อุทยานแห่งชาติภูสอยดาว

อุทยานแห่งชาติภูสอยดาว แต่เดิมเป็นวนอุทยานภูสอยดาว ได้สำรวจจัดตั้งเป็นวนอุทยานภูสอยดาว โดยสำนักงานป่าไม้เขตพิษณุโลก เมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2533 มีพื้นที่เพียง 20,000 ไร่ จนกระทั่งปีงบประมาณ พ.ศ. 2535 กรมป่าไม้ได้จัดสรรงบประมาณให้สำนักงานป่าไม้เขตพิษณุโลกทำการสำรวจพื้นที่ เพิ่มเติมเพื่อผนวกเข้ากับพื้นที่เดิมของวนอุทยานภูสอยดาว ผลการสำรวจพื้นที่เพิ่มเติมในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าน้ำปาด ท้องที่อำเภอน้ำปาด จังหวัดอุตรดิตถ์ และในเขตป่าไม้ถาวรตามป่าภูสอยดาวท้องที่อำเภอน้ำปาด จังหวัดอุตรดิตถ์ป่าภูสอยดาว ท้องที่อำเภอชาติตระการ จังหวัดพิษณุโลก ตามมติคณะรัฐมนตรีได้เนื้อที่รวม 48,962.5 ไร่ หรือ 78.34 ตารางกิโลเมตร

ต่อมาในเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2536 สำนักงานป่าไม้เขตพิษณุโลกได้ขอจัดตั้งวนอุทยานภูสอยดาวเป็นอุทยานแห่งชาติภูสอยดาว ได้รายงานให้กรมป่าไม้ทราบว่า พื้นที่วนอุทยานภูสอยดาวเป็นพื้นที่ที่มีสภาพป่าค่อนข้างสมบูรณ์ จึงเห็นสมควรที่จะรักษาพื้นที่ป่าแห่งนี้ไว้เป็นพื้นที่ป่าอนุรักษ์ และพื้นที่ใกล้เคียงยังมีสภาพป่าธรรมชาติที่สมบูรณ์ สามารถผนวกเป็นเขตอุทยานแห่งชาติได้อีกเป็นจำนวนมาก โดยกำหนดให้เป็นอุทยานแห่งชาติภูสอยดาว จนกระทั่งปี 2551 ได้มีพระราชกฤษฎีกากำหนดให้เป็นอุทยานแห่งชาติ ซึ่งประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 125 ตอนที่ 71 ก ลงวันที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2551

แหล่งท่องเที่ยว

  1. น้ำตกภูสอยดาว  อยู่ริมเส้นทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1268 ใกล้กับที่ทำการอุทยานแห่งชาติ มีทั้งหมด 5 ชั้น แต่ละชั้นมีชื่อไว้อย่างไพเราะว่า ภูสอยดาว สกาวเดือน เหมือนฝัน กรรณิการ์ และสุภาภรณ์ มีน้ำไหลตลอดปี
  2. น้ำตกหลุมพบ
  3. น้ำตกสายทิพย์  เป็นน้ำตกขนาดเล็ก มี 7 ชั้น ความสูงแต่ละชั้นประมาณ 5-10 เมตร สภาพป่าโดยรอบน้ำตกมีความชุ่มชื้นมาก จึงมีมอสส์สีเขียวขึ้นปกคลุมทั่วไปตามก้อนหินริมน้ำ
  4. ทุ่งดอกไม้ในป่าสน   ช่วงฤดูฝน ระหว่างเดือนสิงหาคมถึงเดือนกันยายนของทุกปี จะมีดอกไม้ดินชูช่อแย่งกันออกดอกเป็นกลุ่มหนาแน่น เช่น ดอกหงอนนาค, ดอกสร้อยสุวรรณา และดอกหญ้ารากหอม ในฤดูหนาวจะมีดอกกระดุมเงิน, กล้วยไม้รองเท้านารีอินทนนท์ และต้นเมเปิลซึ่งจะเปลี่ยนเป็นสีแดงสวยงามมาก
  5. ลานสนสามใบภูสอยดาว  เป็นพื้นที่ป่าธรรมชาติ มีพื้นที่ประมาณ 1,000 กว่าไร่ เป็นที่ราบบนเทือกเขาภูสอยดาว ตั้งอยู่สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 1,633 เมตร สภาพพื้นที่ของลานสนสามใบจะเป็นเนินสูงต่ำสลับกันไป เป็นป่าสนสามใบ พืชชั้นล่างเป็นทุ่งหญ้ากว้างใหญ่ การเดินทางไปเที่ยวลานสนสามใบภูสอยดาว ต้องเดินทางเท้าจากน้ำตกภูสอยดาวริมเส้นทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1268 ขึ้นสู่ยอดภูสอยดาวระยะทางประมาณ 6.5 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินเท้าประมาณ 4-6 ชั่วโมง
  6. หลักเขตไทย-ลาว  เป็นหลักเขตที่ปักปันเขตแดนแบ่งระหว่างประเทศไทยและประเทศลาว มีขึ้นหลังสงครามบ้านร่มเกล้า

สิ่งอำนวยความสะดวก/ที่พัก

  • ที่จอดรถ  มีที่จอดรถให้บริการแก่นักท่องเที่ยว
  • บริการอาหาร มีร้านอาหารไว้บริการนักท่องเที่ยว เฉพาะทางขึ้นภู
  • ลานกางเต๊นท์ อุทยาน แห่งชาติจัดเตรียมเต็นท์และสถาน ที่กางเต็นท์ ไว้ให้บริการนักท่องเที่ยว การสำรองที่พักเต็นท์สามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดและสำรองที่พักเต็นท์ได้ กับอุทยานแห่งชาติโดยตรง
  • ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว มีศูนย์ บริการนักท่องเที่ยว ให้บริการข้อมูลเกี่ยวกับอุทยานแห่งชาติ นักท่องเที่ยวสามารถเข้ามาขอรับบริการข้อมูลได้ทุกวัน ไม่เว้นวันหยุดราชการ ระหว่างเวลา 8.00 – 16.30 น.
  • สุขาชาย-หญิง และ ห้องอาบน้ำ

สิ่งที่ควรรู้อื่นๆ และการเตรียมตัว
– ค่าลูกหาบกิโลกลัมละ 20 บาทต่อเที่ยว มันจำขยะ 100 บาทต่อคณะ ตอนลงนำขยะลงมารับเงินมัดจำคืน
– ค่าเข้าอุทยานคนละ 40 บาท
– ควรฝึกเดินระยะทางไกลๆ
– รองเท้าที่ใช้เดินควรเป็นแบบรองเท้าผ้าใบมีดอก หรือสต็ดดอยหรือจีนแดง
– เตรียมโทรศัพท์มือถือไปด้วยเผื่อมีอุบัติเหตุฉุกเฉิน แต่สัญญานมีแค่บางจุดต้องเดินไปปรมาณ 500 เมตร (เฉพาะ AIS และ ดีแท็ค)
– เต็นท์ ถุงนอน แผ่นรองนอน อุทยานมีให้เช่าอย่างละ 30 บาท/คืน และจะต้องมีผ้ายางคุลมเตนท์ และผ้ายารองเตนท์เพื่อป้องกัน น้ำฝนเตรียมไปเอง
– หม้อสนาม และอุปกรณ์เครื่องครัว
– ด้านบนภูมีเตาอั้งโล่ให้เช่า ดังนั้นต้องเตรียมถ่านไปด้วย ซึ่งถ่านจะต้องเตรียมทั้งแบบไม้ที่ติดไฟง่าย และถ่านอัดก้อนที่ติดไฟนาน แนะนำใช้หัวแก๊ซดีกว่า
– ซอฟเฟวหรืออื่นๆ สำหรับป้องกันยุงและแมลง(คุ้น)
– อาหารต้องเตรียมไปทั้งหมดเลย อยากกินอะไรก็เตรียมไปเอง ไม่มีร้านค้าด้านบนและตามรายทาง
– น้ำไม่ต้องเตรียมไปเพราะด้านบนมีน้ำฝนที่เจ้าหน้าที่รองไว้และน้ำในลำธารที่นำมาต้มดื่มได้ เตรียมไว้แค่ไว้กินตอนเดินขึ้นระหว่างทาง
– ไฟฉายสำหรับเวลากลางคืน และตะเกียงให้ความสว่างตอนกลางคืน
– มีห้องน้ำและห้องอาบน้ำ แต่จะต้องไปตักน้ำเอาเอง มีถังให้ยืมไปตักน้ำได้ ห้ามลงอาบน้ำล้างจานในลำธารเด็ดขาด (อย่าให้เจอนะ)
– เตรียมเสื้อกันฝนไปด้วยเพราะตกอย่างแน่นอน
– เสื้อผ้าสัมภาระต้องนำใส่ถุงมัดให้แน่นก่อนที่จะใส่กระเป๋าเพื่อป้องการการเปียกจากน้ำฝน

ติดต่อสอบถามเพิ่มเติม

นักท่องเที่ยวสามารถเข้ามาขอรับบริการข้อมูลได้ทุกวัน ไม่เว้นวันหยุดราชการ ระหว่างเวลา 8.00 – 16.30 น.
โทร 055-436793, 055-436001, 055-436002

การเดินทาง
รถยนต์ส่วนตัว

สามารถไปได้ 2 เส้นทางคือ

  1. จากจังหวัดพิษณุโลก ไปตามทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 11 แล้วแยกเข้าทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1246 ถึงบ้านแพะแยกเข้าทางหลวงหมายเลข 1143 ผ่านอำเภอชาติตระการ แยกเข้าทางหลวงหมายเลข 1237 ผ่านบ้านบ่อภาคไปบรรจบกับเส้นทางแผ่นดินหมายเลข 1268 ถึงน้ำตกภูสอยดาว อุทยานแห่งชาติภูสอยดาว รวมระยะทางประมาณ 188 กิโลเมตร
  2. โดยใช้เส้นทาง อุตรดิตถ์-น้ำปาด (ทางหลวงหมายเลข 1047) ออกจากจังหวัดอุตรดิตถ์ พอถึง อ.น้ำปาดให้เลี้ยวรถเข้าไปใช้ ทางหลวงจังหวัด หมายเลข 1239 แล้วขับรถไปอีกประมาณ 46 กม. แล้วจึงเลี้ยวรถเข้าไปใช้ทางหลวงจังหวัดหมายเลข 1268 ขับรถไปประมาณ 19 กิโลเมตรก็จะถึง อุทยานแห่งชาติภูสอยดาว

แผนที่

ความเห็น

ความเห็น