ประจวบคีรีขันธ์

อุทยานแห่งชาติกุยบุรี

อุทยานแห่งชาติกุยบุรี ตั้งอยู่หมู่ที่ 9 บ้านย่านซื่อ ตำบล หาดขาม อำเภอ กุยบุรี จังหวัด ประจวบคีรีขันธ์ อุทยานแห่งชาติที่นี่ได้ชื่อว่าเป็นซาฟารีเมืองไทย มีพื้นที่ครอบคลุม กิ่งอำเภอสามร้อยยอด อำเภอปราณบุรี อำเภอกุยบุรี และอำเภอเมือง มีพื้นที่ประมาณ 969 ตารางกิโลเมตร สภาพทั่วไปเป็นเทือกเขาสลับซับซ้อน แนวเทือกเขาขวางตัวเหนือ-ใต้ เป็นส่วนหนึ่งของเทือกเขาตะนาวศรี สภาพป่าเป็นป่าดิบชื้น สัตว์ป่ายังมีชุกชุมเนื่องจากมีแหล่งน้ำและอาหารสมบูรณ์ สัตว์ป่าโดยทั่วไปได้แก่ ช้างป่า กระทิง วัวแดง กวางป่าหมี เก้ง สมเสร็จ ชะนี ลิง ค่าง ฯลฯ มีลักษณะภูมิประเทศเป็นเทือกเขา มีสภาพเป็นป่าที่สมบูรณ์ด้วยลักษณะของป่าดิบชื้น ป่าดิบแล้งและป่าเบญจพรรณ หนาแน่นด้วยพรรณไม้ที่มีค่าทางเศรษฐกิจ อีกทั้งยังเป็นป่าต้นน้ำลำธารของประจวบฯ คือแม่น้ำกุยบุรีและเป็นแหล่งอาศัยของสัตว์ป่านานาชนิด โดยได้ประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติกุยบุรีเมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2542 โดยป่ากุยบุรีเป็นโครงการตามพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชการที่ 9 ที่ทรงเปลี่ยนแปลงไร่สับปะรดให้เป็นป่าใหญ่ที่อุดมสมบูรณ์และเป็นแหล่งอาหารของสัตว์ป่านานาชนิดได้ นอกจากนี้ในป่ากุยบุรีแห่งนี้ยังมีทรัพยากรธรรมชาติที่สวยงามและมีคุณค่าอีกมากมาย เช่น น้ำตกผ่าหมาหอน น้ำตกด่านมะค่า น้ำตกผ่าสวรรค์ และยังมีจุดชมช้างป่าโดยจะมีเจ้าหน้าที่พาเข้าไปชม นอกจากจะได้เห็นช้างแล้วยังจะได้เห็นสัตว์ป่าชนิดอื่น […]

อ่านต่อ

อ่าวมะนาว

อ่าวมะนาว ตั้งอยู่ในเขตกองบิน 53 กองทัพอากาศ เป็นชายหาดที่สะอาดและ สวยงาม ชายหาดมีลักษณะโค้งเป็นวงกลมเหมือนลูกมะนาว จึงเป็นที่มาของคำว่า อ่าวมะนาว อ่าวมะนาวมีภูเขาสองลูกโอบล้อมคือ เขาล้อมหมวก และ เขาคลองวาฬ สามารถมองเห็นได้ชัดเจนจากชายหาด ในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 นั้นอ่าวมะนาวเคยเป็นยุทธภูมิระหว่างกองทัพไทยและกองทัพญี่ปุ่น ในกองบิน 53 จะเห็น อนุสาวรีย์วีรชน รูปทหารในชุดนักบินยืนอยู่บนใบพัดเครื่องบินถือธงหันหน้าออกทะเล และยังมี อุทยานประวัติศาสตร์กองบิน 53 โดยจะเห็นแท่งหินขนาดใหญ่แกะสลักจำลองฉากการต่อสู้ระหว่างกองทัพไทยกับญี่ปุ่น บริเวณอ่าวมะนาว ในทุกปีมีการจัดงานวันรำลึกวีรกรรม 8 ธันวาคม ในปัจจุบัน กองบิน 53 ได้เปลี่ยนชื่อเป็น กองบิน 5 นักท่องเที่ยวสามารถเข้าไปพักผ่อนเล่นน้ำที่ชายหาด มีร้านอาหาร สโมสรและบริการบ้านพักหลายแบบ ทั้งแบบทาวเฮาส์ คอนโดมิเนียม สำหรับนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบการตกหมึกสามารถเช่าเหมาเรือประมง ออกไปตกหมึกได้ เรือรับจ้างติดต่อได้ที่โรงอาหารในกองบิน สำหรับการรับประทานอาหารในอ่าวมะนาวนั้น เนื่องจากอยู่ในเขตพื้นที่ของทหาร ร้านอาหารในนี้จะมีราคาไม่แพงมาก โดยส่วนใหญ่เป็นแม่บ้านทหารมาเปิดร้าน มีร้านให้เลือกกินหลากหลายร้าน ในตอนเช้า จะมีกาแฟ ปาท่องโก๋ ข้าวต้ม American Breakfast หรือ […]

อ่านต่อ

อุทยานแห่งชาติหาดวนกร

อุทยานแห่งชาติหาดวนกร ตั้งอยู่ที่ตำบลห้วยยาง อำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เดิมเป็นป่าสงวนแห่งชาติป่าวังด้วนและป่าห้วยยาง เป็นที่ตั้งของสวนป่าห้วยทราย ท้องที่อำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์ สวนป่าห้วยยาง สวนรุกขชาติห้วยยาง และสถานีวนกรรมห้วยยาง ท้องที่อำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ต่อมาสถานีวนกรรมห้วยยางได้ถูกยกเลิกไป เมื่อทางกรมป่าไม้มีนโยบายที่จะจัดตั้งอุทยานแห่งชาติ จึงได้โอนพื้นที่แห่งนี้มาให้กองอุทยานแห่งชาติดำเนินการตั้งแต่ปีงบประมาณ 2532 เป็นต้นมา และได้มีพระราชกฤษฎีกากำหนดบริเวณที่ดินป่าวังด้วน ป่าห้วยยาง และเกาะใกล้เคียง ในท้องที่ตำบลห้วยทราย อำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์ และตำบลห้วยยาง อำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ รวมเนื้อที่ 38 ตารางกิโลเมตร ว่าเป็นอุทยานแห่งชาติลำดับที่ 76 ของประเทศไทย สิ่งที่น่าสนใจภายในอุทยานฯ หาดวนกร หาดทรายขาวสะอาดทอดตัวเป็นแนวยาวสลับกับหัวกรังที่ยื่นลงไปในทะเลเป็นตอนๆ เหนือขึ้นมาบนชายฝั่งมีทิวสนทะเลเป็นแนวยาวขนานไปกับทะเล ตั้งแต่คลองน้ำจืดจนถึงห้วยบ้านยางระยะทาง 7 กิโลเมตร หาดทรายเมื่อน้ำลงต่ำสุดจะยื่นออกไปในทะเล 150 เมตร จุดเด่นของหาดแห่งนี้ คือ มีชายหาดทรายที่ขาวละเอียด มีระดับน้ำที่ลาดไล่ลงไปไม่ลึกมาก ตลอดแนวชายหาดจะมีแนวป่าสนทะเลขึ้นเรียงราย จึงเหมาะสำหรับครอบครัวที่ต้องการจะมาเล่นน้ำ และพักผ่อน อ่าวมะค่า เป็นบริเวณคุ้งน้ำชายฝั่งทะเลจากบ้านวังด้วนจนถึงปากคลองน้ำจืด ลักษณะเป็นหน้าผาริมทะเล มีโขดหิน ตลิ่งชัน ซึ่งเป็นที่ตั้งของหน่วยพิทักษ์อุทยานฯ สามารถมองเห็นทิวทัศน์ของทะเล เกาะจานและเกาะท้ายทรีย์ ดำน้ำดูปะการัง […]

อ่านต่อ

วนอุทยานปรานบุรี

วนอุทยานปรานบุรี ตั้งอยู่ที่ หมู่ 1 ต.ปากน้ำปราณ อำเภอปราณบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เดิมเป็นโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ โดยกำหนดพื้นที่เป็นป่าสงวนแห่งชาติป่าคลองเก่า คลองคอย มีพื้นที่ประมาณ 1,984 ไร่ ประกอบด้วย ป่าชายเลน และมีแม่น้ำปราณบุรีไหลผ่านตอนกลางของพื้นที่ป่า ปัจจุบันกรมป่าไม้ได้ประกาศให้เป็นวนอุทยานมีพื้นที่ 700 ไร่ อยู่ในความดูแลของสำนักงานป่าไม้เขตเพชรบุรี (สำนักบริหารจัดการในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ 4 กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช)วนอุทยานปราณบุรีมีหาดทรายขาวสะอาดร่มรื่นด้วยแนวสนทอดยาว 1 กิโลเมตร อยู่ทางด้านตะวันออกของอุทยานฯ สามารถมองเห็นทิวทัศน์ของทะเล เกาะสิงห์โต เขาตะเกียบและเขาเต่า วนอุทยานมีแม่น้ำปราณบุรีไหลผ่านตอนกลางของพื้นที่ป่า มีทิวทัศน์ทางธรรมชาติที่สวยงาม เหมาะสำหรับการเที่ยวชม และศึกษาธรรมชาติเกี่ยวกับระบบนิเวศป่าชายเลน เส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติป่าชายเลนเป็นสะพานไม้ยกระดับ ทอดยาวไปโดยรอบ ทางเดินสะดวกสบาย พร้อมสัมผัสพันธุ์ไม้ป่าชายเลน อาทิ แสม โปรงขาว โปรงแดง ตะบูนดำ เป็นต้น ส่วนสิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่ในบริเวณนั้นก็จะมี ปูราชินี ซึ่งมีสีสันสวยงามแปลกตามาก ปูก้ามดาบ คือมีก้ามข้างหนึ่งใหญ่มากกว่าอีกข้างหนึ่งเหมือนเป็นดาบ จึงเรียกว่าปูก้ามดาบ กุ้งดีดขัน ซึ่งตลอดระยะเวลาการเดินเราจะได้ยินเสียง แป๊ะ แป๊ะ อยู่เป็นระยะนั่นคือเสียงของกุ้งดีดขัน […]

อ่านต่อ

วนอุทยานเขาตาม่องล่าย

วนอุทยานเขาตาม่องล่าย ตั้งอยู่ที่ตำบลอ่าวน้อย อำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นับเป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่นักท่องเที่ยวจะสามารถร่วมสนุกและเพลิดเพลินกับกิจกรรมต่างๆ ของทางวนอุทยานฯ เช่น ยามเช้าดูพระอาทิตย์ขึ้นจากทะเลอ่าวไทย ตรงอ่าวประจวบคีรีขันธ์ ฝั่งตรงข้ามที่ทำการวนอุทยาน,ชมพระอาทิตย์ตกดิน วิวทะเล/อ่าวประจวบฯ, กิจกรรมเดินป่าศึกษาธรรมชาติ, กิจกรรมชายหาด, ปั่นจักรยานศึกษาธรรมชาติ, ชมพรรณไม้, ส่องสัตว์, แค้มป์ปิ้ง, เดินป่าระยะไกล, ดูนก, ดูดาว และดูผีเสื้อ วนอุทยานเขาตาม่องล่าย มีเนื้อที่ประมาณ 862 ไร่ โดยที่พื้นที่ดังกล่าวมีสภาพธรรมชาติสวยงาม มีจุดเด่นทางธรรมชาติ และเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่อยู่ใกล้เมือง สามารถพัฒนาให้เป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ และศึกษาหาความรู้ด้านธรรมชาติ ของป่าบก ป่าชายหาด ป่าชายเลน และระบบนิเวศของสัตว์น้ำชายฝั่งได้เป็นอย่างดี ตำนานเขาตาม่องลาย ตำนานมีอยู่ว่า ณ บ้านหลังหนึ่งซึ่งตั้งอยู่ในหมู่บ้านอ่าวน้อย จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ มีครอบครัวหนึ่งมีชื่อว่า “ตาม่องล่าย” มีภรรยาชื่อ “นางรำพึง โดยทั้งสองมีลูกสาวผู้เลือโฉมนามว่า “ยม” ด้วยความงดงามของสาวยม ต่างเป็นที่ต้องตาต้องใจของเหล่าบรรดาพ่อค้าวานิชและชาวเรือประมง ที่มาทำมาหากินและค้าขายอยู่ในบริเวณบ้านอ่าวน้อย “เจ้าลาย” ผู้ซึ่งเป็นลูกชายของเจ้าเมืองในเขตเมืองเพชรบุรี ก็เป็นหนึ่งในผู้ชายที่หลงใหลในความงดงามของสาวยม ต่อมาเจ้าลายได้ปลอมตัวเป็นชาวประมงล่องเรือ มาชมความงดงามของสาวยม และได้ทำความรู้จักกับนางรำพึงซึ่งเป็นมารดาของสาวยม ด้วยความสุภาพและขยันขันแข็งของเจ้าลาย จึงทำให้นางรำพึง […]

อ่านต่อ

เขาธงชัย

เขาธงชัย ตั้งอยู่ที่บ้านกรูด ต. ธงชัย อ. บางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์  เป็นจุดชมวิวที่สำคัญของชายหาดบ้านกรูด จากจุดนี้จะมองเห็นเวิ้งอ่าวและทิวมะพร้าวสุดสายตา เหมาะสำหรับชมพระอาทิตย์ขึ้นและตก บริเวณรอบๆ มีสวนไม้ดอกไม้ประดับและสำนักสงฆ์ เป็นจุดชมวิว ที่จะเห็นชายหาดที่ทอดตัว เป็นแนวตรงริมหาดชอุ่มเขียวด้วยสวนมะพร้าวกว้างใหญ่ เป็นความงามที่ผสมผสานหาดทราย น้ำทะเลและทิวมะพร้าวรวมกันเป็นภาพที่สวยงามลงตัวมาก สิ่งที่น่าสนใจที่เขาธงชัย พระพุทธกิติสิริชัย หรือ หลวงพ่อใหญ่ พระพุทธรูปปางสมาธิแบบศิลปะคันธาระ(ได้รับอิทธิพลจากกรีกผ่านอินเดีย) หันพระพักตร์ออกทะเล ชาวบ้านสร้างเพื่อถวายแด่สมเด็จพระนางเจ้าฯ เนื่องในวโรกาสที่ทรงพระชนมายุครบ 60 พรรษา พระพุทธกิติสิริชัย รูปทรงแบบคันทาราช (ปางตรัสรู้) ขนาดใหญ่ ลักษณะนั่งขัดสมาธิบนดอกบัวบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ประดิษฐานอยู่ด้านทิศตะวันออกอยู่บนยอดเขาธงชัย เป็นที่สักการะกราบไหว้ของประชาชนทั่วไป และยังเป็นจุดชมวิวที่สำคัญของชายหาดบ้านกรูด ความสยงามของอ่าวและทิวมะพร้าวสุดสายตา เหมาะสำหรับชมพระอาทิตย์ขึ้นและตก ตำหนักกรมหลวงชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ เป็นที่เคารพสักการะยิ่งของชาวเรือ จะเห็นตำหนักกรมหลวงชุมพรเขตรอุดมศักดิ์สวยเด่นเป็นสง่าบนยอดเขาธงชัย เชื่อกันว่ากรมหลวงชุมพรเขตรอุดมศักดิ์เคยเสด็จมาประทับ ณ ที่แห่งนี้ เพื่อพักทอดสมอเรือรบ จึงสร้างสมอเรือจำลองไว้ที่พระตำหนักซึ่งหันหน้าออกทะเล บริเวณรอบๆ มีสวนไม้ดอกไม้ประดับ และสำนักสงฆ์ เชื่อกันว่ากรมหลวงชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ เคยเสด็จมาประทับ ณ ที่แห่งนี้ เพื่อพักทอดสมอเรือรบ จึงสร้างสมอเรือจำลองไว้ที่พระตำหนัก ซึ่งหันหน้าออกทะเล พระมหาธาตุเจดีย์ภักดีประกาศ หรือ พระมหาเจดีย์เก้ายอด […]

อ่านต่อ

น้ำตกไทรคู่

น้ำตกไทรคู่ ตั้งอยู่หมู่ 6 บ้านเขาแก้ว ตำบลทองมงคล อำเภอบางสะพาน ประจวบคีรีขันธ์ ถือเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญแห่งหนึ่งของอำเภอบางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งมีความสำคัญไม่แพ้เกาะทะลุ เพราะเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวอีกแห่งหนึ่ง เนื่องจากอยู่ไม่ไกลจากถนนเพชรเกษมมากนัก จึงทำให้นักท่องเที่ยวที่ขับรถลงใต้แวะพักผ่อนจากความเมื่อยล้า ก่อนที่จะออกเดินทางต่อ น้ำตกไทรคู่แห่งนี้มีทั้งหมด 9 ชั้น แต่ละชั้นจะมีความสวยงามที่แตกต่างกันไป โดยชั้นที่มีความงามมากที่สุดคือชั้นที่ 5 ซึ่งน้ำตกในชั้นนี้จะมีลักษณะที่เป็นหน้าผาขนาดใหญ่ นอกจากนี้ยังสามารถพบสัตว์ป่าหลายชนิดที่บริเวณน้ำตกอีกด้วย น้ำตกไทรคู่ เป็นน้ำตกที่มีน้ำไหลตลอดปี มีชั้นเชิงใหญ่ ๆ 3 ชั้น และชั้นอื่น ๆ อีกที่ลดหลั่นกันลงไปอีกหลายชั้น และที่น้ำตกไทรคู่ชั้นที่ 2,3 และ 4 มีขนาดไม่ใหญ่มากนักแต่สามารถนั่งพักผ่อนและเล่นน้ำได้ และน้ำตกชั้นที่ 4 นี้เองซึ่งเป็นที่มาของชื่อน้ำตกไทรคู่ เพราะว่ามีต้นไทรขนาดใหญ่สองต้นขึ้นมาอยู่ด้านบนของหน้าผา ทำ ให้รอบ ๆ บริเวณนี้มีร่มเงาและมีบรรยากาศที่ดีเหมาะแก่การเล่นน้ำ และนั่งพักผ่อนหย่อนใจ แต่อย่างไรก็ดี น้ำตกชั้นที่มีความงามมากที่สุดคือชั้นที่ 5 โดยน้ำตกในชั้นนี้จะมีลักษณะที่เป็นหน้าผาหินขนาดใหญ่ มีสายน้ำไหลผ่านลงมาตามร่องหินเป็นระยะทางประมาณ 50 เมตร ส่วนน้ำตกชั้นที่6 มีความพิเศษตรงที่ต้องขึ้นโดยการปีน หรือ ไต่ไปตามหน้าผาที่ค่อนข้างชันและชื้น และยังมีรากของต้นไม้ที่ห้อยลงมาด้วย […]

อ่านต่อ

ถ้ำพระยานคร

ถ้ำพระยานคร เป็นถ้ำขนาดใหญ่ที่อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จุดเด่นของถ้ำแห่งนี้ คือ ” พระที่นั่งคูหาคฤหาสน์” เป็นพลับพลา แบบจตุรมุข สร้างในสมัยรัชกาลที่ 5 คราวเสด็จประพาสเมื่อวันที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2433 เป็นฝีพระหัตถ์ของพระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าขจรจรัสวงศ์ ทรงสร้างขึ้นในกรุงเทพฯ แล้วส่งมาประกอบทีหลังโดยให้พระยาชลยุทธโยธินเป็นนายงานก่อสร้าง พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จมายกช่อฟ้าด้วยพระองค์เอง ที่กำแพงหินด้านขวามีพระปรมาภิไธยย่อในรัชกาลที่ 5 และรัชกาลที่ 7 เป็นตัวหนังสือใหญ่สีขาวสะดุดตา พระที่นั่งคูหาคฤหาสน์นับเป็น จุดเด่นของถ้ำพระยานคร และเป็นตราประจำ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ในปัจจุบัน ถ้ำแห่งนี้เป็นถ้ำที่มีพลับพลาที่ประทับสวยเมื่อต้องแสงตะวัน ประวัติแต่โบราณได้ชื่อนี้ เพราะเจ้าพระยานครเป็นผู้ค้นพบ คราร่วมเสด็จประพาสในรัชกาลที่ 5 ต่อมาพระมหากษัตริย์ หลายพระองค์ ก็ทรงเสด็จพระราชดำเนิน ใครจะเชื่อว่ายาม พระอาทิตย์ส่อง แสงผ่านปล่องเขาในวันและเวลา พลับพลา ที่ประทับเรืองรองงดงามยิ่งกว่าใช้ไฟดวงใด สำหรับทางขึ้นถ้ำนั้นก็ค่อนข้างสะดวก ระยะทางประมาณ 430 เมตร อาจจะดูน้อยๆ แต่พอขึ้นจริงๆ แล้วเหนื่อยเอาการทีเดียวค่ะ แต่ก็มีป้ายเตือนบอกนักท่องเที่ยวว่า “ท่านผู้มีโรคประจำตัว กรุณาพิจารณาก่อนขึ้น” เพื่อความปลอดภัย ระหว่างเดินเท้าขึ้นถ้ำ จะมีจุดหยุดพักชมวิวจากจุดนี้สามารถชมทิวทัศน์บริเวณรอบ ๆ […]

อ่านต่อ

ถ้ำไทร

ถ้ำไทร ไปผจญภัยท่ามกลางป่าเขา เที่ยวชมความลึกลับของถ้ำโบราณกันค่ะ ถ้ำไทรตั้งอยู่บริเวณชายหาดบ้านคุ้งโตนด ต.เขาแดง อ.เขาสามร้อยยอด จ.ประจวบคีรีขันธ์ ถ้ำขนาดกลาง ที่มีหินงอกหินย้อยสวยงามมากอีกแห่งหนึ่ง ต้องเดินเท้าขึ้นเขาชันกว่า 280 เมตร โดยทางบางจุดอาจต้องปีนป่ายโขดหินกันเลย แต่พอได้ขึ้นไปถึงปากถ้ำแล้วรับรองว่าประทับใจมาก ๆ แน่นอนค่ะ ถ้ำไทรอยู่ทางทิศตะวันออกของเกาะร่มมีระดับความสูงประมาณ 280 เมตร จากระดับน้ำทะเลและวางตัวขนานกับแนวชายหาดเป็นถ้ำขนาดใหญ่มาก เป็นถ้ำคูหาเดียวแบ่งเป็นสามระดับ ภายในบริเวณถ้ำไทรจะมความงดงามมากเนื่องจากพื้นที่ภายในถ้ำเต็มไปด้วยหินงอก หินย้อย ประวัติความเป็นมาของถ้ำไทร ตาเอิบมาอยู่หมู่บ้านคุ้งโตนดเป็นคนแรกซึ่งตาเอิบรู้ว่าในเทือกเขามีต้นไม้ที่รับประทานได้ ซึ่งตาเอิบได้หาลูกไม้กินก่อนจะพบกับถ้ำไทรตาเอิบได้ยินเสียงปี่พาทย์จึงได้ตามเสียงนั้นไปจนเจอปากถ้ำ จึงได้เข้าไปภายในถ้ำก็ไม่ได้ยินเสียงปี่พาทย์ซึ่งเสียงนั้นสันนิฐานว่าเป็นเสียงของพวกลับแล ตาเอิบจึงสำรวจภายในถ้ำที่มีหินงอก หินย้อยที่มีลักษณะเหมือนกับต้นไทรประกอบกับหน้าปากถ้ำได้มีต้นไทรขนาดใหญ่ขึ้นอยู่ปากถ้ำ (ปัจจุบันต้นไทรนั้นได้ตายไปแล้ว) เพราะช่วงนั้นเกิดพายุลินดาเข้ามาที่หมู่บ้านคุ้งโตนดจึงทำให้ต้นไทรล้มตายจึงเรียกว่า “ถ้ำไทร” ถ้ำที่มีลักษณะทางธรรมชาติที่งดงามและเดินทางเข้าออกไม่ยากนัก ภายในถ้ำขนาดไม่ใหญ่มาก แต่ภายในมีหินงอกหินย้อยสวยงามไม่แพ้ถ้ำอื่น ๆ ในเมืองไทยเลย การเดินเที่ยวชมต้องมีเจ้าหน้าที่นำทางและใช้ตะเกียงหรือไฟฉายเท่านั้น เพราะข้างในมืดมากจนมองอะไรแทบไม่เห็น แต่ก็สามารถเดินขึ้นไปชมกันเองได้ แต่ต้องระมัดระวังกันนิดนึง โดยร้านอาหารตรงบริเวณลานจอดรถจะมีไฟฉายหรือตะเกียงให้เช่าในราคา 40 บาท โดยลักษณะทางเดินขึ้นจะเป็นเขาชัน จากจุดจอดรถไปยังปากถ้ำเป็นระยะทางประมาณ 280 ม. กว่าจะถึงปากถ้ำ บางคนอาจจะคิดว่า แค่สองร้อยกว่าเมตรเอง แต่ก็เล่นเอาเหงื่อท่วมตัวเหมือนกันนะคะ เพราะทางชันมากบวกกับมีโขดหินให้ปีนป่ายในบางจุด เหมือนได้มาเดินผจญภัยในป่าเลยค่ะ แต่พอได้ขึ้นไปถึงถ้ำแล้วเห็นความสวยงามภายในถ้ำไทรแล้วล่ะก็ รับรองว่าจะลืมความเหนื่อยไปเลยค่ะ ถ้ำแห่งนี้นับว่าเป็นอีกหนึ่งแหล่งท่องเที่ยวที่ควรค่าแก่การมาสัมผัสกับความมหัศจรรย์ของถ้ำ […]

อ่านต่อ

วัดถ้ำเขาม้าร้อง

วัดถ้ำเขาม้าร้อง ตั้งอยู่ในตำบลพงค์ประสาสน์ อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ภายในถ้ำมีหลายคูหา มีหินงอกหินย้อยและมีผู้ดูแลติดตั้งไฟฟ้าเพื่อให้ส่องสว่างแก่นักท่องเที่ยว โดยภายในถ้ำจะมีพระพุทธรูปปางสมาธิเรียงรายตลอดแนว อยู่ชิดผนังถ้ำด้านทางด้านหนึ่ง ภายในถ้ำมีหินย้อยรูปร่างลักษณะคล้ายหัวม้า อยู่ภายในถ้ำ หากเดินเข้าไปในถ้ำแล้วให้เดินตรงไปแล้วเลี้ยวไปทางขวามือ ประมาณ 20-30 เมตรให้เลี้ยวซ้ายจะเห็นลักษณะหินย้อยที่มีรูปร่างคล้ายหัวม้าค่ะ นอกจากนี้ยังมีบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งเป็นบ่อน้ำที่นำไปใช้ในงานพระราชพิธีสำคัญ ๆ ต่าง ๆ เมื่อมีพิธีสำคัญ ๆ เมื่อไหร่ ทางวัดจะจัดพิธีตักน้ำทิพย์เพื่อนำไปถวายแด่ในหลวง เช่นงานพิธีครบรอบ 60 พรรษา และ 72 พรรษา และ ที่น่าแปลกใจคือ น้ำที่บ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้จะไม่มีวันแห้งเลย นอกจากตัวถ้ำแล้ว บริเวณภายในวัดยังมีบ่อปลาที่มีอายุกว่า 10 ปี และมีปลาอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก ซึ่งเราสามารถซื้ออาหารปลามาให้ปลาได้ค่ะ วัดถ้ำม้าร้องแห่งนี้มีประวัติเป็นที่พักสงฆ์มาแต่โบราณกาล ตั้งแต่สมัยที่พระพุทธศาสนาเริ่มเข้าสู่แหลมทอง พระสงฆ์ชาวศรีลังกาและอินเดีย ได้เดินทางเข้ามาเผยแผ่พุทธศาสนา ในประเทศไทยและประเทศพม่า พระสงฆ์ที่เผยแผ่พุทธศาสนา จึงใช้เป็นที่พักพิงในขณะเดินทาง ต่อมา ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว เจ้าพระยาบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) ได้ออกปราบพวกโจรตามหัวเมืองต่างๆ ในระหว่างปี พ.ศ.2385-2387 เจ้าพระยาบดินทรเดชา ได้นำทัพมาพักที่หนองหัดไทย ปรากฏว่าม้าของท่านเจ้าพระยาบดินทรเดชาได้หายไป จึงได้สั่งให้ทหารออกตามหาแต่ก็ไม่พบ ได้ยินแต่เสียงม้าร้องภายในภูเขาลูกนี้ […]

อ่านต่อ