ประจวบคีรีขันธ์

ถ้ำพระยานคร

ถ้ำพระยานคร เป็นถ้ำขนาดใหญ่ที่อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จุดเด่นของถ้ำแห่งนี้ คือ ” พระที่นั่งคูหาคฤหาสน์” เป็นพลับพลา แบบจตุรมุข สร้างในสมัยรัชกาลที่ 5 คราวเสด็จประพาสเมื่อวันที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2433 เป็นฝีพระหัตถ์ของพระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าขจรจรัสวงศ์ ทรงสร้างขึ้นในกรุงเทพฯ แล้วส่งมาประกอบทีหลังโดยให้พระยาชลยุทธโยธินเป็นนายงานก่อสร้าง พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จมายกช่อฟ้าด้วยพระองค์เอง ที่กำแพงหินด้านขวามีพระปรมาภิไธยย่อในรัชกาลที่ 5 และรัชกาลที่ 7 เป็นตัวหนังสือใหญ่สีขาวสะดุดตา พระที่นั่งคูหาคฤหาสน์นับเป็น จุดเด่นของถ้ำพระยานคร และเป็นตราประจำ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ในปัจจุบัน ถ้ำแห่งนี้เป็นถ้ำที่มีพลับพลาที่ประทับสวยเมื่อต้องแสงตะวัน ประวัติแต่โบราณได้ชื่อนี้ เพราะเจ้าพระยานครเป็นผู้ค้นพบ คราร่วมเสด็จประพาสในรัชกาลที่ 5 ต่อมาพระมหากษัตริย์ หลายพระองค์ ก็ทรงเสด็จพระราชดำเนิน ใครจะเชื่อว่ายาม พระอาทิตย์ส่อง แสงผ่านปล่องเขาในวันและเวลา พลับพลา ที่ประทับเรืองรองงดงามยิ่งกว่าใช้ไฟดวงใด สำหรับทางขึ้นถ้ำนั้นก็ค่อนข้างสะดวก ระยะทางประมาณ 430 เมตร อาจจะดูน้อยๆ แต่พอขึ้นจริงๆ แล้วเหนื่อยเอาการทีเดียวค่ะ แต่ก็มีป้ายเตือนบอกนักท่องเที่ยวว่า “ท่านผู้มีโรคประจำตัว กรุณาพิจารณาก่อนขึ้น” เพื่อความปลอดภัย ระหว่างเดินเท้าขึ้นถ้ำ จะมีจุดหยุดพักชมวิวจากจุดนี้สามารถชมทิวทัศน์บริเวณรอบ ๆ […]

อ่านต่อ

ถ้ำไทร

ถ้ำไทร ไปผจญภัยท่ามกลางป่าเขา เที่ยวชมความลึกลับของถ้ำโบราณกันค่ะ ถ้ำไทรตั้งอยู่บริเวณชายหาดบ้านคุ้งโตนด ต.เขาแดง อ.เขาสามร้อยยอด จ.ประจวบคีรีขันธ์ ถ้ำขนาดกลาง ที่มีหินงอกหินย้อยสวยงามมากอีกแห่งหนึ่ง ต้องเดินเท้าขึ้นเขาชันกว่า 280 เมตร โดยทางบางจุดอาจต้องปีนป่ายโขดหินกันเลย แต่พอได้ขึ้นไปถึงปากถ้ำแล้วรับรองว่าประทับใจมาก ๆ แน่นอนค่ะ ถ้ำไทรอยู่ทางทิศตะวันออกของเกาะร่มมีระดับความสูงประมาณ 280 เมตร จากระดับน้ำทะเลและวางตัวขนานกับแนวชายหาดเป็นถ้ำขนาดใหญ่มาก เป็นถ้ำคูหาเดียวแบ่งเป็นสามระดับ ภายในบริเวณถ้ำไทรจะมความงดงามมากเนื่องจากพื้นที่ภายในถ้ำเต็มไปด้วยหินงอก หินย้อย ประวัติความเป็นมาของถ้ำไทร ตาเอิบมาอยู่หมู่บ้านคุ้งโตนดเป็นคนแรกซึ่งตาเอิบรู้ว่าในเทือกเขามีต้นไม้ที่รับประทานได้ ซึ่งตาเอิบได้หาลูกไม้กินก่อนจะพบกับถ้ำไทรตาเอิบได้ยินเสียงปี่พาทย์จึงได้ตามเสียงนั้นไปจนเจอปากถ้ำ จึงได้เข้าไปภายในถ้ำก็ไม่ได้ยินเสียงปี่พาทย์ซึ่งเสียงนั้นสันนิฐานว่าเป็นเสียงของพวกลับแล ตาเอิบจึงสำรวจภายในถ้ำที่มีหินงอก หินย้อยที่มีลักษณะเหมือนกับต้นไทรประกอบกับหน้าปากถ้ำได้มีต้นไทรขนาดใหญ่ขึ้นอยู่ปากถ้ำ (ปัจจุบันต้นไทรนั้นได้ตายไปแล้ว) เพราะช่วงนั้นเกิดพายุลินดาเข้ามาที่หมู่บ้านคุ้งโตนดจึงทำให้ต้นไทรล้มตายจึงเรียกว่า “ถ้ำไทร” ถ้ำที่มีลักษณะทางธรรมชาติที่งดงามและเดินทางเข้าออกไม่ยากนัก ภายในถ้ำขนาดไม่ใหญ่มาก แต่ภายในมีหินงอกหินย้อยสวยงามไม่แพ้ถ้ำอื่น ๆ ในเมืองไทยเลย การเดินเที่ยวชมต้องมีเจ้าหน้าที่นำทางและใช้ตะเกียงหรือไฟฉายเท่านั้น เพราะข้างในมืดมากจนมองอะไรแทบไม่เห็น แต่ก็สามารถเดินขึ้นไปชมกันเองได้ แต่ต้องระมัดระวังกันนิดนึง โดยร้านอาหารตรงบริเวณลานจอดรถจะมีไฟฉายหรือตะเกียงให้เช่าในราคา 40 บาท โดยลักษณะทางเดินขึ้นจะเป็นเขาชัน จากจุดจอดรถไปยังปากถ้ำเป็นระยะทางประมาณ 280 ม. กว่าจะถึงปากถ้ำ บางคนอาจจะคิดว่า แค่สองร้อยกว่าเมตรเอง แต่ก็เล่นเอาเหงื่อท่วมตัวเหมือนกันนะคะ เพราะทางชันมากบวกกับมีโขดหินให้ปีนป่ายในบางจุด เหมือนได้มาเดินผจญภัยในป่าเลยค่ะ แต่พอได้ขึ้นไปถึงถ้ำแล้วเห็นความสวยงามภายในถ้ำไทรแล้วล่ะก็ รับรองว่าจะลืมความเหนื่อยไปเลยค่ะ ถ้ำแห่งนี้นับว่าเป็นอีกหนึ่งแหล่งท่องเที่ยวที่ควรค่าแก่การมาสัมผัสกับความมหัศจรรย์ของถ้ำ […]

อ่านต่อ

วัดถ้ำเขาม้าร้อง

วัดถ้ำเขาม้าร้อง ตั้งอยู่ในตำบลพงค์ประสาสน์ อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ภายในถ้ำมีหลายคูหา มีหินงอกหินย้อยและมีผู้ดูแลติดตั้งไฟฟ้าเพื่อให้ส่องสว่างแก่นักท่องเที่ยว โดยภายในถ้ำจะมีพระพุทธรูปปางสมาธิเรียงรายตลอดแนว อยู่ชิดผนังถ้ำด้านทางด้านหนึ่ง ภายในถ้ำมีหินย้อยรูปร่างลักษณะคล้ายหัวม้า อยู่ภายในถ้ำ หากเดินเข้าไปในถ้ำแล้วให้เดินตรงไปแล้วเลี้ยวไปทางขวามือ ประมาณ 20-30 เมตรให้เลี้ยวซ้ายจะเห็นลักษณะหินย้อยที่มีรูปร่างคล้ายหัวม้าค่ะ นอกจากนี้ยังมีบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งเป็นบ่อน้ำที่นำไปใช้ในงานพระราชพิธีสำคัญ ๆ ต่าง ๆ เมื่อมีพิธีสำคัญ ๆ เมื่อไหร่ ทางวัดจะจัดพิธีตักน้ำทิพย์เพื่อนำไปถวายแด่ในหลวง เช่นงานพิธีครบรอบ 60 พรรษา และ 72 พรรษา และ ที่น่าแปลกใจคือ น้ำที่บ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้จะไม่มีวันแห้งเลย นอกจากตัวถ้ำแล้ว บริเวณภายในวัดยังมีบ่อปลาที่มีอายุกว่า 10 ปี และมีปลาอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก ซึ่งเราสามารถซื้ออาหารปลามาให้ปลาได้ค่ะ วัดถ้ำม้าร้องแห่งนี้มีประวัติเป็นที่พักสงฆ์มาแต่โบราณกาล ตั้งแต่สมัยที่พระพุทธศาสนาเริ่มเข้าสู่แหลมทอง พระสงฆ์ชาวศรีลังกาและอินเดีย ได้เดินทางเข้ามาเผยแผ่พุทธศาสนา ในประเทศไทยและประเทศพม่า พระสงฆ์ที่เผยแผ่พุทธศาสนา จึงใช้เป็นที่พักพิงในขณะเดินทาง ต่อมา ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว เจ้าพระยาบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) ได้ออกปราบพวกโจรตามหัวเมืองต่างๆ ในระหว่างปี พ.ศ.2385-2387 เจ้าพระยาบดินทรเดชา ได้นำทัพมาพักที่หนองหัดไทย ปรากฏว่าม้าของท่านเจ้าพระยาบดินทรเดชาได้หายไป จึงได้สั่งให้ทหารออกตามหาแต่ก็ไม่พบ ได้ยินแต่เสียงม้าร้องภายในภูเขาลูกนี้ […]

อ่านต่อ

ตลาดด่านสิงขร

ตลาดด่านสิงขร ตั้งอยู่ที่จุดชายแดนพม่า เป็นตลาดชายแดนที่ขายสินค้าพื้นเมืองทั้งของคนไทยและพม่า ได้แก่ เฟอร์นิเจอร์และข้าวของเครื่องใช้ที่ทำจากไม้แกะสลักซึ่งเป็นงานฝีมือแฮนด์เมด (Hand Made) เหมาะสำหรับเป็นของใช้และตกแต่งบ้าน กล้วยไม้ป่า ต้นไม้ป่าหายากต่างๆ รวมถึงเครื่องประดับที่ทำจากหินสีและพลอยพม่าคุณภาพดีหลากชนิด โดยด่านสิงขร เป็นจุดผ่อนปรนทางการค้าระหว่างชายแดนไทยและพม่าที่แคบที่สุด ส่วนจุดที่แคบที่สุดของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จะอยู่ที่ตำบลห้วยทรายซึ่งวัดระยะได้ 10.96 กิโลเมตร วัดตามแนวจากสันปันน้ำของทิวเขาตะนาวศรีจนถึงฝั่งทะเล ตามแนวที่ตัดผ่านหลักกิโลเมตร 340.4 บนถนนเพชรเกษม ซึ่งบริเวณนั้นก็จะมีป้ายบอกว่าแคบที่สุดของประเทศ  ตลาดแห่งนี้เปิดขายทุกวัน แต่ในวันเสาร์จะคึกคักมากเป็นพิเศษ เนื่อจากมีการผ่อนผันให้ชาวพม่าข้ามฝั่งนำสินค้าทางการเกษตรต่างๆ เข้ามาวางขายได้ โดยภายในตลาดจะแบ่งเป็นโซนต่างๆ ทั้งโซนเฟอร์นิเจอร์ที่ทำจากไม้ มีทั้งโต๊ะ-เก้าอี้ไม้ขนาดใหญ่เล็กให้เลือกซื้อมากมาย ซึ่งแต่ละร้านก็จะมีบริการส่งให้ถึงบ้านอีกด้วย สินค้าขึ้นชื่อของที่นี่คือ กล้วยไม้ป่าที่มีให้เลือกหลากหลายสัยพันธุ์และหลายราคา เวลาที่สะดวกที่สุดที่จะไปถึงด่านสิงขร น่าจะเป็นช่วง เช้าของวันเสาร์จะมีการเปิดด่านให้มีการค้าขาย เวลาประมาณ 8 โมงถึง 9 โมงเช้า อากาศจะไม่ร้อนมาก และน่าจะได้เลือกซื้อกล้วยไม้ดี ๆ ได้ก่อนค่ะ ราคาที่พ่อค้าแม่ค้าทั้งคนไทยและคนเมียนมาร์บอก สามารถต่อราคาลงได้อีกเยอะแนะนำให้เดินดูให้ทั่วก่อนแล้วค่อยเลือกซื้อ เพราะว่ากล้วยไม้มีเยอะหลายประเภทมาก บางร้านซื้อในปริมาณมากจะถูกกว่า และที่แนะนำก็คือ เลือกร้านที่คุยกับคนขายแล้วถูกใจที่สุด ประมาณว่าพูดบอกเราตรงๆ ไม่หลอกเราแน่ๆ แล้วให้ซื้อที่ร้านนั้นร้านเดียว ราคาจะถูกลงมาก เพราะว่าจะมีส่วนลดและของแถมให้ […]

อ่านต่อ

เขื่อนปราณบุรี

เขื่อนปราณบุรี ตั้งอยู่ที่บ้านวังวนชลประทาน ต.หนองตาแต้ม อ.ปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ เป็นเขื่อนดินกั้นแม่น้ำปราณบุรีเกิดเป็นทะเลสาบขนาดใหญ่ สันเขื่อนยาว 1,500 เมตร กว้าง 8 เมตร สูง 42 เมตร นอกจากที่นี่จะเป็นเขื่อนกักเก็บน้ำที่สำคัญของปราณบุรีแล้ว ยังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวอีกซึ่งเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมทิวทัศน์ที่สวยงามของหุบเขาที่โอบล้อมเวิ้งน้ำ บรรยากาศสงบเงียบ อากาศเย็นสบายจากสายน้ำและต้นไม้เขียวชอุ่ม รวมถึงเป็นจุดตกปลาที่ยอดเยี่ยม นักตกปลาไม่ควรพลาด ระหว่างทางมีฝูงแพะเลี้ยงเดินเลียบเล็มหญ้าริมถนนบนสันเขื่อนที่เป็นถนนลาดยางอย่างดี ขับรถชมทิวทัศน์ได้ค่ะ เวลาที่เหมาะมากคือ ยามที่พระอาทิตย์ตกดินลับเหลี่ยมเขา ลำแสงสีทองตัดไปกับเทือกเขาตะนาวศรีเป็นที่จับตามาก โดยเฉพาะบริเวณปลายสันเขื่อน ทิวทัศน์เป็นเวิ้งทะเลสาบกว้างใหญ่ มีเทือกเขาตะนาวศรีเป็นฉากหลัง ชมพระอาทิตย์ตกดินจากบริเวณนี้สวยงามมากค่ะ ช่วงเวลาที่เปิดให้เข้าชม เปิดเวลา 08.00-17.00 น. ติดต่อสอบถามเพิ่มเติม ที่ทำการอำเภอปราณบุรี (032) 621 014 สำนักชลประทานที่ 14 โทร. (032) 825 658 ถึง 59 ศูนย์บริการข้อมูลท่องเที่ยว โทร.(032) 611 491 ประชาสัมพันธ์จังหวัด โทร.(032) 602 019 ศูนย์บริการข้อมูลการท่องเที่ยวเทศบาลหัวหิน โทร.(032) […]

อ่านต่อ

เขาช่องกระจก

เขาช่องกระจก เป็นภูเขาขนาดเล็กมีลิงอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก ทางขึ้นอยู่ด้านหลังศาลากลางจังหวัด ตั้งอยู่ริมอ่าวประจวบบริเวณด้านหน้าวัดธรรมิการามวรวิหาร มีทางขึ้นเป็นบันไดคอนกรีตจำนวน 396 ขั้นไปจนถึงยอดเขา เป็นที่ตั้งของวัดเขาช่องกระจก ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุและพระพุทธบาทจำลอง ด้านทิศเหนือของภูเขามีช่องโปร่งดูคล้ายกับกรอบของกระจก จากยอดเขาสามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์ของตัวเมือง และอ่าวทั้งสามได้อย่างสวยงาม ในส่วนของยอดเขามีช่องทะลุโปร่งคล้ายกรอบกระจก จึงได้รับการขนานนามว่า เขาช่องกระจก  เขาช่องกระจกนั้นจะมีลิงเสนอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก อีกทั้งยังเป็นที่ตั้งของวัดเขาช่องกระจก ซึ่งเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธบาทจำลองและพระบรมสารีริกธาตุ ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จมาทรงประกอบพิธีบรรจุเมื่อวันที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2501 พร้อมทั้งทรงปลูกต้นพระศรีมหาโพธิ์ที่มาจากพุทธคยาโดยแท้ ด้วยความพิเศษทั้งหลายเหล่านี้ ถือได้ว่า เขาช่องกระจก เป็นสัญลักษณ์ของเมืองประจวบฯ ก็ว่าได้ บนยอดเขานั้นมีศาลาให้นั่งพักผ่อนหย่อนใจ และจากยอดเขานักท่องเที่ยวสามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์อันสวยงามของตัวเมืองประจวบคีรีขันธ์ได้โดยรอบ ไม่ว่าจะเป็นทิวทัศน์ของ เขาตะนาวศรี อ่าวประจวบคีรีขันธ์ ขาตาม่องล่าย เขาล้อมหมวก วิวสวยมากๆค่ะ นักท่องเที่ยวที่ขึ้นเขาช่องกระจกแล้ว สามารถติดต่อขอรับประกาศนียบัตรผู้พิชิต 396 ขั้น ไว้เป็นที่ระลึกได้ที่ กองส่งเสริมการท่องเที่ยว เทศบาลเมืองประจวบคีรีขันธ์ค่ะ ติดต่อสอบถามเพิ่มเติม ศูนย์บริการข้อมูลท่องเที่ยว โทร.(032) 611 491 ประชาสัมพันธ์จังหวัด โทร.(032) 602 019 ศูนย์บริการข้อมูลการท่องเที่ยวเทศบาลหัวหิน โทร.(032) […]

อ่านต่อ

หาดหัวหิน

หาดหัวหิน จัดได้ว่าเป็นสถานที่พักผ่อนตากอากาศริมทะเลที่เก่าแก่ที่สุดของประเทศไทย หัวหินได้ถูกเปลี่ยนแปลงจากแต่เดิมที่เป็นชุมชนชาวประมง มาเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมในปี 2463 และเริ่มมีการก่อสร้างทางเดินรถไฟสถานีหัวหินในพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 (ปี พ.ศ. 2453-2468) รวมถึงพระราชวังไกลกังวลในรัชกาลที่ 7 ปี พ.ศ. 2469 พระราชวังแห่งนี้ได้ถูกใช้เป็นที่ประทับรับรองของพระราชวงศ์ เมื่อมีการเสด็จเยือนหัวหิน ปัจจุบันหัวหินเป็นที่รู้จักและได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเป็นจำนวนมาก นอกจากสถานที่ท่องเที่ยวสวยงามที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวแล้ว หัวหินยังมีโรงแรมหรูระดับ 5 ดาวหลายแห่งซึ่งตั้งอยู่ใจกลางเมืองหัวหินพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันไว้คอยต้อนรับนักท่องเที่ยว ให้เข้ามาสัมผัสแหล่งอารยธรรม ประเพณีของไทยที่มีตลอดทั้งปี เช่น เทศกาลตรุษจีน เทศกาลสงกรานต์ ประเพณีวันลอยกระทง มหกรรมดนตรีหัวหินแจ๊สเฟสติวัล หัวหิน-ชะอำกอล์ฟเฟสติวัล และการแข่งขันครั้งสำคัญ “การแข่งขันหัวหินโปโลช้างชิงถ้วยพระราชทาน” ด้วยเสน่ห์ของหาดหัวหินที่มีหาดทรายขาวสะอาดและกว้างยาวสุดสายตาความยาวของหาดประมาณ 5 กิโลเมตร ชายหาดกว้าง ยาวไปจนจรดเขาตะเกียบ บรรยากาศชวนเล่นน้ำและพักผ่อนตากอากาศมาก บรรยากาศเงียบสงบ ไม่มีถนนเรียบชาดหาดให้รถวิ่งพลุกพล่าน ไม่มีเจ๊ตสกี ไม่มีบานาน่าโบ๊ต หาดหัวหินจึงเหมาะแก่การผักผ่อนตากอากาศเป็นอย่างมาก ทางลงหาดมีสองจุด คือ ปลายถนนดำเนินเกษม บริเวณโรงแรมโซฟิเทล เซ็นทรัล หัวหิน ซึ่งเป็นจุดหลักที่มีนักท่องเที่ยวคึกคัก ส่วนอีกจุดคือบริเวณศาลเจ้าแม่ทับทิม-ศาลเจ้าพ่อสายน้ำเขียว ถนนนเรศดำริ ซึ่งตรงนั้นมีลานจอดรถเล็กๆ ตรงกับแหลมหิน […]

อ่านต่อ

สถานีรถไฟหัวหิน

สถานีรถไฟหัวหิน ตั้งอยู่ถนนพระปกเกล้า ตำบลหัวหิน อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นหนึ่งในสถานีรถไฟที่สวยงามและเก่าแก่ที่สุดของไทย อีกทั้งยังเป็นที่เก็บหัวรถจักรไอน้ำโบราณที่การรถไฟสั่งซื้อมาจากประเทศอังกฤษ หัวรถจักรนี้เคยวิ่งให้บริการในเส้นทางรถไฟในไทยก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2 อีกด้วย และมีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ของการรถไฟไทยเป็นอย่างมาก สถานีรถไฟแห่งนี้เป็นสถานีรถไฟชั้น 1 ของทางรถไฟสายใต้ ทางด้านอาคารสถาปัตยกรรมได้รับยกย่องเป็นอาคารอนุรักษ์ อาคารหลังแรกก่อสร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2454 แต่อาคารที่เห็นในปัจจุบัน สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2469 โดยพระเจ้าพี่ยาเธอ กรมพระกำแพงเพ็ชรอัครโยธิน เมื่อครั้งทรงดำรงตำแหน่งผู้บังคับบัญชาการรถไฟ แห่งกรุงสยาม ซึ่งได้จากการยกอาคารไม้ที่จะใช้ในงานสยามรัฐพิพิธภัณฑ์ ซึ่งมีแผนจะจัดที่สวนลุมพินีเมื่อปลายปี พ.ศ. 2468 แต่ไม่ได้มีการจัดจริงเนื่องจากพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จสวรรคต และ พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวมีพระราชกระแสให้เลิกจัดงานดังกล่าว เมื่อ 2 มกราคม พ.ศ. 2468 (นับอย่างปัจจุบันต้องปี พ.ศ. 2469 เพราะอยู่ในปี ค.ศ. 1926) อาคารสถานีรถไฟหัวหินที่เห็นในปัจจุบัน สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2469 โดยพระเจ้าพี่ยาเธอ กรมพระกำแพงเพ็ชรอัครโยธิน เมื่อครั้งทรงดำรงตำแหน่งผู้บังคับบัญชาการรถไฟแห่งกรุงสยาม เป็นอาคารครึ่งตึกครึ่งไม้ อิทธิพลจากรูปแบบสถาปัตยกรรมวิคทอเรีย ทาสีด้วยโทนครีมตัดกับสีแดง […]

อ่านต่อ

วิกหัวหิน

วิกหัวหิน ตั้งอยู่เลขที่62/70 ซอยหมู่บ้านหัวนา ถนนเพชรเกษม ตำบลหนองแก อำเภอหัวหิน ประจวบคีรีขันธ์ ศิลปะสถานเพื่องานศิลป์และการละครแห่งใหม่ ของประเทศไทยท่ามกลางบรรยากาศธรรมชาติของหัวหินจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ก่อตั้งขึ้นจากความตั้งใจของคุณภัทราวดี มีชูธน ประกอบด้วยส่วนของโรงละคร แกลอรี่ที่พัก และร้านอาหาร ราคา ห้องพัก 10 หลัง ราคาตั้งแต่ 1,500 – 3,000 บาท “ภัทราวดี เธียเตอร์” เนรมิตเนื้อที่กว่า 30 ไร่ ในอำเภอหัวหิน เป็นพื้นที่สร้างสรรค์แห่งใหม่ของประเทศ ในนาม “วิกหัวหิน ศิลปะสถานเพื่องานศิลปะ” โรงละครแห่งใหม่ของประเทศในอำเภอหัวหิน ประกอบไปด้วย โรงละครในร่ม ขนาด 300 ที่นั่ง โดมดอกไม้ โรงละครกลางแจ้งท่ามกลางหมู่บ้าน Arts Camp ที่พักเพื่อการสร้างสรรค์งานศิลปะ ในรูปแบบประติมากรรมปูนปั้น และ ลาน Promenade ลานเอนกประสงค์สำหรับจัดการแสดงและทำกิจกรรมต่างๆรวมทั้ง โรง เรียนภัทราวดีมัธยมศึกษา หัวหิน ซึ่งอยู่ในพื้นที่เดียวกัน “วิก” เป็นคำที่คน […]

อ่านต่อ

วัดถ้ำเขาเต่า

วัดถ้ำเขาเต่า เป็นวัดอยู่บนเชิงเขาติดทะเล อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีจันธ์ เป็นวัดที่มีทิวทัศน์สวยงาม มีถาวรวัตถุ และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้กราบไหว้ขอพรมากมาย ถ้าหิวก็มีโรงทานบริการให้กินกันฟรีค่ะ แม้จะเป็นภูเขาริมหาดลูกเล็กๆแต่เมื่อขึ้นไปบนยอดเขาแล้ว สามารถมองเห็นทิวทัศน์ของท้องทะเล ชายหาดเขาเต่า สวนสนประดิพัทธ์ และเกาะเกาะสิงโต เรียกได้ว่าสวยงามจนหายเหนื่อยเลยทีเดียว ส่วนบริเวณทางขึ้นวัดถ้ำเขาเต่ามีร้านขนมถ้วยป้าแว๊ดที่ขายมานานกว่า10ปีรสชาติอร่อยนักท่องเที่ยวต่างพากันซื้อติดไม้ติดมือไปกินกันค่ะ ตั้งแต่ข้างล่าง (ด้านทิศเหนือเชิงเขาด้านใน)จนถึงข้างบนเขา(ด้านทิศ ตะวันออก)ตลอดที่ดินของวัด เขาเต่าและต่อมาได้ทราบว่าได้ขายที่ดินให้กับร.ตเฉลิมพิพัฒน์พันธ์ูุ์เป็นผู้ครอบครองโดยไม่ทราบว่ามีหลักฐานหรือไม่ต่อมา เมื่อปี พ.ศ 2507เจ้าอาวาสถ้ำเขาเต่าได้ทำการจดทะเบียนถือครองกรรมสิทธิ์ ที่ดินได้เลขที่ 29ก/1 โดยที่ดินผืนนี้ติดกับที่ดินของ ร.ต เฉลิมตามที่กล่าวไว้ ข้างต้น และมีบริเวณทีดินควบคุมถึงไหล่เขาข้างหาดทรายย้อย ( ด้านทิศใต้- ของภูเขา) และได้ครอบครองมาตลอด ต่อมาได้มีพระภิกษุคณะธรรมยุติมาจากต่างจังหวัด ได้มาขอพักเป็นระยะๆ และมีพระภิกษุมหานิกายมาขอพักอยู่เสมอ ๆระยะหลังมีพระภิกษุชื่ออาจารย์ภักติ์ อคเตโชได้มาพักและขอให้ใช้เป็นชื่อวัดเขาเต่าและได้ดำเนินการขอไม้จากกรม ป่าไม้เพื่อทำการก่อสร้างถาวรวัตถุต่าง ๆในขณะที่ดำเนินการก่อสร้างได้เกิดเหตุการณ์ไม่ดีเกิดขึ้นกับท่านอาจารย์ภักต์ฯซึงไม่ทราบสาเหตุและท่านอาจารย์ภักต์ฯ ก็ได้หายสาปสูญไป ต่อมามีท่านอาจารย์เล็ก(แขก)ฐานิสสโรเข้ามาพักและได้ดำ เนินการก่อสร้างถาวรวัตถุต่าง ๆจนทำให้สำนักสงฆ์ถ้ำเขาเต่าเจริญขึ้นมาตามลำดับ จนกระทั่งประมาณกลางปีพ.ศ2538พระอาจารย์เล็ก ฐานิสสโรได้ทำหนังสือ ร่วมกับคณะกรรมการมอบที่พักสงฆ์ถ้ำเขาเต่าคืนให้กับพระครูอรรถวิมล เจ้าคณะ ตำบลจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ( ธ ) เจ้าอาวาสวัดถ้ำเขาเต่าองค์ปัจจุบัน และพระ ครูอรรถวิมลได้มอบหมายให้พระบุญเทอด(แดง)ญาณเตโชเป็นผู้ดูแลสำนักสงฆ์ […]

อ่านต่อ