ขอนแก่น

น้ำตกตาดฟ้า

น้ำตกตาดฟ้า น้ำตกสวย สายน้ำใสเย็นชื่นใจ เล่นสไลเดอร์ธรรมชาติ ตั้งอยู่ที่บ้านนาวัง ต.นาเสียว อ.เมืองชัยภูมิ  เป็นน้ำตกที่ตั้งอยู่เชิงเขาภูอีเฒ่า ในเขตอุทยานแห่งชาติตาดโตนด้านตะวันออก อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติตาดโตนไปทางทิศตะวันออกประมาณ 18 กม. ลักษณะน้ำตกคล้ายแก่งหินขวางลำน้ำ อยู่ทางทิศตะวันออกของเขตอุทยานแห่งชาติตาดโตน ห่างจากตัวจังหวัดชัยภูมิประมาณ 23 กิโลเมตร บริเวณน้ำตกเป็นลานหินลาดชันกว้างประมาณ 15-20 เมตร ยาวโดยตลอดประมาณ 80-90 เมตร มีความลาดชันประมาณ 30 องศา ความพิเศษของน้ำตกตาดฟ้านั้นจะอยู่ตรงที่ลักษณะของตัวน้ำตกจะค่อนข้างเรียบเอียงไม่ค่อยมีแง่หินตลอดความกว้างยาวของตัวน้ำตก ทำให้คล้ายกับกระดานลื่นธรรมชาติ ในช่วงฤดูฝนจนถึงต้นฤดูหนาวน้ำตกจึงจะมีน้ำมากและมีความสวยงาม ผู้ที่เข้าไปเที่ยวน้ำตกสามารถที่จะเล่นลื่นไถลไปตามแผ่นหินเป็นระยะทางยาวได้อย่างสนุกสนาน ช่วงเวลาน่าเที่ยว น้ำตกจะมีน้ำมากในช่วงปลายฤดูฝน ส่วนฤดูแล้งน้ำแห้ง ตอนล่างของตัวน้ำตกจะมีแอ่งน้ำให้เล่นน้ำได้ ติดต่อสอบถามเพิ่มเติม ประชาสัมพันธ์จังหวัดชัยภูมิ โทรศัพท์ 0 4482 2502 ศูนย์ข้อมูลข่าวสารด้านการท่องเที่ยวองค์การบริหารส่วนจังหวัดชัยภูมิ โทรศัพท์ 0-4481-1376 ททท. สำนักงานนครราชสีมา(ดูเลเขตพื้นที่จ.ชัยภูมิด้วย) โทรศัพท์ 0-4421-3030, 0-4421-3666 ทุกวันในเวลาราชการ การเดินทาง รถยนต์ส่วนตัว น้ำตกตาดฟ้า อยู่ที่ตำบลนาเสียว ห่างจากตัวเมืองไปตามทางหลวงหมายเลข 201 ประมาณ 13 กิโลเมตร มีทางแยกซ้ายไปอีก […]

อ่านต่อ

โฮงมูนมังเมืองขอนแก่น

โฮงมูนมังเมืองขอนแก่น เที่ยวชมพิพิธภัณฑ์เมืองขอนแก่น บอกเล่าเรื่องราวอดีตผ่านรูปปั้น โฮงมูนมังเมืองขอนแก่น คือหอเก็บสมบัติที่เก็บรวบรวมเรื่องอันเป็นที่มาของเมืองขอนแก่น หรือพิพิธภัณฑ์เมือง จัดตั้งขึ้นมาเพื่อเชื่อมโยงให้ชุมชนเกิดจิตสำนึกในความรักและหวงแหนท้องถิ่นของตนเอง และเป็นศูนย์กลางการศึกษาค้นคว้าข้อมูลประวัติศาสตร์เมืองขอนแก่น จัดสร้างด้วยงบอุดหนุนของ ททท. จำนวน 18 ล้านบาท ในปี 2540 แล้วเสร็จเมื่อปี 2546 คำว่า “โฮง” ในภาษาอีสานหมายถึง โรง หรือห้องโถงที่มีขนาดใหญ่ ส่วนคำว่า “มูนมัง” หมายถึง ทรัพย์สมบัติหรือมรดก โฮงมูนมังเมืองขอนแก่นเป็นพิพิธภัณฑ์ที่เก็บภูมิปัญญาที่มีการเล่าเรื่องต่างๆ ของเมืองขอนแก่น เล่าเรื่องปฏิสัมพันธ์ของคนลาว คนจีน คนญวน หรือคนฝรั่ง ที่มาอยู่เมืองขอนแก่นนานมาแล้วเป็นร้อยๆ ปี จนถึงวิถีชีวิตของผู้คนในปัจจุบัน รวมไปถึงวัฒนธรรมประเพณีต่าง ๆ ที่สืบทอดมาจนถึงทุกวันนี้ ข้อมูลด้านประวัติศาสตร์ที่ได้ นอกจากการค้นคว้าเอกสารแล้วยังมีทีมนักประวัติศาสตร์ช่วยดูแล และได้มีการตั้งทีมครูโรงเรียนเทศบาลจำนวน 7-8 คน ออกไปสืบค้นประวัติที่บ้านดอนบม บ้านโนนเมือง บ้านดอนพันชาด และบ้านทุ่ม ซึ่งเป็นที่ตั้งเมืองขอนแก่นในอดีตเมื่อ 230 ปีที่ผ่านมา โฮงมูนมังเมืองขอนแก่น แบ่งการจัดแสดงออกเป็น 5 ส่วน มีการนำเสนอเนื้อหาหลากหลายรูปแบบ […]

อ่านต่อ

อุทยานไดโนเสาร์ศรีเวียง

อุทยานไดโนเสาร์ศรีเวียง ดูไดโนเสาร์จำลอง พักผ่อนสวนสุขภาพ อุทยานไดโนเสาร์ศรีเวียงตั้งอยู่ที่บ้านโนนจานเกี้ยว หมู่ที่ 8 ตำบลเมืองเก่าพัฒนา อำเภอเวียงเก่า จังหวัดขอนแก่น ปัจจุบัน อยู่ในความควบคุมดูแลของ อุทยานแห่งชาติภูเวียง กรมป่าไม้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ อุทยานไดโนเสาร์ศรีเวียง เป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ โดยจำลองรูปแบบจากพิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ภูเวียง สร้างเมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2550 ระยะทางห่างจากจังหวัดขอนแก่นทางทิศตะวันตก ตามถนนขอนแก่น-ภูเวียงเมืองใหม่ ประมาณ 77 กิโลเมตร โดยพลเอกจารุภัทร เรื่องสุวรรณ ร่วมกับประชาชนชาวอำเภอเวียงเก่าและอำเภอภูเวียง จัดทำโครงการและดำเนินงานโดยได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล สิ้นสุดโครงการเมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2550 เป็นการจำลองสภาพจากพิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ภูเวียง หมู่ 3 บ้านหนองขาม ตำบลในเมือง อำเภอเวียงเก่า มาไว้ที่บ้านโนนจานเกี้ยว ต.เมืองเก่าพัฒนา อ.เวียงเก่า เป็นอุทยานและสวนสาธารณะริมเส้นทางระหว่างทางไปอุทยานแห่งชาติภูเวียง มีพื้นที่ 25 ไร่ มีฉากหลังเป็นเทือกเขาภูเวียง ภายในบริเวณอุทยานพื้นที่จัดตั้งเป็นสวนพักผ่อน สวนสุขภาพ มีโขดหิน น้ำตก บ่อน้ำ สวนหย่อม สนามนั่งเล่น มีรูปปั้นไดโนเสาร์จำลองเป็นจำนวนมาก บางตัวสามารถร้องได้ […]

อ่านต่อ

อุทยานกล้วยไม้ป่าช้างกระ

อุทยานกล้วยไม้ป่าช้างกระ เที่ยวชมกล้วยไม้หลากหลายสายพันธุ์ตามธรรมชาติ บรรยากาศร่มรื่น อุทยานกล้วยไม้ป่าช้างกระอยู่ในวัดป่ามัญจาคีรี อยู่บนถนนสายมัญจาคีรี-ชนบท ห่างจากตัวอำเภอมัญจาคีรี 1 กิโลเมตร หรือห่างจากขอนแก่นประมาณ 57 กิโลเมตร บริเวณวัดเป็นเนินดินขนาดใหญ่กลางทุ่ง มีพื้นที่ประมาณ 15 ไร่ ประวัติวัดป่ามัญจาคีรี เดิมเรียกว่าวัดป่าโนนบ้านเค้า มีอายุประมาณ 500-700 ปี สร้างเมื่อประมาณ พ.ศ. 1800 – พ.ศ. 2300 โดยเจ้านางจอมจูมและบริวารซึ่งเดินทางมาปฏิบัติธรรม ณ บริเวณเนินดินกว้างใหญ่ มีนามว่าโนนบ้านเค้า อันร่มรื่นด้วยต้นมะขามใหญ่ที่มีกล้วยไม้ป่าเกาะอยู่ตามกิ่ง รอบโนนบ้านเค้ามีหนองน้ำอันอุดมสมบูรณ์ เจ้านางจอมจูม ได้สร้างสถูปหินทรายไว้เพื่อสืบทอดพระพุทธศาสนา พ.ศ. 2335 กวนเมืองแสนได้พาผู้คนจากเมืองสุวรรณภูมิมาตั้งเมืองชลบท (ชนบท) ขึ้นตรงกับมณฑลนครราชสีมา ขยายอาณาเขตมายังชุมชนโนนบ้านเค้า ได้นำต้นจำปา (ลีลาวดี) มาปลูกที่วัดแห่งนี้ด้วย ปัจจุบันยังเหลือไว้เป็นหลักฐาน พ.ศ. 2424 พระเกษตรวัฒนาได้อพยพผู้คนจากบ้านเมืองมาสมทบกับชุมชนโนนบ้านเค้า แล้วยกฐานะเป็นเมืองมัญจาคีรี ขึ้นกับมณฑลอุดร เนื่องจากภูมิประเทศไม่เหมาะสม ประกอบกับเกิดโรคระบาด จึงอพยพผู้คนไปตั้งเมืองใหม่ที่ดอนเหมือดแอ่ ทิศตะวันตกของบึงกุดเค้าอันเป็นที่ตั้งของเมืองมัญจาคีรีในปัจจุบัน โนนบ้านเค้าจึงเป็นเมืองร้างถึง 40 ปี […]

อ่านต่อ

หมู่บ้านงูจงอาง

แผนที่

อ่านต่อ

สวนสัตว์เขาสวนกวาง

สวนสัตว์เขาสวนกวาง หรือ สวนสัตว์ขอนแก่น ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ของ อุทยานสัตว์ป่าอีสานตอนบน ขอนแก่น-อุดรธานี (สวนสัตว์เขาสวนกวาง) โดยอยู่ในสังกัดขององค์การสวนสัตว์ในพระบรมราชูปถัมภ์ กระทรวงทรัพยากร ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ก่อตั้งเมื่อ วันที่ 27 เมษายน 2552 เนื้อที่ 3,338 ไร่ เป็นพื้นที่ลักษณะภูเขาตั้งอยู่ในเขตเชื่อมต่อระหว่าง จ.ขอนแก่น และ จ.อุดรธานี โดยตั้งอยู่ใน อ.เขาสวนกวาง ที่มีชื่อเสียงโด่งดังในเรื่องอาหาร – ไก่ย่างเขาสวนกวาง ) เดิมพื้นที่บริเวณภูเขาแห่งนี้มีสัตว์ป่าอาศัยอยู่ โดยเฉพาะ เก้ง กวาง จำนวนมากจึงทำให้คนท้องถิ่นเรียกพื้นที่ดังกล่าวว่า “เขาแสนกวาง” และต่อมาจึงเพี้ยนเป็น “เขาสวนกวาง” ในปัจจุบัน ในปัจจุบันที่นี่ จะจัดแบ่งพื้นที่เป็น 3 ส่วนคือ  Zoo Zone โดยเมื่อเดินทางเข้าพื้นที่เขตอุทยาน เราจะเจอกับโซนนี้ก่อน Zoo Zone เป็นส่วนจัดแสดงสัตว์อยู่ทางด้านล่างของอุทยาน  ที่นี่มีสัตว์จำนวนมากและหลากหลายสายพันธุ์ อีกทั้งเป็นแหล่งรวบรวมสัตว์ตระกูลกวางที่หลากหลายชนิด เค้าต้องการให้สวนสัตว์แห่งนี้เป็น LAND OF THE DEERS ค่ะ Education Zone โซนนี้เป็นพื้นที่สำหรับการจัดกิจกรรมต่างๆ เช่นการให้บริการเดินศึกษาธรรมชาติ […]

อ่านต่อ

ศาลาไหมไทย

ศาลาไหมไทย ชมศิลปะการทอผ้าไหมไทย ดูผ้าไหมมัดหมี่ที่แพงที่สุดในโลก ศาลาไหมไทย ตั้งอยู่ ณ บริเวณวิทยาลัยการอาชีพขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น เป็นหนึ่งในโครงการเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ เนื่องในมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 5 รอบ (12 สิงหาคม 2535) เพื่อเป็นศูนย์สืบสานพระราชปณิธานงานศิลปาชีพด้านผ้าไหมและผลิตภัณฑ์ไหมของภาคอีสานรวมทั้งเป็นศูนย์อนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรม และขนบ ธรรมเนียมประเพณีของชาวอีสาน โดยทรงพระราชทานนามอาคารพิพิธภัณฑ์ศาลาไหมไทยว่า “อาคารเฉลิมพระเกียรติ 60 พรรษา มหาราชินี” เป็นอาคาร 2 ชั้น ภายในอาคารจัดแสดงกรรมวิธีการผลิตตั้งแต่มัดย้อมจนถึงวิธีการทอ อุปกรณ์เครื่องใช้เกี่ยวกับไหมและของเก่าแก่ควรอนุรักษ์ รวมถึงผ้าไหมมัดหมี่โบราณลวดลายต่างๆ ที่พิเศษที่สุดคือที่นี่จัดแสดงผ้าไหมมัดหมี่ที่แพงที่สุดในโลกฝีมือชาว อ.ชนบท และเคยชนะการประกวดผ้าไหมของเอเชีย พร้อมทั้งได้รับพระราชทานถ้วยรางวัลจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาสยามบรมราชกุมารี ช่วงเวลาที่เปิดบริการ เปิดให้นักท่องเที่ยวชมทุกวันในเวลาราชการ ติดต่อสอบถามเพิ่มเติม วิทยาลัยการอาชีพขอนแก่น อำเภอชนบท จังหวัดขอนแก่น 40180 โทร. (043) 286218 โทรสาร (043) 286031 การเดินทาง รถยนต์ส่วนตัว จากขอนแก่น ใช้ทางหลวงหมายเลข 2 (ขอนแก่น-โคราช) 44 กิโลเมตร เลี้ยวขวาที่สี่แยกบ้านไผ่เข้าทางหลวงหมายเลข 229 […]

อ่านต่อ

วัดอุดมคงคาคีรีเขต

วัดอุดมคงคาคีรีเขต ไหว้อัฐิหลวงปู่ผางเกจิอาจารย์ดัง นั่งชมธรรมชาติ บรรยากาศร่มรื่น วัดอุดมคงคาคีรีเขตตั้งอยู่ที่ตำบลบ้านโคก ตำบลนางาม อำเภอมัญจาคีรี ขอนแก่น เป็นวัดป่าของหลวงปู่ผางซึ่งเคยเป็นพระเกจิอาจารย์ที่มีชื่อเสียงเป็นที่เคารพสักการะของพุทธศาสนิกชนทั่วไป ปัจจุบันท่านมรณภาพแล้ว แต่มีอนุสรณ์สถานที่บรรจุอัฐิของหลวงปู่ผางอยู่ในบริเวณวัด วัดนี้ตั้งอยู่บริเวณเชิงเขามีต้นไม้ป่าขึ้นอยู่ร่มรื่น เป็นวัดที่เน้นการปฏิบัติวิปัสสนา นอกจากนี้วัดยังมีเจดีย์และพระอุโบสถที่สวยงาม ยอดหลังคาวิหารที่เป็นสีทองเหลืองอร่าม บานประตูประดับ ด้วยลวดลายสวยงาม วัดอุดมคงคาคีรีเขต มีชื่อเดิมว่า “วัดดูน” คำว่า “ดูน” เป็นภาษาอีสานหมายถึงแหล่งน้ำนี้เป็นน้ำที่ผุดขึ้นเองตามธรรมชาติ ดังนั้น “วัดดูน” จึงเป็นชื่อที่มาจากลักษณะของสถานที่ที่มีความอุดมสมบูรณ์และมีแหล่งน้ำที่ซึมไหลออกมาตลอดปีมิได้ขาดและด้วยความที่วัดดูนแห่งนี้ในอดีตเป็นโบราณสถานเก่าแก่ ชาวบ้านแถบนี้จึงเชื่อกันว่าเป็นสถานที่ลึกลับและศักดิ์สิทธิ์ ไม่มีคนหรือพระรูปใดสามารถเข้าไปอยู่ได้ถึงบริเวณนี้จะเป็นพื้นที่อันตรายสำหรับชาวบ้าน ภายในวิหารวัดจะมีพิพิธภัณฑ์เล็ก ๆ จัดแสดงเครื่องอัฐบริขารของหลวงปู่ผาง พระอาจารย์ที่เป็นที่เคารพสักการะของคนอีสานทั่วๆไป มีสระจระเข้ เป็นที่เน้นการปฏิบัติ วิปัสสนา ร่มรื่น สงบ ภายในวัดจะพบสิ่งที่แปลกตาก็คือ กองก้อนหินที่วางเรียงซ้อนกันขึ้นเป็นรูปสัญญลักษณ์คล้ายสถูปเจดีย์ ซึ่ง เป็นที่อยู่ของบรรดาสัตว์มีพิษ เช่น งู ตะขาบ หรือสัตว์เล็กๆ เช่น กบ เขียด ฯลฯ เพราะในสมัยที่หลวงปู่ยังมีชีวิตอยู่บรรดาสัตว์ต่างๆเช่น  ช้าง เสือ งู กบ ต่างมีให้เห็นและเดินกันขวักไขว่ โดยเฉพาะบรรดางูหลากประเภทที่เลื้อยพาเหรดแบบไม่กลัวคน ในการเทศน์อบรมฆราวาส […]

อ่านต่อ

วัดสระบัวแก้ว

วัดสระบัวแก้ว เที่ยววัดเก่า ดูเรื่องเล่าผ่านฮูปแต้ม วัดสระบัวแก้ว ตั้งอยู่ที่บ้านวังคูณ ตำบลหนองเม็ก อำเภอหนองสองห้อง จังหวัดขอนแก่น  เป็นวัดในหมู่บ้าน ตั้งอยู่บริเวณกว้างขวางพอสมควร มีสิม(โบสถ์) สร้างเมื่อ พ.ศ. 2477 ตรงเชิงบันไดทางขึ้นสู่โบสถ์ ประดับด้วยประติมากรรมสิงห์หมอบทั้งซ้ายและขวา ด้านหน้าสิงห์ทั้งสองมีรูปปั้นคนนั่งเหยียดเท้ารูปปั้นทั้งสองล้วนเป็นฝีมือของหลวงพ่อผุย พระอุปัชฌาย์ วัดสระบัวแก้ว ส่วนผนังของโบสถ์แห่งนี้ก่ออิฐถือปูน ซึ่งมีภาพเขียนสีบนฝาผนังฝีมือจิตรกรพื้นบ้านฝีมือดีพอสมควรและยังปรากฎเห็นได้ชัดเจนถึงปัจจุบันนี้ ฝาผนังด้านในของสิมเขียนเรื่องราวของพุทธประวัติและเรื่องสังข์ศิลป์ชัย ฝาหนังด้านนอกเป็นเรื่องราวรวมเกียรติ์บางตอน ภาพสัตว์ต่างๆ และภาพวิถีชีวิตการทำมาหากิน เช่น ภาพไถนา ภาพเลี้ยงไก่ ภาพยายเฝ้าบ้านเลี้ยงหลาน ส่วนฝาผนังด้านหลังสิม เขียนเรื่องการะเกด และพระมาลัยโปรดสัตว์นรก ภาพเขียนทั้งหมดเป็นฝีมือของ หลวงพ่อผุย และพ่อใหญ่ทองมา ชาวบ้านหนองแวง โสกธาตุ อำเภอหนองสองห้อง สิมนี้มีสภาพดีและยังใช้ในพิธีกรรมของสงฆ์อยู่ โดยในการวาดภาพจิรกรรมฝาผนังนี้ช่างแต้ม จะใช้เส้นแถบหรือสินเทาเป็นตัวแบ่งเรื่อง ซึ่งโดยทั่วไปแล้วฮูปแต้มอีสานมักไม่ปรากฏว่ามีสินเทา สินเทานี้มีรูปร่างเหมือนสายฟ้าแลบ สามารถเห็นได้ในงานจิตรกรรมฝาผนังสมัยกรุงศรีอยุธยา และต้นกรุงรัตนโกสินทร์ สิ่งที่สะดุดตาและเกิดความประทับใจเป็นพิเศษสำหรับฮูปแต้มวัดสระบัวแก้ว ก็คือช่างแต้มดูออกจะมีอิสระเสรี สามารถที่จะแสดงฝีมือของตนได้อย่างเต็มที่ต่อการเขียนภาพต้นไม้ ใบไม้ และภาพสัตว์นานาชนิด ซึ่งลักษณะนี้จะคล้ายกับงานจิตรกรรมตะวันตก ในสมัยอิมเพรสชั่นนิสม์สังเกตได้จากฝีแปรงการแตะแต้ม ส่วนสีที่ใช้จะเป็นสีเหลือง คราม ดินแดง เขียว […]

อ่านต่อ

วัดสระทองบ้านบัว

วัดสระทองบ้านบัว เดินชมโบสถ์โบราณ นมัสการพระประธานศิลาทราย วัดสระทองบ้านบัว ตั้งอยู่ที่บ้านบัว ตำบลกุดเค้า อ.มัญจาคีรี จ.ขอนแก่น บ้านบัว เป็นชุมชนเก่าแก่อยู่ก่อนการตั้งอำเภอมัญจาคีรี พ.ศ. 2374 พ่อใหญ่ขุนสีวอ , พ่อใหญ่โคตรวงศ์, พ่อใหญ่โคตะ, พ่อใหญ่แป, พ่อใหญ่กุน ได้อพยพลูกหลานจากบ้านโนนเค้า (ปัจจุบันคือวัดป่ามัญจาคีรี) หนีโรคระบาดและการขาดแคลนน้ำบริโภค มาตั้งถิ่นฐานอยู่ริมสระบัว ซึ่งมีดอกบัวขึ้นเต็มหนองสวยงามมาก จึงได้ตั้งชื่อว่าบ้านบัว ได้สร้างสิม (โบสถ์) ขึ้น  เป็นอาคารทรงคุณค่าทางสถาปัตยกรรมที่แสดงลักษณะเด่นชัดของพื้นถิ่นอีสาน มีการแต้มสีภาพ โดยภายนอกอาคารประดับแว่นแก้วฐานชุกชี ภายในประดิษฐานพระประธานศิลาทรายรูปแบบอีสาน นับว่าเป็นสิมแห่งแรกของดินแดนแถบนี้ การอพยพครั้งนั้น ได้อันเชิญพระพุทธรูปหินทรายแดงมาด้วย เป็นพระพุทธรูปที่มีน้ำหนักมาก มีรูปแบบศิลปะอีสานบริสุทธิ์ เป็นประธานที่ประดิษฐานคู่กันมาตั้งแต่ดั้งเดิม วันที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2546 ได้รับมอบรางวัลอาคารทรงคุณค่า (Award if Merit) ด้านการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมแห่งเอเซียและแปซิฟิคจากองค์การยูเนสโก สิม หรือโบสถ์ แต่ระยะหลังๆ การสร้างโบสถ์มีรูปแบบสถาปัตยกรรมที่คล้ายกันแทบทุกวัด จึงไม่ค่อยจะมีคนเรียกโบสถ์ในยุคหลังว่า สิม คำว่าสิม จึงกลายเป็นคำเรียกโบสถ์หลังเล็กๆ แบบโบราณ […]

อ่านต่อ