สิงห์บุรี

วัดโพธิ์เก้าต้น

วัดโพธิ์เก้าต้น หรือวัดสระไม้แดง ตั้งอยู่หมู่ที่ 8 ตำบลบางระจัน อำเภอค่ายบางระจัน จังหวัดสิงห์บุรี ตรงกันข้ามกับอนุสาวรีย์ค่ายบางระจันฯ เป็นวัดที่สร้างในสมัยอยุธยา มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ เนื่องจากใน พ.ศ. 2308 ชาวบ้านใช้บริเวณนี้ได้รวมกำลังกันต่อสู้พม่า ที่ยกมาตีกรุงศรีอยุธยา อย่างเข้มแข็งโดยมีพระอาจารย์ธรรมโชติ ซึ่งจำพรรษาอยู่ที่วัดนี้ เป็นพระภิกษุมีคาถาอาคมขลัง ชาวบ้าน นับถือศรัทธามาก ทั้งเป็นศูนย์รวมทางจิตใจของชาวบ้านบางระจันในการสู่รบกับพม่า จนถึงวันที่ค่ายบางระจันแตก วัดนี้ก็ถูกทิ้งร้างและชำรุดทรุดโทรมจนกระทั่งถึงสมัยรัตนโกสินทร์ประมาณ พ.ศ. 2484 มีประชาชนอพยพมาตั้งบ้านเรือนบริเวณนี้มากขึ้น วัดสระไม้แดงจึงได้รับการบูรณะ ปฏิสังขรณ์เรื่อยมา ถึงพ.ศ. 2492 ได้มีการขออนุญาตสร้างวัดขึ้นใหม่ กรมศิลปากรได้ขึ้นทะเบียนวัดโพธิ์เก้าต้นเป็นโบราณสถานตั้งแต่ปี พ.ศ. 2498 จนถึงพ.ศ. 2511 ได้รับการยกฐานะให้เป็นวัดที่มีพระภิกษุจำพรรษา และมีชื่อว่า “วัดโพธิ์เก้าต้น” สิ่งที่น่าสนใจภายในวัด วิหารพระอาจารย์ธรรมโชติ เป็นวิหารที่มีลักษณะสถาปัตยกรรมสมัยอยุธยา – ฐานวิหารมีลักษณะพิเศษ คือ เป็นฐานปัทม์ ดูจากด้านข้างจะเห็นเป็นเส้นอ่อนโค้ง – ลักษณะอิฐจะมีลักษณะแตกต่างจากที่พบตามโบราณสถานทั่วไป คือมีรูปดอกจันทน์พิมพ์ ประทับอยู่บนด้านหน้าอิฐ ตั้งแต่ 3-4 ดอกและบางแผ่นมีรูปสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูนประทับอยู่ นักโบราณคดีบางท่านสันนิษฐานว่าเป็นสัญลักษณ์แห่งความมั่นคง ปลอดภัยจากอันตรายทั้งปวง […]

อ่านต่อ

วัดพระปรางค์ (ชัณสูตร)

วัดพระปรางค์ (ชัณสูตร) ตั้งอยู่หมู่ที่ 7 บ้านโคกหม้อ ตำบลเชิงกลัด ภายในบริเวณวัดมีพระปรางค์ศิลปะแบบอยุธยาตอนต้น พุทธศตวรรษที่ 21 สันนิษฐานว่าสร้างในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช องค์ปรางค์สูงประมาณ 15 เมตร ก่อด้วยอิฐแบบปรางค์ไทยสูงชะลูดคล้ายฝักข้าวโพด ฐานเตี้ย ภายในกลวง มีคูหาสี่เหลี่ยมจตุรัสบนผนังคูหา และปัจจุบันร่องรอยภาพจิตรกรรมฝาผนังได้ลบเลือนไปแล้ว ด้านหลังมีวิหารเก่าแก่แบบอยุธยา หน้าบันเป็นลายแกะสลักไม้รูปตัวสิงห์และคันทวยต่าง ๆ มีภูเขาและรอยพระพุทธบาทจำลองบนยอดเขา นอกจากนั้นยังปรากฏร่องรอยของเตาเผาแม่น้ำน้อยประมาณ 3-4 เตา วัดพระปรางค์ถูกขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานเมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2478 วัดพระปรางค์ เป็นวัดที่เก่าแก่ บรรยากาศเงียบสงบ มีต้นไม้และผืนหญ้าร่มรื่น ได้รับการดูแลรักษาความสะอาด เมื่อเดินทางมาถึงจะเห็นพระปรางค์สร้างจากอิฐจากปูนโดดเด่น มีกลิ่นอายประวัติศาสตร์ สภาพยังคงเป็นแบบโบราณ พระปรางค์ดังกล่าวเป็นศิลปะแบบอยุธยาตอนต้น พุทธศตวรรษที่ 21 สันนิษฐานว่าน่าจะสร้างในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช องค์ปรางค์สูงประมาณ15 เมตร ก่อด้วยอิฐแบบปรางค์ไทย สูงชะลูดคล้ายฝักข้าวโพด ฐานเตี้ย ภายในกลวง มีคูหาสี่เหลี่ยมจตุรัสบนผนังคูหา และปัจจุบันร่องรอยภาพจิตรกรรมฝาผนังได้ลบเลือนไปแล้ว ด้านหลังมีวิหารเก่าแก่แบบอยุธยา หน้าบันเป็นลายแกะสลักไม้รูปตัวสิงห์และคันทวยต่างๆ มีภูเขาและรอยพระพุทธบาทจำลองบนยอดเขา นอกจากนั้นยังปรากฏร่องรอยของเตาเผาแม่น้ำน้อยประมาณ 3-4 เตา ซึ่งได้รับการขุดค้น ศึกษาค้นคว้า […]

อ่านต่อ

วัดพระนอนจักรสีห์วรวิหาร

วัดพระนอนจักรสีห์วรวิหาร เป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ตั้งอยู่ที่ตำบลจักรสีห์ อำเภอเมืองสิงห์บุรี จังหวัดสิงห์บุรี สันนิษฐานว่าวัดนี้สร้างสมัยก่อนกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี ภายในวิหารเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธไสยาสน์ขนาดใหญ่ มีพุทธลักษณะแบบสุโขทัย ที่มีความงดงามมาก มีความยาวทั้งสิ้น 1 เส้น 3 วา 2 ศอก 1 คืบ และ 7 นิ้ว ลักษณะ พระพักตร์หันไปทางทิศเหนือ พระเศียรหันไปทางทิศตะวันออก พระกรขวายื่นไปด้านหน้า ไม่งอพระกรขึ้นรับพระเศียร เหมือนแบบไทย นอกจากนี้ยังมีพระแก้ว พระกาฬ เป็นพระพุทธรูปนั่งศิลา ลงรักปิดทอง และพระนั่งขัดสมาธิเพชร อันศักดิ์สิทธิ์ และมีพุทธลักษณะงดงาม ด้านหน้าวิหารมีต้นสาละลังกาใหญ่ ต้นไม้สำคัญในพุทธประวัติ ผลิดอกบานสะพรั่ง อยู่เสมอ สิ่งที่น่าสนใจภายในวัด พระนอนจักรสีห์ หรือหลวงพ่อพระนอน เป็นพระพุทธไสยาสน์ปางโปรดอสุรินทราหู เป็นพระพุทธรูปขนาดใหญ่ มีพุทธลักษณะที่งดงามองค์หนึ่ง และมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ เป็นที่เคารพศรัทธาของพุทธศาสนิกชนทั่วประเทศ ชาวสิงห์บุรี มีความเชื่อว่าหากมีโอกาสได้นมัสการวัดพระนอนจักรสีห์ฯ แล้วเดินชมต้นสาละลังกาใหญ่ที่ปลูกไว้กว่า 100 ต้น ในบริเวณวัดแล้วอธิษฐานปรบมือใต้ต้นสาละ หากดอกสาละร่วงลงมา คำอธิษฐานนั้นจะประสบผลตามที่หวังไว้ หลวงพ่อพระนอน จึงเป็นพระพุทธรูปที่ใหญ่และยาว สร้างโดยท้าวอู่ทอง มีความยาว 1 เส้น […]

อ่านต่อ

วัดพรหมเทพาวาส

วัดพรหมเทพาวาส ตั้งอยู่ที่หมู่ 2 ตำบลหัวป่า อำเภอพรหมบุรี จังหวัดสิงห์บุรี เป็นวัดราษฎร์ สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย กรมศิลปากรขึ้นทะเบียนเขตโบราณสถาน เมื่อวันที่ 8 พ.ย.2543 สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ ประมาณสมัยรัชกาลที่ 1 วัดพรหมเทพาวาส (ชลอน) เป็นวัดสำคัญคู่เมืองพรหมบุรี เป็นสถานที่สำหรับข้าราชการเมืองพรหมบุรีจัดพิธีถือน้ำพิพัฒน์สัตยา ในพระอุโบสถเป็นประจำทุกปี ติดต่อสอบถามเพิ่มเติม ประชาสัมพันธ์จังหวัด โทร. (036) 507 135 สำนักงานจังหวัด โทร. (036) 411 500 สถานีเดินรถประจำทาง โทร. (036) 511 549 โรงพยาบาลสิงห์บุรี โทร.(036) 511 060, (036) 521 445-8 โทรสาร (036) 522 515 โรงพยาบาลท่าช้าง โทร. (036) 595 117, (0 36) 595 498 โรงพยาบาลพรหมบุรี โทร. […]

อ่านต่อ

วัดประโชติการาม

วัดประโชติการาม ตั้งอยู่ที่ตำบลบางกระบือ อ.เมือง จ.สิงห์บุรี เป็นวัดเก่าแก่ที่ประดิษฐานพระพุทธรูปยืนปางห้ามญาติ พุทธลักษณะงดงาม ศิลปะแบบสุโขทัยขนาดใหญ่ 2 องค์ คือ หลวงพ่อทรัพย์ สูง 6 วา 7 นิ้ว และหลวงพ่อสิน สูง 3 วา 3 ศอก 5 นิ้ว ซึ่งมีพุทธลักษณะที่งดงาม เป็นที่เคารพสักการะของประชาชนทั่วไป โดยหลวงพ่อสินประดิษฐานอยู่ทางด้านหน้า หลวงพ่อทรัพย์อยู่ทางด้านหลัง ทั้งสององค์เป็นที่นับถืออย่างมาก ชาวบ้านต่างพากันกล่าวว่ามีความศักดิสิทธิ์น่าเลื่อมใส ในอดีตหลวงพ่อสินเคยอยู่ในสภาพทรุดโทรมใกล้จะล้ม แต่มีเณรผ่านมาและได้ชักชวนชาวบ้านมาช่วยกันหาไม้ค้ำไว้พร้อมอธิษฐานว่าหากภายภาคหน้าทำการค้าเจริญรุ่งเรืองจะนำเงินกลับมาบูรณะ ปรากฏว่าเป็นจริงดั่งคำขอ เณรนั้นคือ ท่านมหาสม พ่วงภักดี ทำกิจการขายหนังสือธรรมะ เมื่อมีทุนทรัพย์ก็กลับมาบูรณะวัด ปัจจุบันกล่าวกันว่า ให้มาอาราธนาศีลจากหลวงพ่อสินแล้วไปขอพรจากหลวงพ่อทรัพย์ จะสมหวังทุกประการ ประวัติวัดประโชติการาม วัดประโชติการาม เดิมชื่อวัดประชด มีตำนานเล่าถึงที่มาของวัดประโชติการามว่า ครั้งหนึ่งมีสิงห์ตนหนึ่งอาศัยอยู่ในถ้ำบริเวณ พระวิหารพระพุทธไสยาสน์ วัดพระนอนจักรสีห์ สิงห์ตัวนี้ไปหากินถึงแขวงเมืองชัยนาท พบบุตรีของเศรษฐีผู้หนึ่ง จึงลักพามาเป็นภรรยา ต่อมาได้บุตรชายเป็นมนุษย์ ตั้งชื่อว่า สิงหพาหุ เมื่อเติบใหญ่ขึ้นเขาเกิดสงสัยว่าใครกันคือบิดา ซึ่งตามปกติเขาจะออกไปหาอาหารกับสิงห์เป็นประจำ […]

อ่านต่อ

วัดโบสถ์

วัดโบสถ์ ตั้งอยู่ที่หมู่ที่ 1 ตำบลอินทร์บุรี อ.อินทร์บุรี จ.สิงห์บุรี เป็นพระอารามหลวง เดิมเป็นวัดร้างมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา ภายในวัดมีพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติอินทร์บุรี และพระอุโบสถเพียงแห่งเดียวที่สร้างโดยใช้รางรถไฟเป็นแกนกลางข้างล่าง วัดโบสถ์เป็นพระอารามหลวงวัดแรกในจังหวัดสิงห์บุรี เมื่อปี พ.ศ. 2525 โดยมีพระเดชพระคุณหลวงพ่อพระเทพสุทธิโมลี เป็นผู้มีอุปการะคุณต่าง ๆ ต่ออำเภออินทร์บุรี และเป็นวัดที่มีพระภิกษุ สามเณรเป็นจำนวนมาก ภายในวัดยังมีโรงเรียนวัดโบสถ์ ซึ่งเป็นโรงเรียนประถม พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติอินทร์บุรี หอสมุดแห่งชาติ และโรงเรียนพระปริยัติธรรม (โรงเรียนพระภิกษุ สามเณร) เป็นโรงเรียนระดับมัธยมศึกษา ตั้งแต่ ม. 1 – 6 เป็นสถานศึกษาของสามเณรทั้งทางโลกและทางธรรม ประวัติวัดโบสถ์ วัดโบสถ์เป็นวัดเก่าแก่มาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา ต่อมากลายเป็นวัดร้าง จนถึง พ.ศ. 2416 ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ จึงมีพระภิกษุ 3 รูป คือ พระอาจารย์คง พระอาจารย์แผน และพระอาจารย์ต่าย แห่งวัดประยูรวงศาวาส ได้มาถากถางปลูกเป็นกระท่อมผักอยู่ที่วัดโบสถ์นี้ ต่อมาชาวบ้านที่อยู่ใกล้วัด มีขุนจ่าเมือง […]

อ่านต่อ

วัดจำปาทอง

วัดจำปาทอง ตั้งอยู่ที่ตำบลโพประจักษ์ อำเภอท่าช้าง จังหวัดสิงห์บุรี ประวัติความเป็นมาของวัดจำปาทองไม่แน่ชัดนัก แต่มีเรื่องเล่าว่า เดิมชื่อ “วัดแม่ทอง” ตามชื่อผู้สร้างวัด โดยแม่ทองสร้างวัดแห่งนี้ขึ้นเพื่อให้ลูกชายบวชพระ เพราะสมัยก่อนยังมีวัดไม่มากนัก หลังจากที่บนไว้ว่า ถ้าลูกชายมีชีวิตรอดกลับมาจากการเกณฑ์ทหารที่เมืองวิเศษชัยชาญจะให้มาบวช ต่อมาแม่ทองได้ตามมาพำนักที่วัดเพื่อดูแลลูกชายกระทั่งเสียชีวิตเพราะความชราภาพ คาดว่าน่าจะสร้างเมื่อประมาณ พ.ศ.2337 สมัยอยุธยาตอนปลาย หลักฐานทางประวัติศาสตร์ของวัดในช่วงนั้นไม่ปรากฎ จวบจนเข้าสู่สมัยกรุงรัตนโกสินทร์ ประมาณ พ.ศ.2430 ได้มีพระธุดงค์รูปหนึ่งมาปักกลดและจำพรรษาอยู่บนโคกพระนอนซึ่งเป็นวัดร้าง(วัดแม่ทอง) แล้วได้บูรณะวัดจนเริ่มมีพระภิกษุสงฆ์มาจำพรรษา จึงได้เปลี่ยนชื่อจากวัดแม่ทอง เป็นวัดจำปาทอง เพื่อให้สอดคลองกับบ้านจำปาทอง ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา ราวๆ พ.ศ. 2382 ภายในวัดจำปาทองมีพระนอนองค์ใหญ่ศิลปะแบบรัตนโกสินทร์ให้สักการะบูชา สีทองอร่ามตา และมีศาลาสมเด็จพุฒจารย์ โต พรหมรังษี ที่ชาวไทยเลื่อมใสศรัทธา บรรยากาศวัดร่มรื่นสงบ มีต้นไม้และผืนหญ้าเขียวขจี มองออกไปเห็นวิวเป็นทุ่งกว้าง นอกจากนี้วัดจำปาทองยังเป็นสถานที่สำคัญ เพราะ เรือพระที่นั่งของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เมื่อคราวเสด็จประพาสทางชลมารคมาตามแม่น้ำน้อย โดยเป็นเรือมาดเก๋งประเภทเรือแจว มีหลังคา ทำจากไม้ เงาสวย มีชื่อว่า เรือจำปาทองสิงห์บุรี เปิดให้เยี่ยมชมได้ ติดต่อสอบถามเพิ่มเติม สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดสิงห์บุรี โทร. (036) […]

อ่านต่อ

วัดกุฎีทอง

วัดกุฎีทอง ตั้งยู่ที่หมู่ที่ 3 ตำบลบางน้ำเชี่ยว อำเภอเมือง จังหวัดสิงห์บุรี ภายในบริเวณวัดร่มรื่น สะอาดสวยงาม มีศาลาปฏิบัติ 2 หลัง มีที่พักสำหรับชายและหญิง มีห้องน้ำเพียงพอ และยังเป็นวัดพัฒนาตัวอย่างดีเด่นอีกด้วยค่ะ ภายในวัดมีมณฑปลักษณะเหมือนเจดีย์ ย่อมุมไม้สิบสอง สร้างเมื่อ พ.ศ. 2443 โดยหลวงพ่อปัญญา อุตมะพิชัย เจ้าอาวาส ซึ่งบรรจุพระบรมสารีริกธาตุไว้บนยอดและภายในมณฑปนั้นเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธบาทโลหะจำลองไว้เป็นที่เคารพสักการะ ไม่เพียงเท่านั้น วัดกุฎีทองยังมี ศูนย์ศิลปะวัฒนธรรมพื้นบ้านไทยพวน แหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่ได้ถ่ายทอดเรื่องราวของชีวิตชาวบ้านในสมัย ก่อนผ่านโบราณวัตถุ รวบรวมเครื่องใช้ไม้สอยในชีวิตประจำวันต่าง ๆ ของชาวไทยพวนไว้ ไม่ว่าจะเป็น เสื้อผ้า เครื่องประดับ เครื่องมือ ทำนา ดักสัตว์ จับปลา ตลอดจนยวดยานพาหนะทางน้ำ เป็นของเก่าแก่ ปัจจุบันเปิดให้เข้าชมได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ  ติดต่อขอเข้าชมได้ที่ เจ้าอาวาสวัดกุฎีทอง ผู้ดูแลพิพิธภัณฑ์พื้นบ้านวัดกุฎีทองค่ะ ช่วงเวลาที่เปิดให้เข้าชม เปิดทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08.00-19.00 น. ติดต่อสอบถามเพิ่มเติม วัดกุฎีทอง ติดต่อคุณวลัยวรรณ สุทธิโพธิ์ ในเวลาราชการ โทร. […]

อ่านต่อ

วัดกระดังงาบุปผาราม

วัดกระดังงาปุบผาราม ตั้งอยู่เลขที่ 80 หมู่ 6 ถนนสายสิงห์บุรี – ชัยนาท ตำบลบางกระบือ อำเภอเมือง จังหวัดสิงห์บุรี สร้างขึ้นครั้งแรกในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนต้น ตามลักษณะวิหารมหาอุตม์โครงสร้างต่าง ๆ ปูนหมัก อิฐแบบโบราณ โดยตามสภาพที่มีหลักฐานปรากฏชัดในปัจจุบัน วิหารมหาอุตม์ ด้านในมีพระพุทธรูปปูนปั้น อันศักดิ์สิทธิ์ 22 องค์ ลักษณะแบบมอญ ปิดทองลงรัก ทาปากแดงอยู่ในสมัยสุโขทัยยุคต้นทำด้วยหินทรายแดง สวยงามอย่างมีชีวิตชีวาในยุคของความเจริญ “ในน้ำมีปลา ในนามีข้าว เจ้าเมืองบ่เอาจกอบ ในไพร่ ลูท่างเพื่อนจูงวัวไปค้าขี่ม้าไปขาย ใครจักใคร่ค้าช้าง ค้า ใครจักใคร่ค้าม้า ค้า ใครจักใคร่ค้าเงือนค้าทอง ค้า ไพร่ฟ้าหน้าใส…” ในวิหารแห่งนี้มีพระสองสมัยอยู่ในที่เดียวกันคือสุโขทัยและอยุธยาโดยแบ่งเป็นสุโขทัย 11 องค์ สมัยอยุธยาตอนต้น 11 องค์แต่เป็นองค์เล็กกว่า พระประธานบางท่านเรียกว่า หลวงปู่อึ่ง ความสำคัญตามตำนาน มีไว้สำหรับปลุกเสกของเมื่อคราวออกรบ มีทางเข้าแต่ไม่มีทางออก ลักษณะทรงไทยสมัยอยุธยาตอนต้น ก่ออิฐฉาบผนังทึบ ช่องแสง 3 ช่องทั้งสองด้าน ทรงสำเภา […]

อ่านต่อ

พิพิธภัณฑ์แห่งชาติอินทร์บุรี

พิพิธภัณฑ์แห่งชาติอินทร์บุรี ตั้งอยู่ในบริเวณวัดโบสถ์ (พระอารามหลวง) ที่ตำบล อินทร์บุรี อำเภออินทร์บุรี จังหวัดสิงห์บุรี เริ่มจัดตั้งเป็นพิพิธภัณฑ์ของวัดมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2481 โดยอดีตเจ้าอาวาสวัดโบสถ์ พระเทพสุทธิโมลี (ผึ่ง โรจโน) ซึ่งเป็นเจ้าคณะจังหวัดสิงห์บุรี – อุทัยธานี (ฝ่ายธรรมยุต) ซึ่งท่านได้รวบรวมศิลปวัตถุโบราณวัตถุจากการบริจาคของประชาชน นำมาจัดแสดงเผยแพร่ความรู้แก่ประชาชนผู้สนใจทั่วไป โดยใช้ชื่อว่า “พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ วัดโบสถ์” ต่อมามีโบราณวัตถุจำนวนมากและได้จัดถูกต้องตามหลักวิชาการ จึงได้ส่งมอบให้แก่กรมศิลปากรรับผิดชอบและขออนุมัติเปลี่ยนชื่อเป็น “พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อินทร์บุรี” ปัจจุบัน พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อินทร์บุรี สังกัดสำนักโบราณคดีและพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กรมศิลปากร กระทรวงศึกษาธิการ ประเภทการจัดแสดง จัดแสดงนิทรรศการถาวรในอาคาร 2 หลัง มีจำนวน 4 ห้อง คือ – จัดแสดงนิทรรศการถาวรจำนวน 2 ห้อง คือ ชั้นบนของอาคารเพิ่ม ดุริยางกูร และอาคารศักดิ์บุรินทร์ – จัดแสดงนิทรรศการพิเศษจำนวน 2 ห้อง คือ ชั้นล่างของอาคารเพิ่ม […]

อ่านต่อ