ประจวบคีรีขันธ์

อุทยานแห่งชาติกุยบุรี

อุทยานแห่งชาติกุยบุรี ตั้งอยู่หมู่ที่ 9 บ้านย่านซื่อ ตำบล หาดขาม อำเภอ กุยบุรี จังหวัด ประจวบคีรีขันธ์ อุทยานแห่งชาติที่นี่ได้ชื่อว่าเป็นซาฟารีเมืองไทย มีพื้นที่ครอบคลุม กิ่งอำเภอสามร้อยยอด อำเภอปราณบุรี อำเภอกุยบุรี และอำเภอเมือง มีพื้นที่ประมาณ 969 ตารางกิโลเมตร สภาพทั่วไปเป็นเทือกเขาสลับซับซ้อน แนวเทือกเขาขวางตัวเหนือ-ใต้ เป็นส่วนหนึ่งของเทือกเขาตะนาวศรี สภาพป่าเป็นป่าดิบชื้น สัตว์ป่ายังมีชุกชุมเนื่องจากมีแหล่งน้ำและอาหารสมบูรณ์ สัตว์ป่าโดยทั่วไปได้แก่ ช้างป่า กระทิง วัวแดง กวางป่าหมี เก้ง สมเสร็จ ชะนี ลิง ค่าง ฯลฯ มีลักษณะภูมิประเทศเป็นเทือกเขา มีสภาพเป็นป่าที่สมบูรณ์ด้วยลักษณะของป่าดิบชื้น ป่าดิบแล้งและป่าเบญจพรรณ หนาแน่นด้วยพรรณไม้ที่มีค่าทางเศรษฐกิจ อีกทั้งยังเป็นป่าต้นน้ำลำธารของประจวบฯ คือแม่น้ำกุยบุรีและเป็นแหล่งอาศัยของสัตว์ป่านานาชนิด โดยได้ประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติกุยบุรีเมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2542 โดยป่ากุยบุรีเป็นโครงการตามพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชการที่ 9 ที่ทรงเปลี่ยนแปลงไร่สับปะรดให้เป็นป่าใหญ่ที่อุดมสมบูรณ์และเป็นแหล่งอาหารของสัตว์ป่านานาชนิดได้ นอกจากนี้ในป่ากุยบุรีแห่งนี้ยังมีทรัพยากรธรรมชาติที่สวยงามและมีคุณค่าอีกมากมาย เช่น น้ำตกผ่าหมาหอน น้ำตกด่านมะค่า น้ำตกผ่าสวรรค์ และยังมีจุดชมช้างป่าโดยจะมีเจ้าหน้าที่พาเข้าไปชม นอกจากจะได้เห็นช้างแล้วยังจะได้เห็นสัตว์ป่าชนิดอื่น […]

อ่านต่อ

อ่าวมะนาว

อ่าวมะนาว ตั้งอยู่ในเขตกองบิน 53 กองทัพอากาศ เป็นชายหาดที่สะอาดและ สวยงาม ชายหาดมีลักษณะโค้งเป็นวงกลมเหมือนลูกมะนาว จึงเป็นที่มาของคำว่า อ่าวมะนาว อ่าวมะนาวมีภูเขาสองลูกโอบล้อมคือ เขาล้อมหมวก และ เขาคลองวาฬ สามารถมองเห็นได้ชัดเจนจากชายหาด ในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 นั้นอ่าวมะนาวเคยเป็นยุทธภูมิระหว่างกองทัพไทยและกองทัพญี่ปุ่น ในกองบิน 53 จะเห็น อนุสาวรีย์วีรชน รูปทหารในชุดนักบินยืนอยู่บนใบพัดเครื่องบินถือธงหันหน้าออกทะเล และยังมี อุทยานประวัติศาสตร์กองบิน 53 โดยจะเห็นแท่งหินขนาดใหญ่แกะสลักจำลองฉากการต่อสู้ระหว่างกองทัพไทยกับญี่ปุ่น บริเวณอ่าวมะนาว ในทุกปีมีการจัดงานวันรำลึกวีรกรรม 8 ธันวาคม ในปัจจุบัน กองบิน 53 ได้เปลี่ยนชื่อเป็น กองบิน 5 นักท่องเที่ยวสามารถเข้าไปพักผ่อนเล่นน้ำที่ชายหาด มีร้านอาหาร สโมสรและบริการบ้านพักหลายแบบ ทั้งแบบทาวเฮาส์ คอนโดมิเนียม สำหรับนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบการตกหมึกสามารถเช่าเหมาเรือประมง ออกไปตกหมึกได้ เรือรับจ้างติดต่อได้ที่โรงอาหารในกองบิน สำหรับการรับประทานอาหารในอ่าวมะนาวนั้น เนื่องจากอยู่ในเขตพื้นที่ของทหาร ร้านอาหารในนี้จะมีราคาไม่แพงมาก โดยส่วนใหญ่เป็นแม่บ้านทหารมาเปิดร้าน มีร้านให้เลือกกินหลากหลายร้าน ในตอนเช้า จะมีกาแฟ ปาท่องโก๋ ข้าวต้ม American Breakfast หรือ […]

อ่านต่อ

อุทยานแห่งชาติหาดวนกร

อุทยานแห่งชาติหาดวนกร ตั้งอยู่ที่ตำบลห้วยยาง อำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เดิมเป็นป่าสงวนแห่งชาติป่าวังด้วนและป่าห้วยยาง เป็นที่ตั้งของสวนป่าห้วยทราย ท้องที่อำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์ สวนป่าห้วยยาง สวนรุกขชาติห้วยยาง และสถานีวนกรรมห้วยยาง ท้องที่อำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ต่อมาสถานีวนกรรมห้วยยางได้ถูกยกเลิกไป เมื่อทางกรมป่าไม้มีนโยบายที่จะจัดตั้งอุทยานแห่งชาติ จึงได้โอนพื้นที่แห่งนี้มาให้กองอุทยานแห่งชาติดำเนินการตั้งแต่ปีงบประมาณ 2532 เป็นต้นมา และได้มีพระราชกฤษฎีกากำหนดบริเวณที่ดินป่าวังด้วน ป่าห้วยยาง และเกาะใกล้เคียง ในท้องที่ตำบลห้วยทราย อำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์ และตำบลห้วยยาง อำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ รวมเนื้อที่ 38 ตารางกิโลเมตร ว่าเป็นอุทยานแห่งชาติลำดับที่ 76 ของประเทศไทย สิ่งที่น่าสนใจภายในอุทยานฯ หาดวนกร หาดทรายขาวสะอาดทอดตัวเป็นแนวยาวสลับกับหัวกรังที่ยื่นลงไปในทะเลเป็นตอนๆ เหนือขึ้นมาบนชายฝั่งมีทิวสนทะเลเป็นแนวยาวขนานไปกับทะเล ตั้งแต่คลองน้ำจืดจนถึงห้วยบ้านยางระยะทาง 7 กิโลเมตร หาดทรายเมื่อน้ำลงต่ำสุดจะยื่นออกไปในทะเล 150 เมตร จุดเด่นของหาดแห่งนี้ คือ มีชายหาดทรายที่ขาวละเอียด มีระดับน้ำที่ลาดไล่ลงไปไม่ลึกมาก ตลอดแนวชายหาดจะมีแนวป่าสนทะเลขึ้นเรียงราย จึงเหมาะสำหรับครอบครัวที่ต้องการจะมาเล่นน้ำ และพักผ่อน อ่าวมะค่า เป็นบริเวณคุ้งน้ำชายฝั่งทะเลจากบ้านวังด้วนจนถึงปากคลองน้ำจืด ลักษณะเป็นหน้าผาริมทะเล มีโขดหิน ตลิ่งชัน ซึ่งเป็นที่ตั้งของหน่วยพิทักษ์อุทยานฯ สามารถมองเห็นทิวทัศน์ของทะเล เกาะจานและเกาะท้ายทรีย์ ดำน้ำดูปะการัง […]

อ่านต่อ

ศูนย์การเรียนรู้ระบบนิเวศน์ป่าชายเลน สิรินาถราชินี

ศูนย์การเรียนรู้ระบบนิเวศน์ป่าชายเลน สิรินาถราชินี พบกับเส้นทางศึกษาธรรมชาติอันร่มรื่น นิทรรศการป่าชายเลน และ วิธีชีวิตคนปากน้ำปราณ และขึ้นไปเยือนหอชะคราม (หอชมวิว) ที่สามารถมองเห็นวิวได้ 360 องศา สูดอากาศบริสุทธิ์ของป่าชายเลนได้เต็มปอด ศูนย์การเรียนรู้แห่งนี้ ตั้งอยู่ที่ตำบลปากน้ำปราณ อำเภอปราณบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นศูนย์เรียนรู้ด้านการฟื้นฟูป่าชายเลนจากนากุ้งร้างแห่งแรกของประเทศไทย เดิมเป็นพื้นที่สัมปทานนากุ้งในช่วงปี พ.ศ.2524-2539 ป่าผืนนี้ฟื้นชีวิตขึ้นมาอีกครั้ง ด้วยน้ำพระราชหฤทัยของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ เมื่อครั้งเสด็จฯ ปราณบุรี ปี พ.ศ.2539 กรมป่าไม้สนองพระราชดำริ ด้วยการยกเลิกสัมปทานและผนวกเป็นส่วนหนึ่งของโครงการพัฒนาป่าไม้ปากน้ำปราณบุรี อันเนื่องมาจากพระราชดำริ อีกทั้งยังดำเนินการฟื้นฟูป่าด้วยการกำหนดเป็นพื้นที่เป้าหมายปลูกป่า (Forest Plantation Targer- FPT) ในโครงการปลูกป่าถาวรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวโรกาสทรงครองราชย์ปีที่ 50 ในปี พ.ศ.2539 ซึ่ง บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) ได้เข้าร่วมโครงการและดำเนินการปลูกป่าชายเลน เพื่อฟื้นฟูสภาพพื้นที่และสิ่งแวดล้อม และพัฒนาเป็นศูนย์ศึกษาเรียนรู้ระบบนิเวศป่าชายเลน ในเวลาต่อมา และศูนย์แการเรียนรู้แห่งนี้ยังได้รับรางวัลยอดเยี่ยม ประเภทแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ในการประกวดรางวัลอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทย(Thailand tourism Awards 2010) ครั้งที่ 8 ประจำปี 2553อีด้วยค่ะ ถือเป็นอีกหนึ่งศูนย์การเรียนรู้ระบบนิเวศป่าชายเลย ที่สวยงามและสมบูรณ์มากๆค่ะ […]

อ่านต่อ

วนอุทยานปรานบุรี

วนอุทยานปรานบุรี ตั้งอยู่ที่ หมู่ 1 ต.ปากน้ำปราณ อำเภอปราณบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เดิมเป็นโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ โดยกำหนดพื้นที่เป็นป่าสงวนแห่งชาติป่าคลองเก่า คลองคอย มีพื้นที่ประมาณ 1,984 ไร่ ประกอบด้วย ป่าชายเลน และมีแม่น้ำปราณบุรีไหลผ่านตอนกลางของพื้นที่ป่า ปัจจุบันกรมป่าไม้ได้ประกาศให้เป็นวนอุทยานมีพื้นที่ 700 ไร่ อยู่ในความดูแลของสำนักงานป่าไม้เขตเพชรบุรี (สำนักบริหารจัดการในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ 4 กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช)วนอุทยานปราณบุรีมีหาดทรายขาวสะอาดร่มรื่นด้วยแนวสนทอดยาว 1 กิโลเมตร อยู่ทางด้านตะวันออกของอุทยานฯ สามารถมองเห็นทิวทัศน์ของทะเล เกาะสิงห์โต เขาตะเกียบและเขาเต่า วนอุทยานมีแม่น้ำปราณบุรีไหลผ่านตอนกลางของพื้นที่ป่า มีทิวทัศน์ทางธรรมชาติที่สวยงาม เหมาะสำหรับการเที่ยวชม และศึกษาธรรมชาติเกี่ยวกับระบบนิเวศป่าชายเลน เส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติป่าชายเลนเป็นสะพานไม้ยกระดับ ทอดยาวไปโดยรอบ ทางเดินสะดวกสบาย พร้อมสัมผัสพันธุ์ไม้ป่าชายเลน อาทิ แสม โปรงขาว โปรงแดง ตะบูนดำ เป็นต้น ส่วนสิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่ในบริเวณนั้นก็จะมี ปูราชินี ซึ่งมีสีสันสวยงามแปลกตามาก ปูก้ามดาบ คือมีก้ามข้างหนึ่งใหญ่มากกว่าอีกข้างหนึ่งเหมือนเป็นดาบ จึงเรียกว่าปูก้ามดาบ กุ้งดีดขัน ซึ่งตลอดระยะเวลาการเดินเราจะได้ยินเสียง แป๊ะ แป๊ะ อยู่เป็นระยะนั่นคือเสียงของกุ้งดีดขัน […]

อ่านต่อ

วนอุทยานเขาตาม่องล่าย

วนอุทยานเขาตาม่องล่าย ตั้งอยู่ที่ตำบลอ่าวน้อย อำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นับเป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่นักท่องเที่ยวจะสามารถร่วมสนุกและเพลิดเพลินกับกิจกรรมต่างๆ ของทางวนอุทยานฯ เช่น ยามเช้าดูพระอาทิตย์ขึ้นจากทะเลอ่าวไทย ตรงอ่าวประจวบคีรีขันธ์ ฝั่งตรงข้ามที่ทำการวนอุทยาน,ชมพระอาทิตย์ตกดิน วิวทะเล/อ่าวประจวบฯ, กิจกรรมเดินป่าศึกษาธรรมชาติ, กิจกรรมชายหาด, ปั่นจักรยานศึกษาธรรมชาติ, ชมพรรณไม้, ส่องสัตว์, แค้มป์ปิ้ง, เดินป่าระยะไกล, ดูนก, ดูดาว และดูผีเสื้อ วนอุทยานเขาตาม่องล่าย มีเนื้อที่ประมาณ 862 ไร่ โดยที่พื้นที่ดังกล่าวมีสภาพธรรมชาติสวยงาม มีจุดเด่นทางธรรมชาติ และเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่อยู่ใกล้เมือง สามารถพัฒนาให้เป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ และศึกษาหาความรู้ด้านธรรมชาติ ของป่าบก ป่าชายหาด ป่าชายเลน และระบบนิเวศของสัตว์น้ำชายฝั่งได้เป็นอย่างดี ตำนานเขาตาม่องลาย ตำนานมีอยู่ว่า ณ บ้านหลังหนึ่งซึ่งตั้งอยู่ในหมู่บ้านอ่าวน้อย จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ มีครอบครัวหนึ่งมีชื่อว่า “ตาม่องล่าย” มีภรรยาชื่อ “นางรำพึง โดยทั้งสองมีลูกสาวผู้เลือโฉมนามว่า “ยม” ด้วยความงดงามของสาวยม ต่างเป็นที่ต้องตาต้องใจของเหล่าบรรดาพ่อค้าวานิชและชาวเรือประมง ที่มาทำมาหากินและค้าขายอยู่ในบริเวณบ้านอ่าวน้อย “เจ้าลาย” ผู้ซึ่งเป็นลูกชายของเจ้าเมืองในเขตเมืองเพชรบุรี ก็เป็นหนึ่งในผู้ชายที่หลงใหลในความงดงามของสาวยม ต่อมาเจ้าลายได้ปลอมตัวเป็นชาวประมงล่องเรือ มาชมความงดงามของสาวยม และได้ทำความรู้จักกับนางรำพึงซึ่งเป็นมารดาของสาวยม ด้วยความสุภาพและขยันขันแข็งของเจ้าลาย จึงทำให้นางรำพึง […]

อ่านต่อ

พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำหว้ากอ

พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำหว้ากอ ตั้งอยู่เลขที่ 181 หมู่ 4 ต.คลองวาฬ อ.เมือง จ.ประจวบคีรีขันธ์ สร้างขึ้นตามแผนหลักของโครงการอุทยานวิทยาศาสตร์พระจอมเกล้า ณ หว้ากอ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นสถานที่ท่องเที่ยวเพื่อเป็นศูนย์การเรียนรู้ และวิจัยด้านวิทยาศาสตร์ทางทะเลธรรมชาติวิทยาและสิ่งแวดล้อมควบคู่กับการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ สัมผัสกับมหัศจรรย์โลกใต้น้ำ มีทั้งสีสันความสวยงามของสัตว์น้ำหลากหลายชนิด ทั้งน้ำจืดและน้ำเค็มในมิติใหม่ของพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำหว้ากอ ภายในแบ่งพื้นที่เป็น 6 ส่วน คือ ส่วนอัศจรรย์โลกสีคราม, ส่วนจากขุนเขาสู่สายน้ำ, ส่วนสีสันแห่งท้องทะเล, ส่วนเปิดโลกใต้ทะเล, ส่วนพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำและส่วนกิจกรรมปฏิบัติการ พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำแห่งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อให้การศึกษา สิ่งมีชีวิตในน้ำทั้งน้ำจืดและน้ำเค็ม ในประเทศและต่างประเทศ โดยได้รับความร่วมมือ อย่างดีจากกรมประมงและสถาบัน วิทยาศาสตร์ทางทะเล มหาวิทยาลัยบูรพาพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำแห่งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อให้การศึกษา สิ่งมีชีวิตในน้ำทั้งน้ำจืดและน้ำเค็ม ในประเทศและต่างประเทศ โดยได้รับความร่วมมือ อย่างดีจากกรมประมงและสถาบัน วิทยาศาสตร์ทางทะเล มหาวิทยาลัยบูรพา สิ่งที่น่าสนใจภายในพิพิธภัณฑ์ ส่วนอัศจรรย์โลกสีคราม  เป็นนิทรรศการประกอบด้วย อัศจรรย์โลกสีคราม การกำเนิดโลกและสิ่งมีชีวิต วิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิตบนโลก และแบบจำลองจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ส่วนสีสันแห่งท้องทะเล  จำลองระบบนิเวศป่าชายเลนและหุ่นจำลองของสัตว์ต่างๆในระบบนิเวศ ความสัมพันธ์ของสิ่งมีชีวิตในระบบนิเวศ แนวปะการัง ชมปลาเศรษฐกิจ สัตว์ทะเลมีพิษและเป็นอันตรายที่อาศัยอยู่บริเวณกองหิน ที่อาศัยอยู่ในแหล่งหญ้าทะเล พันธุ์ปลาขนาดเล็กในแนวปะการังฝั่งอ่าวไทยและฝั่งอันดามัน […]

อ่านต่อ

เขาธงชัย

เขาธงชัย ตั้งอยู่ที่บ้านกรูด ต. ธงชัย อ. บางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์  เป็นจุดชมวิวที่สำคัญของชายหาดบ้านกรูด จากจุดนี้จะมองเห็นเวิ้งอ่าวและทิวมะพร้าวสุดสายตา เหมาะสำหรับชมพระอาทิตย์ขึ้นและตก บริเวณรอบๆ มีสวนไม้ดอกไม้ประดับและสำนักสงฆ์ เป็นจุดชมวิว ที่จะเห็นชายหาดที่ทอดตัว เป็นแนวตรงริมหาดชอุ่มเขียวด้วยสวนมะพร้าวกว้างใหญ่ เป็นความงามที่ผสมผสานหาดทราย น้ำทะเลและทิวมะพร้าวรวมกันเป็นภาพที่สวยงามลงตัวมาก สิ่งที่น่าสนใจที่เขาธงชัย พระพุทธกิติสิริชัย หรือ หลวงพ่อใหญ่ พระพุทธรูปปางสมาธิแบบศิลปะคันธาระ(ได้รับอิทธิพลจากกรีกผ่านอินเดีย) หันพระพักตร์ออกทะเล ชาวบ้านสร้างเพื่อถวายแด่สมเด็จพระนางเจ้าฯ เนื่องในวโรกาสที่ทรงพระชนมายุครบ 60 พรรษา พระพุทธกิติสิริชัย รูปทรงแบบคันทาราช (ปางตรัสรู้) ขนาดใหญ่ ลักษณะนั่งขัดสมาธิบนดอกบัวบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ประดิษฐานอยู่ด้านทิศตะวันออกอยู่บนยอดเขาธงชัย เป็นที่สักการะกราบไหว้ของประชาชนทั่วไป และยังเป็นจุดชมวิวที่สำคัญของชายหาดบ้านกรูด ความสยงามของอ่าวและทิวมะพร้าวสุดสายตา เหมาะสำหรับชมพระอาทิตย์ขึ้นและตก ตำหนักกรมหลวงชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ เป็นที่เคารพสักการะยิ่งของชาวเรือ จะเห็นตำหนักกรมหลวงชุมพรเขตรอุดมศักดิ์สวยเด่นเป็นสง่าบนยอดเขาธงชัย เชื่อกันว่ากรมหลวงชุมพรเขตรอุดมศักดิ์เคยเสด็จมาประทับ ณ ที่แห่งนี้ เพื่อพักทอดสมอเรือรบ จึงสร้างสมอเรือจำลองไว้ที่พระตำหนักซึ่งหันหน้าออกทะเล บริเวณรอบๆ มีสวนไม้ดอกไม้ประดับ และสำนักสงฆ์ เชื่อกันว่ากรมหลวงชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ เคยเสด็จมาประทับ ณ ที่แห่งนี้ เพื่อพักทอดสมอเรือรบ จึงสร้างสมอเรือจำลองไว้ที่พระตำหนัก ซึ่งหันหน้าออกทะเล พระมหาธาตุเจดีย์ภักดีประกาศ หรือ พระมหาเจดีย์เก้ายอด […]

อ่านต่อ

อุทยานแห่งชาติน้ำตกห้วยยาง

อุทยานแห่งชาติน้ำตกห้วยยาง ตั้งอยู่ที่ต.ห้วยยาง อ.ทับสะแก จ.ประจวบคีรีขันธ์ มีพื้นที่ครอบคลุมอยู่ในเขตอำเภอเมือง อำเภอทับสะแก และอำเภอบางสะพาน มีพื้นที่ทั้งสิ้นประมาณ 161 ตารางกิโลเมตร หรือ 100,625 ไร่ พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นภูเขาสูงบนเทือกเขาตะนาวศรี สูงจากน้ำทะเลประมาณ 200-800 ฟุต เป็นแหล่งกำเนิดต้นน้ำที่เกิดจากสันเขากั้นเขตแดนระหว่างประเทศไทยกับประเทศสหภาพพม่า ทำให้มีน้ำตกที่สวยงามมากมาย  อุทยานแห่งนี้ได้รับการประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติ เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2534 นับเป็นอุทยานแห่งชาติลำดับที่ 70 ของประเทศไทย ที่ทำการอุทยานฯตั้งอยู่บริเวณน้ำตกห้วยยาง นอกจากนี้วนอุทยานแห่งนี้ยังอุดมไปด้วยพันธุ์ไม้และสัตว์ป่า บริเวณอุทยานฯจึงมีบรรยากาศร่มรื่น ใต้ร่มเงาพรรณไม้นานา เหมาะที่จะมาพักผ่อนชมธรรมชาติเป็นอย่างยิ่ง พื้นที่ด้านตะวันออกเป็นชายหาดติดทะเลอันดามันอีกด้วย นับเป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่ครบครัน คุ้มค่า น่าสนใจค่ะ แหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจภายในอุทยาน น้ำตกห้วยยาง เป็นน้ำตกขนาดเล็ก มี 9 ชั้น เข้าชมได้ 5 ชั้น ได้รับความนิยมอย่างมาก สะดวกเนื่องจากอยู่ใกล้ที่ทำการอุทยานฯ มีทิวทัศน์ที่งดงาม ต้นไม้และโขดหินสวยงามแปลกตา มีจุดนั่งพักผ่อนตามชั้นต่างๆ เล่นน้ำและเดินเล่นได้ ชั้นที่สวยที่สุดคือชั้น 4 มีจุดชมวิวพระอาทิตย์ขึ้น และชั้น […]

อ่านต่อ

น้ำตกไทรคู่

น้ำตกไทรคู่ ตั้งอยู่หมู่ 6 บ้านเขาแก้ว ตำบลทองมงคล อำเภอบางสะพาน ประจวบคีรีขันธ์ ถือเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญแห่งหนึ่งของอำเภอบางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งมีความสำคัญไม่แพ้เกาะทะลุ เพราะเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวอีกแห่งหนึ่ง เนื่องจากอยู่ไม่ไกลจากถนนเพชรเกษมมากนัก จึงทำให้นักท่องเที่ยวที่ขับรถลงใต้แวะพักผ่อนจากความเมื่อยล้า ก่อนที่จะออกเดินทางต่อ น้ำตกไทรคู่แห่งนี้มีทั้งหมด 9 ชั้น แต่ละชั้นจะมีความสวยงามที่แตกต่างกันไป โดยชั้นที่มีความงามมากที่สุดคือชั้นที่ 5 ซึ่งน้ำตกในชั้นนี้จะมีลักษณะที่เป็นหน้าผาขนาดใหญ่ นอกจากนี้ยังสามารถพบสัตว์ป่าหลายชนิดที่บริเวณน้ำตกอีกด้วย น้ำตกไทรคู่ เป็นน้ำตกที่มีน้ำไหลตลอดปี มีชั้นเชิงใหญ่ ๆ 3 ชั้น และชั้นอื่น ๆ อีกที่ลดหลั่นกันลงไปอีกหลายชั้น และที่น้ำตกไทรคู่ชั้นที่ 2,3 และ 4 มีขนาดไม่ใหญ่มากนักแต่สามารถนั่งพักผ่อนและเล่นน้ำได้ และน้ำตกชั้นที่ 4 นี้เองซึ่งเป็นที่มาของชื่อน้ำตกไทรคู่ เพราะว่ามีต้นไทรขนาดใหญ่สองต้นขึ้นมาอยู่ด้านบนของหน้าผา ทำ ให้รอบ ๆ บริเวณนี้มีร่มเงาและมีบรรยากาศที่ดีเหมาะแก่การเล่นน้ำ และนั่งพักผ่อนหย่อนใจ แต่อย่างไรก็ดี น้ำตกชั้นที่มีความงามมากที่สุดคือชั้นที่ 5 โดยน้ำตกในชั้นนี้จะมีลักษณะที่เป็นหน้าผาหินขนาดใหญ่ มีสายน้ำไหลผ่านลงมาตามร่องหินเป็นระยะทางประมาณ 50 เมตร ส่วนน้ำตกชั้นที่6 มีความพิเศษตรงที่ต้องขึ้นโดยการปีน หรือ ไต่ไปตามหน้าผาที่ค่อนข้างชันและชื้น และยังมีรากของต้นไม้ที่ห้อยลงมาด้วย […]

อ่านต่อ