ศูนย์อนุรักษ์ป่าชายเลนคลองโคน

ศูนย์อนุรักษ์ป่าชายเลนคลองโคลน ตั้งอยู่ที่ต.คลองโคน อ.เมือง จ.สมุทรสงคราม นักท่องเที่ยวจะได้ชมป่าชายเลน ให้อาหารลิงแสม ชมวิถีชีวิตการทำประมงพื้นบ้าน การเลี้ยงหอยแครง หอยแมงภู่ หอยนางรม  ฯลฯ  สามารถไปเช้าเย็นกลับ หรือจะพักค้างคืนบนโฮมกระเตงเพื่อใกล้ชิดกับธรรมชาติก็ได้ค่ะ ในสมัยก่อนพื้นที่ป่าชายเลนบ้านคลองโคนถูกบุกรุกทำลาย เพื่อนำมาทำนากุ้งและทำประโยชน์อื่นๆ  ความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรทางทะเลใกล้ชายฝั่งได้สูญเสียไป  จนไม่สามารถทำการประมงชายฝั่งได้ ทำให้ประชากรในพื้นที่แยกย้ายไปประกอบอาชีพที่อื่น

ต่อมาในปี พ.ศ.2534  ชาวบ้านในพื้นที่โดยการนำของผู้ใหญ่ไพบูลย์ รัตนพงศ์ธระ (ชงค์) ได้ช่วยกันฟื้นฟูสภาพของป่าชายเลน เพื่อให้มีความอุดมสมบูรณ์เหมือนแต่ก่อน ในช่วง 3 ปีแรกไม่ประสบความสำเร็จ ต่อมาหน่วยงานรัฐเริ่มเห็นความสำคัญโดยเฉพาะเป็นพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จ พระเทพฯ ที่ทรงเห็นความสำคัญของการปลูกป่าชายเลนที่นี่ จึงได้เสด็จมาทรงปลูกป่าชายเลนที่นี่ด้วยพระองค์เองในปี พ.ศ.  2540, 2541, 2542, 2545  และ 2547  จนปัจจุบันพื้นที่ป่าชายเลนของบ้านคลองโคนกลับมาอุดมสมบูรณ์อีกครั้ง เกิดมีสัตว์น้ำชายฝั่งมากมาย สามารถทำการประมงเลี้ยงชีพได้อย่างพอเพียง  ชาวบ้านบางส่วนได้รวมตัวกันเป็นกลุ่มอาชีพตามความถนัด เช่น กลุ่มชาวเรือ กลุ่มทำอาหาร กลุ่มกระเตง (กระท่อมของชาวประมงที่ปลูกกลางทะเลเพื่อใช้เฝ้าฟาร์มหอยแครง)  และเกิดเป็นการเที่ยวเชิงอนุรักษ์ขึ้นมา

เริ่มต้นการผจญภัยโดยการล่องเรือชมระบบนิเวศน์ของป่าชายเลน ที่ชาวชุมชนร่วมใจกันพัฒนาฟื้นฟูผืนป่าชายเลนขึ้นมา ระหว่างนั่งเรือก็จะได้ชมวิถีชีวิตของชาวบ้านริมน้ำ สัตว์น้ำอย่างปูก้ามดาบ ปูแสม ปลาอีจัง ปลาตีน ก็มีให้เห็นตามชายฝั่ง พันธุไม้ป่าชายเลน ที่รู้จักกันโดยทั่วไปได้แก่โกงกางใบใหญ่ โกงกางใบเล็ก แสมพังกาหัวสุม ลำพู ลำแพน จาก  ตะบูน โปรงแดงโปรงขาว แสมขาว ตาตุ่ม โพธิ์ทะเล ปอทะเล และเหงือกปลาหมอก็ยังมีให้เห็น อีกจุดหนึ่งที่ไม่ควรพลาดคือการให้อาหารลิงแสม สัตว์ท้องถิ่นซึ่งมีความน่ารักแสนรู้เป็นอย่างมาก

เมื่อนั่งเรือเรื่อย ๆ ผ่านมายังปากน้ำก็จะได้พบเห็นวิถีการดำรงชีวิตของชาวบ้าน คือ การถีบกระดานเลนเก็บหอยแครง หอยตลับ ด้วยภูมิปัญญาของชาวบ้าน หากเราเหยียบลงบนเลนโดยตรงเลนก็จะดูดตัวเราลงไปประมาณต้นขา แต่หากเรานั่งบนกระดานเราก็สามารถถีบกระดานไปยังจุดไหนก็ได้ เพื่อหาหอยแครง จุดนี้นักท่องเที่ยวสามารถลงไปสัมผัสถึงโคลนดิน กลิ่นเลนได้อย่างแท้จริง บริเวณโดยรอบพื้นที่นี้ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ทำการประมงของชาวบ้าน อาทิ ทำฟาร์มหอยแมลงภู่ การลอยอวนจับกุ้ง การวางเบ็ดราว เป็นต้น

ในฝั่งทะเลอ่าวไทยจะพบวิถีชีวิตแบบนี้ได้ที่บ้านคลองโคลนเท่านั้น นั่งเรือออกไปไกลอีกสักหน่อย คนขับเรือจะพาไปรับลมเย็นกลางท้องทะเลที่ กระเตง (บ้านพักกลางทะเลที่เฝ้าฟาร์มหอย) ถ้าต้องการรับประทานอาหารทะเลสด ๆ บนนี้ก็สามารถแจ้งกับคนขับเรือได้ก่อน เพื่อจะได้จัดเตรียมมาให้พร้อมก่อนออกเดินทางไปอีกจุด พอถึงจุดปลูกต้นไม้นักท่องเที่ยวก็ต้องลงจากเรือมานั่งบนกระดานกัน เพราะก่อนกลับที่นี่เค้านิยมให้นักท่องเที่ยวได้มีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ป่าชายเลน ด้วยการให้ลงมือปลูกต้นลำพู โปรงแดงโปรงขาว เป็นที่ระลึกค่ะ

พอกลับมาถึงยังศูนย์ก็มีสถานที่อาบน้ำพร้อม มีของว่างและเครื่องดื่มไว้รับรอง หากใครสนใจจะพักค้างคืนบนกระเตง เพื่อหาประสบการณ์แปลกใหม่ที่นี่เค้าก็มีให้บริการ หรือถ้ามีเด็ก ๆ มาด้วยจะนอนโฮมสเตย์ของชาวบ้านหรือรีสอร์ทก็ได้ค่ะ

ข้อแนะนำเพิ่มเติม

  • เสื้อผ้าที่ใส่ลงไปนั่งเรือถีบกระดานควรเป็นสีดำหรือเข้มหน่อย และมีความสะดวกสบายในการทำกิจกรรมต่าง ๆ
  • เวลาที่เหมาะสมในการท่องเที่ยวคือ ตั้งแต่ 9.00 – 18.00 น.
  • ช่วงเวลาในการถีบเรือกระดาน คือ ระหว่างเดือนมีนาคม – เดือนกันยายน ของทุกปี

ติดต่อสอบถามเพิ่มเติม

ศูนย์อนุรักษ์ป่าชายเลนคลองโคน คุณเชษฐ์ (086) 177 7942, (083) 155 4141
ททท.สมุทรสงคราม โทร. (034) 752 847-8 ,(034) 752 846
สถานีเดินรถโดยสารประจำทาง โทร. (034) 716 962
สถานีรถไฟสมุทรสงคราม โทร. (034) 711 906
ประชาสัมพันธ์จังหวัด โทร. (034) 714 881
สถานีตำรวจภูธรอำเภอเมืองสมุทรสงคราม โทร. (034) 711 338, (034) 720 530-5
สถานีตำรวจภูธรอำเภออัมพวา โทร. (034) 751 300, (034) 725 625-7
สถานีตำรวจภูธรอำเภอบางคนที โทร. (034) 761 866, (034) 730 062-4
โรงพยาบาลอัมพวา โทร. (034) 751 846-7, (034) 752 560
โรงพยาบาลสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย โทร. (034) 723 044-9
ศูนย์บริการท่องเที่ยวเชิงเกษตร โทร. (034) 711 711, (034) 720 784
ตำรวจทางหลวง โทร. 1193
ตำรวจท่องเที่ยว โทร. 1155

การเดินทาง

รถยนต์ส่วนตัว ไปตามถนนพระราม 2 ประมาณกิโลเมตรที่ 72 จะเห็นปั๊มน้ำมันปตท. เลี้ยวซ้าย (ซอยที่มีป้ายทางเข้าพิพิธภัณฑ์พื้นบ้านเขายี่สาร) เข้าไปประมาณ 500 เมตร จากนั้นเลี้ยวซ้ายไปประมาณ 4 กิโลเมตร

ความเห็น

ความเห็น