, 822) ส่วนผสมขนมเทียน 1. แป้งข้าวเจ้า 500 กรัม 2. น้ำอ้อย 200 กรัม 3. เกลือ 1 ช้อนชา วิธีทำขนมเทียน 1. นำแป้งข้าวเจ้า น้ำอ้อย และเกลือ นวดให้เข้ากัน ใส่น้ำตาล 2. นวดส่วนผสมจนเป็นเนื้อเดียวกัน นวดส่วนผสม 3. นำไปตั้งไฟ ใช้ไม้พายกวนขนม โดยใช้ไฟอ่อนๆ กวนขนม 4. เตรียมใบตองเป็นรูปทรงกรวย ใส่ขนมลงในกรวย พับใบตองด้านบนแล้วใช้ไม้กลัด ใส่ขนมลงในกรวย 5. นำไปนึ่ง ใช้เวลาประมาณ 20 นาที […]

อ่านต่อ

ขนมแตงไทย

ขนมแตงไทย หรือเข้าหนมบ่าแตง (อ่านว่า เข้าหนมบ่าแต๋ง) หรือขนมแตงลาย (แตงลาย คือแตงไทย)มีวิธีการทำคล้ายขนมกล้วย และขนมตาล เพียงแต่เปลี่ยนจากกล้วยน้ำว้าสุกงอม น้ำคั้นจากเนื้อผลตาลสุก เป็นแตงไทย (ทักษนันท์ อนรรฆพฤฒ, สัมภาษณ์, 5 กรกฎาคม 2550) ส่วนผสมขนมแตงไทย 1. แตงไทย 500 กรัม 2. น้ำตาลทราย 500 กรัม 3. แป้งข้าวเจ้า 400 กรัม 4. แป้งมัน 100 กรัม 5. มะพร้าว 1 ถ้วย 6. กะทิ 3 ถ้วย 7. เกลือป่น 1 ช้อนชา วิธีทำขนมแตงไทย 1. ปอกเปลือกแตงไทย เอาไส้ออก ใส่ภาชนะ ใส่แป้งข้าวจ้าว 2. ใส่น้ำกะทิ คนให้เข้ากัน […]

อ่านต่อ

ขนมตาล

ขนมตาล หรือเข้าหนมบ่าตาล (อ่านว่า เข้าหนมบ่าต๋าน) มีวิธีการทำคล้ายขนมกล้วย เพียงแต่เปลี่ยนจากกล้วยน้ำว้าสุกงอมมาเป็นน้ำคั้นจากเนื้อผลตาลสุก และมีการหมักส่วนผสม หลังจากที่นวดส่วนผสมให้เข้ากันแล้ว เพื่อให้แป้งฟู น่ารับประทาน (ทักษนันท์ อนรรฆพฤฒ, สัมภาษณ์, 5 กรกฎาคม 2550) ส่วนผสมขนมตาล 1. ตาลสุก 400 กรัม 2. แป้งข้าวเจ้า 600 กรัม 3. น้ำตาลทราย 500 กรัม 4. กะทิ 2 ถ้วย 5. เกลือป่น 1/2 ช้อนชา วิธีทำขนมตาล 1. นำผลตาลสุกงอม ปอกเปลือกแช่น้ำ ยีลูกในน้ำที่แช่ นำเนื้อตาล ใส่ในถุงผ้าแขวนไว้จนน้ำออกหมด เหลือแต่เนื้อตาล และนำมาผสมกับแป้งข้าวเจ้า นวดให้เข้ากัน ใส่แป้ง 2. ใส่น้ำกะทิ นวดให้เป็นเนื้อเดียวกัน นวดแป้ง 3. ใส่น้ำตาลทราย นวดต่อจนน้ำตาลละลาย […]

อ่านต่อ

ขนมจ็อก

ขนมจ็อก หรือ ขนมเทียน บางแห่งเรียกว่า ขนมนมสาว เป็นขนมที่นิยมทำ ในช่วงเทศกาลสงกรานต์มาแต่โบราณ และงานบุญต่างๆ (มณี พยอมยงค์, 2547, 72) บางสูตรใส่ถั่วลิสงป่น หรืองาขี้ม้อน ลงในไส้มะพร้าว หรือไส้ถั่วเขียว โดยเอาถั่วเขียวนึ่งแล้วบด นำมาผสมหรือผัดกับเครื่องปรุง มีรสเค็มนำ เรียกว่า “ไส้เค็ม” (รัตนา ไชยนันท์, สัมภาษณ์, 28 มิถุนายน 2550) ปัจจุบัน มีการทำไส้ขนมจ็อกหลากหลาย ตามแต่ที่ผู้ทำจะชอบ เช่น ไส้ถั่วเขียว ไส้ถั่วแดง ไส้เค็ม เหมือนไส้ซาลาเปา (รัตนา พรหมพิชัย, 2542, 821) ส่วนผสมขนมจ็อก 1. แป้งข้าวเหนียวดำ 300 กรัม 2. น้ำตาลปี๊บ 1 ถ้วย 3. เกลือป่น 1 ช้อนโต๊ะ 4. เกลือป่น 1 […]

อ่านต่อ