นครพนม

หอนาฬิกาเวียดนามอนุสรณ์

หอนาฬิกาเวียดนามอนุสรณ์ อีกหนึ่งจุดถ่ายภาพที่แนะนำสำหรับของนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบการถ่ายภาพค่ะ แนะนำช่วงเวลากลางคืน แสงไฟจากหอนาฬิกา รถที่ผ่านไปมาและแสงจากบ้านเรือนบริเวณรอบๆทำให้ภาพออกมาสวยมากๆค่ะ หอนาฬิกาเวียดนามอนุสรณ์ ตั้งอยู่ที่ถนนสุนทรวิจิตร เลียบริมฝั่งแม่น้ำโขง ตำบลในเมือง อำเภอเมืองนครพนม เป็นหอนาฬิกาที่ชาวเวียดนามได้สร้างไว้เป็นอนุสรณ์แก่ชาวนครพนม เมื่อคราวย้ายกลับปิตุภูมิประเทศเวียดนาม สร้างเมื่อ พ.ศ.2503 สูงประมาณ 50 เมตร  เป็นสัญลักษณ์อีกอย่างหนึ่งของเมืองนครพนมโดดเด่นเป็นสง่า จุดนี้เป็นเหมือนการขอบคุณคนไทยของชาวเวียดนามที่ได้สร้างขึ้นเมื่อครั้งฝรั่งเศสพ่ายแพ้ในสงครามเดียนเบียนฟู ชาวเวียดนามที่ลี้ภัยมาอาศัยในนครพนม ได้ร่วมกันสร้างหอนาฬิกาขึ้นเพื่อระลึกถึงไมตรีจิตของคนไทยไม่ว่าจะผ่านมากี่ยุคกี่สมัย ก็ยังคงความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ไว้เสมอมา นอกจากนี้ทุกวันศุกร์-เสาร์  เวลา 17.00 น.-22.00 น. จะมีถนนคนเดิน นครพนม บริเวณหอนาฬิกาเวียดนามอนุสรณ์แห่งนี้ ผู้คนชอบมาเดินเที่ยวชมซื้อของฝาก เสื้อผ้า อาหารกันอย่างคึกคัก บรรยากาศเป็นกันเอง พ่อค้าแม่ค้าปูเสื่อขายสินค้าราคาไม่แพงค่ะ ติดต่อสอบถามเพิ่มเติม ททท.สำนักงานนครพนม (นครพนม สกลนคร มุกดาหาร) อ.เมือง นครพนม โทร. 0-4251-3490-1 ประชาสัมพันธ์จังหวัดนครพนม โทร. 0-4251-1730, – 4252-0797 ท่าอากาศยานนครพนม โทร. 0-4251-3264 บริษัทการบินไทย จำกัด มหาชน โทร. […]

อ่านต่อ

หมู่บ้านมิตรภาพไทย-เวียดนาม(บ้านนาจอก)

พิพิธภัณฑ์หมู่บ้านมิตรภาพไทย – เวียนนาม  ตั้งอยู่บ้านเลขที่ 48 หมู่ 5 บ้านนาจอก ตำบลหนองญาติ อ.เมือง จ.นครพนม เข้าทางถนนเลี่ยงเมืองทางด้านซ้ายมือ เป็นหมู่บ้านเก่าแก่ที่อดีตประธานาธิบดีสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามนายโฮจิมินห์ ได้เคยเข้ามาพึ่งพระบรมโพธิสมภารเจ้าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว แห่งราชอาณาจักรไทย เพื่อกอบกู้เอกราชของประเทศเวียดนาม ระหว่างปี พ.ศ. 2467–2474 มีการจำลองบ้านพักของ”ลุงโฮ” ภายในบ้านมีเครื่องใช้ไม้สอยที่จำลองในสมัยก่อนมากมาย ไม่ว่าจะเป็นโต๊ะ บ้องสูบยา ภายในยังมีรูปเกี่ยวกับชีวะประวัติท่านประธานโฮจิมินห์ เพื่อให้คงบรรยากาศเดิม ๆ ไว้ สมัยลุงโฮได้มาอยู่ที่หมู่บ้านนาจอกแห่งนี้ ลุงโฮย้ายมาอยู่ที่จังหวัดนครพนม มาอาศัยอยู่กับเพื่อนที่เป็นคนเวียตนามเหมือนกันที่ถือเป็นเพื่อนสนิทร่วมอุดมการณ์เดียวกัน แต่ช่วงที่หนีออกมาจากเวียตนาม แล้วต่างคนต่างหลบหนีไปอยู่คนละที่ ลุงโฮก็ย้ายไปเรื่อยๆ รวมถึงเปลี่ยนชื่อเรียกไปเรื่อยๆ ด้วยเช่นกัน ทำให้คนจำไม่ได้ และ ไม่รู้ว่าลุงโฮเป็นใคร ส่วนเพื่อนสนิทของลุงโฮท่านนี้ ได้ย้ายเข้ามาอยู่ที่เมืองไทย และ ได้มีครอบครัวที่เมืองไทย โดยแต่งงานกับหญิงไทย และ มีลูกด้วยกัน ในปัจจุบันที่บ้านหลังนี้มีคุณลุงที่เป็นลูกของเพื่อนลุงโฮ ชื่อลุงเตียว ดูแลและคอยอธิบายประวัติเกี่ยวกับลุงโฮสมัยที่มาใช้ชีวิตในบ้านหลังนี้ ซึ่งภายในบริเวณบ้านหลังนี้จะมีต้นมะพร้าว และ ต้นไม้ประเภทอื่นๆ ที่ลุงโฮได้ปลูกไว้ รวมถึงโต๊ะทำงานที่ลุงโฮใช้เมื่อครั้งที่มาอาศัยอยู่ที่บ้านหลังนี้ และ เครื่องตำข้าวที่ลุงโฮใช้ในการตำข้าวด้วยตัวเอง […]

อ่านต่อ

หมู่บ้านทำแคน บ้านท่าเรือ

หมู่บ้านทำแคน บ้านท่าเรือ เรียนรู้ขั้นตอนการผลิตและสัมผัสมนต์เสน่ห์เสียงแคนได้ที่นี่ หมู่บ้านทำแคน บ้านท่าเรือ ตั้งอยู่ที่ ต.ท่าเรือ อ.นาหว้า จ.นครพนม เป็นแหล่งผลิตและจำหน่ายเครื่องดนตรีพื้นบ้านอีสานที่ใหญ่ที่สุดในประเทศอาทิ พิณ,แคน,โหวด,โปงลาง,กลองอีสาน และสินค้าโอท็อปอื่นๆอีกมากมายที่มีคุณภาพและราคาถูกกว่าที่อื่น แคนที่นี่ ไม้ที่ใช้ทำตัวแคนนั้นใช้เป็นไม้ไผ่ลำเล็กๆนำเข้าจากประเทศลาว ชาวบ้านเรียกว่าไม้ลูกแคน ส่วนลิ้นแคนทำจากทองเหลือง โดยชาวบ้านจะใช้ไม้เฮี้ยมาขัดลิ้นแคนทำให้ลิ้นแคนเรียบลื่นไม่เป็นขุย เมื่อเป่าแล้วจึงเกิดเสียงที่ไพเราะ ซึ่งชาวบ้านบ้านท่าเรือได้คิดค้น “แคน” ที่สามารถเล่นกับดนตรีสากลได้ เครื่องดนตรีอีกประเภทหนึ่งที่ผลิตกันมากในหมู่บ้านแห่งนี้ คือ “โหวด” ซึ่งใช้อุปกรณ์การผลิตที่คล้ายคลึงกัน คือ ไม้กู่แคน มูลของชันโรง แต่รูปแบบการประกอบจะติดกันเป็นวงกลม ซึ่งผู้เป่าจะหมุนโหวตไปมา ทำให้เกิดเสียงที่ไพเราะในระดับเสียงต่างๆขึ้นมา นอกจากนี้บ้านท่าเรือ ยังมีการทำเครื่องดนตรีชนิดอื่นอีก อาทิ ปี่นก โปงลาง พิณ มีทั้งพิณแบบดั้งเดิมและ“พิณไฟฟ้า” ที่ได้รับความนิยมอย่างสูงในวงดนตรีอีสาน สำหรับเอกลักษณ์ที่โดดเด่นอีกด้านของบ้านท่าเรือ ที่นับเป็นภูมิปัญญาที่สืบทอดมาควบคู่กับการทำเครื่องดนตรี คือ การทอผ้าไหมคุณภาพระดับโอทอป 5 ดาว ซึ่งศูนย์หัตถกรรมบ้านท่าเรือ นั้น ได้รับรางวัลพระราชทานจากการประกวดผ้าไหมมากที่สุด โดยตั้งแต่ปี พ.ศ. 2533 ถึงปัจจุบันนั้น ศูนย์หัตถกรรมบ้านท่าเรือได้รับรางวัลพระราชทานถึง 500 รางวัลด้วยกัน และที่น่าสนใจ คือ […]

อ่านต่อ

สถานที่จัดแสดงโลกของปลาแม่น้ำโขง

สถานที่จัดแสดงโลกของปลาแม่น้ำโขง ตั้งอยู่ริมถนนหนองญาติ-นาแก ห่างจากตัวเมืองนครพนม ประมาณ 15 กิโลเมตร เป็นสถานที่จัดแสดงโลกของปลาแม่น้ำโขง จัดแสดงพันธุ์ ปลาแม่น้ำโขงทั่วไป และชนิดที่หายาก และใกล้สูญพันธุ์ ซึ่งมีจุดเด่นคือมีอุโมงค์ลอดใต้ตู้ปลาสามารถ ชมความเคลื่อนไหวของปลา ได้เป็นอย่างดี และยังมีตู้ปลาขนาดและรูป ทรงต่างๆอีกมากมาย ความเป็นมาของสถานที่จัดแสดงโลกของปลาแม่น้ำโขง อ่างเก็บน้ำหนองญาติ มีเนื้อที่ประมาณ 2,500 ไร่ เป็นแหล่งน้ำที่ติดกับ เขตเทศบาลเมืองนครพนม เป็นสถานที่ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ ได้เสด็จปฏิบัติภารกิจเมื่อปี พ.ศ.2505 รวมทั้งเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจของประชาชนโดยทั่วไป และจังหวัดนครพนมมีแม่น้ำที่สำคัญคือ แม่น้ำโขง ลำน้ำก่ำ แม่น้ำสงคราม จึงทำให้จังหวัดนครพนม มีสัตว์น้ำมากมาย หลายชนิดและกลายเป็นแหล่งน้ำที่ สำคัญในการขยายพันธุ์สัตว์น้ำ รวมทั้งเป็นแหล่ง รวมสัตว์น้ำและปลาหลายชนิดทั้ง ชนิดที่หายากและใกล้จะสูญพันธุ์ในประเทศไทย ด้วยดำริของ ฯพณฯ พลเอก ชวลิต ยงใจยุทธ นายกรัฐมนตรีคนที่ 22 พิจารณาเห็นสมควรที่จะจัดตั้งสถานที่จัดแสดงโลกของปลาแม่น้ำโขง ขึ้นที่บริเวณอ่างเก็บน้ำหนองญาติ เพื่อรวบรวม พันธุ์สัตว์น้ำที่อยู่ในแม่น้ำโขง ลำน้ำก่ำ แม่น้ำสงคราม ไว้เพื่อแสดงให้นักเรียน นักศึกษา นักท่องเที่ยว และผู้ที่สนใจได้ชมและศึกษาหาความรู้ […]

อ่านต่อ

วัดโอกาส

วัดโอกาส หรือ วัดโอกาสศรีบัวบาน ตั้งอยู่ริมแม่น้ำโขง ต.ในเมือง อ.เมือง จ.นครพนม  เป็นวัดที่เก่าแก่คู่เมืองนครพนม สร้างเมื่อ พ.ศ.1994 ในสมัยที่อาณาจักรศรีโคตรบูรยัง เจริญรุ่งเรืองอยู่และได้รับพระราชทานวิสุงคาบสีมาเมื่อ พ.ศ.2281 และเป็นที่ประดิษฐานพระติ้วและพระเทียมพระพุทธรูปแฝดอันศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งเป็นที่เคารพนับถือของชาวนครพนมมาแต่โบราณ นอก จากนี้ภายในโบสถ์ยังมีภาพจิตรกรรมที่สวยงามน่าชมด้วย ประวัติวัดโอกาส (ศรีบัวบาน) ในตำนานกล่าวถึงการสร้างวัดว่า เมื่อจุลศักราช ราชาได้ 813 ตัว ตรงกับ พ.ศ.1994 จมื่นรักษาราษฏร ซึ่งเป็นนายกองเมือง ผู้ปฏิบัติราชการทางพระเนตรพระกรรณแทนพระเจ้าศรีโคตรบูรหลวงและชาวบ้านโพธิ์ค้ำ มีศรัทธาได้สร้างสำนักสงฆ์วัดศรีบัวบานขึ้นริมฝั่งน้ำของ(แม่น้ำโขง)ในบริเวณบ้านโพธิ์ค้ำ นครศรีโคตรบูร ต่อมาเมื่อจุลศักราช ราชาได้ 1,100 ตัว ตรงกับพุทธศักราช 2281 ราชบุตรพรหมา (พรหมา บุตรเจ้ากู่แก้ว) ไดด้เป็นเจ้าผู้ครองเมืองนครบุรีศรีโคตรบูร มีพระราชทินนามว่าพระบรมราชาพรหมา มีพระราชศรัทธาบูรณปฏิสังจรณ์สำนักสงฆ์วัดศรีบัวบานขึ้น พร้อมกับสร้างพระอุโบสก สร้างพระประธานด้วยอิฐพทายเพ็ชรลงรักปิดทอง และตั้งชื่อพระประธานนั้นว่า “หลวงพ่อพระราชาพรหมา” นอกจากนั้นยังได้อัญเชิญ พระติ้วพระเทีวม ซึ่งเป็นพระคู่บ้านคู่เมืองของเมืองศรีโคตรบูรจากบ้านสำราญ มาประดิษฐานที่วัดศรีบัวบาน และรับสั่งให้ชาวบ้านสำราญเป็น “ข้าโอกาส” คอยปรนนิบัติรักษาพระติ้วพระเทียม พร้อมกับเปลี่ยนนามวัดใหม่จากวัดศรีบัวบานเป็น”วัดโอกาส”ดังปรากฏอยู่ในปัจจุบัน เมื่อครั้งพระบรมราชาพรหมาได้มาบูรณะวัดศรีบัวบานนั้น มีเจ้าอาวาสปรากฏนามวา”ญาถ่านหลักคำ” […]

อ่านต่อ

วัดศิลามงคล

วัดศิลามงคล ตั้งอยู่ที่ หมู่ 16 ตำบลพระกลางทุ่ง อำเภอธาตุพนม จังหวัดนครพนม หันหน้าไปทางทิศตะวันออก ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำโขง ภายในวัดร่มรื่นเย็นสบายเพราะมีต้นไม้หนาแน่น และยังเป็นที่ตั้งของหลักศิลาจารึกโบราณ เป็นวัดที่จำพรรษาของหลวงปู่บัว เตมิโย พระเกจิชื่อดังและเป็นที่เคารพสักการะของพุทธศาสนิกชนทั่วไป มีพระอธิการวิมานหรือพระอาจารย์โต้เป็นเจ้าอาวาสรูปปัจจุบันของวัดศิลามงคล สิ่งที่น่าสนใจภายในวัด 1. หลักศิลาจารึก ตั้งอยู่ในวัดศิลามงคล ด้านกำแพงทิศตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งนับว่าเป็นหินศิลาจารึกอักษรขอม และเป็นที่มาของบ้านหลักศิลา จะปรากฎในสมัยใดนั้นไม่อาจทราบได้ นับว่าเป็นสิ่งสำคัญต่อชุมชนเพื่อที่จะทราบว่าเดิมทีนั้นแดนดินถิ่นนี้มี ประวัติความเป็นมาอย่างไร 2. พิพิธภัณฑ์หลวงปู่บัว เตมิโย ตั้งอยู่ในวัดศิลามงคล ด้านทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งเป็นพระเกจิอาจารย์สายวิปัสนาที่เป็นที่เคารพสักการะของพุทธศาสนิกชนทั่วไปและมีลูกศิษย์มากมาย ร่างกายของท่านซึ่งหลังจากมรณภาพแล้วไม่เน่าเปื่อย เป็นที่นับถือของชาวนครพนม  ศิษยานุศิษย์จึงได้จัดสร้างพิพิธภัณฑ์สำหรับแสดงชีวประวัติและเป็นที่เก็บ อัฐบริขารของท่านไว้เป็นที่ศึกษาและเป็นเครื่องระลึกถึงคุณงามความดีที่ท่าน ได้ทำคุณประโยชน์ให้แก่ชุมชนและแก่พระพุทธศาสนา อีกทั้งยังมีอัฐิธาตุของพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโตให้กราบไหว้อีกด้วย นอกจากนี้ยังมีพระพุทธรูปบางต่างๆ ให้ชมกันอีกมาก 3. ใบเสมาโบราณ ภายในวัดเก็บรักษาใบเสมาที่มีอายุเก่าแก่ สันนิษฐานว่า เป็นใบเสมาที่มีอายุรุ่นราวคราวเดียวกับใบเสมาในกลุ่มเมืองฟ้าแดดสูงยาง จังหวัดกาฬสินธุ์ ติดต่อสอบถามเพิ่มเติม ททท.สำนักงานนครพนม (นครพนม สกลนคร มุกดาหาร) อ.เมือง นครพนม โทร. 0-4251-3490-1 ประชาสัมพันธ์จังหวัดนครพนม โทร. […]

อ่านต่อ

วัดศรีเทพประดิษฐาราม

วัดศรีเทพประดิษฐาราม  เป็นพระอารามที่โดดเด่นเป็นสง่า สวยงาม สะอาดร่มรื่น เหมาะแก่การเข้าไปทำบุญไหว้พระ จ.นครพนม ถือเป็นเมืองพระพุทธศาสนา แต่ละปีมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาแสวงบุญ ท่องวัดกราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ สักการะขอพรกันมาก ต่างก็อิ่มบุญอิ่มใจกันทั่วหน้า วัดศรีเทพประดิษฐาราม สร้างขึ้นเมื่อ พ. ศ. 2402 โดยเจ้าเมืองทองทิพย์ มังคละคีรี เดิมชื่อว่าวัดศรีคุณเมือง เมื่อก่อนเป็นวัดร้าง กระทั่งเมื่อปีพ.ศ.2445 หลวงปู่จันทร์ เขมิโย หรือพระเทพสิทธาจารย์ ลูกศิษย์พระอาจารย์เสาร์ กันตสีโล มาบูรณะเมื่อ พ.ศ.2449 แล้วเปลี่ยนชื่อเป็นวัดศรีเทพประดิษฐาราม หลวงปู่จันทร์ บรรพชาเป็นสามเณร ตั้งแต่อายุ 10 ขวบ เมื่อวันที่ 9 เมษายน 2434 ก่อนอุปสมบทเป็นพระภิกษุในวัย 20 ปี และอยู่จำพรรษาครองสมณเพศมาถึงอายุ 92 ปี จึงละสังขารเมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2516 ดังนั้นในวันที่ 2 ก.พ.ของทุกปี ซึ่งเป็นวันมรณภาพ คณะศิษยานุศิษย์จึงได้ร่วมกันจัดงานเพื่อรำลึกถึงบูรพาจารย์ ที่ได้สร้างคุณงามความดีไว้มากมายให้กับวงการพระพุทธศาสนา วันที่ […]

อ่านต่อ

วัดภูพานอุดม

วัดภูพานอุดมธรรม  เดิมชื่อ วัดดานสาวคอย ตั้งอยู่ ณ เลขที่ 97 หมู่ 12 บ้านดานสาวคอย ต.นาแก อ.นาแก จ.นครพนม บนเทือกเขาภูพาน บริเวณอุทยานแห่งชาติ ภูผายล ล้อมรอบด้วยป่าไม้ เบญจพรรณนานาชนิด บรรยากาศ เงียบสงบร่มเย็นตลอดปี วัดแห่งนี้มีพระครูอุดมธรรมานุกูล เป็นเจ้าอาวาส โดยวัดแห่งนี้ได้รับคัดเลือกเป็นให้เป็น 1 ในจำนวนวัด 9 แห่ง และถือว่าเป็นแห่งแรกที่ดำเนินก่อสร้างแล้วเสร็จ ซึ่งในวันอังคารที่ 5 กุมภาพันธ์ สมเด็จพระพุฒาจารย์ ประธานคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนสมเด็จพระสังฆราชจะเป็นประธานฝ่ายสงฆ์ในการ เปิดและสมโภชไหว้พระ-ชมทิวทัศน์ที่ “วัดภูพานอุดมธรรม” ดานสาวคอย-ลานหินเลือด…สู่เส้นทางธรรม”ลานหินดานสาวคอย” บนเทือกเขาภูพานน้อย อ.นาแก จ.นครพนม มีตำนานเล่าขานมากว่า 100 ปี ว่า เคยเป็น “วิมานรัก” ของคนหนุ่มสาวพื้นเมืองในยุคนั้น ที่ใช้เป็นที่นัดพบ และพลอดรักกันระหว่างขึ้นมาหาของป่า ล่าสัตว์ หรือกระทั่งเลี้ยงวัวควายทว่า เมื่อกว่า 30 ปีก่อนหน้านี้ ดานสาวคอยกลับแปรสภาพเป็น “ลานหินเลือด” เนื่องจากพื้นที่แห่งนี้จัดเป็นพื้นที่สีแดงที่เคยเป็นสมรภูมิระหว่างเจ้า […]

อ่านต่อ

วัดโพธิ์ศรี

วัดโพธิ์ศรี ตั้งอยู่เลขที่ 690 ถนนสุนทรวิจิตร  อำเภอเมือง จังหวัดนครพนม เลียบริมแม่น้ำโขง ภายในวัดดูร่มรื่นมีอุโบสถเก่าแก่ ภายในกุฎิเจ้าอาวาสเป็นที่ประดิษฐานพระทอง ซึ่งเป็นพระพุทธรูปทองสำริด ปางมารวิชัย และเป็นพระพุทธรูปโบราณสกุลช่างล้านช้าง ตรงกับสมัยอยุธยาตอนต้น ในอดีตเคยทำพิธีสรงน้ำพระทองในวันสงกรานต์ แต่มักจะเกิดพายุและตกหนักทุกครั้ง ภายหลังจึงเปลี่ยนเป็นพระพุทธรูปองค์อื่นแทน ปัจจุบันทุกวันเพ็ญเดือนหกจะนิมนต์มาตั้งไว้ที่หน้าโบสถ์ให้ชาวบ้านมาสรงน้ำ และในวันออกพรรษาชาวบ้านห้อมจะมาทอดปราสาทผึ้งที่วัดนี้ทุกปี สิ่งที่น่าสนใจภายในวัด สิม หรือ พระอุโบสถ วัดโพธิ์ศรี ภายนอกตกแต่งลวดลายสวยงาม ายในประดิษฐานพระประธาน นักท่องเที่ยวสามารถเข้าไปกราบนมัสการได้ หอพระทอง พระทองเป็นพระพุทธรูปสำริดปางมารวิชัย ขนาดหน้าตัก 9 นิ้วประทับบนฐานบัวหงายชั้นเดียวมีเกสรดอกบัวโดยรอบ ฐานล่างถัดจากฐานบัวหงายเป็นฐาน 8 เหลี่ยมลดหลั่นกัน 1 ชั้น พระทองเป็นพระพุทธรูปโบราณสร้างโดยช่างสกุลล้านช้าง ตรงกับสมัยอยุธยาตอนต้น เป็นพระพุทธรูปโบราณเก่าแก่คู่บ้านคู่เมืองนครพนม นอกจากนี้สิ่งที่น่าสนใจอีกอย่างหนึ่งคือ ก๋วยเตี๋ยวหมู เนื้อ ริมโขง ตั้งอยู่หน้าวัดโพธิ์ศรี ถนนเลียบโขง อร่อยมาก มีเครื่องเคียง คือ ผักกาดหอม ถั่วงอก ใบโหระพา สดๆ หวาน กรอบ และพริกอ่อนคั่ว เผ็ดกำลังดี เครื่องปรุงที่นี่ นอกจาก พริก น้ำตาลทราย […]

อ่านต่อ

วัดพุทธสีมา

วัดพุทธสีมา ไหว้พระ ดูสิมเก่า ชมฮูปแต้มลวดลายงดงาม วัดพุทธสีมา ตั้งอยู่เลขที่ 137 บ้านฝั่งแตง ถนนเรืองศรี หมูที่ 2 ดำบลฝั่งแตง อำเภอธาตุพนม จังหวัดนครพนม สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย ก่อตั้งเมื่อ วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2308 ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อวันที่ 15 มกราคม พ ศ. 2462 มีโรงเรียนพระปริยัติธรรมแผนกธรรม เปิดสอนเมื่อ พ.ศ. 2517 ศูนย์ศึกษาพระพุทธศาสนา วันอาทิตย์ และศูนย์อบรมเด็กก่อนเกณฑ์ในวัด เปิดสอนเมื่อ พ.ศ. 2517 สิ่งที่น่าสนใจภายในวัดคือ ฮูปแต้มเขียนขึ้นประมาณ พ.ศ.2463 โดยช่างชื่อ นายคำสิง ไชโย  ฮูปแต้มที่เขียนอยู่ทั้งภายในอาคารเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับพระพุทธประวัติ ทศชาติชาดก และวรรณกรรมท้องถิ่นเรื่องสังข์สินธุ์ชัย ส่วนภายนอกเขียนภาพเรื่องพระเวสสันดร และภาพเกี่ยวกับไตรภูมิกถาซึ่งมุ่งเน้นเฉพาะนรกภูมิเท่านั้น หลักฐาน ที่ผนังด้านนอกตัวสิมปรากฏภาพจิตรกรรมเหนือกรอบประตู และหน้าต่างทั้ง 2 ด้านภายในกรอบอาร์คโค้งเหมือนบานหน้าต่างมีจิตรกรรมฝ่าผนังลายเส้นใช้สีแซมแต่เพียงบางส่วน รูปภาพภายนอกเป็นภาพพุทธประวัติ นรก พระเวสสันดรชาดก ทศชาติ […]

อ่านต่อ