อ่างทอง

วัดท่าสุทธาวาส

วัดท่าสุทธาวาส วัดท่าสุวรรณภูมิ ตั้งอยู่เลขที่ 12 หมู่ที่ 2 ตำบลบางเสด็จ อำเภอป่าโมก จังหวัดอ่างทอง อยู่ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาด้านทิศตะวันออกเขตตำบลบางเสด็จ บริเวณวัดร่มรื่นด้วยต้นไม้ขนาดใหญ่และทัศนียภาพสวยงามริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา เป็นวัดเก่าแก่แต่โบราณในสมัยอยุธยาตอนต้น กองทัพของสมเด็จพระนเรศวร ฯ เกือบทุกครั้งได้รวมพล กองทัพช้าง กองทัพม้า ไพร่พล แล้วเดินทัพข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา ณ บริเวณนี้เพื่อเสด็จไปที่วัดป่าโมกที่อยู่ฝั่งตรงข้าม ในบริเวณวัดที่ด้านหลังพระอุโบสถมีศาลสมเด็จพระนเรศวรมหาราช และสมเด็จพระเอกาทศรถ ประทับนั่งทรงเครื่องกษัตริย์ พระหัตถ์ทั้งสองข้างของทั้งสองพระองค์ กำพระแสงดาบวางพาดอยู่บนพระเพลา สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาสยามบรมราชกุมารี ทรงรับวัดนี้ไว้ในพระราชอุปถัมภ์ มีการจัดสร้างพลับพลาที่ประทับกลางสระน้ำ พระเจดีย์เพื่อแสดงพระพุทธรูปโบราณและโบราณวัตถุต่าง ๆ รวมทั้งพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราชและสมเด็จพระเอกาทศรถ ภายในพระอุโบสถมีภาพจิตรกรรมฝาผนัง โดยเรื่องที่เขียนในพระอุโบสถนี้ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานลงมาว่าให้เขียนเรื่อง “พระมหาชนก” อันเป็นเรื่องที่พระองค์ทรงมีความผูกพันเป็นพิเศษ เพราะพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงรับสั่งเล่าเรื่องนี้เสมอ ๆ ในส่วนเนื้อเรื่องพระมหาชนกนี้เขียนไว้ที่ฝาผนัง ที่เรียกว่า บนคอสอง หมายถึงผนังส่วนที่อยู่เหนือขอบหน้าต่างทั้งสองด้าน โดยจะเริ่มที่ผนังด้านทิศเหนือซึ่งอยู่ทางซ้ายของพระประธาน แล้วดำเนินเรื่องมาจบในผนังด้านทิศใต้ มาจบเรื่องตรงที่ด้านขวาของพระประธาน ภาพจิตรกรรมภายในพระอุโบสถวัดท่าสุทธาวาสนี้ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเสด็จพระราชดำเนินมาทรงจดพู่กันเขียนภาพต้นมะม่วงในเรื่องพระมหาชนก เมื่อวันที่ 19 […]

อ่านต่อ

วัดชัยมงคล

วัดชัยมงคล ตั้งอยู่ที่ถนนเทศบาล 5 ตำบลตลาดหลวง อำเภอเมืองอ่างทอง จังหวัดอ่างทอง สร้างขึ้นราวปี พ.ศ. 2400 ปลายสมัยรัชกาลที่4 เหตุที่ชื่อว่า วัดชัยมงคล เนื่องจากเป็นจุดแพ้ชนะในการแข่งขันเรือเหนือวัดขึ้นมาไปเป็นวัดสนามชัย ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นการแข่งขันภายในโบสถ์มีภาพจิตรกรรมเขียนขึ้นใหม่ในปัจจุบันโดยนำศิลปสมัยใหม่มาผสมผสาน เช่น การใช้สีสะท้อนเสียง การเขียนแบบเหมือนจริง การให้น้ำหนักสีอ่อนและเข้ม นอกจากนั้นยังมีการเปลี่ยนแปลงลักษณะการวางภาพ เช่น บนผนังเหนือหน้าต่างเขียนภาพเทพชุมนุมเพียงแถวเดียว หรือ ที่ผนังตรงข้ามองค์พระประธานเขียนภาพพระพุทธเจ้าประทับนั่งบนพุทธบัลลังก์แทนภาพมารผจญ ติดต่อสอบถามเพิ่มเติม สำนักงานจังหวัดอ่างทอง โทร. (035) 611 235 , (035) 620 130 ประชาสัมพันธ์จังหวัดอ่างทอง โทร. (035) 620 071 , (035) 613 003 สำนักงานท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดอ่างทอง โทร. (035) 851 015 โทรสาร (035) 851 079 องค์การบริหารส่วนจังหวัดอ่างทอง โทร. (035) 615 819 […]

อ่านต่อ

วัดจุฬามณี

วัดจุฬามณี เดิมชื่อวัดจุฬามณีศรีองครักษ์ราษฎร์บำรุง ตั้งอยู่ที่ตำบลองค์รักษ์ อำเภอโพธิ์ทอง จังหวัดอ่างทอง สร้างขึ้นในปี พ.ศ.2375 ช่วงรัชกาลที่ 3 บรรยากาศบริเวณวัดเงียบสงบ ประดิษฐานพระพุทธรูปทองคำ อยู่ในหอสวดมนต์ ทำด้วยโลหะผสมทองคำ 60% เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัยแบบสุโขทัยโบสถ์หลังเก่าเป็นสถาปัตยกรรมสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้น ด้านหน้าอาคารเป็นหลังคายื่นออกมาโดยมีเสารองรับที่หัวเสาแต่ละต้นทำปูนปั้นรูปกลีบบัวประดับ ชาวบ้านเล่าขานกันว่าสมัยกรุงแตก พ.ศ.2310 ชาวบ้านรวมทั้งพระถูกพม่ากวาดต้อนไป ภายหลังพระภิกษุรูปหนึ่งหนีกลับมาได้จึงมาสร้างวัดนี้ วัดมีรูปแบบสถาปัตยกรรมแบบอยุธยา โดยเฉพาะการเจาะช่องโค้งแหลม ส่วนเจดีย์อาจสร้างยุคหลัง เมื่อคนไทยได้รับอิทธิพลตะวันตกและจีนแล้ว เป็นเจดีย์ที่สูงที่สุดในเมืองอ่างทอง ศาลาการเปรียญสร้างด้วยไม้ สมัยรัชกาลที่ 5 สร้างเป็นแบบหลังคาลดระดับ ไม่มีการตกฝ้าเพดาน ทำให้เห็นโครงสร้างที่ซับซ้อนแสดงให้เห็นถึงปัญญาของช่างพื้นบ้านในอดีต ในการแก้ไขปัญหาระบบโครงสร้างของศาลาที่มีขนาดใหญ่และกว้าง แต่โครงสร้างใช้ไม้ขนาดเล็กกว่าศาลาทั่วไป ซึ่งนับเป็นความคิดริเริ่มเฉียบแหลมมากในการใช้ไม้ที่ขนาดยาวธรรมดาแต่ทำศาลาที่มีขนาดใหญ่ได้ มีสัดส่วนงดงาม เป็นสถาปัตยกรรมที่ควรศึกษาและอนุรักษ์อย่างยิ่ง ติดต่อสอบถามเพิ่มเติม สำนักงานจังหวัดอ่างทอง โทร. (035) 611 235 , (035) 620 130 ประชาสัมพันธ์จังหวัดอ่างทอง โทร. (035) 620 071 , (035) 613 003 […]

อ่านต่อ

วัดจันทราราม

วัดจันทราราม ตั้งอยู่ที่บ้านช้าง หมู่ที่ 5 ตำบลโคกพุทรา อำเภอโพธิ์ทอง จังหวัดอ่างทอง เป็นวัดเล็กๆในชุมชนมีค้างคาวแม่ไก่อยู่อาศัยจนเป็นที่เลื่องลือ วัดจันทารามเป็นวัดเก่าแก่ซึ่งภายในบริเวณวัดแห่งนี้มีต้นไม้ขึ้นหนาแน่นจึงเป็นที่อยู่อาศัยและแพร่พันธุ์ค้างคาวแม่ไก่และนกนานาชนิดมาหลายชั่วอายุคนแล้ว ค้างคาวแม่ไก่นี้จะเป็นค้างคาวที่มีสายพันธุ์ที่มีเอกลักษณ์ผิดแผกแตกต่างไปจากค้างคาวสายพันธุ์อื่นๆที่เราอาจเคยได้เห็นกันมาบ้าง ค้างคาวแม่ได้นี้จะมีขนาดตัวที่ค่อนข้างใหญ่เมื่อเที่ยบกับค้างคาวโดยทั่วไป มีสองสี หัวสีน้ำตาลอ่อนส่วนลำตัว ปีก และขามีสีดำ ซึ่งขาทั้งสองข้างจะมีขนาดยาวถึง 5 นิ้ว และเมื่อได้กางปีกออกอาจวัดความกว้างได้ถึง 80-90 เซนติเมตรได้เลยทีเดียว นับว่าเป็นค้างคาวที่ตัวใหญ่มาก ค้างคาวแม่ไก่เหล่านี้จะออกหากินในเวลากลางคืน ส่วนเวลากลางวันจะห้อยหัวอยู่ตามกิ่งไม้เป็นสีดำมองเห็นแต่ไกลซึ่งผู้สนใจสามารถไปชมได้ในทุกฤดูกาล ซึ่งหลายๆคนอาจมีความเข้าใจและฝังใจมาว่า ค้างคาวเป็นสัตว์ดุร้ายและน่ากลัว แต่ก็คงต้องเปลี่ยนใจเป็นแน่แท้หากได้เห็นความทะเล้นน่าเอ็นดูของเหล่าค้างคาวแม่ไก่แห่งนี้ อย่างไรก็ตามสำหรับผู้มาเยือนก็อาจต้องระวัง ไม่ควรไปทำให้เหล่าค้างคาวที่กำลังห้อยหัวอยู่นั้นแตกตื่นและที่สำคัญควรระวังเวลายืนใต้ต้นไม้ที่บรรดาค้างคาวทั้งหลายกำลังพักผ่อน มิเช่นนั้นอาจโดนค้างคาวทั้งหลายปล่อยก้อนของเสียพร้อมกลิ่นอันอาจไม่พึงประสงค์ใส่ศีรษะโดยไม่ทันตั้งตัวได้ค่ะ สิ่งที่น่าสนใจภายในวัด อุโบสถ ภายในอุโบสถวัดจันทรารามมีพระประธานคือพระโต พระเพชรหรือหลวงพ่อเพชร วัดจันทรารามขึ้นชื่อลือชาเรื่องความศักดิ์สิทธิ์มานาน หลวงพ่อเพชรเป็นพระพุทธรูปปางสมาธิเพชรศิลปะสมัยอยุธยาตอนต้น สร้างจากชาวบ้านบริจาคโลหะหล่อหลอมพระพุทธรูปขึ้นเพื่อเป็นศูนย์รวมจิตใจคนในหมู่บ้าน สังเกตุว่าคนมากราบไหว้ขอพรมักจะนำดอกไม้สดมาสักการะ มีการแสดงลิเกแก้บนหลวงพ่ออยู่เสมอ ติดต่อสอบถามเพิ่มเติม สำนักงานจังหวัดอ่างทอง โทร. (035) 611 235 , (035) 620 130 ประชาสัมพันธ์จังหวัดอ่างทอง โทร. (035) 620 071 , (035) 613 […]

อ่านต่อ

วัดจันทรังษี

วัดจันทรังษี ตั้งอยู่ที่บ้านนา หมู่ 9 ตำบลหัวไผ่ อ.เมือง จ.อ่างทอง สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2446 วัดนี้มีพื้นที่สองฝั่งถนน ฝั่งทิศตะวันออกมีพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ ประชาชนนิยมเรียกว่า “หลวงพ่อโยก” และฝั่งตะวันตกของถนนเป็นที่ตั้งของพระมหาวิหารจัตุรมุขพระมงคลเทพมุนี(หลวงพ่อสด) องค์ใหญ่ที่สุดในโลก สร้างด้วยโลหะปิดทองคำเหลืองอร่ามทั้งองค์มีความงดงามมาก ขนาดหน้าตักกว้าง 6 เมตร 9 นิ้ว สูง 9.0 เมตร เริ่มสร้างเมื่อปี พ.ศ. 2539 สร้างโดยพระธรรมรัตนากร ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดปากน้ำภาษีเจริญเป็นผู้จุดประกายการก่อสร้าง นอกจากนี้ท่านยังได้สร้างองค์สมมุติพระโพธิ์สัตว์อวโลกิเตศวรเจ้าแม่กวนอิม ปางพันมือ สี่หน้า สูง 5 เมตร 8 นิ้ว แกะสลักจากไม้หอมขนาดใหญ่ จากประเทศจีนโดยได้อัญเชิญเข้ามาประเทศไทยประดิษฐาน ณ วัดจันทรังสี ในวันที่ 15 มีนาคม 2552 บริเวณหน้าวิหารมีประติมากรรมปูนปั้นรูปช้างขนาดใหญ่ที่สวยงาม มีประวัติที่เล่าสืบต่อมาว่า สามเณรสงัด สะอาดเอี่ยม ได้ติดตามปรนนิบัติหลวงตาทัยซึ่งพำนักอยู่ในป่าช้าวัดจันทรังษี หลวงตาได้บอกกับสามเณรว่าวัดจันทรังษีมีช้างใหญ่อยู่เชือกหนึ่งเป็นช้างที่สวยงามมาก ชื่อว่าช้างมงคล และต่อไปวัดจันทรังษีนี้จะเจริญรุ่งเรือง ในปัจจุบันวัดจันทรังษีมีความเจิรญสมกับคำพูดของหลวงตาทัย ติดต่อสอบถามเพิ่มเติม สำนักงานจังหวัดอ่างทอง โทร. (035) 611 235 , (035) 620 130 […]

อ่านต่อ

วัดเขียน

วัดเขียน ตั้งอยู่ที่หมู่ 8 ตำบลศาลเจ้าโรงทอง อำเภอวิเศษชัยชาญ จังหวัดอ่างทอง เป็นวัดเก่าแก่วัดหนึ่ง ภายในพระอุโบสถมีภาพเขียนฝาผนังที่งดงามแสดงเรื่องราวเกี่ยวกับทศชาติชาดก สันนิษฐานว่าเป็นฝีมือช่างสกุลเมืองวิเศษชัยชาญสมัยอยุธยาตอนปลาย ลักษณะภาพคล้ายกับภาพเขียนในพระอุโบสถวัดเกาะและวัดใหญ่สุวรรณาราม จังหวัดเพชรบุรี ซึ่งอยู่ในยุคสมัยเดียวกัน สิ่งที่น่าสนใจภายในวัด อุโบสถ อุโบสถหันหน้าไปทางทิศตะวันออก อุโบสถหลังเดิมมีขนาดย่อมก่ออิฐถือปูน มีประตูทางเข้าทางเดียวทางด้านหน้าพระประธาน ส่วนด้านหลังพระประธานเป็นประตูหลอก ผนังด้านข้างมีหน้าต่างข้าละ 3 บาน เป็นหน้าต่างสี่เหลี่ยมเล็ก ๆ 2 บาน ที่เหลืออีกด้านหนึ่งเป็นหน้าต่างหลอก เสาภายในอาคารเป็นเสาเหลี่ยมติดผนัง บัวหัวเสาร์เป็นหัวกลีบยาวซึ่งเป็นลักษณะของบัวหัวเสาในสมัยอยุธยาตอนปลาย หน้าบันเป็นหน้าบันไม้ขนาดเล็กแกะสลักลวดลายเป็นลายเทพนมและลายกระจังรวน ในคราวที่มีการปฏิสังขรณ์อาคารใหม่หลังจากได้เคยถูกทิ้งร้างมาครั้งหนึ่ง หน้าบันทั้ง 2 ชิ้นได้ถูกรื้อลงและนำไปประกอบกับซุ้มประตูทางเข้าวัดด้านชลประทาน เครื่องบันหลังคาเป็นไม้ มุงด้วยกระเบื้องลอนสีน้ำตาลแดง มีชายคาปีกนกยื่นออกมา 2 ข้าง สลักลวดลายเช่นเดียวกับลายหน้าบัน ใบเสมา อยู่รอบพระอุโบสถ ยอดทรงมงกุฎ มีทับทรวง มีตาเสมา มีเอว มีท้องเสมา เป็นใบเสมาสมัยอยุธยาตอนปลาย เหมือนใบเสมาวัดระฆังโฆสิตาราม กรุงเทพฯ อันเป็นของสมัยอยุธยาตอนปลาย เจดีย์เหลี่ยมย่อมุมไม้สิบสอง สมัยอยุธยาตอนปลาย อยุ่หน้าอุโบสถวัดเขียนทางด้านทิศตะวันออก (หน้าอุโบสถหันออกสู่แม่น้ำเป็นแบบแผนอยุธยาตอนปลายอย่างหนึ่งที่นิยมสร้างเจดีย์อยู่หน้าอุโบสถเช่นเดียวกับวัดพิไชยสงคราม (วัดนอก) สมุทรปราการ วัดสามวิหาร อยุธยา วัดศรีโพธิ์ […]

อ่านต่อ

วัดขุนอินทประมูล

วัดขุนอินทประมูล ตั้งอยู่ในเขตตำบลอินทประมูล อำเภอโพธิ์ทอง จังหวัดอ่างทอง เป็นวัดโบราณสร้างขึ้นในสมัยกรุงสุโขทัย พิจารณาจากซากอิฐแนวเขตเดิมคะเนว่าเป็นวัดขนาดใหญ่ วัดแห่งนี้เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธไสยาสน์องค์ใหญ่ มีชื่อว่า พระศรีเมืองทอง มีความยาววัดจากปลายพระเมาลีถึงปลายพระบาทได้ 50 เมตร (25 วา) เดิมประดิษฐานอยู่ในวิหารแต่ถูกไฟไหม้ปรักหักพังไป เมื่อคราวเสียกรุงศรีอยุธยา ครั้งที่ 1 เหลือแต่องค์พระตากแดดตากฝนอยู่กลางแจ้งมานานนับเป็นร้อยๆ ปี องค์พระพุทธรูปมีลักษณะและขนาดใกล้เคียงกับพระนอนจักรสีห์ จังหวัดสิงห์บุรี สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในสมัยเดียวกัน องค์พระนอนมีพุทธลักษณะที่งดงาม พระพักตร์ยิ้มละไม สงบเยือกเย็นน่าเลื่อมใสศรัทธายิ่งนัก พระมหากษัตริย์ไทยหลายพระองค์ได้เคยเสด็จมาสักการะบูชา อาทิเช่น พระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ เสด็จมาเมื่อ พ.ศ. 2296 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าฯ เจ้าอยู่หัวเสด็จฯ ในปี พ.ศ. 2421 และ 2451 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลปัจจุบันเสด็จฯ มาถวายผ้าพระกฐินต้นในปี พ.ศ.2516 และเสด็จมานมัสการอีกครั้งในปี พ.ศ. 2518 พุทธศาสนิกชนทั่วประเทศต่างนิยมมานมัสการเป็นเนืองนิจ นอกจากนี้ภายในบริเวณวัดขุนอินทประมูลยังมีซากโบราณสถานวิหารหลวงพ่อขาว ซึ่งเหลือเพียงฐาน ผนังบางส่วนและองค์พระพุทธรูป และ ในศาลาเอนกประสงค์ มีศาลรูปปั้นขุนอินทประมูลและโครงกระดูกมนุษย์ ขุดพบในเขตวิหารพระพุทธไสยาสน์เมื่อปี พ.ศ. 2541 ลักษณะนอนคว่ำหน้า มือและเท้ามัดไพล่อยู่ด้านหลัง เชื่อกันว่าเป็นโครงกระดูกขุนอินทประมูลแต่บ้างก็ว่าไม่ใช่ ประวัติและความเป็นมาของวัด […]

อ่านต่อ

วังปลาวัดข่อย

วังปลาวัดข่อย อยู่บริเวณแม่น้ำน้อยหน้าวัดข่อย หมู่ที่ 1 ตำบลโพธิ์รังนก อำเภอโพธิ์ทอง จังหวัดอ่างทอง สิ่งที่น่าสนใจที่วัดนี้คือ ปลาที่มีปริมาณชุกชุมมากมาตั้งแต่สมัยพระครูสุกิจวิชาญ (หลวงพ่อเข็ม) เป็นเจ้าอาวาสซึ่งเป็นเวลากว่า 50 ปีแล้ว ต่อมาเมื่อปี พ.ศ. 2528 พระครูสรกิจจาทร เจ้าอาวาสองค์ปัจจุบันได้ปรับปรุงสถานที่ และประกาศ เป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์น้ำร่วมกับสำนักงานประมงอำเภอโพธิ์ทองและเจ้าหน้าที่ตำรวจในการดูแลรักษามิให้ปลาถูกรบกวน ปัจจุบันมีปลานานาพันธุ์ เช่น ปลาสวาย ปลาตะเพียน ปลาเทโพ ปลาแรดปลาบึก ฯลฯ อาศัยอยู่รวมกันไม่ต่ำกว่า 50,000 ตัว ทางวัดได้จัดจำหน่ายอาหารปลาให้นักท่องเที่ยวได้เพลิดเพลินกับการให้อาหารปลาและจัดสวนสัตว์ขนาดเล็ก ตลอดจนร้านจำหน่ายเครื่องดื่มไว้บริการอีกด้วย นอกจากนี้ยังมีสิ่งที่น่าสนใจภายในวัดข่อยมี มณฑป พระวิหาร เจดีย์ พระอุโบสถ กุฏิ หอสวดมนต์ ศาลาการเปรียญแบบทรงไทยโบราณซึ่งทำมาจากไม้สักเป็นเสาเหลี่ยม 8 เหลี่ยม ตะเกียง จากกรุงวอชิงตัน เป็นตะเกียงโบราณ นาฬิกาโบราณ จากปารีส และตู้พระไตรปิฎกทำด้วยไม้สักจากประเทศจีนซึ่งมีในสมัยรัชกาลที่ 5 เรือซึ่งเป็นพาหนะที่ใช้ในการเดินทางมีแทบทุกชนิด ได้แก่ เรือบด เรือแจว เรือสำปั้น และเรือประทุน […]

อ่านต่อ

พระตำหนักคำหยาด

พระตำหนักคำหยาด ปัจจุบันเป็นโบราณสถาน ตั้งอยู่ในเขตวัดร้างชื่อว่า วัดโพธิ์ทอง ตำบลคำหยาด อำเภอโพธิ์ทอง จังหวัดอ่างทอง เป็นพระตำหนักของสมเด็จพระเจ้าอุทุมพร หรือ ขุนหลวงหาวัด พระมหากษัตริย์องค์ที่ 32 (บางแห่งนับว่าเป็นพระองค์ที่ 33) ราชวงศ์บ้านพลูหลวงแห่งกรุงศรีอยุธยา พระตำหนักหลังนี้เป็นพระตำหนักที่สร้างขึ่นเพื่อใช้เป็นที่ประทับระยะหนึ่งก่อนที่พระองค์จะเสด็จกลับวัดประดู่ทรงธรรม พระตำหนักก่อด้วยอิฐ ยกพื้นสูง มีใต้ถุนและเจาะช่องใต้ถุน เป็นรูปประตูโค้งแหลมตามแบบที่นิยมมาตั้งแต่สมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช มีมุขย่อกระเปาะด้านหน้าทางทิศตะวันออก เครื่องบนไม่มีเหลือ คงปรากฏเพียงผนังตึก สภาพปัจจุบันมีเพียงฝนัง 4 ด้าน ตัวอาคารตั้งโดดเด่นอยู่กลางทุ่งนา ก่อด้วยอิฐถือปูนขนาดกว้าง 10 เมตร ยาว 20 เมตร ยังคงเห็นเค้าความสวยงามทางด้านศิลปกรรมเช่น ลวดลายประดับซุ้มจรนำหน้าต่าง มีมุขเด็จด้านหน้าและด้านหลัง ภายในทาดินแดง ปูพื้นกระดาน ในคราวที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าฯ เจ้าอยู่หัวเสด็จทอดพระเนตรพระตำหนักคำหยาดในปี พ.ศ.2451 โดยได้เสด็จมายังโบราณสถานแห่งนี้และทรงมีพระราชวินิจฉัยดังปรากฏ ในพระราชหัตถเลขาอรรถาธิบาย เรื่อง เสด็จลำน้ำมะขามเฒ่าไว้ว่า เดิมทีทรงมีพระราชดำริว่า กรมขุนพรพินิต (ขุนหลวงหาวัด หรือ เจ้าฟ้าอุทุมพร) ทรงผนวชที่วัดโพธิ์ทองแล้วสร้างพระตำหนักแห่งนี้ขึ้นเพื่อจำพรรษาเนื่องจากมีชัยภูมิที่เหมาะสม ครั้นได้ทอดพระเนตรเห็นตัวพระตำหนักสร้างด้วยความประณีตสวยงามแล้วพระราชดำริเดิมก็เปลี่ยนไป ด้วยทรงเห็นว่า ไม่น่าที่ขุนหลวงหาวัดจะทรงมีความคิดใหญ่โต สร้างที่ประทับชั่วคราวหรือที่มั่นในการต่อสู้ให้ดูสวยงามเช่นนี้ ดังนั้น […]

อ่านต่อ

เที่ยว อ่างทอง

อ่างทอง “พระสมเด็จเกษไชโย หลวงพ่อโตองค์ใหญ่ วีรไทยใจกล้า ตุ๊กตาชาววัง โด่งดังจักสาน ถิ่นฐานทำกลอง เมืองสองพระนอน” เทศกาล/ประเพณี งานเมืองอู่ข้าวอู่น้ำและงานกาชาดประจำปี จัดเป็นประจำทุกปีในช่วงเดือน กุมภาพันธ์-มีนาคม บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัด งานประเพณีแข่งเรื่อยาววัดป่าโมก จัดเป็นประจำทุกปีในช่วงเดือนมีนาคม และตุลาคม บริเวณวัดป่าโมกวรวิหาร อ.ป่าโมก งานเทศกาลแห่เจ้าพ่อกวนอู จัดเป็นประจำทุกปีในช่วงประมาณเดือนธันวาคม บริเวณศาลเจ้าพ่อกวนอู การเดินทาง รถทัวร์ จากสถานีขนส่งหมอชิต 2 มีรถออกทุก 40 นาที เวลา 06:00-20:45 น. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1.30 ชั่วโมง ค่าโดยสารประมาณ 106 บาท ข้อมูลเพิ่มเติมโทร 1490 รถตู้ มีจุดขึ้นรถหลักๆ 2 ที่คือ จากอนุสาวรีย์ชัยฯ ฝั่หน้าภัตตาคารพงหลี มีรถออกทุก 30 นาที เวลา 06:15-20:00 น. จากสถานีขนส่งหมอชิต 2 มีรถตู้สาย 902 สายกรุงเทพฯขอ่างทอง เวลา 05:00-19:00 น. […]

อ่านต่อ