ศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบน อันเนื่องมาจากพระราชดำริ

ศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบน อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ตั้งอยู่บริเวณอ่าวคุ้งกระเบน ตำบลคลองขุด อำเภอท่าใหม่ จังหวัดจันทบุรี เป็นโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงพระราชทานพระราชดำริไว้ เมื่อวันที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2524 ศูนย์ศึกษาการพัฒนาแห่งนี้ยังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวของจังหวัดจันทบุรี ได้รับรางวัลสถานที่ท่องเที่ยวดีเด่น ในปี พ.ศ. 2545 จากองค์กรอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว เนื่องจากเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดเยี่ยมเชิงพัฒนาและการวิจัย สอนให้นักท่องเที่ยวได้เรียนรู้ สภาพนิเวศและป่าชายเลน ริมชายฝั่งของจังหวัดจันทบุรี

สำหรับใครที่ชื่นชอบในธรรมชาติและบรรยากาศอันร่มรื่นของป่าชายเลนแล้วละก็ รับรองเลยว่า ถ้ามีโอกาสมายัง ศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบน อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ยัง อำเภอท่าใหม่ จังหวัดจันทบุรี เป็นต้องถูกอกถูกใจกับความอุดมสมบูรณ์ของแหล่งอนุบาลสัตว์ทะเลตัวน้อย ที่รอวันเติบใหญ่เพื่อจะคืนความสมดุลให้กับท้องทะเลอีกครั้งแน่นอนค่ะ

โดย ศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบน อันเนื่องมาจากพระราชดำริตั้งอยู่บริเวณ อ่าวคุ้งกระเบน มีพื้นที่ครอบคลุมทั้งหมดประมาณ 4,000 ไร่ หากบริเวณป่าชายเลนริมชายฝั่งทะเลที่จะพาไปชมในวันนี้ มีพื้นที่ราวๆ 200 ไร่ เป็นไปตามพระราชประสงค์ใน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อทำการฟื้นฟูและจัดการทรัพยากรชายฝั่งอย่างยั่งยืน ทั้งยังเป็นศูนย์กลางในการอบรมเผยแพร่ความรู้ที่ได้จากการศึกษาวิจัย นำมาพัฒนาด้านการประมงและการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ รวมถึงยังเป็นกำลังสำคัญในการอนุรักษ์สภาพแวดล้อมพร้อมๆ ไปกับการรักษาสมดุลของระบบนิเวศให้มีความอุดมสมบูรณ์ เมื่อเป็นเช่นนั้น ประชาชนในพื้นที่ใกล้เคียงซึ่งส่วนใหญ่ประกอบอาชีพทำประมงชายฝั่ง ก็พลอยจะมีแหล่งอาหารและรายได้ที่มั่นคงมากขึ้น และผลประโยชน์ต่อไปที่จะตามมาก็คือการสามารถส่งเสริมและพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวได้อีกเช่นกัน

ทั้งนี้ พื้นที่โดยรอบของป่าชายเลน นักท่องเที่ยวสามารถใช้สะพานเดินศึกษาธรรมชาติและป่าชายเลนอ่าวคุ้งกระเบน ในการเที่ยวชมตามจุดต่างๆ พร้อมกับข้อมูลความรู้เกี่ยวกับป่าชายเลนที่ติดอยู่ตรงศาลาเล็กๆ ให้ได้ทราบอยู่เป็นระยะ เริ่มต้นเส้นทางกันบริเวณ ศาลาที่ 1 กำเนิดอ่าวคุ้งกระเบน จุดนี้จะอธิบายลักษณะการกำเนิดอ่าวคุ้งกระเบน และป่าชายเลน ตามทฤษฎีธรณีสัณฐาน ว่ามีความเป็นมาอย่างไร เพื่อนำสิ่งที่ได้มาใช้ประกอบการเที่ยวชมยังจุดอื่นๆ ต่อไป เมื่อเดินผ่านจากจุดแรกมาแล้ว ตลอดสองข้างทางนั้นร่มรื่น เต็มไปด้วยต้นไม้นานาพรรณที่ขึ้นอย่างหนาแน่น และต้นไม้บางต้นจะมีป้ายชื่อวงศ์ติดกำกับเอาไว้ พร้อมกันนั้นเมื่อเดินต่อไปเรื่อยๆ ก็จะพบศาลาย่อยถัดๆ ไป ซึ่งให้ข้อมูลเกี่ยวกับพันธุ์ไม้ต่างๆ ทั้งต้นแสม ลำพู โกงกาง ว่ามีความพิเศษ หรือมีลักษณะเด่นอย่างไรบ้าง เรียกว่า นอกจากจะได้ความเพลิดเพลินแล้ว ก็ยังจะได้ความรู้กลับบ้านไปอีกด้วย

ขณะเดียวกันระหว่างเส้นทางในบางช่วงที่เดินชมนั้น นักท่องเที่ยวยังจะได้เห็น สัตว์น้ำตัวเล็กๆ เป็นต้นว่า ปลาตีน ปูแสม หรือแม้กระทั่ง แมงดาทะเล ที่พากันออกมาอวดโฉม ต้อนรับผู้มาเยือนซึ่งแสดงถึงความเจ้าบ้านที่ดี กระทั่งเมื่อเดินต่อไปเรื่อยๆ ก็จะมาถึง ศาลาชมวิว ที่สร้างยื่นออกไปในอ่าวสามารถมองเห็นแนว ป่าชายเลน ที่ทอดตัวยาวขนานไปกับผืนน้ำอย่างสวยงาม อีกทั้งนักท่องเที่ยวยังจะได้ชื่นชมวิถีชีวิตของชาวบ้านในการประกอบอาชีพทำประมงชายฝั่ง ซึ่งใครจะเรียกว่าเป็นตู้กับข้าวของผู้คนในฐานถิ่นนี้ก็ไม่ผิด เพราะยิ่งป่าชายเลนมีความสมบูรณ์มากเท่าไร สัตว์น้ำย่อมเจริญเติบโตและมีชุกชุมเป็นเงาตามตัว ชาวบ้านจึงยังคงรูปแบบในการดำเนินชีวิตด้วยการจับสัตว์น้ำเหมือนเคยไม่เปลี่ยนแปลง

ซึ่งทั้งหมดทั้งมวลต้องยกย่องใน พระอัจฉริยะภาพในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงเล็งเห็นความสำคัญของการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ซึ่งไม่เพียงแต่ ป่าชายเลนในจังหวัดจันทบุรี เท่านั้น ทว่าโครงการตามพระราชดำริอื่นๆ ที่ดำเนินการอยู่ทั่วประเทศ นั่นก็เพื่อประโยชน์สุขแก่พสกนิกรของพระองค์ท่าน และผลสำเร็จจากการทรงงานของพระองค์ท่าน ที่ตกแก่ราษฎรไม่ว่าจะทางตรงหรือทางอ้อม ก็ล้วนแต่เป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้จริงๆ

ช่วงเวลาทีเ่ปิดให้เข้าชม เปิดทุกวัน ตั้งแต่เวลาประมาณ 08.00 -17.00 น. ช่วงเวลาแนะนำในการเดินท่องเที่ยวคือ ช่วงเวลาประมาณ 09.00 – 11.00 น. หรือช่วงบ่าย ตั้งแต่เวลาประมาณ 15.00 – 17.00 น.

สิ่งอำนวยความสะดวก/ที่พัก

  • ทางศูนย์ศึกษาพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบน มีบริการห้องพัก สถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำ รวมไปถึงกิจกรรมอื่นๆ อย่างการพายเรือคายัคไว้คอยให้บริการอีกด้วยค่ะ

ติดต่อสอบถามเพิ่มเติม

ศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ โทร. (039) 433 216-8 โทรสาร (039) 433 209
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยสำนักงานระยอง (ระยอง จันทบุรี) โทร. (038) 655 420-1, (038) 664 585 โทรสาร (038) 655 422
สำหรับโรงเรียนหรือว่าหน่วยงานใดที่สนใจเข้ามาศึกษาเยี่ยมชมป่าชายเลน และต้องการวิทยากรบรรยาย ก็สามารถติดต่อสอบถามได้ที่ โทร (039) 433216-8 , (039) 433 210
ตำรวจทางหลวง ส.ทล.4 กก.3 จันทบุรี โทร. (039) 311 188
ประชาสัมพันธ์จังหวัด โทร. (039) 311 001
ไปรษณีย์จังหวัด โทร. (039) 311 013
สถานีขนส่งจังหวัด โทร. (039) 311 299
สถานีตำรวจภูธร อ.เมือง โทร. (039) 311 115
โรงพยาบาลขลุง โทร. (039) 441 644
โรงพยาบาลตากสิน โทร. (039) 321 759
โรงพยาบาลท่าใหม่ โทร. (039) 431 001-2
โรงพยาบาลพระปกเกล้า โทร. (039) 311 611-3

การเดินทาง

รถยนต์ส่วนตัว

จากกรุงเทพฯ ให้ใช้ถนนสุขุมวิทมุ่งหน้าสู่จังหวัดจันทบุรี กระทั่งถึงช่วงกิโลเมตรที่ 301-302 ให้เลี้ยวขวาที่แยกหนองสีงา จากนั้นวิ่งตรงเข้ามาตามเส้นทางหลักเรื่อยๆ อีกประมาณ 27 กิโลเมตร ซึ่งจะผ่านทั้งวัดวังหิน วัดรำพัน วัดท่าศาลา และเมื่อถึงทางแยกที่ตัดกับทางจะไปคุ้งวิมาน ก็ให้เลี้ยวซ้ายมุ่งหน้าตรงไปซักระยะ จะมีป้ายบอกจุดหมายคือศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบนอยู่ตลอดทาง

แผนที่

ความเห็น

ความเห็น