บึงกาฬ

ศาลเจ้าแม่สองนาง

ศาลเจ้าแม่สองนาง ตั้งอยู่ ณ วงเวียนหน้าโรงพยาบาลบึงกาฬ  ตำบลวิศิษฐ์ อ.เมือง จ.บึงกาฬเป็นอีกหนึ่งสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองบึงกาฬเคียงคู่กับหลวงพ่อพระใหญ่  เกิดจากความเชื่อเรื่องเทพเจ้าทางน้ำที่กระทำให้ชาวบ้านที่อาศัยอยู่ริมน้ำ เพราะในปีหนึ่งๆจะมีผู้เสียชีวิตในน้ำโขงปีละไม่น้อย พวกที่เสียชีวิตในลำน้ำโขง คนเฒ่าคนแก่เชื่อว่าเป็นการกระทำของเทพเจ้าทางน้ำ (ชาวบ้านเรียกกันว่าเงือก) เทพเจ้าทางน้ำ ที่ชาวบ้านลุ่มแม่น้ำโขงนับถือก็คือ “เจ้าแม่สองนาง” (งู1คู่ )งู เงือก และพญานาค เป็นสิ่งเดียวกัน สุดแต่ว่าใครจะเรียก เพื่อเป็นการเซ่นไหว้และลดการสูญเสียชีวิตของผู้ประกอบการทางน้ำ จึงปรากฎเห็นศาลเจ้าแม่สองนางตามแถบลุ่มแม่น้ำโขงทั้งสองฟากฝั่ง ส่วนใครที่มาสักการะเจ้าแม่สองนาง เชื่อว่าจะทำมาค้าขายเจริญรุ่งเรือง การเดินทางแคล้วคลาดปลอดภัย โดยเฉพาะกับผู้ที่เดินทางทางน้ำ เพราะเจ้าแม่สองนางได้ชื่อเป็นเจ้าแม่แห่งลุ่มน้ำโขงไล่ไปตั้งแต่บึงกาฬ หนองคาย ถึงมุกดาหาร ตำนานเจ้าแม่สองนาง ในปีพุทธศักราช 2415 ในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พวกจีนฮ่อได้ยกทัพไล่ตีหัวเมืองต่างๆ ศึกครั้งนี้ลุกลามจนถึงเมืองหนองคาย ชาวบ้านต่างหวาดกลัวจึงได้อพยพหนีพวกจีนฮ่อ ส่วนหนึ่งได้อพยพลงมาตามแนวแม่น้ำโขง บางส่วนได้ตั้งหลักแหล่งตามลุ่มน้ำโขงไล่กันลงมา พ่อเฒ่าพรมได้อพยพมาพร้อมครอบครัวคือภรรยาและลูกสาวสองคน แต่ในระหว่างทางเมียของพ่อตู้พรมเสียชีวิต เหลือแค่นางสาวเภาและนางสาวเหลาลูกสาวของพ่อเฒ่า พ่อเฒ่าได้บวชเป็นชีผ้าขาว (ชีปะขาว) จนกระทั่งถึงจนมาถึงคุ้มบ้านกลาง บ้านบึงกาฬ จึงได้ตั้งรกรากรวมกับชาวบ้านที่อาศัยอยู่เดิม ด้วยชีผ้าขาวพรมเป็นผู้มีวิชาอาคมแก่กล้า ชาวบ้านจึงขอร้องให้ชีผ้าขาวพรมไปปราบภูตผีที่ดอนหอ (กุดทิงในปัจจุบัน) ซึ่งเป็นบริเวณที่ชาวบ้านเข้าไปหาของป่า ต่อมาชีผ้าขาวพรมจึงย้ายมาอยู่ที่ดอนหอ แล้วให้ลูกสาวทั้งสองอยู่ที่คุ้มบ้านกลางดังเดิม ทั้งสองต่างไม่ยอมแต่งงาน ใช้ชีวิตร่วมกันเพียงสองคนพี่น้อง ต่อมาด้วยอายุและสังขารต่างร่วงโรย […]

อ่านต่อ

วัดสว่างอารมณ์(ถ้ำศรีธน)

วัดสว่างอารมณ์ (วัดถ้ำศรีธน) ไปไหว้พระนอน ชมวิวทิวทัศน์เมืองลาว ตามรอยท้าวศรีธนกันค่ะ วัดสว่างอารมณ์(ถ้ำศรีธน) ตั้งอยู่ในพื้นที่อำเภอปากคาด จ.บึงกาฬ เป็นวัดที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งของจังหวัดบึงกาฬ วัดตั้งอยู่บริเวณลานหินเนินเขา ร่มรื่นด้วยต้นไม้และลำธารเล็กๆไหลผ่าน บริเวณใต้โขดหินใหญ่ประดิษฐานพระนอนปางปรินิพพานให้ผู้คนสักการะบูชา บนโขดหินมีอุโบสถทรงระฆังคว่ำ รอบๆ อุโบสถมีระฆังคว่ำ 4 จุดรายรอบ และสามารถเดินชมวิว สวยๆ งามๆ ในพื้นที่ อ.ปากคาด รอบทิศ หากขึ้นไปถึงด้านบนสามารถมองเห็นทิวทัศน์ได้ไกลจนถึงฝั่งลาว เป็นวัดที่มีทิวทัศน์สวยงาม เต็มไปด้วยก้อนหินน้อยใหญ่ และเงียบสงบ บริเวณด้านบนก้อนหินเป็นจุดชมวิวทิวทัศน์ที่สวยงามของแม่น้ำโขง เดิมบริเวณนี้เป็นที่อยู่ของชาวบ้านปากกล้วย ซึ่งอพยพมาจากแขวงเมืองปากซัน ประเทศลาว ขณะนั้นบริเวณนี้ยังเป็นป่าดงดิบรกทึบเต็มไปด้วยสัตว์ป่านานาชนิด ซึ่งในแต่ละปีจะมีพระธุดงค์ผ่านมาพำนักอยู่เป็นประจำ เพราะเป็นสถานที่เงียบสงบ เหมาะแก่การปฏิบัติธรรม ชาวบ้านจึงนิมนต์ให้ท่านจำพรรษาอยู่เพื่อให้เป็นวัดที่สมบูรณ์ครบองค์ประกอบ ต่อมาพระอธิการด่อน อินทสาโร หรือหลวงปู่ด่อน ซึ่งเป็นพระที่ชาวบ้านปากคาดนับถือ ได้สร้างวัดเป็นรูปเป็นร่างขึ้น และเจริญมาเป็นลำดับจนถึงปัจจุบัน เหตุที่เรียกกันอีกชื่อว่าวัดถ้ำศรีธนนั้นสันนิษฐานว่า อาจเป็นเพราะว่าวัดแห่งนี้อยู่ใกล้กับเมืองเป็งจานนครราช ซึ่งเป็นเมืองของท้าวศรีธนนั่นเอง ประวัติความเป็นมาของวัดถ้ำศรีธน ชาวบ้านงเรียกบริเวณถ้ำดังกล่าวว่า “ถ้ำศรีธน” เพราะมีร่องรอย ต่างๆ ตามตำนานท้าวศรีธนปรากฏอยู่เช่น ตัวของถ้ำ สถานที่ศรีธนลองดาบ และยังอยู่ใกล้บ้านเปงจาน หรือเมืองเปงจานนครราชในอดีต ซึ่งมีหลักเสมาเก่าแก่สูงประมาณ 1.90 […]

อ่านต่อ

วัดศรีโสภณธรรมทาน

วัดศรีโสภณธรรมทาน เที่ยววัดเก่า ไหว้พระพุทธรูปเก่าแก่สมัยล้านช้าง กราบขอพรหลวงพ่อเมฆ วัดศรีโสภณธรรมทาน หรือวัดใต้ ตั้งอยู่เลขที่ 30 บ้านศรีโสภณ ถนนมีชัย หมู่ที่ 2 ตำบลบึงกาฬ อำเภอเมืองบึงกาฬ จังหวัดบึงกาฬ สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย ที่ดินตั้งวัดมีเนื้อที่ 6 ไร่ อาคารเสนาสนะประกอบด้วยอุโบสถ ศาลาการเปรียญ สร้าง พ.ศ. 2525 เป็นอาคารทรงไทยชั้นครึ่งสร้างด้วยคอนกรีตเสริมเหล็กและไม้เนื้อแข็ง กุกิสงฆ์ หอระฆัง วัดศรีโสภณธรรมทาน สร้างเมื่อ พ.ศ. 2328 เดิมชื่อว่าวัดศรีบุญเรือง เพราะผู้ริเริ่มสร้างวัดชื่อบุญเรือง ต่อมา พ.ศ. 2486 ได้เปลี่ยนเป็นชื่อวัดเป็นวัดศรีโสภณธรรมทาน ชาวบ้านเรียกว่าวัดใต้ ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2499 ปัจจุบันมีพระมานพ เตชปญฺโญเป็นเจ้าอาวาส นอกจากเป็นวัดศูนย์กลางของพุทธศาสนิกชนได้มาปฏิบัติธรรม ทำบุญและกิจกรรมทางศาสนาของชาวบึงกาฬแล้ว ภายในวัดยังมีโรงเรียนพระปริยัติธรรม แผนกธรรม เปิดสอนตั้งแต่ พ.ศ.2500 อีกด้วยค่ะ สิ่งที่น่าสนใจภายในวัด พระพุทธโสภณมงคลใต้ เป็นพระพุทธรูปเก่าแก่สมัยล้านช้าง ปางมารวิชัยเนื้อทองสำริดที่มีพุทธลักษณะงดงาม(ลักษณะเดียวกับหลวงพ่อพระใสพระคู่บ้านคู่เมืองหนองคาย) ชาวบ้านต่างเรียกขานท่านว่า “พระสุก” ที่มาจากความผาสุก มีความเชื่อว่าหากใครได้มากราบไหว้ จะอยู่เย็นเป็นสุข […]

อ่านต่อ

วัดเวฬุวัน

วัดเวฬุวัน เป็นวัดในสังกัดคณะสงฆ์ธรรมยุต ตั้งอยู่เลขที่ 111 หมู่ 8 ถนนบึงกาฬ-พังโคน อ.ศรีวิไล จ.บึงกาฬ บนเนื้อที่ 80 ไร่ 1 งาน 37 ตารางวา เป็นวัดในพระสังฆราชูปถัมภ์ สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ.2482 ไม่ปรากฏหลักฐานผู้ใดสร้างขึ้น ตั้งแต่ พ.ศ.2482 เป็นต้นมา มีเจ้าอาวาสปกครอง 5 รูป ปัจจุบัน มีพระครูเกษมปัญญาภรณ์ (ขุน สุขกาโม) อายุ 71 ปี 28 พรรษา เป็นเจ้าอาวาส เป็นวัดที่เป็นศูนย์รวมในการเผยแพร่พระพุทธศาสนา เนื่องจากเปิดเป็นโรงเรียนสอนศาสนา สอนปริยัติธรรม และมีการฝึกอบรมเกี่ยวกับพุทธศาสนาด้วย ซึ่งภายในวัดยังมีตุ๊กตาจีนที่แกะสลักด้วยไม้อย่างปราณีตสวยงามจำนวนมาก ติดต่อสอบถามเพิ่มเติม การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.)สำนักงานอุดรธานี (รับผิดชอบพื้นที่ อุดรฯ หนองคาย บึงกาฬ) โทร.0-4232-5406-7 ศูนย์บริการข่าวสารท่องเที่ยว ททท. 1672 สำนักงานจังหวัด โทร. 0-4249-1797-8 ตำรวจท่องเที่ยว โทร. […]

อ่านต่อ

วัดโพธาราม

วัดโพธาราม (วัดหลวงพ่อพระใหญ่) ตั้งอยู่ที่บ้านท่าไคร้ หมู่ 5 ตำบลบึงกาฬ  เป็นที่ประดิษฐานหลวงพ่อพระใหญ่ เป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวบึงกาฬ คือ พระพุทธรูปปางมารวิชัย พระหัตถ์ซ้ายหงายวางบนหน้าตัก พระหัตถ์ขวาคว่ำวางทับพระฌานุ นิ้วพระหัตถ์ ทั้ง 5 เหยียดลงอย่างมีระเบียบ เหมือนพระพุทธรูปทั่วๆไป หน้าตักกว้าง 2 ศอก 1 คืบ (5 ฟุต 4 นิ้ว) ศิลปะสมัยล้านช้าง เป็นพระพุทธรูปโลหะที่มีการฉาบปูนโอบไว้ ภายหลังได้ทาสีทองทับเพื่อป้องกันองค์พระชำรุด ประดิษฐานบนแท่น 4 เหลี่ยม ซึ่งได้บูรณะขึ้นใหม่ในปี 2537 ประวัติหลวงพ่อใหญ่ ตามตำนาน และคำบอกเล่าของคนเฒ่าคนแก่หลายรุ่น หลายสมัยเล่าสืบต่อกันมา ว่า ประมาณ 200 กว่าปีมาแล้ว จนถึงยุคสมัยหลังๆ ซึ่งแต่ก่อนคนเหล่านี้ส่วนมาก ได้อพยพ ครอบครัวมาจากเมืองยศ (บริเวณจังหวัดยโสธรในปัจจุบัน) มาตั้งถิ่นฐานริมฝั่งแม่น้ำโขง และร่นขึ้นมาทางเขตชัยบุรี (ปัจจุบันคืออำเภอบึงกาฬ) การตั้งถิ่นฐานอยู่นั้นก็เหมือนกัน ทุกยุคทุกสมัย คือที่ใดไม่เหมาะสมในการดำรงชีวิต ต้องประสบกับภัย และโรคร้ายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นโรคอหิวา โรคไข้ฝีดาด […]

อ่านต่อ

วัดบุพราชสโมสร

วัดบุพาราชสโมสร  เดิมชื่อ “วัดศรีมงคล” ชาวบ้านเรียก”วัดกลาง” ตั้งอยู่เลขที่ 170 บ้านบึงกาฬ ถนนชาญสินธุ์ หมู่ 1 ตำบลบึงกาฬ อำเภอเมืองบึงกาฬ จังหวัดบึงกาฬ สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย โดยคุณตาดวง ได้ชื้อที่ดินในราคา 5 บาท แบ่งที่ดินส่วนหนึ่งสร้างเป็นวัด มีเนื้อที่ 2 ไร่ 2 งาน 44 ตาราวา นายแดงและนางคำป้อง(บุตรสาวคุณตาดวง) ได้รวบรวมปัจจัยและแรงงานชาวบ้านร่วมสร้างพระอุโบสถ โดยใช้ยางบกผสมทรายและปูนขาว และได้ถวายปัจจัยในการสร้างพระประธานประดิษฐานในพระอุโบสถเป็นจำนวนเงิน 700 บาท แล้วเสร็จในปี 2468 ต่อมาในสมัยจอมพล ป. พิบูลสงคราม ได้เปลี่ยนชื่อวัดเป็น “วัดบุพราชสโมสร” อาคารเสนาสนะประกอบด้วยอุโบสถ ศาลาการเปรียญ หอระฆัง กุฏิสงฆ์ จำนวน 3 หลัง เป็นอาคารครึ่งตึกครึ่งไม้ 1 หลัง และตึก 2 หลัง ปูชนียวัตถุมีพระพุทธรูปปางมารวิชัย 3 องค์ ปัจจุบันมีพระครูอุทัยวรคุณเป็น เจ้าอาวาส […]

อ่านต่อ

วัดไตรภูมิ

วัดไตรภูมิ ตั้งอยู่ที่ ถนนโพธิ์ศรี หมู่ที่ ๑ ตำบลเซกา อำเภอเซกา จังหวัดบึงกาฬ สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย ที่ดินตั้งวัดมีเนื้อที่ 4 ไร่ 1 งาน สิ่งที่น่าสนใจภายในวัด อุโบสถ เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก บานประตูหน้าต่าง เป็นไม้มะค่าแกะสลักลวดลายสวยงามมาก พระพุทธรูปปูน ปางมารวิชัย หน้าตักกว้าง 4จ นิ้ว ใบเสมาศิลาสลักลายไทย ปรางค์เทพนม และธรรมาสน์ วัดไตรภูมิ พระบรมสารีริกธาตุ พระประทานจากสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราชสลกมาสังฆปรินายก ที่ชาวบ้านเรียกกันว่า “พระธาตุรัตนตรัยภูมิ” ณ วัดไตรภูมิ อ.เซกา จ.บึงกาฬ ถือเป็นแหล่งรวมจิตรวมใจ ตลอดจนแรงศรัทธาของประชาชนชาว อ.เซกา และอำเภอใกล้เคียงต่างเดินทางมากราบไหว้พระธาตุ ติดต่อสอบถามเพิ่มเติม ศูนย์บริการข่าวสารท่องเที่ยว ททท. 1672 สำนักงานจังหวัด โทร. 0-4249-1797-8 ตำรวจท่องเที่ยว โทร. 1155 ตำรวจทางหลวง โทร. 1193 สถานีตำรวจภูธร โทร. 0-4249-1256, 0-4249-1254,0-4249-1258 โรงพยาบาลบึงกาฬ […]

อ่านต่อ

วัดเจติยาคีรีวิหาร(ภูทอก)

วัดเจติยาคีรีวิหาร หรือ วัดภูทอก ตั้งอยู่ที่บ้านคำแคนพัฒนา หมู่ที่ 6 ตำบลนาแสง อำเภอศรีวิไล จังหวัดหนองคาย มีขนาดความสูง โดยวัดจากฐานถึงยอด 460 เมตร มีบันไดเรียงขึ้นตามชั้นต่าง ๆ 7 ชั้น และฐานชั้นที่ 6 วัดโดยรอบได้ 800 เมตร เป็นหน้าผาสูงชัน ภูทอก ในภาษาอีสานแปลว่า ภูเขาที่โดดเดี่ยว ภูทอก มี 2 ลูก คือภูทอกใหญ่และภูทอกน้อยส่วนที่นักแสวงบุญและ นักท่องเที่ยวทั่วไปสามารถชมได้คือ ภูทอกน้อย ส่วนภูทอกใหญ่อยู่ห่างออกไป ยังไม่เปิดให้นักท่องเที่ยวชม ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้น การเดินเท้าขึ้นสู่ยอดภูทอก จุดเด่นของภูทอกก็คือ สะพานไม้และบันไดขึ้นชมทัศนียภาพรอบ ๆ ภูทอก ใช้เพียงแรงงานคนสร้าง บรรไดเวียน ไปมา รอบภูทอกแบบ 360 ซึ่งมีทั้งหมด 7 ชั้น ใช้เวลาในการก่อสร้างนานถึง 5 ปีเต็มจากชั้น 1-7 จะมีบันไดไม้ให้ เดินแบบตรงทอดยาว จนถึงจุดสูงสุดของยอดภูทอก และตั้งแต่ชั้นที่ 3 […]

อ่านต่อ

น้ำตกเจ็ดสี

น้ำตกเจ็ดสี ตั้งอยู่ที่ ตำบลโคกกว้าง อำเภอบุ่งคล้า จังหวัดบึงกาฬ  เป็นน้ำตกที่สวยงามอีกแห่งหนึ่งในเขตรักษาพันธ์สัตว์ป่าภูวัว สายน้ำไหลตกจากหน้าผาหินทรายแล้วแผ่กว้างออกสวยงามตระการตา ด้านล่างมีแอ่งน้ำสำหรับเล่นน้ำและโขดหินให้นั่งเล่นพักผ่อนหย่อนใจ เป็นหินทรายเรียบ มีตะไคร่น้ำจับ ลื่นมาก ๆ ต้องเดินอย่างระมัดระวังทุกย่างก้าว ตัวน้ำตกมีทั้งหมด 3 ชั้นระยะทางเดินถึงชั้นที่สามประมาณ 1 กิโลเมตร น้ำตกเจ็ดสี เดิมเรียกว่าน้ำตกห้วยกะอาม ซึ่งเกิดจากธารน้ำของลำห้วยกะอาม เป็นน้ำตกจากหน้าผาสูง ละอองไอน้ำตกกระทบกับแสงแดดยามบ่ายทำให้เกิดรุ้ง 7 สีขึ้น จึงเป็นที่มาของน้ำตกเจ็ดสี นักท่องเที่ยวซึ่งต้องการเห็นสายรุ้ง 7 สี ต้องเดินเท้ามาให้ถึงตัวน้ำตกเจ็ดสีตั้งแต่ช่วงเวลาประมาณ 10.00 – 14.00 น.ในวันฟ้าโปร่งเท่านั้นค่ะ เหมาะสำหรับท่องเที่ยวในช่วงฤดูฝนเพราะจะสวยงามมีน้ำมาก ช่วงเวลาที่เปิดให้เข้าชม เปิดให้เข้าชมเฉพาะเสาร์อาทิตย์ ข้อควรระวัง ไม่เหมาะสำหรับคนชรา และเด็กเล็ก ถ้าไม่ห่วงเรื่องลื่นล้ม ถือว่าเป็นน้ำตกที่มีจุดให้เล่นน้ำได้เยอะ และน่าสนุกมาก ๆ ค่ะ ติดต่อสอบถามเพิ่มเติม ศูนย์บริการข่าวสารท่องเที่ยว ททท. 1672 สำนักงานจังหวัด โทร. 0-4249-1797-8 ตำรวจท่องเที่ยว โทร. 1155 ตำรวจทางหลวง โทร. 1193 สถานีตำรวจภูธร […]

อ่านต่อ

เที่ยว บึงกาฬ

บึงกาฬ “สองนางศาลศักดิ์สิทธิ์ อิทฤทธิ์หลวงพ่อใหญ่ แหล่งน้ำใสหนองกุดทิงสุดใหญ่ยิ่งแข่งเรือยาว หาดทรายขาวเป็นสง่า น่าทัศนาแก่งอาฮง งามน้ำโขงที่บึงกาฬ สุขสำราญที่ได้ยล” เทศกาล/ประเพณี ประเพณีบุญบั้งไฟ จัดเป็นประจำทุกปีในเดือนพฤษภาคม-มิถุนายน ณ บริเวณพื้นที่ต่างๆในจังหวัด เทศกาลดูบั้งไฟพญานาค จัดเป็นประจำทุกปีในช่วงวันออกพรรษา(ประมาณเดือนตุลาคม) ณ บริวเณริมแม่น้ำโขง วัดอาฮงศิลาวาส อ.เมือง การเดินทาง รถทัวร์ จากสถานีขนส่งหมอชิต 2 มีรถเที่ยวเวลา 19:00 น. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 9 ชั่วโมง ค่าโดยสารประมาณ 600 บาท ข้อมูลเพิ่มเติมโทร 1490 สถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ วัดอาฮงศิลาวาส  กราบนมัสการพระพุทธคุวานันศาสดา พระประธานซึ่งมีลักษณะเดียวกับพระพุทธชินราช ประดิษฐานในอุโบสถหลังงามริมแก่งอาฮง แก่งอาฮงนั้นเป็นจุดที่ถือว่ามีความลึกที่สุดของแม่น้ำหรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า “สะดือแม่น้ำโขง” ภายในบริเวณวัดยังรายล้อมไปด้วยสวนโขดหินธรรมชาติลักษณะแปลกตา วัดแห่งนี้ถือว่าเป็นวัดสำคัญคู่บ้านคู่เมืองของชาวบึงกาฬและยังเป็นจุดขมบั้งไฟพญานาคที่เป็นที่นิยมอีกแห่งหนึ่งด้วย น้ำตกชะแนน ผจญภัยกับเส้นทางท่องเที่ยวสู่ผาน้ำตกสวยในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูวัว ที่เกิดจากลำห้วยสะแนไหลลดหลั่นกันเป็นชั้นๆ 2 ชั้น มีขนาดกว้างประมาณ 100 เมตร เป็นน้ำตกขนาดใหญ่ที่มีความสวยงามมาก ระหว่างทางจะผ่านขัวหิน(สะพานหิน) ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติที่น้ำลอดหายไปใต้สะพานหินและผ่านแนวลำธารที่เต็มไปด้วยโขดหิน ใครที่ชอบการผจญภัยไม่ควรพลาดเลยค่ะ สถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆในจังหวัด น้ำตกเจ็ดสี วัดเจติยาคีรีวิหาร(ภูทอก) วัดไตรภูมิ วัดบุพราชสโมสร […]

อ่านต่อ