อุทยานกล้วยไม้ป่าช้างกระ

อุทยานกล้วยไม้ป่าช้างกระ เที่ยวชมกล้วยไม้หลากหลายสายพันธุ์ตามธรรมชาติ บรรยากาศร่มรื่น อุทยานกล้วยไม้ป่าช้างกระอยู่ในวัดป่ามัญจาคีรี อยู่บนถนนสายมัญจาคีรี-ชนบท ห่างจากตัวอำเภอมัญจาคีรี 1 กิโลเมตร หรือห่างจากขอนแก่นประมาณ 57 กิโลเมตร บริเวณวัดเป็นเนินดินขนาดใหญ่กลางทุ่ง มีพื้นที่ประมาณ 15 ไร่

ประวัติวัดป่ามัญจาคีรี เดิมเรียกว่าวัดป่าโนนบ้านเค้า มีอายุประมาณ 500-700 ปี สร้างเมื่อประมาณ พ.ศ. 1800 – พ.ศ. 2300 โดยเจ้านางจอมจูมและบริวารซึ่งเดินทางมาปฏิบัติธรรม ณ บริเวณเนินดินกว้างใหญ่ มีนามว่าโนนบ้านเค้า อันร่มรื่นด้วยต้นมะขามใหญ่ที่มีกล้วยไม้ป่าเกาะอยู่ตามกิ่ง รอบโนนบ้านเค้ามีหนองน้ำอันอุดมสมบูรณ์ เจ้านางจอมจูม ได้สร้างสถูปหินทรายไว้เพื่อสืบทอดพระพุทธศาสนา

พ.ศ. 2335 กวนเมืองแสนได้พาผู้คนจากเมืองสุวรรณภูมิมาตั้งเมืองชลบท (ชนบท) ขึ้นตรงกับมณฑลนครราชสีมา ขยายอาณาเขตมายังชุมชนโนนบ้านเค้า ได้นำต้นจำปา (ลีลาวดี) มาปลูกที่วัดแห่งนี้ด้วย ปัจจุบันยังเหลือไว้เป็นหลักฐาน

พ.ศ. 2424 พระเกษตรวัฒนาได้อพยพผู้คนจากบ้านเมืองมาสมทบกับชุมชนโนนบ้านเค้า แล้วยกฐานะเป็นเมืองมัญจาคีรี ขึ้นกับมณฑลอุดร เนื่องจากภูมิประเทศไม่เหมาะสม ประกอบกับเกิดโรคระบาด จึงอพยพผู้คนไปตั้งเมืองใหม่ที่ดอนเหมือดแอ่ ทิศตะวันตกของบึงกุดเค้าอันเป็นที่ตั้งของเมืองมัญจาคีรีในปัจจุบัน โนนบ้านเค้าจึงเป็นเมืองร้างถึง 40 ปี ต่อมาหลวงปู่เขียวได้ธุดงค์มาพบ จึงได้บูรณะและสร้างศาสนสถานคือสิมกลางน้ำ บริเวณหนองบัวน้อย ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของโนนบ้านเค้า ปัจจุบันถูกไฟไหม้เสียหายทั้งหลัง

พ.ศ. 2486 ได้สร้างวัดขึ้นมาอีกครั้งในบริเวณเดิมชื่อ วัดป่ามัญจาคีรีวนาราม แต่คนยังเรียกว่าวัดป่าโนนบ้านเค้าติดปากเหมือนเดิม และได้ถูกทำนุบำรุงจากพุทธศาสนิกชนจนเจริญรุ่งเรืองมาโดยลำดับ เปลี่ยนเจ้าอาวาสมาหลายรูป ปัจจุบันพระครูกันตสีลานุยุตเป็นเจ้าอาวาส

สิ่งที่น่าสนใจภายในวัด

  • กล้วยไม้ป่าช้างกระ เป็นกล้วยไม้สายพันธุ์หนึ่งที่ขึ้นอยู่ตามต้นไม้ มีมากบนต้นมะขามหลายต้น เดิมทีเดียวเคยมีการสำรวจว่ามีจำนวนประมาณ 4000 ต้น ต้นมะขามแต่ละต้นจะมีกล้วยไม้อยู่หนาแน่นมาก บางต้นอยู่สูงมาก บางต้นอยู่ระดับสายตา บางต้นอยู่ต่ำสูงจากพื้นดินเพียงไม่กี่เซนติเมตร แต่น่าเสียดายเป็นอย่างมากที่ทุกวันนี้ กล้วยไม้ป่าช้างกระ ได้ลดจำนวนลงไปมาก นั่นก็เพราะมีคนมาขโมยตัดเอาไปขาย ตอนที่กล้วยไม้ป่าช้างกระของวัดป่ามัญจาคีรีเป็นที่รู้จักกันได้ไม่นาน มีคนมาสั่งซื้อไปเป็นกระสอบๆ ให้ราคาดีด้วย จึงเหลือกล้วยไม้ไม่มากนัก แต่ก็ยังเหลือมากพอที่จะสร้างความประทับใจให้กับผู้มาเยือนได้ไม่น้อย กล้วยไม้ป่าเหล่านี้ขึ้นอยู่บนต้นไม้หลายต้น เรียงกันไปตามทางเดินและบริเวณรอบๆ มีทั้งช่อที่สูงและช่อที่เตี้ย กลิ่นหอมของกล้วยไม้ป่าเหล่านี้โชยให้นักท่องเที่ยวได้กลิ่นอันน่าหลงไหลอยู่ตลอดเวลา
  • ต้นกระบองเพชร เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ดึงดูดความสนใจของนักท่องเที่ยวได้ไม่น้อยเลย เพราะขนาดที่ใหญ่มากเรียกว่าสูงท่วมหัวเลย แถมยังออกดอกเต็มต้นไปหมดอย่างไม่เคยเห็นมาก่อนด้วย นอกจากนี้บริเวณวัดยังมีต้นไม้เก่าแก่จำนวนมากที่มีอายุหลายร้อยปี โดยเฉพาะต้นมะขาม และยังมีต้นตะโก กระถินป่า รวมประมาณ 280 ต้น
  • ผ้าไหมชนบท อำเภอชนบทเป็นแหล่งผลิตผ้าไหมมัดหมี่ ซึ่งมีชื่อเสียงที่สุดแห่งหนึ่งของภาคอีสาน มีร้านขายผ้าไหมทั้งผ้าผืนและเสื้อสำเร็จรูปจำหน่ายในตัวอำเภอ สามารถเยี่ยมชมกระบวนการผลิต กรรมวิธี ‘มัดหมี่’ ได้ทุกวัน

ช่วงเวลาน่าเที่ยว

กล้วยไม้เหล่านี้จะเริ่มออกช่อในราวเดือนธันวาคมและดอกสีชมพูขาวจะชูช่อบานเต็มที่ในช่วงเดือนมกราคมถึงกุมภาพันธ์ของทุกปี

ติดต่อสอบถามเพิ่มเติม

สำนักงาน ททท. ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เขต 3 โทรศัพท์ 0-4324-4498-9
หรือ ศูนย์ส่งเสริมการท่องเที่ยว 0-4387-1074
ศูนย์บริการข้อมูลท่องเที่ยว ( Call Center) 1147

การเดินทาง

รถยนต์ส่วนตัว
จากถนนมิตรภาพ (ทางหลวงหมายเลข 2) เลี้ยวซ้ายเข้าอำเภอชนบท ตามทางหลวงหมายเลข 229 (ชนบท-มัญจาคีรี) ทางเข้าวัดอยู่ซ้ายมือ ก่อนเข้าตัวเมืองมัญจาคีรี 1 กิโลเมตร ระยะทางจากถนนมิตรภาพประมาณ 35 กิโลเมตร
จากขอนแก่นใช้เส้นทางทางหลวงหมายเลข 2731 (ขอนแก่น-พระยืน) ต่อเข้าถนนหมายเลข 2092 (พระยืน-มัญจาคีรี) ระยะทางจากตัวเมืองขอนแก่นประมาณ 57 กิโลเมตร

แผนที่

ความเห็น

ความเห็น