กาญจนบุรี

อุทยานแห่งชาติลำคลองงู

อุทยานแห่งชาติลำคลองงู ขาลุยขาผจญภัย มาที่นี่รับรองประทับใจมากค่ะ อุทยานแห่งชาติลำคลองงู ตั้งอยู่ที่อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี เป็นแหล่งท่องเที่ยวสำหรับผู้ที่มีใจรักธรรมชาติ ต้นไม้ ป่าเขาลำเนาไพร ถ้ำ และน้ำตก เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการพักผ่อน ชมธรรมชาติ และผู้ที่ต้องการผจญภัยแบบท้าทายความกล้า เพราะในพื้นที่การดูแลของอุทยานฯ มีสถานที่ท่องเที่ยวหลายแห่งที่ต้องเดินป่า ปีนเขา เข้าถ้ำ ลุยลำน้ำ จึงเหมาะกับผู้ที่มีใจและกายพร้อมที่จะลุยป่า และไม่หวั่นต่อความยากลำบากในการเดินทาง ซึ่งอุทยานแห่งนี้เต็มไปด้วยลำห้วยที่ไหลวกวนและสลับซับซ้อนผ่ากลางผืนป่ากัดเซาะเพิงผาเทือกเขาหินปูน จนกลายเป็นโพรงถ้ำขนาดใหญ่หลายแห่ง ประกอบกับการสะสมของตะกอนหินปูนที่ใช้เวลานานแสนนาน จึงเกิดเป็นหินงอกหินย้อยประติมากรรมของธรรมชาติที่สวยงาม ทำให้ภายในอุทยานแห่งชาติลำคลองงูจึงมีถ้ำหลายแห่งที่น่าเดินทางเข้าไปสำรวจความงดงาม เช่น ถ้ำเสาหิน, ถ้ำนกนางแอ่น, ถ้ำน้ำตก และถ้ำใหญ่ เป็นต้น โดยแต่ละถ้ำจัดได้ว่าเป็นถ้ำที่มีความงดงามและมหัศจรรย์เป็นอย่างยิ่ง การเดินทางเข้าชมถ้ำภายในอุทยานแห่งชาติลำคลองงูนั้น จะต้องมีการวางแผนการเดินทางล่วงหน้า รวมทั้งต้องจัดเตรียมอุปกรณ์ในการเข้าชมถ้ำและเตรียมสภาพร่างกายให้พร้อมสำหรับการเดินทาง รวมทั้งผู้นำทางที่ชำนาญเส้นทาง ช่วงเดือนที่เหมาะสม ได้แก่ เดือนมีนาคม-พฤษภาคมของทุกปี เนื่องจากในฤดูฝนระดับน้ำในถ้ำจะสูงมากไม่สามารถเข้าไปเที่ยวชมได้ สิ่งที่น่าสนใจภายในอุทยาน ถ้ำเสาหิน อยู่ห่างจากปากห้วยลำคลองงู 6 กิโลเมตร ลักษณะเป็นถ้ำทะลุภายในมีห้วยลำคลองงูไหลผ่านตลอด จุดเด่นที่น่าสนใจคือ เสาหินขนาดใหญ่ที่ตั้งตระหง่านอยู่กลางถ้ำ วัดความสูงจากพื้นถึงยอดเสาได้ 62.5 เมตร นับได้ว่าเป็นเสาหินที่สูงที่สุดเท่าที่เคยพบมาในปัจจุบัน อีกทั้งภายในถ้ำยังมีหินงอกหินย้อย รูปทรงต่างๆ เป็นจำนวนมาก […]

อ่านต่อ

เหมืองปิล็อก

เหมืองปิล็อก ใครที่ชื่นชอบการท่องเที่ยวแนวผจญภัยหาขุมทรัพย์ ห้ามพลาดที่นี่เลยค่ะ เหมืองปิล็อก ตั้งอยู่ที่ตำบลปิล็อก อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจบุรี ในอดีตที่นี่เป็นสถานที่ทำเหมืองแร่ดีบุกและแร่วุลแฟรมที่รุ่งเรืองมาก จนกลายเป็นแหล่งการค้าและการขายแรงงานขนาดย่อม แต่ราวๆปี พ.ศ.2527 ความไม่คุ้มทุนในการทำธุรกิจเริ่มก่อเกิด และหากดันทุรังทำต่อไปก็มีแต่จะสูญเปล่า เหมืองแห่งนี้จึงต้องปิดตัวลงในปี พ.ศ. 2529 และกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติอันงดงามตระการตา ถึงจะล่วงเลยมานานหลายสิบปีแล้วก็ตาม แต่เรื่องราวที่เล่าขานถึงยุคแห่งความรุ่งเรืองของเหมืองแร่ ความกันดารยากลำบาก และความงดงามของสภาพภูมิประเทศดินแดนแห่งทะเลขุนเขาแห่งนี้ ก็ยังอยู่ในความทรงจำที่สืบทอดถึงผู้คนรุ่นปัจจุบันไม่เสื่อมคลาย นอกจากความสวยงามของเส้นทาง ร่องรอยอดีตของการทำเหมืองแร่ก็ยังคงปรากฎให้เห็น ผสมผสานไปกับความงดงามของสภาพภูมิประเทศ ท่ามกลางอ้อมกอดของเทือกเขาน้อยใหญ่แล้ว วิถีชีวิตของผู้คนที่บ้านอีต่อง ก็ยังเป็นเสน่ห์อีกอย่างหนึ่ง ที่ทำให้นักเดินทางไม่ลังเลที่จะแวะเวียนมาเยือน ก่อนจะเดินทางต่อไปยังจุดหมายอื่น ๆ เพื่อไปสัมผัสความน่ารัก ใส ซื่อ ไม่ปรุงแต่งของผู้คนบ้านอีต่อง และหากมีเวลาก็อย่าลืมพักค้างคืน ณ โฮมสเตย์บ้านอีต่อง รวมถึงแวะไปชม “ปิล็อกฮิลล์” สถานที่ปลูกไม้ผลและไม้ประดับเมืองหนาวนะคะ ประวัติความเป็นมาของเหมืองปิล็อก ย้อนอดีตไปเมื่อหลาย 10 ปีก่อน มีผู้พบเห็นชาวพม่าเข้ามาลักลอบขุดแร่ในพื้นที่ตำบลปิล๊อกไปขายให้ทหารอังกฤษ คำเล่าลือนี้ทำให้ กรมทรัพยากรธรณีสมัยนั้นนำคณะนายช่างมาสำรวจก็ถึงกับตะลึง เมื่อพบว่าพื้นที่แถบนี้ี่มีแร่ดีบุกและวุลแฟรมอยู่มากมายและมักอยู่ปะปนกัน คือ แร่ทังสะเตน และยังมีสายแร่ทองคำ ปะปนอยู่กับสายแร่ดีบุก ต่อมา ปี พ.ศ. 2483 องค์การเหมืองแร่ กรมโลหะกิจ […]

อ่านต่อ

ปางช้างไทรโยค

ปางช้างไทรโยค ตั้งอยู่เลขที่30/2 หมู่ 3 บ้านลุ่มผึ้ง ตำบลลุ่มสุ่ม อำเภอไทรโยค จังหวัดกาญจนบุ เป็นอีกสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมของจังหวัดกาญจนบุรี ด้วยธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์และสวยงาม มากมายไปด้วยพืชพรรณต่างๆ นานา บรรยากาศร่มรื่นสบายตา ทำให้มีนักท่องเที่ยวมาเป็นจำนวนมาก ทั้งนี้ที่ปางช้างไทรโยคได้มีช้างไว้บริการให้นักท่องเที่ยวได้ขี่ชมธรรมชาติถึงเกือบ 40 เชือก นักท่องเที่ยวจะได้ชมบรรยากาศที่สวยงามตลอดจนสายน้ำที่เย็นสบายตาและร่มรื่นไปด้วยต้นไม้ นอกจากจะได้ขี่ช้างสัมผัสธรรมชาติแล้วนักท่องเที่ยวยังสามารถชมการแสดงจากช้างที่ปางช้างไทรโยคแห่งนี้ เป็นการแสดงของช้างที่มีความชาญฉลาดและน่ารักสามารถสร้างความประทับใจแก่นักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะเด็กที่จะได้รับเสียงหัวเราะกับประสบการณ์ที่น่าสนใจกลับไปด้วย กิจกรรมที่น่าสนใจ เลี้ยงช้างป้อนอาหารให้ช้าง ถ่ายภาพกับช้างเป็นภาพแห่งความทรงจำและประทับใจไม่รู้ลืมมีบริการถ่ายภาพดิจิตอลเลือกภาพได้ตามความพอใจรอรับได้เลยค่ะ นั่งช้างชมธรรมชาติ ชมช้างให้นมลูกชมความน่ารักของช้างน้อยเกิดใหม่ ชมความน่ารักของการแสดงช้างน้อยแสนรู้ ล่องแพไม้ไผ่ชมความงามสองฝั่งของแม่น้ำแควน้อย ช่วงเวลาที่เปิดให้เข้าชม ปางช้างไทรโยคเปิดให้บริการทุกวันตั้งแต่เวลา 9.00 น ถึง 16.00 น ติดต่อสอบถามเพิ่มเติม ปางช้างไทรโยค โทร. (034) 511 200 , (034) 623 691 สำนักงานการท่องเที่ยวกาญจนบุรี (034) 511 200 สำนักงานจังหวัดกาญจนบุรี โทร. (034) 511 778, (031) 512 […]

อ่านต่อ

สุสานทหารสัมพันธมิตร(ดอนรัก)

สุสานทหารสัมพันธมิตร(ดอนรัก) หรือ “สุสานทหารสหประชาชาติ” หรือที่ชาวจังหวัดกาญจนบุรีทั่วไปเรียกว่า “ป่าช้าอังกฤษ” ตั้งอยู่บนถนนแสงชูโต อำเภอเมือง เยื้องๆ กับสถานีรถไฟกาญจนบุรี เป็นสุสานที่สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2488 ภายหลังสงครามโลกครั้งที่สองยุติลง เป็นสุสานขนาดใหญ่บนพื้นที่ 17 ไร่ เป็นพื้นที่ที่ชาวบ้านได้อุทิศให้เป็นสถานที่บรรจุศพเชลยศึกที่เสียชีวิตระหว่างการสร้างทางรถไฟสายมรณะถึง 6,982 หลุม เป็นศพของชาวต่างชาติ ที่เป็นเชลยศึก ชาวบ้านจึงเรียกกันติดปากว่า ป่าช้าอังกฤษ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าสุสานนี้มีเฉพาะศพชาวอังกฤษ ยังมีเชลยศึกจากประเทศอื่นๆ ด้วยเช่น อเมริกา เนเธอร์แลนด์ และออสเตรเลีย โดยเชลยศึก 300 คนเสียชีวิตด้วยอหิวาตกโรคและฝังไว้ที่ค่ายนิเกะ (ประมาณ 15 กิโลเมตร ก่อนถึงด่านเจดีย์สามองค์)ส่วนที่เหลือได้จากหลุมฝังศพเชลยศึกตามค่ายต่างๆและยังมีสุสานช่องไก่ ซึ่งรัฐบาลไทยและฝ่ายสัมพันธมิตรได้ตกลงกันเมื่อวันที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2497 เพื่อสร้างสุสานสองแห่งนี้ขึ้น พื้นที่ในสุสานจัดแต่งแบบโล่งกว้าง เป็นพื้นสนามหญ้า ปลูกต้นไม้ และดอกไม้ประดับโดยรอบบริเวณ บริเวณหลุมศพ มีแผ่นป้ายจารึกชื่อ อายุ ประเทศของผู้เสียชีวิต และคำไว้อาลัยต่อผู้ล่วงลับ โดยรอบสถานที่ได้รับการดูแลรักษาอย่างสวยงามสะอาดตา ผู้เข้ามาเยี่ยมชม หรือต้องการแสดงความไว้อาลัย สามารถเดินชมในบริเวณทางเดินระหว่างหลุมศพได้ ในทุกปีจะมีวันที่รำลึกถึงผู้เสียชีวิตเฉพาะของคนชาติต่างๆได้แก่ […]

อ่านต่อ

สะพานมอญ

สะพานมอญ มีชื่ออย่างเป็นทางการว่า สะพานอุตตมานุสรณ์​ ตั้งอยู่ที่อ.สังขละบุรี จ.กาญจบุรี เป็นสะพานไม้ข้ามแม่น้ำซองกาเลียไปยังหมู่บ้านมอญ เชื่อมการสัญจร มอญ-สังขละ ให้ถึงกัน สะพานมอญ ยังเป็นอีกหนึ่งจุดชมวิวทะเลสาบเขื่อนวชิราลงกรณ์ และแสงยามเช้าที่สวยงาม พร้อมสัมผัสวิถีชาวบ้านกลางสายหมอก สะพานแห่งนี้ถือเป็นสะพานไม้ที่ยาวที่สุดในประเทศไทย ซึ่งมีความยาวถึง 850 เมตร และมีความยาวเป็นอันดับสองของโลกรองจากสะพานไม้อูเบ็งในพม่า สะพานมอญนี้จึงเป็นสัญลักษณ์ของอำเภอสังขละบุรี เป็นสะพานแห่งศรัทธา ที่เกิดจากการร่วมแรงร่วมใจของชุมชนที่อาศัยอยู่ในสังขละบุรี ทุกปีจะมีนักท่องเที่ยวมาสัมผัสธรรมชาติ พร้อมๆ กับการได้เห็นวิถีชีวิตชุมชนชาวมอญในแถบนี้ สิ่งที่ห้ามพลาดอีกอย่างหนึ่งก็คือการได้ถ่ายรูปเป็นที่ระลึก กับสะพานที่เสมือนเป็นสายใยวัฒนธรรมของชาวมอญและไทยในดินแดนสุดขอบประเทศแห่งนี้ สะพานมอญแห่งนี้ มีหลวงพ่ออุตตมะ พระเกจิอาจารย์ชื่อดัง เป็นผู้ดำเนินการสร้างสะพานไม้นี้ขึ้น จากความร่วมแรงร่วมใจของชาวมอญที่มีศรัทธาต่อองค์หลวงพ่ออุตตมะโดยใช้ท่อนไม้ต้นไม้ที่ยืนต้นตายอยู่ใต้เขื่อนเขาแหลมมาเป็นส่วนหนึ่งในการก่อสร้าง ซึ่งสะพานมอญเริ่มสร้างตั้งแต่ปี 2528 จนมาแล้วเสร็จในปี 2530 และมีการซ่อมแซมปรับปรุงครั้งล่าสุด คือ ครั้งที่ 5 เมื่อปี 2554 และเป็นแลนด์มาร์คที่ใครมาสังขละบุรีก็ต้องแวะมาถ่ายรูป มาสัมผัสภาพชีวิตที่เดินข้ามฝั่งไปมา ภาพเด็กๆ กระโดดเล่นน้ำ หรือแม้แต่ภาพวิถีชาวแพในแม่น้ำ การเที่ยวชมสะพานมอญ ควรแวะเดินชมตั้งแต่เช้า โดยเฉพาะช่วงเวลา 6.00 – 7.00 น. เป็นช่วงที่ได้เห็นวิถีชีวิตชาวมอญ ใส่บาตรพระทุกเช้า หากนักท่องเที่ยวต้องการใส่บาตร […]

อ่านต่อ

วัดวังขนายทายิการาม

วัดวังขนายทายิการาม หรือวัดบ่อน้ำแร่ ตั้งอยู่ที่ตำบลวังขนาย อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี วัดแห่งนี้มีสิ่งที่น่าสนใจคือหลวงพ่อสรรเพชญ พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์และเก่าแก่ประจำวัดให้ผู้คนได้เข้ามากราบไหว้เพื่อเสริมศิริมงคลแก่ชีวิตด้วยค่ะ ตามคำบอกเล่าของคนเฒ่าคนแก่ที่เล่าต่อๆกันมาว่า ได้มีคนนำหลวงพ่อสรรเพชญล่องมากับแพและเมื่อแพได้ล่องมาถึงตำบลวังขนาย แพได้มาติดอยู่ที่เกาะวังขนาย ชาวบ้านมาพบเห็นเข้า จึงได้อาราธนานำไปไว้ที่ถ้ำกูป ตำบลบ้านใหม่ อำเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี มีอยู่ด้วยกัน3 องค์ แต่อีก 2 องค์ไม่ทราบว่าตกไปอยู่ที่ใด หลวงพ่อเสนาะอดีตเจ้าอาวาสวัดวังขนายฯสมัยที่ท่านยังไม่ได้บวชเป็นพระ ท่านทำไร่ยาสูบอยู่บริเวณ ถ้ำกูป ท่านเคยขึ้นไปกราบไหว้และอธิษฐานว่า ถ้าท่านบวชเป็นพระและได้เป็นเจ้าอาวาสวัดใดวัดหนึ่ง ท่านจะนำหลวงพ่อสรรเพชญองค์นี้ไปอยู่ด้วยกัน ก่อนหน้าที่หลวงพ่อเสนาะจะมาเป็นเจ้าอาวาสวัดวังขนายฯ ท่านบวชอยู่ที่วัดต้นลำใยในเขตอำเภอท่าม่วง อยู่ที่วัดต้นลำใย 11 พรรษา ต่อจากนั้นชาวบ้านจึงได้กราบนิมนต์ท่านมาอยู่ที่วัดวังขนายเมื่อปี พ.ศ.2501 แต่หลวงพ่อสรรเพชญนั้น ชาวบ้านได้อาราธนามาอยู่ที่วัดวังขนายฯก่อนหน้าท่านแล้ว 3 ปี เมื่อหลวงพ่อเสนาะมาพบหลวงพ่อสรรเพชญที่วัดวังขนายฯ ท่านจึงนำไปไว้ที่กุฏิของท่าน จนกระทั่งเมื่อปี พ.ศ.2525 ทางวัดวังขนายได้ทำการก่อสร้างวิหารฉลองกรุงรัตนโกสินทร์ ทางวัดจึงได้อาราธนาหลวงพ่อสรรเพชญไปประดิษฐานอยู่ที่นั่นจนถึงปัจจุบัน นอกจากนี้สิ่งที่โด่งดังของวัดก็เห็นจะเป็นบ่อน้ำร้อนที่ผู้คนมักเข้ามาแช่เพื่อผ่อนคลายกล้ามเนื้อผ่อนคลายการทำงานของระบบต่างๆในร่างกาย ช่วยคลายเครียด ช่วยให้การหมุนเวียนของเลือดลมหมุนเวียนได้ดี และยังทำให้ไขมันในเส้นเลือดลดลงอีกด้วยค่ะ บ่อน้ำร้อนวัดวังขนาย เป็นน้ำบาดาล ซึ่งดูดมาจากใต้ดิน ความลึกประมาณ 30 เมตร บริเวณวัดกว่า 90 ไร่ จะมีอุณหภูมิที่ร้อนเกือบทั้งหมด ความร้อนของแต่ละที่จะไม่เหมือนกัน บริเวณหน้าวัดจะร้อนที่สุดประมาณ […]

อ่านต่อ

วัดวังก์วิเวการาม (วัดหลวงพ่ออุตตมะ)

วัดวังก์วิเวการาม หรือ วัดหลวงพ่ออุตตมะ ตั้งอยู่ที่บ้านวังกะล่าง อำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี เป็นวัดที่หลวงพ่ออุตตมะ ร่วมกับชาวบ้านอพยพชาวกะเหรี่ยงและชาวมอญ ได้ร่วมกันสร้างขึ้น ในปี พ.ศ. 2496 ก่อสร้างด้วยศิลปะแบบพม่า วัดแห่งนี้อยู่ใกล้กับชายแดนไทย-พม่า ในระยะแรกวัดแห่งนี้มีเพียงกุฏิและศาลา มีฐานะเป็นสำนักสงฆ์ แต่ชาวบ้านโดยทั่วไปเรียกว่า วัดหลวงพ่ออุตตมะ ตั้งอยู่บนเนินสูงในบริเวณที่เรียกว่า สามประสบ ซึ่งเป็นจุดที่แม่น้ำ 3 สาย คือแม่น้ำซองกาเลีย แม่น้ำบีคลี่ แม่น้ำรันตี ไหลมาบรรจบกัน ในปี พ.ศ. 2505 ได้รับอนุญาตจากกรมการศาสนาให้ใช้ชื่อว่า วัดวังก์วิเวการาม ซึ่งตั้งตามชื่ออำเภอเดิม คืออำเภอวังกะ-สังขละบุรี ซึ่งต่อมาถูกยุบเป็นกิ่งอำเภอ ก่อนที่จะยกฐานะเป็น อำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรีในปี พ.ศ. 2508 เมื่อ พ.ศ. 2527 การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยได้ก่อสร้างเขื่อนเขาแหลม หรือ เขื่อนวชิราลงกรณ์ ซึ่งเมื่อกักเก็บน้ำแล้ว น้ำในเขื่อนเขาแหลมจะท่วมตัวอำเภอเก่ารวมทั้งบริเวณหมู่บ้านชาวมอญทั้งหมด ทางวัดจึงได้ย้ายมาอยู่บนเนินเขาในที่ปัจจุบัน หลวงพ่ออุตตมะได้จัดสรรที่ดินของวัดวังก์วิเวการามให้ชาวบ้านครอบครัวละ 30 ตารางวา ปัจจุบันหมู่บ้านชาวมอญมีพื้นที่ราว 1,000 ไร่เศษ มีผู้อาศัยราว 1,000 หลังคาเรือน […]

อ่านต่อ

วัดถ้ำเสือ

วัดถ้ำเสือ ตั้งอยู่บนเนินเขา ในตำบลม่วงชุม อำเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี เดิมเป็นเพียงสำนักสงฆ์เล็กๆ ที่อยู่ในบริเวณถ้ำเสือด้านล่างริมเนินเขา ต่อมาได้แรงศรัทธาจากชาวบ้าน ร่วมกันสร้างและบูรณะ จนกลายเป็นวัดที่ใหญ่โต และมีความวิจิตรงดงาม วัดแห่งนี้เป็นวัดที่มีชื่อเสียงมาก ผู้คนนิยมไปกราบไหว้ขอพร รวมถึงยังถือว่าเป็นวัดที่มีพระที่มีองค์ใหญ่ที่สุดในจังหวัดกาญจนบุรี พระเจดีย์ที่มีความสวยงามโดดเด่น สามารถมองเห็นได้จากในระยะไกล เพราะตั้งอยู่บนเนินเขา ใครที่มาเที่ยวจังหวัดกาญจนบุรี สามารถแวะเยี่ยมชมวัด สักการะพระบรมสารีริกธาตุภายในพระเจดีย์เกศแก้วปราสาท และนมัสการหลวงพ่อชินประทานพรได้ค่ะ สิ่งที่น่าสนใจภายในวัด ศาลาการเปรียญ อยู่ติดกับบริเวณที่จอดรถ ประดิษฐานสังขารหลวงปู่ชื่น ที่บรรจุอยู่ในโลงแก้ว นอกจากนั้นยังมีศาลาประดิษฐานรูปหล่อเจ้าอาวาสหลวงพ่อสิงห์ หลวงพ่อชื่น ซึ่งหลวงพ่อสิงห์เป็นพระธุดงค์ที่มาพบถ้ำเสือ ส่วนหลวงพ่อชื่นเป็นผู้บูรณะปฏิสังขรวัด และยังมีส่วนที่เป็นถ้ำ ที่แบ่งออกเป็น 4 ห้อง มีห้องโถงใหญ่ประดิษฐานพระประธาน 2 ห้องสำหรับหลวงพ่อชื่นมาบำเพ็ญภาวนา และห้องประดิษฐานองค์เจ้าแม่กวนอิม พระชินประทานพร พระพุทธรูปปางประทานพรที่มีซุ้มคล้ายพระพุทธชินราช ซึ่งเป็นที่มาของพระนามพระชินประทานพร แต่ก่อนหน้านั้นมีวิหารซึ่งเป็นเสนาสนะที่สวยงามตั้งตระหง่านอยู่ตรงหน้า หลวงพ่อชินประทานพรเป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ที่เป็นจุดเด่นของวัดถ้ำเสือแห่งนี้ค่ะ เจดีย์เกษแก้วมหาปราสาท มีลักษณะที่สวยงามแปลกตาและขนาดใหญ่สร้างอยู่บนยอดเขามองเห็นได้แต่ไกล อยู่เยื้องไปเบื้องหน้าขององค์หลวงพ่อชินประทานพร พระเจดีย์เกศแก้วมหาปราสาท เป็นเจดีย์มี 9 ชั้น ความสูง 59 เมตร องค์พระเจดีย์เป็นสีอิฐทั้งองค์ ภายในโปร่ง มีบันไดเวียนสำหรับขึ้นไปนมัสการพระบรมสารีริกธาตุ ที่ประดิษฐานอยู่ที่ชั้นบนสุดของพระเจดีย์ […]

อ่านต่อ

วัดถ้ำเขาน้อย

วัดถ้ำเขาน้อย ตั้งอยู่ที่อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี วัดแห่งนี้เป็นวัดนิกายมหายาน ฝ่ายอนัมนิกาย (ญวน) เป็นวัดเก่าแก่ที่มีประวัติความเป็นมากว่า 130 ปี และเป็นหนึ่งในสองวัดญวนในจังหวัดกาญจนบุรี วัดหนึ่งคือวัดถาวรวราราม ที่อยู่ในตัวเมือง อีกวัดนึงคือวัดถ้ำเขาน้อย ที่มีสถาปัตยกรรม และศิลปกรรมเป็นแบบจีนที่งดงาม เรียบง่าย ตามแบบของศาสนาพุทธนิกายมหายาน ตามที่ชาวญวนนับถือ สามารถเข้าเที่ยวชม สักการะเทพเจ้า และพระบรมสารีริกธาตุได้ทุกวัน วัดถ้ำเขาน้อย เป็นอีกหนึ่งในศาสนสถานตามลักษณะพุทธนิกายมหายาน ที่มีลักษณะแบบจีน ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2426 มีพระจีนมาพำนักเป็นรูปแรก คือ หลวงปู่แห้ง (กั๊กเง้ง) ต่อมาได้มีพระอาจารย์เตี๊ยบถ่อ ซึ่งเป็นพระสงฆ์นิกายมหายาน ฝ่ายอนัมนิกาย (ในรูปแบบญวน) มาบูรณะดูแลต่อให้สวยงามดังในปัจจุบัน สถาปัตยกรรม รูปเคารพ และศิลปะภายในวัด เป็นแบบจีนแทบทั้งสิ้น ชั้นล่างมีพระประธานคือพระศรีอาริยเมตไตรย หรือพระสังกัจจายน์ ซึ่งฝ่ายมหายานถือว่า เป็นองค์พระโพธิสัตว์ที่จะได้มาตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าในอนาคต เป็นพระที่มีร่างกายอวบอ้วนสมบูรณ์ ใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส เป็นลักษณะที่มีความสุข เบิกบานอยู่ตลอดเวลา ติดกันซ้ายขวาของพระประธาน เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปอรหันต์ 18 พระองค์ แต่ละองค์มีเอกลักษณ์ท่าทางไม่ซ้ำกัน ซึ่งจะแฝงด้วยคติธรรมในการถ่ายทอดธรรมแก่พุทธศาสนิกชน ตามตำนานของอนัมนิกายจีนโบราณ ประวัติของวัดถ้ำเขาน้อย ในสมัย […]

อ่านต่อ

ภาพวาดสีโบราณ 3,000 ปี

ภาพวาดสีโบราณ 3,000 ปี ตั้งอยู่บนยอดผาแดง บ้านด่านแม่แฉลบ ตำบลด่านแม่แฉลบ อำเภอศรีสวัสดิ์ จังหวัดกาญจนบุรีจาก อยู่เยื้องปากทางเข้าวัดโป่งหวาย ภาพวาดเหล่านี้อยู่บนภูเขาหินปูนที่เรียกกันว่า ผาแดง ซึ่งเป็นภูเขาลูกเดียวในอำเภอศรีสวัสดิ์ ตลอดแนวหน้าผายาว 60 เมตร ปรากฎภาพเขียนสีเป็นกลุ่มๆเป็นระยะๆ เป็นภาพคน สัตว์และสิ่งของ เขียนด้วยสีแดงคล้ำแบบเงาทึบ และแบบเค้าโครงรอบนอก ภาพเขียนสีที่ปรากฎให้เห็นบนผาแดงนี้ น่าจะเป็นผลงานที่สร้างขึ้นเพื่อบ่งชี้ถึงการพยายามเล่าเรื่องเหตุการณ์หรือพิธีกรรมแห่งความอุดมสมบูรณ์ ซึ่งกลุ่มคนเจ้าของภาพได้ร่วมกันสนุกสนาน อาจมีการร้องรำทำเพลงด้วยเครื่องดนตรีรูปน้ำเต้า และเต้นรำร่วมกันด้วยความเคารพบูชาในสิ่งที่มีความเชื่อร่วมกัน ดังนั้นชุมชนที่วาดภาพเหล่านี้คงมีชีวิตอยู่ด้วยการล่าสัตว์ และทำการเกษตรกรรมเมื่อราว 3,000 ปีมาแล้ว และใช้สถานที่ถ้ำผาแดงนี้บอกเรื่องราวที่เคยเกิดขึ้นที่นั่นนั่นเอง ภาพเขียนกระจายเป็น 2 ชุด ชุดแรกเป็นกลุ่มคนประมาณ 5 คนกำลังทำกิจกรรมบางอย่าง อีก 1 ชุดเป็นภาพวาดของคน คนเดียว ยืนโดดเดี่ยว จากจุดแรก เราเดินเท้าต่อประมาณ 20 เมตร จะพบกับจุดชมภาพเขียนสีโบราณ จุดที่ 2 ภาพจุดนี้มีความสมบูรณ์ กว่า 80 เปอร์เซ็นต์ ส่วนใหญ่เป็นภาพของกลุ่มคนที่กำลังทำกิจกรรม รื่นเริง บันเทิง บางอย่าง มีการนำใบไม้มาเป็นเครื่องนุ่งห่มปกปิด ช่วงส่วนล่างของร่างกาย […]

อ่านต่อ