กรุงเทพมหานคร

ตลาดนัดรถไฟ ศรีนครินทร์

ตลาดนัดรถไฟ ศรีนครินทร์ ขาช็อป ขาชิล ขาชิม ห้ามพลาดที่นี่เลยค่ะ ตลาดนัดรถไฟ ศรีนครินทร์ ตั้งอยู่ในซอยศรีนครินทร์ 51 ด้านหลังห้างซีคอนสแควร์ ถือเป็นตลาดกลางคืนที่เอาใจคนที่ชื่นชอบของโบราณ ในบรรยากาศคล้ายๆ กับตลาดรถไฟ จตุจักร ที่ให้อารมณ์คล้ายๆ กับย้อนเข้าไปสู่ยุคเก่า เพราะเป็นแหล่งรวมเฟอร์นิเจอร์ ของสะสม ของตกแต่งบ้านสุดคลาสสิก รถโบราณ อะไหล่รถคลาสสิก จักรยานโบราณ เสื้อผ้าวินเทจ ของฝากสุดชิค ตุ๊กตาหลากแบบ และสินค้าอื่นๆ ให้เลือกชมเลือกซื้อมากมาย ใครชอบช้อปคงจะเพลิดเพลินไม่น้อย ที่สำคัญต่อรองได้ และราคาไม่แพงเกินความสามารถในการจับจ่าย รวมถึงมีอาหารอร่อยๆ เครื่องดื่มเย็นๆ ให้ได้จิบกันเพลินๆ อีกด้วย แถมยังมีพื้นที่กว้างขวาง ไม่อึดอัด เดินสะดวก มีที่จอดรถสะดวกสบาย มีรถเมล์ผ่านหลายสายด้วยค่ะ ภายในตลาด แบ่งเป็น 2 โซน คือ โซนตลาดนัด และโซนพลาซ่า สิ่งที่เห็นในตลาดนัดนั้นก็คับคั่งไปด้วยของกินอร่อยๆ ของเก่าๆ แนวๆ Retro, Vintage Style เสื้อผ้า และอื่นๆ ร้านกิน […]

อ่านต่อ

สวนวชิรเบญจทัศ(สวนรถไฟ)

สวนวชิรเบญจทัศ(สวนรถไฟ) ไปเดินชิลๆหรือปั่นจักรยาน ออกกำลังกาย สูดอากาศบริสุทธิ์ท่ามกลางเมืองกรุงกันค่ะ สวนวชิรเบญจทัศ ตั้งอยู่ที่ ถนนกำแพงเพชร 3 แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพ สวนรถไฟ แต่ก่อนเคยใช้เป็นสนามกอล์ฟของการรถไฟแห่งประเทศไทย มีเนื้อที่ 375 ไร่ ต่อมาได้สร้างเป็นสวนสาธารณะเพื่อให้เป็นศูนย์กลางในการพักผ่อนหย่อนใจและออกกำลังกายของประชาชนในย่านใกล้เคียง มีส่วนที่เป็นสนามกอล์ฟเดิมสำหรับให้เด็ก ๆ ได้ฝึกหัดเล่นกอล์ฟ มีเจ้าหน้าที่ให้คำแนะนำเกี่ยวกับพันธุ์ไม้แก่ผู้ที่สนใจ มีสวนพฤกษศาสตร์ สวนสมุนไพรนานาชนิด ลานกีฬา สวนพุทธศาสนา สวนพิพิธภัณฑ์รถไฟ ตลอดจน สระว่ายน้ำ และยังจัดเป็นที่กางเต็นท์พักแรมของเด็กนักเรียน ซึ่งสามารถศึกษานกหลายชนิดที่มีอยู่เองตามธรรมชาติได้อีกด้วย เพราะในสวนมีต้นไม้ขนาดใหญ่อยู่เป็นจำนวนมาก ทั้งนี้ ศูนย์กีฬาแห่งนี้ ประกอบด้วย สำนักงาน ห้องฟิตเนส ห้องฝึกโยคะ ห้องเปลี่ยนเครื่องแต่งตัว ห้องอาบน้ำ ห้องสุขา สระว่ายน้ำขนาด 25 เมตร สนามเทนนิส 7 สนาม มีสนามกลาง(Center Court) 1 สนาม และสนามฟุตซอล 4 สนาม มีสนามกลาง(Center Court) 1 สนาม […]

อ่านต่อ

ตลาดนัดสวนจตุจักร

ตลาดนัดสวนจตุจักร หรือที่เรียกกันอย่างย่อ ๆ ว่า JJ Market ตั้งอยู่ที่ถนนกำแพงเพชร 3 แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพฯ เป็นตลาดนัดที่ใหญ่ที่สุดในโลก ปัจจุบัน ในกรุงเทพฯ แทบจะไม่มีใครไม่รู้จักสวนจตุจักร ที่นี่เป็นแหล่งตลาดนัดที่ใหญ่ที่สุด มีร้านแฟชั่นทันสมัย ร้านไม้โบราณหรือแกะสลัก ร้านขายสัตว์เลี้ยงมากมาย อย่างสุนัข นก แมวและปลาหลายชนิด ทั้งหมดเหล่านี้จะพบได้ที่นี่ สำหรับตลาดนัดจตุจักรมีจำนวนแผงค้าทั้งหมดมากกว่า 9,000 แผงค้า และสินค้าหลากชนิดให้คุณได้เลือกสรร แบ่งเป็น 27 โครงการ มีสินค้า 8 ประเภท ได้แก่ ผักและผลไม้ เสื้อผ้า สัตว์เลี้ยง ต้นไม้ อาหารปรุง อาหารสำเร็จรูป อาหารสด และเบ็ดเตล็ด ตลาดแห่งนี้มีความเป็นมายาวนานกว่า 66 ปี เริ่มตั้งแต่ปี พ.ศ. 2491 ในสมัยจอมพล ป. พิบูลสงคราม เป็นนายกรัฐมนตรีรัฐบาลมีนโยบายให้จัดตั้งตลาดนัดขึ้นในทุกจังหวัด สำหรับกรุงเทพนั้นได้เลือกสนามหลวงเป็นสถานที่จัดตลาดนัด แต่เพียงไม่ถึงปีทางราชการก็ย้ายตลาดนัด ไปอยู่ในพระราชอุทยานสราญรมย์แล้วจึงย้ายออกไปตั้งอยู่บริเวณสนามไชย และย้ายตลาดนัดกลับไปอยู่ที่สนามหลวงในปี […]

อ่านต่อ

สยามโอเชี่ยนเวิร์ล

สยามโอเชี่ยนเวิร์ล  เป็นอุทยานสัตว์น้ำที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตั้งอยู่บริเวณชั้นใต้ดินของสยามพารากอน ศูนย์การค้าชื่อดังที่เป็นทั้งแหล่งช้อปปิ้งและความบันเทิงอย่างเต็มรูปแบบ ที่นี่คุณจะได้สัมผัสความน่ารัก และสวยงามของโลกใต้ทะเลอย่างใกล้ชิด เปิดโลกกว้างให้คุณได้เรียนรู้และสัมผัสประสบการณ์จริงเกี่ยวกับชีวิตใต้น้ำ ตื่นตาตื่นใจไปกับอาณาจักรใต้ทะเลอันน่ามหัศจรรย์ ผจญภัยไปกับกิจกรรมสนุกสนานที่ตื่นเต้น เร้าใจ ให้ทั้งความรู้ ประสบการณ์แปลกใหม่และความสนุกสนานท้าทายกับการท่องเที่ยวเชิงผจญภัย พลาดไม่ได้เลยค่ะ อุทยานสัตว์น้ำแห่งนี้มีความกว้างใหญ่เป็นอย่างมาก ด้วยเนื้อที่กว่า 10,000 ตารางเมตรและจุน้ำได้ถึง 4 ล้านลิตร ภายในอุทยานจะมีการจัดแสดงสัตว์น้ำ แบ่งเป็นโซนๆดังนี้ค่ะ โซนแรก “โซนแปลกประหลาดและอัศจรรย์เกินคาด” ในบริเวณนี้ นักท่องเที่ยวจะได้พบกับสิ่งมีชีวิตแปลกๆที่ไม่เคยพบ ไม่เคยเห็นมาก่อนมากมาย โซนที่ 2 “โซนแนวปะการัง” บริเวณนี้ ผู้ชมจะได้เห็นว่ามีสิ่งมีชีวิตอะไรบ้างที่อาศัยบริเวณแนวปะการัง ทั้งนี้ โซนนี้จะมีการจัดแสดงในแทงก์ขนาดใหญ่ ที่มีความสูงถึง 8 เมตร โซนที่ 3 “โซนกฎเหล็กเพื่อการอยู่รอด” บริเวณนี้ผู้เข้าชมจะได้เรียนรู้การปรับตัวของสิ่งมีชีวิตเพื่อป้องกันอันตรายจากศัตรูและสิ่งแวดล้อม ทำให้สามารถมีชีวิตรอดต่อไปได้ โซนที่ 4 “โซนป่าดิบชื้น” บริเวณนี้นอกจากจะแสดงป่าดิบชื้นแบบเสมือนจริง จนทำให้คนดูรู้สึกเหมือนอยู่ในป่าจริงๆแล้ว ยังสามารถเข้าชมการจัดแสดงปลาน้ำจืดที่ใหญ่ที่สุดในโลกได้อีกด้วย โซนที่ 5 “โซนชีวิตสุดขอบขั้ว” บริเวณนี้จะได้เรียนรู้สิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่บริเวณผืนดินและผืนน้ำมาบรรจบกัน อย่างเพนกวิน และสามารถสัมผัสดาวทะเลได้ด้วย โซนที่ 6 “โซนมหาสมุทรสุดกว้าง” บริเวณนี้จะได้พบกับมหาสมุทรอันกว้างใหญ่เสมือนจริง ภายใต้อุโมงค์ใสใต้น้ำ […]

อ่านต่อ

วัดอรุณราชวราราม

วัดอรุณราชวราราม หรือที่นิยมเรียกกันในภาษาพูดว่า วัดแจ้ง หรือที่เรียกสั้น ๆ ว่า วัดอรุณ ตั้งอยู่ที่ถนนอรุณอัมรินทร์ ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ฝั่งธนบุรี ตรงข้ามกับวัดพระเชตุพลวิมลมังคลาราม (วัดโพธิ์)  เป็นวัดโบราณ สร้างในสมัยอยุธยา ว่ากันว่าเดิมเรียกว่า วัดมะกอก และกลายเป็นวัดมะกอกนอกในเวลาต่อมา เพราะได้มีการสร้างวัดขึ้นอีกวัดหนึ่งในตำบลเดียวกัน แต่อยู่ในคลองบางกอกใหญ่ ชาวบ้านเรียกวัดที่สร้างใหม่ว่า วัดมะกอกใน (วัดนวลนรดิศ) แล้วจึงเรียกวัดมะกอกซึ่งอยู่ปากคลองบางกอกใหญ่ว่า วัดมะกอกนอก ส่วนเหตุที่มีการเปลี่ยนชื่อเป็นวัดแจ้งนั้น เชื่อกันว่า เมื่อสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชทรงตั้งราชธานีที่กรุงธนบุรีใน พ.ศ. 2310 ได้เสด็จมาถึงหน้าวัดนี้ตอนรุ่งแจ้ง จึงพระราชทานชื่อใหม่ว่าวัดแจ้ง แต่ความเชื่อนี้ไม่ถูกต้อง เพราะเพลงยาวหม่อมภิมเสน วรรณกรรมสมัยอยุธยาที่บรรยายการเดินทางจากอยุธยาไปยังเพชรบุรี ได้ระบุชื่อวัดนี้ไว้ว่าชื่อวัดแจ้งตั้งแต่เวลานั้นแล้ว เมื่อสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชโปรดเกล้าฯ ให้สร้างพระราชวังที่ประทับนั้น ทรงเอาป้อมวิชัยประสิทธิ์ข้างฝั่งตะวันตกเป็นที่ตั้งตัวพระราชวัง แล้วขยายเขตพระราชฐานจนวัดแจ้งเป็นวัดภายในพระราชวัง เช่นเดียวกับวัดพระศรีสรรเพชญ์สมัยอยุธยา และเป็นที่ประดิษฐานพระแก้วมรกตที่อัญเชิญมาจากเวียงจันทน์ใน พ.ศ. 2322 ก่อนที่จะย้ายมาประดิษฐานที่วัดพระศรีรัตนศาสดารามใน พ.ศ. 2327 ในสมัยรัตนโกสินทร์ รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้ากรมหลวงอิศรสุนทร ได้เสด็จมาประทับที่พระราชวังเดิม และได้ทรงปฏิสังขรณ์วัดแจ้งใหม่ทั้งวัด แต่ยังไม่ทันสำเร็จก็สิ้นรัชกาลที่ 1 สมเด็จฯ […]

อ่านต่อ

วัดโสมนัสวรวิหาร

วัดโสมนัสวรวิหาร ตั้งอยู่เลขที่ 646 ถนนกรุงเกษม แขวงโสมนัส เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพมหานคร อยู่ริมถนนและคลองผดุงกรุงเกษมด้านตลาดนางเลิ้ง สร้างขึ้นตามพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 โปรดเกล้าฯ ให้สร้างพระอารามหลวงริมคูเหมือนกรุงศรีอยุธยา ในปี พ.ศ. 2396 เพื่อเฉลิมพระเกียรติและอุทิศพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าโสมนัสวัฒนาวดีพระบรมราชเทวี และทรงพระราชทานให้เป็นพระอารามฝ่ายธรรมยุต พระวิหาร พระวิหารคตและเจดีย์สร้างเชื่อมต่อกันโดยมีพระวิหารเป็นอาคารทรงไทยอยู่ด้านหน้า มีระเบียง 3 ด้าน หอระฆังและหอกลองสร้างเป็นหอกลมหลังคาแบบจีนหน้าต่างเจาะเป็นช่องกลมซึ่งแตกต่างจากวัดอื่นๆ และที่สำคัญอักอย่างหนึ่ง คือ วัดนี้จะมีสีมา 2 ชั้น ซึ่งในกรุงเทพฯ จะมีวัดที่มีสีมาลักษณะนี้อีกหนึ่งวัด คือ วัดมกุฎกษัตริยาราม สิ่งที่น่าสนใจภายในวัด พระอุโบสถ มีหน้าบันเป็นศิลปะไทยกับจีนผสมกัน ภายในมีจิตรกรรมฝาผนังฝีมือช่างสมัยรัชกาลที่ 4 มีภาพชุดปริศนาธรรม ภาพพุทธประวัติ ภาพพระเถระสำคัญยืนเพ่งซากศพ บนบานประตูหน้าต่างมีภาพแก้วเจ็ดประการและอื่น ๆ แม้ตามกุฏิก็มีภาพเขียนกระจกแบบจีน เหล่านี้ล้วนแล้วแต่น่าชมทั้งสิ้น พระวิหาร พระวิหารคดและพระเจดีย์สร้างต่อเนื่องกันเป็นกลุ่มเดียว โดยให้พระวิหารคดต่อจากด้านหลังพระวิหารโอบรอบพระเจดีย์ไว้ มีพระพุทธรูปยืนปางต่าง ๆ รวม 96 องค์ ประดิษฐานอยู่ในระเบียงพระวิหารคด หน้าบันพระวิหารประดับด้วยกระเบื้องเคลือบสีและสีทองเป็นพระบรมราชสัญลักษณ์ในรัชกาลที่ […]

อ่านต่อ

วัดสุทัศน์เทพวราราม

วัดสุทัศนเทพวราราม ราชวรมหาวิหาร ตั้งอยู่เลขที่146 ถนนตีทอง แขวงเสาชิงช้า เขตพระนคร กรุงเทพฯ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชทรงมีพระราชประสงค์ที่จะสร้างพระวิหารให้มีขนาดใหญ่เท่ากับพระวิหารวัดพนัญเชิง เป็นศรีสง่าแก่พระนคร ได้พระราชทานนามไว้ว่า วัดมหาสุทธาวาส จากนั้นทรงอัญเชิญพระพุทธรูปโลหะปางมารวิชัย ซึ่งหล่อขึ้นตั้งแต่สมัยกษัตริย์ราชวงศ์พระร่วง ที่เรียกกันว่า พระโต หรือ พระใหญ่ จากพระวิหารหลวงวัดมหาธาตุจังหวัดสุโขทัย มาประดิษฐานไว้ แต่สร้างยังมิทันสำเร็จ ได้เสด็จสวรรคตเสียก่อน พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยได้ทรงดำเนินงานต่อ ในสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงสร้างพระอุโบสถและหล่อพระประธานขึ้นใหม่ และพระราชทานนามวัดใหม่ว่า วัดสุทัศนเทพวราราม จากเดิมที่เรียกกันว่า วัดพระโต สร้างเสร็จสมบูรณ์ในสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ในสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 4 ทรงถวายพระนาม พระโต ซึ่งเป็นพระประธานในพระวิหารว่า พระพุทธศรีศากยมุนี และพระประธานในพระอุโบสถว่า พระพุทธตรีโลกเชฏฐ์ ที่วัดสุทัศนเทพวรารามไม่มีเจดีย์เหมือนวัดอื่นๆ เพราะมีสัตตมหาสถานเป็นอุเทสิกเจดีย์ (ต้นไม้สำคัญในพุทธศาสนา 7 ชนิด) แทนที่อยู่แล้ว สิ่งที่น่าสนใจภายในวัด  พระอุโบสถ ของวัดสุทัศน์ฯ มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย หันหน้าไปด้านทิศตะวันออก ตั้งอยู่บนฐานไพที 2 ชั้น หลังคาทรงไทยโบราณ 4 ชั้น 3 ลด […]

อ่านต่อ

วัดราชบูรณะวรวิหาร

วัดราชบุรณราชวรวิหาร ตั้งอยู่เลขที่ 119 อยู่เชิงสะพานพระพุทธยอดฟ้า ระหว่างถนนจักรเพชรกับถนนตรีเพชร แขวงวังบูรพาภิรมย์ เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร เป็นวัดเก่าแก่ เดิมชื่อ “วัดเลียบ” ตั้งอยู่เชิงสะพานพระพุทธยอดฟ้า แขวงวังบูรพาภิรมย์ เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร วัดนี้เป็นวัดหนึ่งตามธรรมเนียมประเพณีโบราณที่ว่า ในราชธานีจะต้องมีวัดสำคัญประจำ 3 วัด คือ วัดมหาธาตุ วัดราชบูรณะ และวัดราชประดิษฐ์ พระสัมพันธวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมหลวงเทพหริรักษ์ พระโอรสในสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระศรีสุดารักษ์ พระพี่นางเธอในรัชกาลที่ 1 ทรงบูรณปฏิสังขรณ์วัดเลียบ เสร็จแล้วพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช พระราชทานนามว่า “วัดราชบุรณะ” ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 2 พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ได้ทรงมีพระราชศรัทธาสร้างพระวิหารคดเป็นที่ประดิษฐานพระระเบียง 162 องค์ (นำมาจากหัวเมืองต่าง ๆ ในสมัยรัชกาลที่ 1) รอบพระอุโบสถ และทรงสร้างพระวิหาร เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปพร้อมด้วยอสีติมหาสาวกจำนวน 80 องค์ ต่อมาในรัชกาลที่ 3 ทรงสร้างพระพุทธปรางค์ ซึ่งไม่ได้รับอันตรายจากภัยสงคราม ได้แต่ชำรุดทรุดโทรม มาบูรณธเอาใน พ.ศ.2502 นอกจากนั้นยังได้รับการปฏิสังขรณ์อีกในสมัยรัชกาลที่ 4 […]

อ่านต่อ

วัดราชนัดดารามวรวิหาร

วัดราชนัดดารามวรวิหาร หรือ “วัดราชนัดดา” ตั้งอยู่เลขที่ 2 ถ.มหาไชย แขวงบวรนิเวศ เขตพระนคร กรุงเทพฯ ใกล้กับป้อมมหากาฬ ติดกับลานพลับพลามหาเจษฎาบดินทร์ ซึ่งเป็นพลับพลารับแขกเมือง เชิงสะพานผ่านฟ้าลีลาศ ใกล้กับวัดเทพธิดาราม ขึ้นทะเบียนโบราณสถานเมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2492 วัดราชนัดดารามวรวิหาร สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2389ตรงกับปลายรัชกาลพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว บนสวนผลไม้เก่าเนื้อที่ประมาณ 25 ไร่ พระราชทานเป็นเกียรติแก่พระราชนัดดา คือ พระเจ้าหลานเธอพระองค์เจ้าหญิงโสมนัสวัฒนาวดี สำหรับสถาปัตยกรรมส่วนใหญ่ในวัดราชนัดดารามนี้ก็ยังเป็นแบบไทย พระอุโบสถเป็นมีช่อฟ้า ใบระกา หน้าบันลงรักปิดทอง ประดับด้วยกระจกงดงาม ภายในประดิษฐานพระประธานพระนามว่า “พระเสฏฐตมมุนี” ส่วนพระวิหารก็เป็นศิลปะแบบไทยเช่นกัน ภายในมีพระพุทธรูปปางห้ามสมุทรเป็นประธาน พระนามว่า “พระพุทธชุติธรรมนราสพ” สิ่งที่น่าสนใจภายในวัด โลหะปราสาท พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้า ฯ ให้สร้างโลหะปราสาท แทนการสร้างเจดีย์ นับเป็นโลหะปราสาทแห่งแรกของไทย โดยสร้างเป็นอาคาร 7 ชั้น มียอดปราสาท 37 ยอด หมายถึงโพธิปักขิยธรรมในพระพุทธศาสนา 37 […]

อ่านต่อ

วัดเทพธิดาราม

วัดเทพธิดาราม ตั้งอยู่เลขที่ 70 ถนนมหาไชย แขวงสำราญราษฏร์ เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร เดิมชื่อวัดบ้านพระยาไกรสวนหลวง วัดนี้เป็นวัดที่พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้โปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นเพื่อพระราชทานแก่กรมหมื่นอัปสรสุดาเทพ เมื่อปี พ.ศ. 2379 เสร็จในปี พ.ศ. 2382 สถาปัตยกรรมที่สำคัญ คือ พระปรางค์ทิศทั้งสี่ เป็นฝีมือช่างในสมัยรัชกาลที่ 3 บุษบกที่รองรับพระประธานภายในโบสถ์ประดิษฐ์อย่างสวยงาม และที่ผนังพระอุโบสถมีภาพเขียนเป็นรูปพุ่มข้าวบิณฑ์แบบอย่างในรัชกาลที่ 3 นอกจากนี้ระหว่าง พ.ศ. 2383-2385 วัดนี้เคยเป็นที่พำนักของสุนทรภู่กวีเอกแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ เมื่อคราวบวชเป็นพระภิกษุ และได้เขียนบทกลอนเรื่องรำพันพิลาปขึ้น มีบทพรรณนาลักษณะปูชนียสถานปูชนียวัตถุของวัดอย่างละเอียด บรรยายถึงความงามของพระอารามไว้ และเรียกว่า “กุฏิสุนทรภู่” มีการจัดกิจกรรมรำลึกถึงกวีเอกผู้นี้ในวันที่ 26 มิถุนายน เป็นประจำทุกปี ปัจจุบันยังมีกุฏิหลังหนึ่งเรียกว่า บ้านกวี เปิดเป็นพิพิธภัณฑ์ให้ผู้สนใจเข้าชมได้ทุกวัน คำว่า เทพธิดา หมายถึง กรมหมื่นอัปสรสุดาเทพ หรือ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอพระองศ์เจ้าวิลาส พระราชธิดาองค์ใหญ่ในรัชกาลที่ 3 ซึ่งมีพระสิริโฉมงดงาม ทรงได้รับใช้เป็นที่โปรดปรานอย่างยิ่งของพระราชบิดา กรมหมื่นอัปสรสุดาเทพทรงบริจาคทุนทรัพย์ส่วนพระองค์เพื่อร่วมในการก่อสร้างวัดเทพธิดารามด้วย สิ่งที่น่าสนใจภายในวัด รูปหมู่พระอริยสาวิกา […]

อ่านต่อ