สมุทรสงคราม

วัดศรัทธาธรรม

วัดศรัทธาธรรม เดิมเรียกกันว่า วัดมอญ ตั้งอยู่บ้านรามัญตะวันตก เลขที่ 247 หมู่ 1 ตำบลบางจะเกร็ง อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสงคราม สร้างขึ้นในปี พ.ศ.2341 โดยชาวมอญที่อพยพหนีสงครามกลางเมืองในพม่าและได้เข้ามาอาศัยที่ดินว่างเปล่า ในพื้นที่ของตำบลบางจะเกร็งในปัจจุบันประมาณ 12 ครอบครัว ร่วมใจกันสร้างขึ้นมาจากแรงศรัทธาในพระพุทธศาสนา โดยสร้างอุโบสถไม้อยู่บนแพลอยน้ำ ใช้ประกอบศาสนพิธี จนกระทั่งในปี พ.ศ.2535 พระครูสมุทรวิสุทธิวงศ์ อดีตเจ้าอาวาส จึงได้สร้างอุโบสถไม้สักทองฝังมุกขึ้นมาใหม่ นับเป็นอุโบสถไม้สักทองฝังมุกแท้รูปเรือสำเภาลายรดน้ำแห่งเดียวของเมืองไทย ฐานเป็นปูนโค้งทรงสำเภา ภายนอกอุโบสถมีเสาระเบียงฝังมุกลายไทย ผนังฝังด้วยเปลือกหอยมุกเป็นลายเทพพนมที่ประณีตบรรจง ส่วนเครื่องบนประดับด้วยช่อฟ้าใบระกาที่กลางหน้าบันทั้งสองด้าน จำหลักลายหงส์ภายใต้เศวตฉัตรอยู่บนพื้นลายกระหนกเปลว เป็นวัดที่มีพระอุโบสถทำจากไม้สักทอง และจุดเด่นของวัดนี้คือ ผนังด้านในฝังมุก ทั้งหลัง สร้างโดยพระครูสมุทรวิสุทธิวงศ์ อดีตเจ้าอาวาส สร้างเมื่อ พ.ศ. 2535 ภายในอุโบสถมีพระพุทธชินราชหน้าตักกว้าง 61 นิ้วเป็นพระประธาน ผนังภายในด้านหลังองค์พระประธานเป็นภาพพระประจำวันเกิด ส่วนผนังด้านบนและล่างฝังมุกเป็นภาพพุทธประวัติ ภาพรามเกียรติ์ จำนวนรวมกัน 54 ภาพ นอกจากนี้ภายในอุโบสถยังเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธชินราชหลวงปู่ขาวมหา สิทธิโชค หลวงพ่อบ้านแหลม หลวงปู่ทวด เหยียบน้ำทะเลจืด หลวงพ่อลิ […]

อ่านต่อ

วัดภุมรินทร์กุฎีทอง

วัดภุมรินทร์กุฎีทอง ตั้งอยู่ริมแม่น้ำแม่กลอง ตรงปากคลองประชาชื่นฝั่งตะวันตก ตำบลสวนหลวง อำเภออัมพวา จ.สมุทรสงคราม  มีประวัติเล่าว่า เศรษฐีบิดาของคุณนาค (สมเด็จพระอมรินทรามาตย์พระบรมราชินีในรัชกาลที่ 1) ให้สมภารวัดบางลี่ตรวจดูดวงชะตาคุณนาค สมภารทำนายว่าจะได้เป็นพระราชินี เศรษฐีบิดาคุณนาคจึงให้คำมั่นว่า ถ้าเป็นจริงจะสร้างกุฎีทองถวายให้วัด วัดบางลี่จึงได้ชื่อว่า วัดบางลี่กุฎีทอง ต่อมาวัดบางลี่ถูกน้ำเซาะที่ดินพังลง จึงรื้อกุฎีทองมาสร้างไว้ที่วัดภุมรินทร์ วัดนี้จึงได้ชื่อว่าวัดภุมรินทร์กุฎีทอง นอกจากนี้ ยังมีพิพิธภัณฑ์วัดภุมรินทร์และอุทยานการศึกษา เป็นสถานที่เก็บรวบรวมโบราณวัตถุล้ำค่าสมควรแก่การศึกษาและอนุรักษ์ ไว้ เช่น พระพุทธรูป หนังสือไทย โถลายคราม และเครื่องทองเหลือง พระพุทธรูปเก่าแก่อายุกว่า 300 ปี เป็นพระพุทธรูปปูนปั้นปิดทอง ปางมารวิชัยชื่อ พระพุทธรัตนมงคลหรือหลวงพ่อโต และ พระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยประดิษฐาน สิ่งที่น่าสนใจภายในวัด กุฎีทอง กุฎิทองหลังนี้ สร้างโดยท่านทอง ท่านสั้น ผู้เป็นบิดามารดาของสมเด็จพระอมรินทรามาตย์ (เดิมชื่อนาค) พระบรมราชินีในรัชกาลที่ 1 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ สร้างเมื่อปี พุทธศักราช 2325 ต่อมาได้บูรณะใหม่เมื่อปี พุทธศักราช 2431 กุฎีทองเป็นเรือนไม้ทรงไทยตกแต่งลวดลายทั้งภายในและภายนอกด้วยลายรดน้ำปิดทองตลอดทั้ง หลังจึงทำให้เป็นที่มาของชื่อกุฎีทองแต่เดิมนั้นกุฎีทองตั้งอยู่ที่วัดบาง ลี่บน […]

อ่านต่อ

วัดบางแคน้อย

วัดบางแคน้อย ไปชมความงดงามภายในอุโบสถ ซึ่งมีไม้สักแกะสลักไว้อย่างสวยงาม นมัสการหุ่นขี้ผึ้งของสมเด็จพระพุฒาจารย์ โต พรหมรังสี กันค่ะ วัดบางแคนน้อย ตั้งอยู่ที่หมู่ 7 บ้านบางแคใหญ่ ตำบลแควอ้อม อำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม อยู่ริมแม่น้ำแม่กลอง คุณหญิงจุ้ย (น้อย) วงศาโรจน์ เป็นผู้สร้างเมื่อ พ.ศ. 2411 เดิมอุโบสถของวัดสร้างบนแพไม้ไผ่ผูกไว้กับต้นโพธิ์ริมฝั่งแม่น้ำแม่กลอง ปัจจุบันวัดนี้ได้รับการบูรณะอย่างดี สิ่งที่น่าชมภายในวัด ได้แก่ ผนังภายในพระอุโบสถทำจากไม้สักแกะสลักเป็นเรื่องราวในพุทธประวัติ การประสูติ ตรัสรู้ ปรินิพพาน และเรื่องพระเจ้าสิบชาติ ลวดลายสวยงามชัดเจนโดยฝีมือช่างแกะสลักจังหวัดเพชรบุรีซึ่งมีชื่อเสียงด้าน การแกะสลักไม้ นับเป็นอุโบสถที่มีความงดงามในศิลปะการแกะสลักไม้ สิ่งที่น่าสนใจภายในวัด อุโบสถ ภายในเป็นไม้แกะสลักการแกะสลักที่ที่น่าสนใจ และหาดูได้ยาก เนื่องจากต้องใช้งบประมาณ เวลาและฝีมือการแกะสลักที่ปราณีตบรรจง โดยใช้ช่างที่มีความชำนาญ เป็นอุโบสถที่มีความสวยงาม มีคุณค่าทางด้านศิลปะเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะช่างแกะสลัก เป็นช่างฝีมือจากเพชรบุรี ซึ่งมีชื่อเสียงทางด้านแกะสลักไม้เป็นอย่างมาก ดังนั้นจึงถือว่าอุโบสถวัดบางแคน้อยเป็นศิลปะสถานที่มีคุณค่ามาก และถือว่าเป็นแหล่งท่องเที่ยวใหม่ของจังหวัดสมุทรสงครามอีกด้วย – ไม้มะค่าโมงซึ่งใช้เป็นแท่นรองพระประธานมีขนาดใหญ่มาก คือกว้าง 2 เมตรครึ่ง ยาว 3 เมตร […]

อ่านต่อ

วัดบางกุ้ง

วัดบางกุ้ง ตั้งอยู่ที่หมู่ 4 ตำบลบางกุ้ง อำเภอบางคนที จังหวัดสมุทรสงคราม ไปชมโบสถ์เก่ามีต้นไทร โพธิ์ ไกร และกร่างขึ้นปกคลุมทั้งหลัง ถือเป็นความมหัศจรรย์ และ Unseen Thailand สักการะหลวงพ่อพุทธนิมลมณี พระพุทธรูปขนาดใหญ่สมัยอยุธยาตอนปลาย สลักจากหินทรายแดง ปางมารวิชัย หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า “หลวงพ่อโบสถ์น้อย” และชมภาพจิตรกรรมฝาผนังสมัยปลายกรุงศรีอยุธยากันค่ะ วัดบางกุ้งเคยเป็นค่ายทหารเรือไทยที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ สมเด็จพระเจ้าเอกทัศน์ ทรงโปรดเกล้าฯ ให้ยกกองทัพเรือมาตั้งค่าย ที่ค่ายบางกุ้ง เรียกว่า “ค่ายบางกุง้” โดยสร้างกำแพงล้อมวัดบางกุ้งให้อยู่กลางค่าย เพื่อเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ และเป็นที่เคารพบูชา ของทหาร ภายหลังเสียกรุงครั้งที่ 2 ค่ายบางกุ้งก็ร้างไปจนกระทั่ง พระบาทสมเด็จพระเจ้าตากสิน มหาราชทรงสถาปนากรุงธนบุรี เป็นราชธานีจึงทรงโปรดเกล้าฯ ให้ชาวจีนจาก ระยอง ชลบุรี ราชบุรี และกาญจนบุรีรวบ รวมผู้คนมาตั้งกองทหารรักษาค่ายจึงมีชื่อเรียก อีกหนึ่งว่า “ค่ายจีนบางกุ้ง”  ในปี พ.ศ. 2311 พระเจ้ากรุงอังวะทรงยกทัพผ่านกาญจนบุรีมาล้อมค่ายจีนบางกุ้ง สมเด็จพระเจ้าตากสิน มหาราช ทรงโปรดเกล้าฯ ให้พระมหามนตรี (บุญมา) […]

อ่านต่อ

วัดช่องลม

วัดช่องลม ตั้งอยู่เลขที่ 18 บ้านคุ้งลมทวน หมู่ที่ 6 ตำบลบ้านปรก อำเภอเมืองสมุทรสงคราม จังหวัดสมุทรสงคราม ก่อตั้งเมื่อ พ.ศ. 2373 โดยชาวบ้านผู้มีจิตศรัทธาร่วมกันสร้างวัด และนิมนต์พระครูพ่วงเป็นเจ้าอาวาส และวัดได้มีการพัฒนามาตามลำดับ โดยสร้างอุโบสถ พระวิหาร ศาลาการเปรียญ และกุฏิสงฆ์เป็นที่มั่นคงถาวร นอกจากนี้วัดยังได้จัดให้มีโรงเรียนประชาบาลและโรงเรียนพระปริยัติธรรม เพื่ออบรมให้ความรู้แก่บุตรหลานในท้องถิ่น และทำการเรียนการสอนพระนวกะในพรรษา จนได้รัยการพิจารณาให้เป็นวัดพัฒนาตัวอย่างในปี พ.ศ. 2524 และวัดพัฒนาที่มีผลงานดีเด่นในปี พ.ศ. 2539 ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อ วันที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2482 เขตวิสุงคามสีมา กว้าง 40 เมตร ยาว 80 เมตร วัดช่องลม เป็นวัดที่อยู่ติดกับปากอ่าวไทยพอดี และมีเรือประมงแล่นผ่านอยู่เป็นประจำ ซึ่งภายในโบสถ์ของวัดช่องลมนั้นมักจะมีนกนางแอ่นมาทำรัง จึงทำให้ผนังภายในโบสถ์เต็มไปด้วยรังของนกนางแอ่น ภายในโบสถ์หลังใหม่ของวัดมีพระพุทธรูปที่ชาวบ้านให้ความเคารพนับถืออย่างมากประดิษฐานอยู่  คือพระพุทธรูปปางมารวิชัย 2 องค์ องค์ที่ 1 เป็นพระพุทธรูปปูนปั้น ขนาดหน้าตักกว้าง 110 […]

อ่านต่อ

วัดเจริญสุขารามวรวิหาร

วัดเจริญสุขารามวรวิหาร ตั้งอยู่ที่ตำบลบางนกแขวก อำเภอบางคนที จังหวัดสมุทรสงคราม เดิมเป็นวัดร้างไม่ทราบว่าสร้างขึ้นตั้งแต่เมื่อใด ทราบแต่ว่าเป็นวัดเก่าแก่ และเป็นวัดร้าง ในเวลาต่อมาจนถึงปี พ.ศ.2426ได้มีทายก ทายิ กา ในท้องถิ่นนิมนต์หลวงพ่ออาจ จากวัดบางคนทีใน มาเป็นเจ้าอาวาส ส่วนใหญ่ประชาชน เรียกกันว่า “หลวงพ่อตามืด”ทั้งชาววัดและชาวบ้านได้ร่วมกันบูรณะวัด โดยการปฎิสังขรณ์สิ่งต่างๆ และเรียกชื่อวัดว่า วัดกลางคลองบ้าง วัดต้นชมพู่บ้าง ต่อมากระทรวงเกษตราธิการ ได้ สร้างประตูน้ำขึ้น จึงใช้ชื่อว่า “วัดประตูน้ำบางนกแขวก” เรียกชื่อนี้กันมานานหลายปี ก่อนที่จะเปลี่ยนมาเป็น “วัดเจริญสุขาราม” วัดนี้ได้รับการยกฐานะเป็นอารามหลวงชั้นตรีชนิดวรวิหารในปี พ.ศ.2500 ปัจจุบัน กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวอีกแห่งหนึ่งของจังหวัดสมุทรสงคราม เพราะมีสิ่งที่เป็นประวัติศาสตร์สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 เป็นหลักฐานอยู่ นั่นคือลูกระเบิดที่ฝ่าย พันธมิตรทิ้งลงมาทางเครื่องบินเพื่อขับไล่ทหารญี่ปุ่นบริเวณหน้าวัดเจริญ หรือบริเวณประตูน้ำบางนกแขวก หลังจากสิ้นสุดสงคราม เจ้าหน้าที่ของบ้านเมือง ได้มาทำการกอบกู้ลูกระเบิดดังกล่าว และมอบให้ทางวัดเจริญดูแลและเก็บไว้เป็นหลักฐานหรือที่ระลึกจนถึงปัจจุบัน วัดเจริญสุขารามฯ อยู่เขตพื้นที่ติดต่อกับอำเภอดำเนินสะดวกห่างกันแค่3กิโลเมตรเท่านั้น นักท่องเที่ยว ที่มาเที่ยวตลาดน้ำดำเนินสะดวก สามารถล่องเรือมาคลองดำเนินมาถึงวัดเจริญฯ ได้ หรือจะมาทางรถยนต์ ก็สะดวกสบายเช่นกัน สิ่งที่น่าสนใจภายในวัด พระอุโบสถ เป็นพระอุโบสถที่มีศิลปะการก่อสร้างเฉพาะตัว เพดานโบสถ์เป็นรูปโค้งคล้ายประทุนเรือ […]

อ่านต่อ

วัดจุฬามณี

วัดจุฬามณี ตั้งอยู่ที่ต.บางช้าง อ.อัมพวา จ.สมุทรสงคราม เดิมเรียกว่า “วัดแม่ย่าทิพย์” สร้างมาแต่รัชสมัยพระเจ้าปราสาททอง แห่งกรุงศรีอยุธยา ตามประวัติเล่าว่าท้าวแก้วผลึก (น้อย) ซึ่งเป็นนายตลาดบางช้างเป็นผู้สร้างวัดจุฬามณีขึ้น บริเวณด้านหลังวัดห่างไป 5 เส้น เป็นนิวาสถานเดิมของท่านทองและท่านสั้น พระชนกและพระชนนีของสมเด็จพระอัมรินทร์ทรามาตย์ (นาก) พระบรมราชินีในรัชกาลที่ 1 ซึ่งภายหลังถูกไฟไหม้ ครอบครัวของท่านจึงย้ายไปตั้งบ้านเรือนอยู่บริเวณวัดอัมพวันเจติยาราม อุโบสถวัดจุฬามณีเดิมสร้างจากไม้สักและไม้เนื้อแข็ง จนถึง พ.ศ. 2511 พระครูโกวิทสมุทรคุณ (หลวงพ่อเนื่อง โกวิโท) ได้เริ่มสร้างอุโบสถหลังใหม่แทนหลังเก่าที่ทรุดโทรม หลังจากหลวงพ่อเนื่องมรณภาพในปี พ.ศ.2530 พระครูโสภิตวิริยาภรณ์ (อิฏฐ ภททฺจาโร) ศิษย์เอกของหลวงพ่อเนื่อง ได้ดำเนินการสืบต่อจนแล้วเสร็จ เมื่อพูดถึงวัดจุฬามณี คนในพื้นที่แถบแม่กลองจะนึกถึง 3 สิ่งที่อยู่คู่กับวัดนี้ สิ่งแรกก็คือ สังขารที่ไม่เน่าเปื่อยของหลวงพ่อเนื่อง โกวิท อดีตเจ้าอาวาสผู้ทรงอภิญญา สิ่งที่สองก็คือ อุโบสถจตุรมุขหินอ่อนที่มีความงดงามรวมไปถึงจิตรกรรมฝาผนังที่งดงามควรค่าแก่การอนุรักษ์ไว้ และสิ่งสุดท้ายก็คือองค์ท่านพ่อท้าวเวสสุวรรณ หรือท้าวเวสสุวัณ ซึ่งถือเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ผู้ที่นับถือองค์ท้าวเวสสุวรรณนั้นไม่ควรพลาดที่จะไปขอพร ประวัติหลวงพ่อเนื่องโกวิทโดยสังเขป ชาติภูมิของท่านโดยสังเขปเดิมท่านชื่อ เนื่องเถาสุวรรณ เกิดวันที่๑๔ กุมภาพันธ์ ๒๔๕๒ […]

อ่านต่อ

บ้านแมวไทยโบราณ

บ้านแมวไทยโบราณ หรือ ศูนย์การเรียนรู้ในชุมชนแมวไทยโบราณ ตั้งอยู่เลขที่ 2/1 หมู่ 7 ตำบลแควอ้อม อำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม บ้านแมวไทยโบราณเกิดจากการรวมตัวของเพื่อนที่นิยมเลี้ยงแมวไทย เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการอนุรักษ์แมวไทยให้อยู่คู่กับประเทศไทยเป็น สมบัติของชาติตลอดไปและเพื่อเผยแพร่ความรู้เรื่องคุณสมบัติและลักษณะที่ถูก ต้องของแมว สนับสนุนด้านการค้นคว้าวิจัย แลกเปลี่ยนความคิดเห็นรวมทั้งเพิ่มพูนความรู้ระหว่างสมาชิก แลกเปลี่ยนเรื่องและประสบการณ์การวิจัย การผสมพันธุ์กับองค์กรการเลี้ยงแมวที่เกี่ยวข้อง คุณปรีชา พุคคะบุตร ผู้ร่วมก่อตั้งและเป็นผู้ดูแลบ้านแมวไทยโบราณเล่าให้ฟังว่า “เดิมคุณแม่เป็นผู้เลี้ยงแมวไทยสายพันธุ์วิเชียรมาศ สมัยนั้นผมยังเด็กไม่ค่อยได้สนใจ พอโตขึ้น ถูกใช้ให้คลุกข้าวเลี้ยงแมว ช่วงนั้นมีแมวอยู่ในบ้านไม่มากนัก เลี้ยงมาเรื่อยๆ แมววิเชียรมาศไม่เคยขาดบ้าน มีความผูกพันกับแมวมาตลอด ต่อมามีเพื่อนฝูงที่นิยมเลี้ยงแมวมากขึ้น ไปมาหาสู่พูดคุยกันว่าน่าจะอนุรักษ์ไว้ เพราะแมวไทยเป็นแมวที่ฉลาด ช่างประจบ รักบ้าน รักเจ้าของและสวยสง่า มองดูสะดุดตา” แมวไทยมีหลายพันธุ์ทั้งพันธุ์สีสวาท ศุภลักษณ์ โกญจา ภายในบ้านแมวไทยมีเรือนเพาะเลี้ยงแมวไทย แบ่งเป็นกรงเลี้ยงแมวไทยประเภทต่าง ๆ คุณลุงปรีชา พุคคะบุตร เจ้าของบ้านแมวไทย และเจ้าของแมวเหมียวสัญชาติไทยกว่า 70 ตัวภายในบ้าน เล่าท้าวความถึงความผูกพันของตัวเองกับแมวไทยที่เริ่มมีขึ้นตั้งแต่สมัยยังเป็นเด็กว่า หน้าที่ของคุณลุงเมื่อสมัยเด็กๆ นั้นก็คือช่วยคุณแม่เลี้ยงแมว ซึ่งแมวที่คุณแม่ของคุณลุงเลี้ยงเอาไว้ก็คือแมวไทยพันธุ์วิเชียรมาศ ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้คุณลุงรู้จักและรักแมวไทยมาตั้งแต่ตอนนั้น จนเมื่อเติบโตขึ้น แมวไทยก็ยังคงเป็นสัตว์เลี้ยงประจำบ้านของคุณลุงอยู่เช่นเคย […]

อ่านต่อ

ตลาดน้ำอัมพวา

ตลาดน้ำอัมพวา ตั้งอยู่ใกล้วัดอัมพวันเจติยาราม จ.สมุทรสงคราม เป็นตลาดน้ำที่ระยะทางไม่ห่างจากกรุงเทพมาก นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางมาตลาดน้ำอัมพวาได้ จากกรุงเทพโดยใช้เวลาเพียงชั่วโมงเศษเท่านั้นค่ะ ตลาดน้ำอัมพวานับว่าเป็นจุดที่ท่องเที่ยวที่มีเสน่ห์อีกแห่งหนึ่ง ที่มีนักท่องเที่ยวทั้งในประเทศและต่างประเทศให้ความสนใจในการเที่ยวชมตลาด เป็นอย่างมาก การเที่ยวตลาดอัมพวา สามารถเที่ยวชมได้ทั้งตอนเช้าและตอนเย็น โดยที่ตอนเช้านักท่องเที่ยวส่วนใหญ่จะมาเดินชมตลาดน้ำอัมพวา ซื้อกับข้าวและของสดที่ตลาดน้ำอัมพวา หรือเพื่อตักบาตรทางน้ำ ซึ่งจะได้บรรยากาศไปอีกแบบ ที่แตกต่างกับตลาดน้ำอัมพวาในยามค่ำคืน หรือหากต้องการทำกิจกรรมท่องเที่ยวตลาดน้ำอัมพวาในตอนกลางวันสามารถเหมาเรือ เพื่อล่องเรือเที่ยวชมไหว้พระได้ หากท่องเที่ยวตลาดน้ำอัมพวาในช่วงตอนเย็น ถึงช่วงค่ำ ยังเหมาะกับการจับจ่ายซื้อหาอาหารกับพ่อค้าแม่ค้าที่มาพายเรือขายของ ที่มีอาหารให้เลือกซื้อมากมาย เช่น ขนมไทย อาหารทะเลเผา ก๋วยเตี๋ยวเรือ ก๋วยเตี๋ยวผัดไทย หอยทอด ผลไม้ ขนมใส่ไส้ ขนมกล้วย ขนมตาล และอื่นๆอีกมากมาย ให้นักท่องเที่ยวได้ซื้อกลับบ้าน หรือซื้อมานั่งกินกันริมบันไดของตลิ่งเลยก็ได้ค่ะ และในตอนพลบค่ำยังสามารถเช่าเรือไปเที่ยวชมดูหิ่งห้อยในยามค่ำคืนได้ ค่าบริการคนละ 60 – 80 บาท “อัมพวา” เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ขึ้นชื่อของ จังหวัดสมุทรสงคราม บรรยากาศของที่นี่จะร่มรื่นไปด้วยสวนผสมริมน้ำ ทั้งลิ้นจี่ มะม่วง มะพร้าว มะละกอ กล้วย ส้มโอ ฯลฯ สารพัดผลไม้รอให้เรามาชื่นชม โดยเราสามารถหลบร้อนไปลงเรือล่องคลองชมสวน สัมผัสวิถีชีวิตชาวบ้าน […]

อ่านต่อ

ตลาดน้ำท่าคา

ตลาดน้ำท่าคา ตั้งอยู่ที่ตำบลท่าคา อำเภออัมพวา จ.สมุทรสงคราม เป็นตลาดนัดทางน้ำที่ยังคงความเป็นธรรมชาติของวิถีชีวิตชาวบ้านซึ่งมีอาชีพทำสวนปลูกพืชชนิดต่าง ๆ ชาวบ้านจะพายเรือนำผลผลิต พืชผักและผลไม้จากสวน เช่น พริก หอม กระเทียม น้ำตาลมะพร้าว ฝรั่ง มะพร้าว ชมพู่ ส้มโอมาขาย-แลกเปลี่ยนกัน ตลาดน้ำท่าคา ถือว่าเป็นตลาดน้ำอีกแห่งหนึ่งที่ยังคงรักษาเอกลักษณ์ของความเป็นชาวสวนได้ เป็นอย่างดี พ่อค้าแม่ค้าที่นี่จะพายเรือนำสินค้าของตัวเองออกมาขาย และยังแต่งตัวคล้ายคลึงกัน คล้ายกับเป็นยูนิฟอร์มของแม่ค้าที่นี่ คือ เสื้อแขนยาว ใส่ผ้าถุง และสวมหมวกหรืองอบ ทำให้บรรยากาศการค้าขายนั้นยิ่งกลมกลืนกับบรรยากาศของพื้นที่สวนรอบๆ ได้เป็นอย่างดี ในด้านของสินค้าต่างๆ ที่นำมาขายนั้น ส่วนใหญ่ก็คือผลผลิตทางการเกษตร ที่ส่วนใหญ่จะมาจากพื้นที่ในแถบสมุทรสงคราม ไม่ว่าจะเป็นผักที่ปลูกในสวนสดๆ ใหม่ๆ ผลไม้ท้องถิ่นที่มีหมุนเวียนกันไปตามฤดูกาล อย่างเช่น กล้วยน้ำว้า มะนาว ฟักทอง ผักบุ้ง ตำลึง หรือแม้แต่สายบัวสดๆ ต้นอวบๆ ที่มาพร้อมกับดอกบัวสีสวย แต่นอกจากผัก-ผลไม้สดๆ ก็ยังมีของกินอร่อยๆ ที่ชวนให้มาชิมกันด้วย และด้วยความที่ร้านค้าแต่ละร้านตั้งอยู่ในเรือ หากลูกค้าอยากจะกินอะไรก็สามารถสั่งแม่ค้าได้ เมื่อปรุงเสร็จแล้วก็จะส่งขึ้นมาบนฝั่ง ให้ลูกค้านั่งชิมกันที่ริมตลิ่งนี่เองค่ะ ตลาด น้ำที่นี่จะเริ่มคึกคักตั้งแต่ประมาณ 07.00 […]

อ่านต่อ