สุพรรณบุรี

อุทยานผักพื้นบ้านเฉลิมพระเกียรติบึงฉวาก

อุทยานผักพื้นบ้านเฉลิมพระเกียรติบึงฉวาก อยู่ในความดูแลของกรมส่งเสริมการเกษตร จัดตั้งขึ้นเพื่อสร้างจิตสำนึกให้ประชาชนทั่วไปเห็นคุณค่าและอนุรักษ์ผัก พื้นบ้าน โดยรวบรวมผักพื้นบ้านจากทั่วภูมิภาคของประเทศไทยกว่า 500 ชนิด มาปลูกไว้ในบริเวณเกาะกลางบึงฉวากมีการจัดภูมิทัศน์อย่างสวยงาม มีทั้งสมุนไพร ไม้ยืนต้น ไม้เลื้อย ไม้ล้มลุก และไม้ชื้นแฉะที่น่าสนใจได้แก่ น้ำเต้าสี่เหลี่ยม บวบหอมขนาดใหญ่ อุโมงค์น้ำพุ และการจัดสวนไม้ประดับด้วยผักพื้นบ้าน นอกจากนั้นยังมีโรงปลูกพืชระบบระเหยน้ำ และชมการสาธิตการปลูกพืชในลักษณะไม่ใช้ดินและผักพื้นบ้านที่น่าสนใจกว่า 500 ชนิด และมีห้องสมุดบริการคอมพิวเตอร์สำหรับค้นคว้าข้อมูลพันธุ์ผักต่างๆ ห้องนิทรรศการแสดงผลผลิตทางการเกษตร ศูนย์บริการท่องเที่ยวเกษตรอุทยานผักพื้นบ้านฯ พร้อมทั้งจำหน่ายพันธุ์ผักพื้นบ้านแก่ผู้สนใจ รวมทั้งสวนผีเสื้อ และอุโมงค์เทคโนโลยีเกษตร ช่วงเวลาที่เปิดให้เข้าชม เปิดให้เข้าชมทุกวันตั้งแต่เวลา 08.30-18.00 น. เข้าชมฟรี ติดต่อสอบถามเพิ่มเติม การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานสุพรรณบุรี โทร.(035) 536 030, (035) 535 789 สำนักงานจังหวัด (035) 535 376 ประชาสัมพันธ์จังหวัด (035) 535 423 เทศบาลเมืองสุพรรณบุรี (035) 522 974 องค์การบริหารส่วนจังหวัดสุพรรณบุรี (035) […]

อ่านต่อ

สามชุกตลาดร้อยปี

สามชุกตลาดร้อยปี ตั้งอยู่ที่อำเภอสามชุก จังหวัดสุพรรณบุรี เป็นตลาดห้องแถวไม้ 2 ชั้นขนาดใหญ่ ตั้งอยู่ริมแม่น้ำสุพรรณบุรี(ท่าจีน) และรายล้อมด้วยบรรยากาศของบ้านเรือนรวมถึงเรื่องราวของผู้คนในอดีต โดยแทบไม่มีการดัดแปลงเสริมแต่ง ย้อนอดีตกลับไปยุคสมัยที่ตลาดสามชุกเฟื่องฟู ยุคนั้นชาวบ้านจะนำของพื้นเมือง รวมทั้ง เกลือ ฝ้าย แร่ สมุนไพร มาแลกเปลี่ยนซื้อขายให้กับพ่อค้าที่เป็นชาวเรือ ต่อมาเมื่อริมแม่น้ำสุพรรณ กลายเป็นแหล่งทำนาที่สำคัญ มีโรงสีไฟขนาดใหญ่เกิดขึ้นหลายแห่ง ตลาดสามชุกก็กลายเป็นตลาดข้าวที่สำคัญ มีการค้าขายกันอย่างคึกคัก ทำให้ตลาดสามชุกไม่จำกัดบริเวณอยู่เฉพาะริมน้ำ แต่ยังขยายมาถึงริมฝั่ง โดยแต่ละปีมีการเก็บภาษีได้จำนวนมาก พร้อมๆกับมีการตั้งนายอากรคนแรก ชื่อ “ขุนจำนง จีนารักษ์” ช่วงเวลาเฟื่องฟูของตลาดสามชุกกินเวลานานหลายสิบปี แต่หลังจากที่มีการตัดถนนผ่านสามชุก ผู้คนเปลี่ยนไปใช้ถนนเป็นเส้นทางสัญจรมากขึ้น ส่งผลให้ วิถีชีวิต ความเป็นอยู่ และการค้าที่ตลาดสามชุกเริ่มซบเซา แต่ตลาดสามชุกก็ยังคงดำเนินวิถีของตลาดห้องแถวไปอย่างต่อเนื่อง ด้วยความที่ วิถีชีวิตและลักษณะทางกายภาพของชุมชนตลาดสามชุกมีกาลเปลี่ยนแปลงน้อยมาก แม้ว่าจะผ่านกาลเวลามานับร้อยปี เหตุนี้ประชาคมชาวตลาดสามชุกจึงได้มีการปรับปรุง ฟื้นฟู และร่วมกันอนุรักษ์สถาปัตยกรรมไม้ของตลาดสามชุกไว้เป็นมรดกทางวัฒนธรรม รวมทั้งพัฒนาเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และแหล่งเรียนรู้ของชุมชน เพื่อให้ตลาดสามชุกกลับมีชีวิตชีวาขึ้นอีกครั้ง สิ่งที่น่าสนใจ อาคารพิพิธภัณฑ์ เป็นอาคารไม้โบราณติดลูกไม้ขนาด 3 ชั้นของขุนจำนงค์ จีนารักษ์ นายภาษีเก่า ซึ่งท่านเจ้าของตลาดมอบให้เป็นแหล่งรวบรวมภาพถ่ายวิถีชีวิตของผู้คนในสมัยก่อน ร้านถ่ายรูปโบราณที่ยังมีกล้องถ่ายภาพเก่าแก่อายุกว่าร้อยปีให้บริการ ร้านขายยาสมุนไพร และเพลิดเพลินกับขนม […]

อ่านต่อ

สวนเฉลิมภัทรราชินี

สวนเฉลิมภัทรราชินี ตั้งอยู่ใจกลางเมืองสุพรรณบุรี บนถนนนางพิม ตำบลท่าพี่เลี้ยง ภายในสวนมี หอคอยบรรหาร-แจ่มใส เป็นหอคอยชมวิวแห่งแรก และสูงที่สุดในประเทศไทยมองเห็นโดดเด่นอยู่กลางเมือง มีความสูงถึง 123.25 เมตร ฐานกว้าง 30 เมตร การขึ้นเที่ยวชมหอคอย จะมีจุดแวะพักชมวิว 4 ชั้น โดยชั้นที่ 1 เป็นที่จำหน่ายบัตรและของที่ระลึก ส่วนชั้นที่ 2 เป็นร้านจำหน่ายเครื่องดื่มอาหารว่างและจุดนั่งชมสวน ชั้นที่ 3 เป็นร้านจำหน่ายของที่ระลึกและจุดชมตัวเมือง และชั้นที่ 4 อยู่ในระดับสูงสุด 78.75 เมตร เป็นจุดชมทิวทัศน์ของจังหวัดสุพรรณบุรีโดยรอบ มีกล้องส่องทางไกลบริการ ผนังห้องแสดงภาพวาดสีน้ำมันเกี่ยวกับสมเด็จพระนเรศวรมหาราช หอคอยบรรหาร-แจ่มใส นอกจากนั้นยังมีสวนน้ำสไลเดอร์ น้ำพุดนตรี และบริเวณให้พักผ่อนหย่อนใจค่ะ ช่วงเวลาที่เปิดให้เข้าชม  เปิดให้เข้าชมวันอังคาร-ศุกร์ เวลา 10.00-19.00 น. ส่วนวันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลา 10.00-20.30 น. อัตราค่าเข้าชม สวนเฉลิมภัทรราชินี ผู้ใหญ่ 10 บาท เด็ก 5 บาท […]

อ่านต่อ

สถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำบึงฉวาก

สถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำบึงฉวาก เป็นบึงน้ำธรรมชาติขนาดใหญ่ มีพื้นที่ทั้งหมดประมาณ 2,700 ไร่ อยู่ห่างจากตัวเมืองสุพรรณบุรีประมาณ 64 กิโลเมตร บึงฉวากมีพื้นที่ติดต่อกับอำเภอหันคา จังหวัดชัยนาทและอำเภอเดิมบางนางบวช จังหวัดสุพรรณบุรี ส่วนที่อยู่ในเขตอำเภอเดิมบางนางบวชมีพื้นที่ประมาณ 1,700 ไร่ บึงฉวากได้รับประกาศให้เป็นเขตห้ามล่าสัตว์มาตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2526 และในปี พ.ศ. 2541 ได้รับการจัดให้เป็นพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระดับชาติ ตามอนุสัญญาแรมซาร์ที่ประเทศไทยเป็นภาคี เนื่องจากความหลากหลายของพันธุ์พืชและสัตว์ที่มีในบึง ลักษณะที่เรียกว่าเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำตามอนุสัญญาแรมซาร์ คือพื้นที่ลุ่ม พื้นที่ราบลุ่ม พื้นที่ลุ่มชี้นแฉะ พื้นที่ฉ่ำน้ำ มีน้ำท่วม น้ำขัง พื้นที่พรุ พื้นที่แหล่งน้ำ ทั้งที่เกิดเองตามธรรมชาติและที่มนุษย์สร้าง ทั้งที่มีน้ำขังหรือน้ำท่วมถาวรหรือชั่วคราว ทั้งแหล่งน้ำนิ่งและน้ำไหล แหล่งน้ำจืด น้ำกร่อยและน้ำเค็ม รวมไปถึงชายฝั่งทะเลและทะเลในบริเวณซึ่งเมื่อน้ำลดต่ำสุด น้ำลึกไม่เกิน 6 เมตร ซึ่งบึงฉวากเข้าข่ายลักษณะดังกล่าว คือเป็นบึงน้ำจืดที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ มีความลึกเฉลี่ยประมาณ 1 – 3 เมตร เมื่อปี พ.ศ.2538 ฯพณฯบรรหาร ศิลปอาชา เป็นนายกรัฐมนตรี ได้พัฒนาบึงฉวากเพื่อเป็นการเฉลิมฉลองสิริราชสมบัติครบรอบ […]

อ่านต่อ

วัดไผ่โรงวัว

วัดไผ่โรงวัว ตั้งอยู่ที่ ตำบลบางตาเถร อำเภอสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี วัดนี้สร้างเมื่อ พ.ศ. 2469 เป็นวัดที่มีพุทธ-ศาสนิกชน และบุคคลทั่วไป นิยมไปเที่ยวชมกันมาก หลวงพ่อขอม ได้ดำเนินการก่อสร้าง “พระพุทธโคดม” เป็นพระพุทธรูปโลหะสำริดองค์ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย เริ่มก่อสร้างตั้งแต่ปี พ.ศ. 2502 ใช้เวลาก่อสร้างนานถึง 17 ปี พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้เสด็จพระราชดำเนินมาทรงยกพระเกตุมาลา เมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2512 สิ่งที่น่าสนใจภายในวัด สังเวชนียสถาน 4 ตำบล ประกอบด้วยสิ่งก่อสร้างซึ่งจำลองจากสถานที่สำคัญทางพุทธศาสนาสี่แห่งใน ประเทศอินเดียและเนปาล ได้แก่ สวนลุมพินีสถานที่ประสูติซึ่งปัจจุบันอยู่ในเนปาล เจดีย์พุทธคยาสถานที่ตรัสรู้ สถูปเมืองสารนาถซึ่งเป็นที่ตั้งของป่าอิสิปตนมฤคทายวันสถานที่แสดงปฐมเทศนา โปรดปัญจวัคคีย์ และกุสินาราสถานที่ปรินิพพานของพระพุทธองค์ และมีงานประติมากรรมหรือภาพปั้นเรื่องราวเกี่ยวกับพุทธประวัตินรกภูมิ รวมทั้งวรรณคดีและประวัติศาสตร์ พระพุทธโคดม เป็นพระพุทธรูปโลหะสำริดองค์ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย เริ่มก่อสร้างตั้งแต่ปี พ.ศ. 2502 ใช้เวลาก่อสร้างนานถึง 17 ปี พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้เสด็จพระราชดำเนินมาทรงยกพระเกตุมาลา เมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2512 พระกกุสันโธ […]

อ่านต่อ

วัดป่าเลไลยก์วรวิหาร

วัดป่าเลไลยก์วรวิหาร  ตั้งอยู่ที่ริมถนนมาลัยแมน ตำบลรั้วใหญ่ อำเภอเมือง อยู่ทางฝั่งตะวันตกของแม่น้ำสุพรรณบุรี ห่างจากศาลากลางจังหวัดประมาณ 4 กิโลเมตร เป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดวรวิหาร เป็นวัดเก่าแก่ คาดว่าจะมีอายุราว 1200 ปี โดยน่าจะสร้างขึ้นสมัยที่เมืองสุพรรณบุรีรุ่งเรือง ในพงศาวดารเหนือกล่าวว่า พระเจ้ากาแตทรงให้มอญน้อยมาบูรณะวัดป่าเลไลยก์ในปีพศ.1724 ภายในวิหาร เป็นที่ประดิษฐานหลวงพ่อโต ปางป่าเลไลยก์ สิ่งที่น่าสนใจภายในวัด หลวงพ่อโต เป็นพระพุทธรูปปางป่าเลไลยก์ ศิลปะสมัยอู่ทอง สุพรรณภูมิ (คือประทับนั่งห้อยพระบาท) มีนักปราชญ์หลายท่านว่า เดิมคงเป็นพระพุทธรูปปางปฐมเทศนา สร้างไว้กลางแจ้งอย่างพระพนัญเชิงสมัยแรกต่อมาได้มีการบูรณะ ซ่อมแซมใหม่ และทำเป็นปางป่าเลไลยก์ ดังที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน ภายในองค์พระพุทธรูปบรรจุพระบรมสารีริกธาตุไว้ 36 องค์ ที่ได้มาจากพระมหาเถรไลยลาย หน้าบันของวิหาร มีเครื่องหมายพระมหามกุฎอยู่ระหว่างฉัตรคู่ บอกให้ทราบว่าพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้เสด็จธุดงค์มาพบสมัยยังทรงผนวชอยู่ เมื่อเสด็จขึ้นครองราชย์แล้วจึงทรงมาปฏิสังขรณ์ เรือนขุนช้าง เป็นเรือนไทยแบบโบราณ ตั้งอยู่ภายในบริเวณวัดป่าเลไลยก์ สร้างเป็นเรือนไทยไม้สักหลังใหญ่กว้างขวาง ตามเรือนของขุนช้างในวรรณคดีเรื่องขุนช้างขุนแผน ขึ้นไปบนเรือนจะเห็นภาพวาดตัวละครขุนช้าง นักท่องเที่ยวสามารถถ่ายรูปเป็นที่ระลึก แต่ละห้องจะมีภาพบรรยายเล่าเรื่องขุนช้างขุนแผน มีการจัดแสดงเครื่องใช้ต่างๆในสมัยก่อน มีการตกแต่บริเวณโดยรอบสวยงามน่าเที่ยวชม ในเสภาขุนช้างขุนแผน เมื่อนางทองประศรี พาพลายแก้วไปอยู่เมืองกาญจน์เก็บหอมรอมริบ จนกระทั่งมีฐานะเป็นเศรษฐี และเมื่อพลายแก้วเติบโตก็ได้บรรพชาเป็นสามเณรและได้มาเรียนคาถาอาคม […]

อ่านต่อ

วัดทับกระดาน

วัดทับกระดาน เป็นที่เก็บรักษาสิ่งของต่างๆของพุ่มพวง ดวงจันทร์ นักร้องเพลงลูกทุ่งชื่อดังตำแหน่ง “ราชินีลูกทุ่ง” ทื่เสียชีวิตไปแล้ว เพื่อให้ผู้ที่ยังรักและคิดถึงพุ่มพวงได้แวะเวียนมาระลึกถึง วัดตั้งอยู่ในอำเภอสองพี่น้อง ซึ่งเป็นอำเภอบ้านเกิดของเธอ พุ่มพวงคุ้นเคยกับวัดนี้ตั้งแต่เด็ก ที่วัดมีการเก็บรวบรวมเสื้อผ้าข้าวของเครื่องใช้ในการร้องเพลง รวมทั้งรูปถ่ายจากข่าวหนังสือพิมพ์ไว้ในโบสถ์ของวัด นอกจากนี้บริเวณศาลาท่าน้ำจะมีรูปวาดของพุ่มพวง ดวงจันทร์ ที่มีคนนำมาให้เพื่อแก้บน ด้านหน้าวัดมีร้านขายของสด-แห้งต่างๆ เช่น น้ำพริก หน่อไม้ ผลไม้ ที่ศาลาริมสระน้ำของวัดมีการสร้างหุ่นพุ่มพวงเอาไว้ โดยทางวัดจะมีการจัดงานรำลึกถึงพุ่มพวง ช่วงประมาณวันที่ 13 มิถุนายน ของทุกปี ซึ่งเป็นวันครบรอบการเสียชีวิตของเธอ ประวัติของพุ่มพวง ดวงจันทร์ พุ่มพวง ดวงจันทร์ มีชื่อจริงว่า “รำพึง จิตรหาญ” ชื่อเล่นชื่อ ผึ้ง เกิดเมื่อวันที่ 4 สิงหาคม พ.ศ.2504 ณ ตำบลบ่อสุพรรณ อำเภอสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี ครอบครัวมีอาชีพรับจ้างทำไร่อ้อย เจ้าตัวชื่นชอบการร้องเพลงลูกทุ่งตั้งแต่เด็ก เดินสายประกวดร้องเพลงลูกทุ่งโดยใช้ชื่อว่าน้ำผึ้ง ณ ไร่อ้อย ต่อมาได้รับการฝากฝังให้เป็นบุตรบุญธรรมของ ไวพจน์ เพชรสุพรรณ ก่อนที่ไวพจน์ จะแต่งเพลงและอัดแผ่นเสียงชุดแรกให้ ชื่อเพลง แก้วรอพี่ […]

อ่านต่อ

วัดเดิมบาง

วัดเดิมบาง ตั้งอยู่เลขที่ 233 หมู่ที่ 1 ตำบลเดิมบางนางบวช อำเภอเดิมบางนางบวช จังหวัดสุพรรณบุรี วัดแห่งนี้สร้างขึ้นในปีพศ. 2425 คาดว่าน่าจะสร้างในสมัยเดียวกับวัดใต้ วัดบนยอดเขาใหญ่ ต่อมาในปีพศ. 2451 ระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้เสด็จมาประทับที่หน้าวัดเดิมบาง และพระราชทานนามวัดว่า “วัดคงคาราม” สิ่งที่น่าสนใจภายในวัด ธรรมาสน์ ที่สร้างโดยช่างชาวจีน เป็นศิลปะไทยผสมจีน แกะสลักจากไม้ขนุน สร้างเมื่อ พ.ศ. 2458 แต่มาแล้วเสร็จ พ.ศ. 2466 ปัจจุบันเก็บไว้บนศาลาการเปรียญ หอสวดมนต์ ภายในมีการเก็บของมีค่าของวัดไว้ 3 ชิ้น ได้แก่ ฝาบาตรมุก ตาลปัตร และปิ่นโต ซึ่งรัชกาลที่ 5 พระราชทานแก่วัด ทางวัดเก็บรักษาไว้อยู่ในสภาพดี มณฑปหลวงพ่อแจ่ม – หลวงพ่อแบน ภายในยอดมณฑป ได้บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ และมีรอนพระพุทธบาทจำลองที่มีอายุนานกว่า 100 ปี หอระฆัง หอนี้ได้รับก่อสร้างอย่างประณีตสวยงาม พระอุโบสถ ที่ได้รับการบูรณะใหม่ ภายในมีพระประธานปางป่าเลไลยก์ที่งดงามเป็นอย่างมาก ผนังร้อบพระอุโบสถก็มีภาพจิตรกรรมฝาผนังสภาพสมบูรณ์ […]

อ่านต่อ

วัดแค

วัดแค เป็นวัดเก่าแก่ที่มีชื่อปรากฏในวรรณคดี เรื่อง “ขุนช้างขุนแผน” อยู่ในอำเภอเมืองสุพรรณบุรี ไปทางเหนือ ห่างจากวัดพระศรีรัตนมหาธาตุประมาณ 2 กิโลเมตร ภายในวัดนี้มีต้นมะขามใหญ่วัดโคนต้นโดยรอบได้ประมาณ 10 เมตร เชื่อกันว่าขุนแผนได้เรียนวิชาเสกใบมะขามจากต้นมะขามต้นนี้ ให้เป็นตัวต่อตัวแตนจากท่านอาจารย์คงไว้โจมตีข้าศึก นอกจากนี้ทางจังหวัดได้สร้างเรือนไทยทรงโบราณเรียกว่า “คุ้มขุนแผน” ไว้ใกล้กับต้นมะขามยักษ์นี้อีกด้วย พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เคยเสด็จประพาสวัดแคเมื่อ พ.ศ. 2447 วัดนี้มีโบราณวัตถุที่น่าสนใจ ได้แก่ พระพุทธบาทสี่รอย ทำด้วยทองเหลืองกว้าง 1.40 เมตร ยาว 2.80 เมตร สร้างซ้อนกันไว้ในรอยใหญ่ นอกจากนี้ยังมี พระพุทธรูปปางมารวิชัย ขัดสมาธิราบศิลปรัตนโกสินทร์ จีวรและอังสะเป็นลายดอกพิกุลงดงามมาก ประดิษฐานอยู่ในวิหารหน้าพระประธาน สิ่งที่น่าสนใจอื่น ๆ เช่น ระฆังทองเหลือง หม้อต้มกรักทองเหลือง ตู้ใส่หนังสือที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงถวายเมื่อปี พ.ศ. 2412 สิ่งที่น่าสนใจภายในวัด มณฑปบูรพาจริยานุสรณ์ เป็นอาคารทรงไทยโดดเด่นเป็นสง่าอยู่ส่วนหน้าของวัดแค ลานจอดรถของวัดแคอยู่หน้ามณฑปบูรพาจริยานุสรณ์แห่งนี้ เป็นลานกว้างขวางมาก ลักษณะที่เราเห็นในวัดเราก็รู้ได้ว่าเป็นวัดที่มีประชาชนเดินทางมาไหว้พระ สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ และทำบุญกันมากวัดหนึ่ง ศาลาพระพุทธบาทสี่รอยวัดแค ศาลาหลังนี้สร้างอยู่ด้านข้างของมณฑปบูรพาจริยานุสรณ์ เป็นแบบทรงไทยที่กลมกลืนกัน พระพุทธบาทสี่รอยวัดแค เป็นรอยพระพุทธบาทยุคต้นรัตนโกสินทร์ […]

อ่านต่อ

วัดเขาพระศรีสรรเพชญาราม

วัดเขาพระศรีสรรเพชญาราม เดิมชื่อ วัดเขาพระ ตั้งอยู่ที่หมู่ที่5 ถนนวินยานุโยค ตำบลอู่ทอง อำเภออู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี เป็นวัดเก่าแก่สมัยทวาราวดี ตั้งอยู่บนภูเขาขนาดย่อม เมื่อเดินขึ้นบันไดขึ้นเขาไป ก่อนถึงยอดจะพบถ้ำประดิษฐานพระพุทธไสยาสน์ หลวงพ่อสังฆ์ ศรีสรรเพชญ์ มีโบราณวัตถุหลายชิ้น เช่น พระพุทธไสยาสน์ พระพุทธรูปปางต่างๆ มีพระเครื่อง พระพิรอด พระถ้ำเสือ รูปฤาษีเป็นแบบพิมพ์สมัยทวารวดีเทวรูปจักรนารายณ์เนื้อหิน สลักจากเนื้อหิน ขนาดกว้าง 97 เซนติเมตร สูง 175 เซนติเมตร แผ่นหินสลักนูนสูง เป็นรูปทิพยบุคคลมี 4 กรพระหัตถ์ขวาบนถือจักร พระหัตถ์ขวาล่างถือตรีศูลพระหัตถ์ซ้ายบนไม่ทราบแน่ชัดว่าถือสิ่งใด ส่วนพระหัตถ์ซ้ายล่างถือคฑา อายุสมัยประมาณพุทธศตวรรษที่ 13 – 14 ขณะที่บนยอดมีพระมณฑปประดิษฐานรอยพระพุทธบาทจำลอง แกะสลักจากหินเขียวธรรมชาติ และซากเจดีย์สมัยอยุธยา 1 องค์ เป็นเจดีย์ฐานสี่เหลี่ยมจัตุรัส ยาวกว้างด้านละ 8 เมตร ส่วนบนเป็นองค์ระฆังสมัยทวารวดี เป็นการก่อสร้างเจดีย์สมัยอยุธยา ซ้อนทับบนโบราณสถานสมัยทวารวดี พบพระพิมพ์ดินเผาปางแสดงธรรมด้วยพระหัตถ์ทั้งสองข้างประทับยืนภายในซุ้มจำนวน 2 องค์ หลังจากสักการะกราบไหว้แล้ว […]

อ่านต่อ