วัดเขาแก้ววรวิหาร

วัดเขาแก้ววรวิหาร ตั้งอยู่ที่ตำบลต้นตาล ทางฝั่งขวาของแม่น้ำป่าสัก เป็นวัดเก่าแก่อยู่บนเขาขนาดย่อม ตั้ง อยู่ที่ตำบลต้นตาล ทางฝั่งขวาของแม่น้ำป่าสัก ห่างจากที่ว่าการอำเภอประมาณ 6 กิโลเมตร นักท่องเที่ยวสามารถที่จะขับรถยนต์ขึ้นไปถึงบริเวณวัดได้ มีปูชนียสถานสำคัญคือเจดีย์ที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ สีขาวสวยตั้งตระหง่านอยู่ ชาวบ้านในท้องถิ่นกล่าวว่า มีคำเล่าลือกันว่าวันดีคืนดีจะเห็นดวงแก้ว สุกสว่างเหนือวิหารวัดเขาแก้วถือว่าเป็นการแสดงปาฏิหาริย์องสิ่งศักดิ์ สิทธิ์ที่บรรจุในองค์พระเจดีย์ เป็นที่อัศจรรย์เป็นอย่างมาก วัดนี้จึงได้ชื่อว่าวัดเขาแก้ว

ประวัติวัด

วัดเขาแก้ววรวิหาร เดิมเป็นวัดโบราณวัดหนึ่งตั้งอยู่บนเขา ริมแม่น้ำป่าสัก ในเขตท้องที่ตำบลต้นตาล อำเภอเสาไห้ จังหวัดสระบุรี เป็นวัดราษฎร์สร้างในสมัยกรุงศรีอยุธยา ในรัชสมัยพระเจ้าทรงธรรม ประมาณ ปี พ.ศ.2171 ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 4 กรุงรัตนโกสินทร์ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จนมัสการ พระพุทธบาทและจะเสด็จนมัสการพระพุทธฉายได้ทรงแวะพักไพร่พลขบวนราบ ณ พลับพลาท่าหิน ลานหน้า วัดเขาแก้ว พระองค์ได้เสด็จขึ้นทอดพระเนตรวัดเขาแก้ว ทรงเลื่อมใสในภูมิฐานของวัด ซึ่งตั้งอยู่บนภูเขาเล็กๆ แวดล้อมด้วยธรรมชาติที่งดงามเป็นที่สงบเหมาะสำหรับการบำเพ็ญสมณธรรม พระองค์ทรงมีพระราชศรัทธาที่จะ บูรณปฏิสังขรณ์วัดนี้ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าให้เจ้าพระยานิกรบดินทร์ (โต กัลยาณมิตร) เป็นแม่กอง ควบคุมการก่อสร้าง เจ้าพระยานิกรบดินทร์ได้จัดพวกนายกองโค พากันไปรับไม้เครื่องบนและสิ่งก่อสร้างจาก กรุงเทพฯ มาบูรณปฏิสังขรณ์พระอุโบสถ ปรับปรุงขยายให้ใหญ่กว่าเดิม ก่อกำแพงรอบพระอุโบสถขึ้นมาใหม่ สร้างกุฏิไว้ด้านทิศเหนือของเจดีย์และบูรณะองค์พระเจดีย์ของเดิมเมื่อเสร็จ แล้วมีพระกระแสรับสั่งให้สถาปนาวัดเขาแก้วขึ้นเป็นพระอารามหลวงพระราชทานนาม ว่า “วัดคีรีรัตนาราม”
เมื่อ พ.ศ.2546 สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิโนรส องค์สังฆประมุข เสด็จออกตรวจการ คณะสงฆ์จังหวัดสระบุรี เสด็จทอดพระเนตรวัดเขาแก้ว ทรงเห็นป้ายที่ติดไว้ท่าหินลาดหน้าวัดว่า “วัดคีรีรัตนาราม” รับสั่งว่าเป็นคำมคธ ทรงให้เรียกเป็นคำไทยว่า “วัดเขาแก้ว” ตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา

สิ่งที่น่าสนใจภายในวัด

บันไดนาคหันเศียรกลับ เป็นบันไดเดินขึ้นไปจากเชิงเขา ราวบันได้ซึ่งก็คือลำตัวนาคประดับด้วยกระจกสีสวยงาม มีสิงห์ยืนอยู่เหนือซุ้มประตู และทวารบาลเป็นรูปทหารแต่งเครื่องแบบอย่างตะวันตก

เจดีย์ ที่ตั้งอยู่ในฐานสูง มองเห็นแต่ไกล เป็นที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุและพระธาตุของพระสาวก ลักษณะเป็นเจดีย์ย่อมุมไม้สิบสอง สูงราว 34 เมตร เหนื่อขึ้นไปที่บัลลังก์เป็นบัวกลุ่ม ปล้องไฉนทำเป็นลายดอกบัวตูมคล้ายบัวหัวเสาเรียงขึ้นไปเจ็ดชั้น รอบองค์เจดีย์ทำเป็นซุ้มประดิษฐานพระพุทธรูปหินปางต่างๆ .ในอดีตจะมีสีต่างๆ ทั้งสีดำ สีขาว และสีเขียว แต่ปัจจุบันได้ลงสีใหม่ เป็นสีเหลืองทอง และมี 1 องค์ที่ยังคงเป็นสีดำอยู่ ต่ำลงมามีเจดีย์บริวารล้อมรอบทั้งสี่ทิศ

เจดีย์ปรางค์ห้ายอด องค์เล็กซึ่งตั้งอยู่ระหว่างหอระฆังและเจดีย์องค์ใหญ่ สร้างเมื่อ พ.ศ. 2413 ลักษณะเป็นปรางค์ห้ายอดแบบตรีมุข มุขด้านทิศใต้เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธบาทจำลอง และพระพุทธรูปทรงเครื่อง ด้านทิศตะวันออกประดิษฐานพระพุทธรูปปางป่าเลไลย์ และด้านทิศตะวันตกประดิษฐานพระพุทธรูปปางห้ามญาติ ซึ่งล้วนมีลักษณะงดงาม

จิตรกรรมฝาผนัง ส่วนที่ยังเหลืออยุ่คือบนหน้าจั่ว ด้านหนึ่งเป็นภาพธุดงควัตและอสุภกรรมฐาน คือ การปลงสังเวชซากมนุษย์ที่ตายไปแล้ว ส่วนอีกด้านเป็นภาพนรกภูมิ

ติดต่อสอบถามเพิ่มเติม

ประชาสัมพันธ์จังหวัดสระบุรี โทร. (036) 211 545, (036) 211 025
โรงพยาบาลจังหวัดสระบุรี โทร. (036) 211 008, (036) 316 555
โรงพยาบาลพระพุทธบาท โทร. (036) 266 111, (036) 323 291-6
สถานีตำรวจภูธรอำเภอเมืองสระบุรี โทร. (036) 211 011, (036) 211 014
สถานีขนส่งสระบุรี (บขส.) โทร. (036) 21 1810, (036) 230 676
สถานีรถไฟสระบุรี โทร. (036) 211 091
สถานีรถไฟแก่งคอย โทร. (036) 244 020, (036) 245 520
สถานีรถไฟบ้านหมอ โทร. (036) 201 311
ตำรวจทางหลวง โทร. 1193
ตำรวจท่องเที่ยว โทร. 1155

การเดินทาง

รถยนต์ส่วนตัว

จาก อ.เมือง สระบุรี ใช้ ถ.พิชัยฯ แล้วตรงเข้าทางหลวงหมายเลข 3041 ผ่านแยกเสาไห้ไปจนถึงสี่แยกไฟแดง ให้เลี้ยวขวา ข้ามสะพานข้ามแม่น้ำป่าสักไปจนถึงสามแยกให้เลี้ยวขวาเข้าทางหลวงหมายเลข 3225 ผ่านวัดท่าช้างเหนือไปประมาณ 2.5 กม. ทางเข้าวัดอยู่ด้านซ้าย ให้เลี้ยวเข้าไปอีก 200 ม. ก็จะถึงบริเวณวัด

 

ความเห็น

ความเห็น