สมุทรปราการ

วัดบางกะพ้อม

วัดบางกะพ้อม ตั้งอยู่ ตำบลอัมพวา อำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม เป็นวัดโบราณ สร้างขึ้นในราวปี พ.ศ. 2312 สมัยกรุงศรีอยุธยา ไม่ปรากฏนามผู้สร้าง มีตำนานเล่าขานกันมาว่า มีตระกูลคหบดีฐานะดีตระกูลหนึ่ง ได้ลงเรือพาครอบครัวพร้อมทั้งทรัพย์สินหนีข้าศึกเมื่อครั้งเสียกรุงศรีอยุธยา รอมแรมถึงแหลมบางกะพ้อมแห่งนี้ เห็นเป็นที่เหมาะสมร่มรื่น จึงได้พักแรม สร้างที่อยู่อาศัย โดยการสานกระบุง ตะกร้า เสื่อลำแพน และกะพ้อมใส่ข้าว เป็นสินค้านำไปขายเพื่อยังชีพ ต่อมามีคนมาบอกว่ากองทัพข้าศึกยกมา กำลังทำการสู้รบกันอยู่ที่ค่ายบางกุ้งให้รีบหนี แต่คหบดีผู้นั้นเห็นว่าคงหลบหนีไม่ทัน จึงได้เข้าไปแอบอยู่ในกะพ้อมที่สานเอาไว้เพื่อจะขาย พร้อมกันนั้นได้ตั้งสัตยาธิษฐานต่อพระรัตนตรัยและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายว่า “ขออย่าให้ทหารข้าศึกพบเลย หากรอดพ้นไปได้จะจัดการสร้างวัดและวิหารขึ้นตรงนี้” ทหารข้าศึกก็ผ่านไปโดยมิได้พบเห็น ต่อมาจึงได้จัดสร้างวิหารวัดบางกะพ้อมขึ้น ตามที่ได้ตั้งสัตยาธิษฐานไว้ โดยตั้งชื่อวัดว่า “วัดบังกับพ้อม” ต่อมาคงเพี้ยนไปบ้าง หรือเพื่อความเหมาะสมจึงชื่อ “วัดบางกะพ้อม” มาจนถึงปัจจุบัน ครอบครัวของผู้สร้างวัดนี้ร่วมด้วยพุทธศาสนิกชนในสมัยนั้นได้สร้างอุโบสถเรือนไม้ มีพระพุทธรูปศิลาแลง สมัยกรุงศรีอยุธยาเป็นพระประธาน และได้สร้างวิหารเป็นที่ประดิษฐานรอยพระพุทธบาท 4 รอย เดิมสร้างยังไม่เสร็จเรียบร้อย มีเรื่องเล่าสืบต่อกันมาว่ามีเชื้อพระวงศ์ในพระราชวงศ์จักรีทรงผนวช และจำพรรษา ณ วัดนี้ ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ได้เลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระเถระผู้ใหญ่และเป็นเจ้าอาวาสวัด ท่านได้บูรณะงานปูนปั้นนูนต่ำที่ฝาผนังวิหาร อันเป็นงานปูนปั้นที่สร้างด้วยฝีมืออันประณีตงดงามแปลกตาและหาดูได้ยากยิ่ง สิ่งที่น่าสนใจ […]

อ่านต่อ

องค์พระสมุทรเจดีย์

พระสมุทรเจดีย์ หรือที่ชาวปากน้ำเรียกว่า พระเจดีย์กลางน้ำ ตั้งอยู่ที่ตำบลปากคลองบางปลากด อำเภอพระสมุทรเจดีย์ จังหวัดสมุทรปราการ ตรงข้ามศาลากลางจังหวัดสมุทรปราการ เป็นปูชนียสถาน อันเป็นสัญลักษณ์ที่สำคัญและเป็นความภาคภูมิใจของชาวจังหวัดสมุทรปราการ ทางราชการได้ถือเอาพระสมุทรเจดีย์เป็นตราจังหวัดสมุทรปราการ ธงของจังหวัดมีสีพื้นเป็นสีน้ำทะเล กลางผืนธงมีรูปพระสมุทรเจดีย์สีขาว ใต้รูปพระสมุทรเจดีย์มีคำว่า “สมุทรปราการ” คันธงมีแถบสีเหลือง 2 แถบ สถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้ได้มีผู้คนมาเคารพแวะเวียนมาสักการบูชามากมาย ผู้คนทั่วไปจะเรียกกันติดปากว่า พระเจดีย์กลางน้ำ เนื่องจากเดิม บริเวณที่ก่อสร้างพระสมุทรเจดีย์เป็นเกาะที่มีน้ำล้อมรอบ ต่อมาชายตลิ่งฝั่งขวาของแม่น้ำตื้นเขินงอกออกมา เชื่อมติดกับเกาะอันเป็นที่ตั้งพระเจดีย์ สมุทรปราการ เป็นเมืองที่สร้างขึ้นในสมัยกรุงศรีอยุธยา ตัวเมืองเก่าอยู่แถบอำเภอพระประแดงและมีชื่อเรียกว่า “เมืองพระประแดง” เป็นสถานที่พักของเมืองสินค้าต่างชาติที่มาติดต่อค้าขายกับไทย ที่บริเวณริมทะเลมีการสร้างป้อมค่ายคูเมืองอย่างมั่นคงแข็งแรง ต่อมา ในสมัยกรุงธนบุรี สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช โปรดให้รื้อกำแพงเมืองพระประแดงออก ลักษณะองค์พระสมุทรเจดีย์ เป็นเจดีย์ทรงกลม ฐานล่างย่อมุมไม้สิบสอง คติการสร้างโดยรวมต้นแบบเป็นอย่างสุดขทัย เพิ่มเติมอย่างรัตนโกสินทร์ รอบนอกเป็นกำแพงแก้ว สูง 2 ศอกคืบ มีช่องทางเดินสำหรับทีกษิณาวัตร ฐานล่างเจาะเป็นซุ่งช่อง 40 ช่อง แต่ละช่องมีช้างเผือกยืนหันหน้าออก บันไดขึ้นสู่ ชั้น 2 และ 3 ส่วนมุมทั้ง 4 […]

อ่านต่อ

วัดอโศการาม

วัดอโศการาม ตั้งอยู่ที่เทศบาลบางปูซอย 60 ถนนสุขุมวิทสายเก่า ตำบลท้ายบ้าน อำเภอเมืองสมุทรปราการ เป็นวัดที่สำคัญวัดหนึ่ง และเป็นสถานที่สำหรับวิปัสสนากรรมฐาน คำว่า “อโศการาม” แปลว่า แหล่งรื่นรมย์ที่ไร้ความเศร้าหมอง ซึ่งเมื่อก้าวเท้าเข้าสู่วัดแห่งนี้แล้ว คงต้องยอมรับว่าที่แห่งนี่เป็น “แหล่งรื่นรมย์ ” และ “ร่มรื่น” ไปด้วยพรรณไม้นานาชนิดไม่ว่าจะเป็นป่าโกงกาง ไม้ลำพู หรือปลงทอง อย่างไรก็ดี วัดอโศการามนี้ยังแสดงให้เห็นถึงความแตกต่างระหว่าง “อาราม”  กับวัดทั่วๆ ไปได้เป็นอย่างดี ภายในอาณาบริเวณประมาณ 53 ไร่ของวัดแห่งนี้ มีสิ่งน่าชมหลายอย่าง อย่างแรกคือ พระธุตังคเจดีย์ มีลักษณะเป็นพระเจดีย์หมู่รวม 13 องค์ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์แห่ง “ธุดงควัตร 13 ข้อ” ทุกองค์มีพระบรมสารีริกธาตุบรรจุไว้ในผอบทอง เงิน นาก ถัดมาคือ วิหารวิสุทธิธรรมรังสี เป็นอาคารจตุรมุข 3 ชั้น ส่วนยอดเป็นมณฑปปิดทองคำบริสุทธิ์ ซึ่งมีพระบรมสารีริกธาตุบรรจุอยู่บนยอดมณฑป ภายในวิหารเป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธชินราชจำลอง รูปหล่อหลวงพ่อปู่มั่น ภูริทตฺโต และสริระของท่านพ่อลี ธมฺมธโร เจ้าอาวาสองค์แรกแห่งวัดอโศการาม […]

อ่านต่อ

วัดโปรดเกศเชษฐาราม

วัดโปรดเกศเชษฐาราม เดิมชื่อวัดปากคลอง เพราะอยู่ใกล้กับปากคลองลัดหลวง วัดแห่งนี้ตั้งอยู่ที่ถนนทรงธรรม ตำบลทรงคะนอง อำเภอพระประแดง อยู่ถัดจากวัดไพชยนต์ฯ เล็กน้อย  จังหวัดสมุทรปราการ เป็นวัดเก่าแก่คู่เมืองพระประแดง เป็นพระอารามหลวงชั้นตรี และเป็นวัดพุทธไทยเพียงวัดเดียวในย่านพระประแดง ในขณะที่วัดอื่นๆ มักจะเป็นวัดพุทธรามัญ วัดแห่งนี้สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 2 โดยพระยาเพ็ชรพิไชย (เกตุ) ผู้เป็นนายงานสร้างเมืองนครเขื่อนขันธ์ ใน ปัจจุบัน วัดโปรดเกศฯ นอกจากจะเป็นสถานที่ประกอบพิธีกรรมทางพุทธศาสนาแล้ว ยังเป็นสถานที่ศึกษาหาความรู้ของชาวบ้าน โรงเรียน โรงพยาบาล ศาลสถิตยุติธรรม และอื่นๆ พระสงฆ์มีหน้าที่ช่วยเหลือชาวบ้านในเรื่องต่างๆ อาทิ เป็นหมอรักษาโรคทางกาย คือเป็นหมอยาแผนโบราณ เป็นหมอรักษาโรคทางใจ คือเป็นผู้สอนธรรมะ นอกจากนี้ยังเป็นหมอดู รักษาศรัทธาและความสบายใจแก่ชาวบ้าน เช่น เป็นผู้ให้ฤกษ์ยาม เป็นผู้พิพากษาคดีเล็กๆ น้อยๆ ภายในวัดโปรดเกศฯ มีลักษณะสถาปัตยกรรมดีเด่นคือ พระอุโบสถไม่มีช่อฟ้าใบระกา หน้าบันมีศิลปะปูนปั้นลายเครือเถาประดับเครื่องลายคราม ภายในเป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธชินนาถศาสดา องค์พระประธานปางมารวิชัย ส่วนพระวิหารก็มีลักษณะสถาปัตยกรรมเช่นเดียวกับพระอุโบสถ ภายในเป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธไสยาสน์ซึ่งมีพระพักตร์อันงดงาม เหนือหน้าต่างมีภาพปริศนาธรรมในศิลปะแบบตะวันตกที่แปลกตาหาดูได้ยาก นอกจากนี้ ยังมีพระมณฑปสถาปัตยกรรมไทยรูปเจดีย์ย่อเหลี่ยมไม้สิบสอง ตั้งอยู่กลางสระน้ำ ภายในประดิษฐานพระประธานปางมารวิชัยขัดสมาธิเพชร และยังมีพระพุทธบาทจำลองที่ประดับด้วยมุก เป็นรูปพรหมและรูปต่างๆ […]

อ่านต่อ

วัดบางพลีใหญ่ใน

วัดบางพลีใหญ่ใน เดิมชื่อ วัดพลับพลาไชยชนะสงคราม ชาวบ้านบริเวณใกล้เคียงเรียกวัดนี้ว่า วัดใหญ่หรือ วัดหลวงพ่อโต ทางประวัติศาสตร์ จากโบราณคดีจารึกสืบต่อกันแต่ครั้งโบราณกาล กล่าวว่า วัดนี้สร้างขึ้นในสมัยสมเด็จพระนเรศวรมหาราช หลังจากเสียกรุงศรีอยุธยามาถึง 2 ครั้ง มาในปี พ.ศ.2112 และ พ.ศ.2310 สมเด็จพระนเรศวรได้ทรงกอบกู้อิสรภาพสู่ความเป็นไทยอีกครั้งหนึ่งพระองค์ทรง กระทำสงคราม และได้มีชัยชนะแก่พม่าหลายต่อหลายครั้ง จนอาณาเขตของประเทศไทย (สยาม) ขยายออกไป อีกอย่างกว้างขวาง ณ ครั้งหนึ่งพระองค์ทรงยาตรากองทัพขับไล่ข้าศึกมาทางทิศตะวันออกของกรุง ศรีอยุธยา มาถึงยังตำบลหนึ่งซึ่งยังไม่ปรากฏนามและ ณ ที่แห่งนี้พระองค์ได้ทรงสั่งให้หยุดทัพพักไพร่พล และได้ทรงทำพิธีกรรมบวงสรวงหาฤกษ์ยามอันเป็นนิมิตตามตำรับพิชัยสงคราม ก่อนที่จะยาตราทัพไล่กวาดล้างข้าศึกและอริราชศัตรูต่อไป การทำพิธีพลีกรรมบวงสรวงนี้ ตามประเพณีโบราณมีการปลูกศาลเพียงตา พร้อมทั้งเครื่องเซ่นสังเวย ประดามี ข้าวตอกดอกไม้ สัตว์สี่เท้า สัตว์สองเท้า ขนมต้มขาว ขนมต้มดำ ขนมต้มแดงและอื่นๆ พร้อมทั้งอัญเชิญพระแสงปืน พระแสงดาบ และสรรพวุธ บรรดามี เพื่อเข้าในพิธีพลีกรรมบวงสรวงนี้พร้อมทั้งตั้งสัจจะอธิษฐานต่อเทวาอารักษ์และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายว่า “ถ้าหากพระองค์ยังมีบุญญาธิการปกครองไพร่ฟ้าประชาชน พร้อมทั้งบ้านเมืองให้ได้รับ ความร่วมเย็นเป็นสุขแล้ว ขอให้พระองค์จงมีชัยชนะต่ออริราชศัตรูทั้งมวล ครั้งเมื่อพระองค์ทรงกรีฑาทัพรบได้ชัยชนะแล้ว ก็ทรงยาตราทัพกลับสู่กรุงศรีอยุธยา ย้อนผ่านกลับมาทางเดิม ที่พระองค์ได้ทรงกระทำพิธีกรรมบวงสรวงนั้นก็ทรงได้โปรดให้สร้างพลับพลาชัย […]

อ่านต่อ

วัดทรงธรรมวรวิหาร

วัดทรงธรรมวรวิหาร ตั้งอยู่ที่ถนนทรงธรรม อำเภอพระประแดง จ.สมุทรปราการ เป็นพระอารามหลวงชั้นโท และเป็นวัดเก่าแก่ ในพุทธศาสนานิกายรามัญ สร้างขึ้นพร้อมกับเมืองนครเขื่อนขันธ์ ในรัชกาล พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ 2 โดยทรงโปรดเกล้าให้กรมพระราชวังบวรสถานมงคล หรือวังหน้า เป็นแม่กองในการก่อสร้าง ราวปี พ.ศ. 2358 เพื่อเป็นศิริมงคลแก่บ้านเมืองตามโบราณราชประเพณี โดยอยู่ทางฝั่งตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณโรงเรียนอำนวยวิทย์ในปัจจุบัน ซึ่งต่อมาเมื่อมีการบูรณะปฏิสังขรค่ายคูประตูเมือง ซึ่งได้มีการสร้างป้อมเพชรหึง ซึ่งปัจจุบันคือบริเวณหน้าบ้านแซ่ โรงเรียนอำนวยวิทย์ และสถานสังเคราะห์คนทุพพลภาพ เมื่อสร้างเสร็จจึงได้โปรดเกล้าให้รื้อวัดทรงธรรมที่สร้างไว้เดิม ไปปลูกสร้างไว้ภายในป้อม และได้ทำการก่อสร้างถาวรวัตถุต่าง ๆ เพิ่มเติม สภาพปัจจุบันของวัดทรงธรรมวรวิหาร มีอาณาเขตค่อนข้างกว้างขวาง เนื่องจากในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ทรงโปรดเกล้าให้ยุบวัดกลางนา ซึ่งอยู่ในบริเวณใกล้เคียงรวมเข้ากับวัดทรงธรรม สิ่งที่น่าสนใจภายในวัด พระอุโบสถ สร้างด้วยอิฐ ฉาบปูน เสาพระอุโบสถเป็นเสากลมคู่ รับส่วนปีกของชานพระอุโบสถ มีเสา 56 ต้น พระเจดีย์องค์ใหญ่เป็นแบบรามัญอยู่ตรงกลาง และมีเจดีย์องค์เล็กอยู่ที่ฐาน 4 องค์ เจดีย์องค์ใหญ่กว้าง 10 วา 2 […]

อ่านต่อ

พิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณ

พิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณ ตั้งอยู่เลขที่   99/9 หมู่ 1 ตำบลบางเมืองใหม่ อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ สร้างขึ้นจากแรงบันดาลใจ ความคิด และจินตนาการของคุณเล็ก วิริยะพันธุ์ ผู้สร้างเมืองโบราณ จังหวัดสมุทรปราการ และปราสาทสัจธรรม เมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี เพื่อใช้เป็นสถานที่เก็บรักษาศิลปวัตถุ มรดกทางวัฒนธรรมด้านต่างๆ และเพื่อสืบสานอนุรักษ์งานศิลป์ไทยให้คงอยู่สืบชั่วลูกชั่วหลานสืบไป สิ่งที่โดดเด่นที่สุดและเป็นสัญลักษณ์บ่งบอกว่าท่านได้มาถึงพิพิธภัณฑ์แล้วก็คือ ประติมากรรมช้างสามเศียรหรือช้างเอราวัณที่ตั้งตระหง่านอยู่บนอาคารทรงกลม สามารถมองเห็นได้จากระยะไกล ช้างเอราวัณนี้เป็นประติมากรรมลอยตัวด้วยวิธีเคาะมือแห่งแรกและใหญ่ที่สุดในโลก ทำจากโลหะทองแดงนับแสนชิ้น มีขนาดใหญ่โตมโหฬารจนต้องตะลึง โดยส่วนหัวมีน้ำหนักถึง 100 ตัน และลำตัวมีน้ำหนักถึง 150 ตัน ตัวช้างรวมอาคารมีความสูงทั้งสิ้น 43.60 เมตร หรือสูงเท่ากับตึก 14 ชั้นเลยทีเดียว อาคารพิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณ แบ่งพื้นที่การจัดแสดงออกเป็น 3 ส่วนดังนี้ค่ะ ชั้นบาดาล เป็นส่วนของงการจัดเก็บโบราณวัตถุที่เป็นของสะสมส่วนตัวของคุณเล็ก วิริยะพันธ์ ของเก่าส่วนใหญ่นั้นเป็นเครื่องถ้วย แจกัน จาน ชาม ชุดถ้วยชา ชั้นบาดาล มีรูปองค์จำลองมนุษยนาค นั่งอยู่กึ่งกลางห้อง สร้างขึ้นตามความเชื่อเพื่อให้มนุษยนาคคอยดูแลโบราณวัตถุอยู่ใต้น้ำ ชั้นโลกมนุษย์ […]

อ่านต่อ

ป้อมพระจุลจอมเกล้า

ป้อมพระจุลจอมเกล้า หรือเรียกสั้นๆว่า “ป้อมพระจุล” ตั้งอยู่ที่ตำบลแหลมฟ้าผ่า อำเภอพระสมุทรเจดีย์ จังหวัดสมุทรปราการ เป็นป้อมปราการทางน้ำ  สร้างขึ้นเมื่อใด ไม่พบหลักฐานแน่ชัด แต่คาดว่าสร้างขึ้นในราวเดือน มีนาคม พ.ศ. 2426 ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เพื่อป้องกันการรุกรานจากอังกฤษและฝรั่งเศส ซึ่งเป็นชัยภูมิเหมาะสม หากมีเรือรบของข้าศึกบุกเข้ามาทางปากน้ำ ป้อมแห่งนี้สร้างเป็นป้อมปืนใหญ่แบบตะวันตก และได้ติดตั้งปืนใหญ่อาร์มสตรอง 155 มม. จำนวน 7 กระบอกเป็นอาวุธหลักของป้อม ทำให้ป้อมนี้เป็นป้อมปราการของสยามที่ทันสมัยมากที่สุดในเวลานั้น ป้อมพระจุลจอมเกล้า นอกจากจะเป็นป้อมที่พระองค์ทรงดำริให้สร้างขึ้นแล้ว พระองค์ยังได้ทรงมาทดลองยิงปืนเสือหมอบด้วยพระองค์เอง ในเช้าวันที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2436 ป้อมพระจุลยังได้ใช้เป็นที่ยิงต่อสู้กับเรือรบฝรั่งเศสในวิกฤติการณ์ ร.ศ. 112 โดยมีพลเรือตรี พระยาชลยุทธโยธินทร์ เป็นผู้บัญชาการรบ ปัจจุบัน ป้อมพระจุลจอมเกล้าขึ้นตรงกับฐานทัพเรือกรุงเทพ และได้ประดิษฐานพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเมื่อ พ.ศ. 2536 เพื่อเป็นราชานุสรณ์และรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่ทรงมีต่อปวงชนชาวไทยอย่างหาที่เปรียบไม่ได้ และกองทัพเรือได้จัดเป็นพิพิธภัณฑ์เปิดให้ประชาชนเข้าชมด้วย ป้อมพระจุลจอมเกล้าจึงเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งของจังหวัดสมุทรปราการ สืบเนื่องจากการเข้ามาของอิทธิพลชาติตะวันตกที่มาล่าอาณานิคมแถบเอเซีย อินโดจีน และการเปิดประเทศญี่ปุ่น ในสมัยรัชกาลที่ 4 นำโดยสหรัฐอเมริกา ทำให้เกิดความเชื่อที่ว่า […]

อ่านต่อ

ป้อมแผลงไฟฟ้า

ป้อมแผลงไฟฟ้า ตั้งอยู่ที่ตำบลตลาด อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ หากท่านเดินทางมาเที่ยวที่จังหวัดสมุทรปราการย่านตลาดพระประแดง แล้วเกิดอาการเหนื่อยล้า สถานที่แห่งนี้นับว่าเป็นจุดแวะพักผ่อนคลายเหนื่อยที่ดีแห่งหนึ่งเลยทีเดียวค่ะ ป้องแผลงไฟฟ้าเป็นป้อมปราการแห่งหนึ่งของฐานทัพเมืองนครเขื่อนขันธ์ เป็นเสมือนหนึ่งฐานทัพด้านปากแม่น้ำเจ้าพระยา และเป็นเมืองที่มีป้อมปราการหลายแห่ง เนื่องด้วย พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช (รัชกาลที่ 1) มีพระราชดำริที่จะใช้ป้องกันพระราชอาณาจักร ปัจจุบันเทศบาลเมืองพระประแดงได้ทำการบูรณะเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจของประชาชน โดยบริเวณข้างบนของป้อมได้จัดปืนใหญ่โบราณหลายกระบอกตั้งไว้ให้ชมรอบๆ บริเวณจัดปลูกต้นไม้ร่มรื่น บริเวณภายในป้อมมีเชิงเทินที่ตั้งปืนใหญ่และถนนที่สำหรับชักลากปืนขึ้นบนเชิงเทิน กำแพงป้อมแผลงไฟฟ้าเป็นกำแพงสองชั้น ตอนกลางอัดแน่นเพื่อป้อมกันกระสุนปืนที่ยิงตกลงมา นับว่าเป็นป้อมที่แข็งแรงมากในสมัยนั้น และระหว่างป้อมฝั่งขวาและป้อมฝั่งซ้ายมีการขึงโซ่โดยใช้ซุงเป็นทุ่นกั้นขวางแม่น้ำเป็นระยะๆ เพื่อป้องกันเรือข้าศึกที่จะเข้ามารุกรานทางทะเล ปี พ.ศ.2436 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ซ่อมแซมป้อมแผลงไฟฟ้าให้อยู่ในสภาพที่ใช้งานได้ และในปี พ.ศ.2514 เทศบาลเมืองพระประแดงได้ตกแต่งซ่อมแซมให้เป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจของประชาชน ป้อมแผลงไฟฟ้า มีกำแพงล้อมรอบตัวป้อมทั้ง 4 ด้าน คือ ทิศเหนือ ทิศใต้ ทิศตะวันออกและทิศตะวันตก ด้านทิศใต้ มีกำแพง 2 ชั้น ถมดินอัดแน่นระหว่างชั้นนอกและชั้นใน ประตูทางเข้าอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ยังอยู่ในสภาพสมบูรณ์ มีบันไดทางขึ้นไปบนซุ้มประตูด้านในทั้ง 2 ด้าน มีแนวกำแพงป้อมทั้งด้านขวาและด้านซ้าย ด้านในกำแพงมีบันไดทางขึ้นไปบนกำแพงทางขวามือ เมื่อเดินถึงกำแพงชั้นในจะมีบันไดทางขึ้นไปบนกำแพงชั้นในที่มีดินถมอันแน่นระหว่างกำแพงป้อมชั้นนอกและชั้นในทอดตัวไปทางทิศใต้ ด้านซ้ายมือ เดินถึงกำแพงชั้นในแต่ไม่มีบันไดทางขึ้นไปบนกำแพง […]

อ่านต่อ

ตลาดน้ำบางน้ำผึ้ง

 ตลาดน้ำบางน้ำผึ้ง ตั้งอยู่ที่ตำบลบางน้ำผึ้ง อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ ซึ่งองค์การบริหารส่วนตำบลบางน้ำผึ้ง และประชาชนบางน้ำผึ้ง ได้ร่วมใจปลุกวิถีชีวิตแบบดั้งเดิมขึ้นมาใหม่ ด้วยการสร้าง “ตลาดน้ำบางน้ำผึ้ง” ขึ้นมาใหม่ เพื่อใช้เป็นสถานที่สำหรับขายสินค้าของชุมชนบางน้ำผึ้งและตำบลใกล้เคียง ฝั่งเมืองพระประแดง ที่นี่นักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสบรรยากาศแบบชาวบ้านกันเองที่ชาวบางน้ำผึ้งจะ มีให้กับนักท่องเที่ยว อีกทั้งอาหารคาว หวาน ขนมไทยโบราณ พืชผักต่างๆ เยอะแยะไปหมด แม่ค้าก็ใจดียิ้มแย้ม เชื้อเชิญให้เข้าไปชิมอาหาร ชมสินค้าจนทำให้สตางค์ในกระเป๋าของคุณถูกใช้ออกไปจนเพลินแทบไม่รู้ตัว ภายในตลาดจะมีของกินของฝากนานาชนิด ให้เลือกสรรหาซื้อจับจ่าย ไม่ว่าจะเป็น ขนมหวานพื้นเมืองฝีมือชาวบ้าน ขนมถ้วย ขนมจาก กล้วยแขก ม้าฮ่อ ขนมตระกูลทอง กาละแมกวน ฝอยเงินที่ใช้ไข่ขาวต้มในน้ำเชื่อมรสหวานชุ่มคอ หมี่กรอบโบราณ ก๋วยเตี๋ยวลุยสวน ไส้กรอกโบราณ ห่อหมกหมู หอยทอดในถาดขนมครก ไก่สะเต๊ะ น้ำพริกต่าง ๆ  ผักดองชนิดต่าง ๆ ที่ใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นในการแปรรูปพืชผักให้มีรับประทานนอกฤดูกาล ฯลฯ รวมถึงมีต้นไม้นานาพันธุ์ ปลาสวยงามหลากชนิด และผลิตผลของชาวบ้าน เช่น มะพร้าวอ่อน มะม่วงน้ำดอกไม้ ฝรั่ง กล้วยหอม ชมพู่มะเหมี่ยว ผักพื้นบ้าน […]

อ่านต่อ