วัดสักกะวัน

วัดสักกะวัน ดูโครงกระดูยักษ์ กราบหลวงพ่อไดโนเสาร์ ขอพรหลวงพ่อบันดาลฤทธิผล วัดสักกะวันตั้งอยู่ที่เชิงภูกุ้มข้าว อำเภอสหัสขันธ์ จังหวัดกาฬสินธุ์

สิ่งที่น่าสนใจภายในวัด

1. พิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ภูกุ้มข้าว ความโดนเด่นของวัดนี้คือ เป็นสถานที่ค้นพบกระดูกไดโนเสาร์จำนวนมาก โดยซากกระดูกบางส่วนได้นำมาจัดแสดงที่ศาลาวัด มีการจัดนิทรรศการการแสดงความเป็นมาของการ เกิดไดโนเสาร์ยุคต่างๆ รวมทั้งรูปภาพการขุดค้นพบซากกระดูกเหล่านี้ นอกจากนั้น ห่างจากศาลาวัดไปประมาณ 100 เมตรมีโครงกระดูกไดโนเสาร์ฝังอยู่ในพื้นดินบริเวณเชิงเขา ได้รับการขุดแต่งโดยเจ้าหน้าที่กรมทรัพยากรธรณี เป็นซากกระดูกไดโนเสาร์ชนิดซอโรพอด มากกว่า 1 ตัว ซึ่งอยู่ในยุคจูแรสสิคตอนปลาย (ประมาณ 150 ล้านปีมาแล้ว)

2. ไหว้หลวงพ่อบ้านด่านหรือหลวงพ่อบันดาลฤทธิผล เป็นพระพุทธรูปโบราณ ประดิษฐานอยู่ในวิหารเชิงเขาด้านหน้าโบสถ์ ในวัดสักกะวัน บริเวณเชิงภูกุ้มข้าว  เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัยแกะสลักจากหินทราย ศิลปะทวารวดี ปัจจุบันทาสีทองทั้งองค์ ชาวเมืองสหัสขันธ์ถือเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง เป็นพระพุทธรูปองค์ประธานในพิธีงานบุญทางศาสนาที่สำคัญของอำเภอ นักท่องเที่ยวสามารถแวะสักการะก่อนไปยังแหล่งไดโนเสาร์ภูกุ้มข้าว

3. กราบ“หลวงปู่ไดโนเสาร์”  หรือ พระญาณวิสาลเถร ประมาณปี 2534 ท่านได้พบนิมิตโอภาส คือพบแสงสว่างที่ใสมากเป็นแสงที่ท่านไม่เคยพบในโลกนี้สว่างไปทั่วโลกธาตุ สว่างทั้งจักรวาล มองทะลุภูเขา มองทะลุต้นไม้มองเห็นทุกอย่างอยากเห็นสิ่งใดก็เห็นไปหมด แล้วก็ปรากฏสัตว์ชนิดหนึ่ง คอยาว ตัวใหญ่กว่าช้างเท้าใหญ่เท่ากระบุง เดินไปเดินมาในบริเวณภูกุ้มข้าว กินยอดไม้ เล่นน้ำ และล้มลงตายขณะที่เห็นมีลักษณะเป็นเหมือนฟิล์มหนังกลางแปลงในสมัยก่อนพอสัตว์นั้นตายลงก็หมดม้วนพอดี เป็นอย่างนี้อยู่สองสามครั้งในปี 2536 และปี 2537 ก็มีลักษณะเดียวกัน

ครั้งสุดท้ายพอเห็นจบแล้วก็มีเสียงมาบอกว่า “จะมาขออยู่ด้วยเตรียมตัวไว้พรุ่งนี้จะมีฝนมาจากทิศอุดรห่าใหญ่ผมจะมากับฝน” ครั้งล่าสุดท่านเข้าปฏิสลีได้เพียงสามวันเท่านั้นก็เก็บบาตรและกลดลงจากยอดเขา สั่งให้พระเณรเก็บสิ่งของไปไว้บนกุฏิ เวลาประมาณเที่ยงวันฝนก็เริ่มตั้งเค้าและตกลงมาอย่างไม่ลืมหูลืมตา หลวงปู่ท่านได้กางร่มเดินออกมาตรวจบริเวณวัดขณะฝนตก ด้วยลมที่กรรโชกและห่าฝนที่กระหน่ำตกลงมาอย่างไม่ลืมหูลืมตาทำให้ร่มในมือหลวงปู่โดนพัดไปเหลือแต่ด้ามเท่านั้น ท้องฟ้าบริเวณทั้งมืดมิดจนมองไม่เห็นสิ่งใด หลวงปู่จึงนั่งลงตรงที่เห็นสัตว์นั้นตายในนิมิต ฝนตกกว่าสามชั่วโมงจึงเริ่มซาและหายไปในที่สุด จากฟ้าที่มืดก็ปรากฏแสงสว่างขึ้นมา แผ่นดินที่เคยสูงโดนน้ำเซาะจนเห็นเป็นกระดูกชิ้นใหญ่ หลายสิบชิ้นกระจัดกระจายอยู่ทั่วไปในบริเวณที่ท่านนั่ง ท่านก็สั่งให้คนเก็บกระดูกนั้นไว้และส่งข่าวไปยังนายอำเภอเพื่อมาตรวจสอบ ทางอำเภอจึงส่งข่าวไปยังศูนย์วิจัยไดโนเสาร์ที่ อ.ภูเวียง จ.ขอนแก่น เจ้าหน้าที่ก็ได้มาตรวจสอบปรากฏว่าเป็นไดโนเสาร์พันธุ์กินพืชที่ใหญ่เก่าแก่และสมบูรณ์ที่สุดเท่าที่มีการค้นพบมา (ภายหลังให้ชื่อว่า อีสานโนซอรัสสิรินธรเน่)

ต่อมามีการแจ้งว่าจะมีการจะขอทำการขุดค้นเพิ่มเติมจึงกราบเรียนถามองค์หลวงปู่เพื่อชี้จุดที่เห็นในนิมิตเพิ่มเติมท่านจึงได้ชี้ใต้ต้นไม้ทางทิศเหนือของวัดก็พบฟอสซิลไดโนเสาร์อีกหลายตัว ปัจจุบันคือ “อาคารหลุมขุดค้นไดโนเสาร์พระญาณวิสาลเถร” เพื่อเป็นอนุสรณ์แก่ผู้ค้นพบครั้งแรก) อีกทั้งยังมีการรวบรวมฟอสซิลไดโนเสาร์จากทั่วสารทิศมารวมที่วัดสักกะวันและก่อสร้างพิพิธภัณฑ์เพื่อศึกษาเกี่ยวกับสัตว์โลกล้านปีได้รับพระราชทานนามว่า “พิพิธภัณฑ์สิรินธร”

คณะศิษย์ยานุศิษย์ ลูกหลาน จึงถวายฉายานามหลวงปู่ว่า “หลวงปู่ไดโนเสาร์” และเรียกกันมาจวบจนปัจจุบัน

ติดต่อสอบถามเพิ่มเติม

สำนักงานจังหวัดกาฬสินธุ์ โทร. 043-811-620 ต่อ 41124 โทรสาร. 043-811-620 ต่อ 41166
E-mail : kalasin@moi.go.th
หรือ ททท. สำนักงานตะวันออกเฉียงเหนือ เขต 3 (ขอนแก่น, มหาสารคาม, ร้อยเอ็ด, กาฬสินธุ์)
โทร. 043-244-498 – 9

การเดินทาง

รถยนต์ส่วนตัว

จาก อ.เมืองใช้ทางหลวงหมายเลข 227 ไปทาง อ.สหัสขันธ์ผ่าน ร.ร.หนองสอพิทยาคม สี่แยกนิคมสร้างตนเองลำปาวไปประมาณ 4 กม. พบ ร.ร.สหัสขันธ์ศึกษาทางขวาข้างโรงเรียนมีทางแยกให้เลี้ยวเข้าไปตามทางประมาณ 1 กม. ถึงบริเวณวัด

รถประจำทาง ขึ้นรถสายกาฬสินธุ์-สหัสขันธ์ ลงปากทางวัดสักกะวัน แล้วเดินต่ออีก 1 กม.

แผนที่

ความเห็น

ความเห็น