กาฬสินธุ์

วัดสักกะวัน

วัดสักกะวัน ดูโครงกระดูยักษ์ กราบหลวงพ่อไดโนเสาร์ ขอพรหลวงพ่อบันดาลฤทธิผล วัดสักกะวันตั้งอยู่ที่เชิงภูกุ้มข้าว อำเภอสหัสขันธ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ สิ่งที่น่าสนใจภายในวัด 1. พิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ภูกุ้มข้าว ความโดนเด่นของวัดนี้คือ เป็นสถานที่ค้นพบกระดูกไดโนเสาร์จำนวนมาก โดยซากกระดูกบางส่วนได้นำมาจัดแสดงที่ศาลาวัด มีการจัดนิทรรศการการแสดงความเป็นมาของการ เกิดไดโนเสาร์ยุคต่างๆ รวมทั้งรูปภาพการขุดค้นพบซากกระดูกเหล่านี้ นอกจากนั้น ห่างจากศาลาวัดไปประมาณ 100 เมตรมีโครงกระดูกไดโนเสาร์ฝังอยู่ในพื้นดินบริเวณเชิงเขา ได้รับการขุดแต่งโดยเจ้าหน้าที่กรมทรัพยากรธรณี เป็นซากกระดูกไดโนเสาร์ชนิดซอโรพอด มากกว่า 1 ตัว ซึ่งอยู่ในยุคจูแรสสิคตอนปลาย (ประมาณ 150 ล้านปีมาแล้ว) 2. ไหว้หลวงพ่อบ้านด่านหรือหลวงพ่อบันดาลฤทธิผล เป็นพระพุทธรูปโบราณ ประดิษฐานอยู่ในวิหารเชิงเขาด้านหน้าโบสถ์ ในวัดสักกะวัน บริเวณเชิงภูกุ้มข้าว  เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัยแกะสลักจากหินทราย ศิลปะทวารวดี ปัจจุบันทาสีทองทั้งองค์ ชาวเมืองสหัสขันธ์ถือเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง เป็นพระพุทธรูปองค์ประธานในพิธีงานบุญทางศาสนาที่สำคัญของอำเภอ นักท่องเที่ยวสามารถแวะสักการะก่อนไปยังแหล่งไดโนเสาร์ภูกุ้มข้าว 3. กราบ“หลวงปู่ไดโนเสาร์”  หรือ พระญาณวิสาลเถร ประมาณปี 2534 ท่านได้พบนิมิตโอภาส คือพบแสงสว่างที่ใสมากเป็นแสงที่ท่านไม่เคยพบในโลกนี้สว่างไปทั่วโลกธาตุ สว่างทั้งจักรวาล มองทะลุภูเขา มองทะลุต้นไม้มองเห็นทุกอย่างอยากเห็นสิ่งใดก็เห็นไปหมด แล้วก็ปรากฏสัตว์ชนิดหนึ่ง คอยาว ตัวใหญ่กว่าช้างเท้าใหญ่เท่ากระบุง เดินไปเดินมาในบริเวณภูกุ้มข้าว […]

อ่านต่อ

วัดศรีบุญเรือง(วัดเหนือ)

วัดศรีบุญเรือง(วัดเหนือ) ไหว้พระใกล้ตัวเมือง ชมใบเสมาหินโบราณ วัดศรีบุญเรือง(วัดเหนือ) เป็นวัดเก่าแก่ในเขตเทศบาลเมือง ตั้งอยู่ที่ ถ.โสมพะมิตร ติดกับ ร.ร.เทศบาล อ.เมือง จ.กาฬสินธุ์ สิ่งที่น่าสนใจภายในวัดคือ บริเวณรอบๆโบสถ์จะมีสถาปัตยกรรมโบราณใบเสมาหินแกะสลักศิลปะสมัยทวารวดีจำนวนมาก หลักเสมาจำหลักที่สวยงามที่สุดคือ หลักที่จำหลักเป็นรูปเทวดาเหาะอยู่เหนือปราสาททำเป็นซุ้มเรือนแก้ว (ศิลปะแบบทวารวดี) ซ้อนกันเป็น 2 ชั้น ชั้นล่างสุดมีรูปกษัตริย์ พระมเหสี และพระโอรส ช่วงเวลาทีเ่ปิดให้เข้าชม ทุกวัน เวลา  08.30 – 16.30 การเดินทาง รถยนต์ส่วนตัว จากวงเวียนโปงลางใช้ ถ.กาฬสินธุ์ไปทางอนุสาวรีย์พระยาไชยสุนทร ถึงห้าแยกอนุสาวรีย์แล้วให้เลี้ยวขวาเข้า ถ.โสมพะมิตร พบสี่แยกอีกครั้งให้เลี้ยวซ้ายขับตรงไปอีกเล็กน้อยวัดอยู่ทางขวามือ รถรับจ้าง เหมารถสามล้อรับจ้างในตัวเมือง แผนที่

อ่านต่อ

วัดโพธิ์ชัยเสมาราม

วัดโพธิ์ชัยเสมาราม ชมใบเสมาหินแกะสลัก ไหว้พระทำบุญวัดโบราณ วัดโพธิ์ชัยเสมารามหรือที่ชาวบ้านเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า วัดบ้านก้อม เป็นวัดโบราณ ที่เชื่อกันว่าเป็นวัดประจำเมืองฟ้าแดดสงยาง ซึ่งเป็นเมืองโบราณสมัยขอม มีการค้นพบใบเสมาหินแกะสลักเป็นภาพต่างๆ จำนวนมากในเมืองฟ้าแดดสงยาง จึงได้มีการนำไปเก็บในสถานที่หลายแห่ง โดยบางส่วนเก็บไว้ที่วัดโพธิ์ชัยเสมาราม บางส่วนอยู่ในตำแหน่งดั้งเดิมที่พบ และบางส่วนก็นำไปเก็บรักษาและจัดแสดงที่พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติขอนแก่น ”ใบเสมา”  หรือ “ใบสีมา” นั้นหมายถึงเขตสงฆ์ แต่เดิมครั้งพุทธกาลเขตสีมาเป็นที่กำหนดเพื่อแสดงเขตวัดหรืออารามคล้ายกำแพงวัด “ใบเสมา” แห่งยุคทวาราวดีนั้นมีความแตกต่างจากยุคสมัยใดๆตรงที่ได้สลักภาพพุทธประวัติ ภาพทศชาติชาดกหรือเรื่องราวต่างๆในพระพุทธศาสนา ลงบนใบเสมาจึงเกิดเป็นความงดงามให้ได้ชมกันในปัจจุบัน โดยส่วนมากใบเสมาสลักนั้นจะพบมากในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ใบเสมาที่วัดโพธิ์ชัยเสามารามนั้น ใบเสมาที่มีการแกะสลักลายจะถูกจัดเก็บไว้ในอาคารโดยลายส่วนมากนิยมแกะสลักเป็นภาพเล่าเรื่องราวพุทธประวัติและชาดก ส่วนที่ไม่ได้แกะสลักจะปักเรียงรายไว้ตามสนามหน้าวัด ถือเป็นเอกลักษณ์ศิลปะสมัยทวารวดีที่หาชมได้ยากในเขตภาคอีสานเนื่องจากแทบจะไม่พบในภาคอื่นเลย ใบเสมาหินทรายสลักที่มีความสวยงามและสมบูรณ์ที่สุดนั้นคือ ใบเสมาสลักภาพพุทธประวัติเรื่องราวเมื่อครั้งพระพุทธเจ้าเสด็จกลับจากกรุงกบิลพัสดุ์ และนางยโสธราพิมพาขอเข้าเฝ้าโดยแสดงการสักการะขั้นสูงโดยสยายพระเกศาเช็ดพระบาท เสมาใบนี้จึงได้ชื่อว่า “พิมพาพิลาป” ซึ่งใบเสมาของจริงนั้นจัดเก็บไว้ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติคอนแก่น ซึ่งที่วัดโพธิ์ชัยแห่งนี้ก็ได้มีการจำลองใบเสมาดังกล่าวไว้ให้ได้ชมด้วย ช่วงเวลาที่เปิดให้เข้าชม เปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 8.30 – 16.30 น. ติดต่อสอบถามเพิ่มเติม สำนักงานจังหวัดกาฬสินธุ์ โทร.043-811-620 ต่อ 41124 โทรสาร 043-811-620 ต่อ 41166 อีเมล์: kalasin@moi.go.th ททท. สำนักงานตะวันออกเฉียงเหนือ เขต 3 (ขอนแก่น, มหาสารคาม, ร้อยเอ็ด, […]

อ่านต่อ

วัดพุทธาวาส (พุทธสถานภูสิงห์)

พุทธสถานภูสิงห์ พักผ่อนหย่อนใจใต้เงาไม้ร่มรื่น ไหว้พระพรหมภูมิปาโล ร่วมตักบาตรเทโววันออกพรรษา วัดพุทธาวาส (พุทธสถานภูสิงห์)ตั้งอยู่บนยอดเขาภูสิงห์ อำเภอสหัสขันธ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ เป็นที่ประดิษฐานพระพรหมภูมิปาโล เป็นพระพุทธรูปประทับนั่ง ปางมารวิชัยขนาดใหญ่เป็นที่เคารพสักการะของชาวเมืองสหัสขันธ์ พระพรหมภูมิปาโล เป็นพระพุทธรูปประทับนั่งปางมารวิชัย มีพุทธลักษณะสง่างาม เป็นพระพุทธรูปที่ใหญ่ที่สุดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีขนาดหน้าตักกว้าง 10.50เมตร สูง 17.80เมตร ประดิษฐานบนยอดเขาภูสิงห์ มีความสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 346 เมตร ถือกันว่าเป็นพระพุทธรูปองค์ใหญ่มีพระลักษณะสมส่วนและสวยงามที่สุดองค์หนึ่งในประเทศไทย มีพระวรกายสง่างาม พระพักตร์อิ่มเอิบ พระเนตรทั้งสองสดใสเปี่ยมล้นด้วยเมตตาธรรมยังความสบายใจให้เกิดแก่ผู้พบเห็นและเป็นสิริมงคลแก่ผู้ที่ได้กราบไหว้บูชา พระพรมภูมิปาโลสร้างเมื่อวันที่ 14 เดือน เมษายน พุทธศักราช 2511 นายช่างที่ก่อสร้างพระพุทธรูปองค์นี้เป็นช่างจากบ้านสีถาน อำเภอกมลาไสยซึ่งเป็นกลุ่มช่างที่สืบทอดวิชาช่างมาจากกลุ่มสกุลช่างล้านช้างนานนับหลายร้อยปี นอกจากนั้นพุทธสถานภูสิงห์ ยังเป็นเป็นศูนย์เผยแผ่พระพุทธศาสนา ศูนย์เรียนรู้นิเวศวัฒนธรรม และศูนย์ส่งเสริมวัฒนธรรมชุมชน และยังเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจอีกด้วย บรรยากาศรายล้อมไปด้วยธรรมชาติ นักท่องเที่ยวได้ชมธรรมชาติบริเวณโดยรอบร่มรื่นสามารถมองเห็นทิวทัศน์ได้รอบด้าน คือด้านทิศใต้จะมองเห็นภูมิภาพอันสวยงามของทะเลสาบเหนือเขื่อนชลลำปาวและสภาพบ้านเมืองของเทศบาลตำบลโนนบุรีด้านทิศตะวันออกจะมองเป็นทิวทัศน์อันงดงามของ ภูปอ ภูค่าว ภูเป้งและภูกุ้มข้าว ประหนึ่งสวนพฤกษาธรรมชาติ ที่สร้างไว้อย่างงดงามด้านทิศตะวันตกจะมองเป็นทิวเขาคันโทในเขตอำเภอท่าคันโทที่อยู่ไกลสุดขอบฟ้าและเป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกดินที่สวยงามที่สุดอีกแห่งหนึ่ง ประเพณีที่น่าสนใจ ในทุก ๆ ปีจะมีพุทธศาสนิกชนนับหมื่นคนร่วมทำบุญตักบาตรเทโวโรหะณะในวันออกพรรษา ที่ทางอำเภอสหัสขันธ์จังหวัดกาฬสินธุ์ และวัดพุทธาวาสที่ตั้งอยู่บนยอดเขาภูสิงห์ได้จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่โดยพระภิกษุสงฆ์กว่า 400 รูปได้เดินลงมาจากภูเขาภูสิงห์เพื่อมารับบิณฑบาตรที่บริเวณเชิงเขาเพื่อสืบสานประเพณีอันดีงามในวันออกพรรษา ติดต่อสอบถามเพิ่มเติม วัดพุทธาวาส […]

อ่านต่อ

วัดพุทธนิมิต(ภูค่าว)พระไสยาสน์

วัดพุทธนิมิต(ภูค่าว)พระไสยาสน์  ไหว้พระพุทธไสยาสน์ ชมพระเครื่องหลากหลาย บรรยากาศร่มรื่นเหมาะแก่การพักผ่อน ถ่ายภาพ วัดพุทธนิมิต(ภูค่าว)พระไสยาสน์ตั้งอยู่ที่ตำบลสหัสขันธ์ อำเภอสหัสขันธ์ จังหวัดกาฬสินธุ์  อยู่บนยอดเขาภูค่าว คำว่า “ค่าว” เป็นภาษาอีสานแปลว่า เชือก เพราะวัดนี้ตั้งอยู่บนภูเขาที่มีลักษณะยาวเหมือนเชือก ทางอีสานจึงเรียกว่า เชือกค่าว จึงเป็นที่มาของวัดนี้ สิ่งที่น่าสนใจภายในวัด 1. พระนอนสลักบนแผ่นผา หรือพระพุทธไสยาสน์ภูค่าว เป็นพระนอนปางไสยาสน์ พระเศียรหนุนทับต้นแขน โดยท่อนแขนที่หนุนพระเศียรไม่ได้ตั้งขึ้นและพระหัตถ์ไม่ได้รองรับพระเศียร องค์พระมีลักษณะพิเศษคือ นอนตะแคงซ้ายไม่มีเกตุมาลา ตำนานว่าเป็นลักษณะของพระโมคคัลลานะ พระสาวกองค์หนึ่งของพระพุทธเจ้า ความยาวตลอดองค์ 2 ม. สูง 0.5 ม. มีทองคำเปลวปิดอยู่ทั่วองค์ 2. วิหารสังฆนิมิต อยู่บนยอดเขาใกล้ๆกับทางไปชมพระนอน ภายในประดิษฐานพระพุทธรูปขนาดเล็กจำนวนมาก และบริเวณผนังเรื่อยขึ้นไปถึงเพดานมีพระเครื่องต่าง ๆ นับพันองค์ติดประดับอยู่ดูสวยงามตื่นตา นอกจากนี้บริเวณลานโล่งนอกตัววิหารยังมีหอพระธาตุซึ่งประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุที่ทางวัดได้มาจากที่ต่างๆ ในภาชนะแก้วใส และรอยพระพุทธบาทจำลองเก่าแก่สลักบนหินก็อยู่ในบริเวณเดียวกัน 3. โบสถ์ไม้ อยู่บนเนินเขาด้านซ้ายของถนนก่อนถึงบริเวณวัด เป็นอาคารไม้ทรงไทยตั้งบนฐานลวดบัวปูนปั้น หลังคาจั่วซ้อนกันสามชั้น มีชายคาปีกนกทั้งสี่ด้าน หน้าบันเป็นไม้แกะสลักรูปพระพุทธเจ้าประทับในป่าทึบแวดล้อมด้วยสิงสาราสัตว์ บานประตูหน้าต่างแกะสลักเรื่องพุทธชาดก และมีการประดับไม้ฉลุลายพรรณพฤกษาทั่วโบสถ์ ภายในโบสถ์ประดิษฐานพระมงคลชัยสิทธิ์โรจนฤทธิประสิทธิพร เป็นพระประธานปางตรัสรู้หรือปางสมาธิสีทองสุกอร่าม […]

อ่านต่อ

วัดตาดแม่นายเทพนิมิตร

วัดตาดแม่นายเทพนิมิตร ไหว้พระขอพร ชมสถาปัตยกรรมที่กลมกลืนกับธรรมชาติอย่างลงตัว วัดตาดแม่นายเทพนิมิตรตั้งอยู่ที่หมู่ 4 บ้านโนนสามัคคี ตำบลโนนบุรี อำเภอสหัสขันธ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ ชาวบ้านเรียก “วัดตาดแม่นาย” เดิมบริเวณวัดเป็นเนินเขาเป็นวัดที่มีสิ่งปลูกสร้างที่มีลักษณะโดดเด่นทางสถาปัตยกรรมที่หลากหลาย เช่น จีน ไทย แขก ฝรั่ง มีการออกแบบสถาปัตยกรรม สิ่งปลูกสร้างต่างๆตามรูปแบบของธรรมชาติ คงความเป็นธรรมชาติไว้ เช่นทางเดินที่ใช้วิธีการวางแผ่นหินเรียงกัน การจัดสวนที่สวยงดงาม ติดต่อสอบถามเพิ่มเติม สำนักงานเทศบาลตำบลโนนบุรี เลขที่ 70 ถนนหน้าเมือง ตำบลโนนบุรี อำเภอสหัสขันธ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ 46140 โทรศัพท์ : 0-4387-1146โทรสาร : 0-4387-1566 หมายเลขฉุกเฉิน 0-4387-1329 E-mail : nonburee_radio@hotmail.com การเดินทาง รถยนต์ส่วนตัว วัดตาดแม่นายเทพนิมิตรอยู่ห่างจากตัวจังหวัด 33 กิโลเมตร ตามเส้นทางสาย 227 ถึงป้อมยามแล้วเลี้ยวซ้ายตรงไปตามเส้นทางประมาณ 1 กิโลเมตร แผนที่

อ่านต่อ

วนอุทยานภูพระ

วนอุทยานภูพระ ชมวิวสวยบนดอยผา เที่ยวชมถ้ำ เล่นน้ำตกรินคำ สักการะพระพุทธรูป วนอุทยานภูพระตั้งอยู่ที่ตำบลท่าคันโท อำเภอท่าคันโท จังหวัดกาฬสินธ์ วนอุทยานภูพระเดิมเป็นป่าภูพระที่มีพรรณไม้ขึ้นหนาแน่น มีสัตว์ป่า ลำธาร และทิวทัศน์ที่สวยงาม พื้นที่หลังเขาเป็นที่ราบประดิษฐานพระพุทธรูปหินเก่าแก่ วนอุทยานภูพระอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติดงมูล ลักษณะเด่นคือเป็นภูเขาตั้งตระหง่านอยู่ใกล้ชุมชน แหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจภายในวนอุทยาน ได้แก่ 1. ผาเสวย เป็นลานหินผากว้าง มีความลึกของหน้าผาประมาณ 150–200 เมตร เป็นจุดชมวิวทิวทัศน์ที่สวยงาม นักท่องเที่ยวนิยมขึ้นมาชมวิวที่จุดนี้มาก อีกทั้งเส้นทางเหมาะแก่การปั่นจักรยานเสือภูเขาเพราะเป็นเส้นทางลัดเลาะสันภูเขา ไม่สูงชันมาก 2. ถ้ำเสียมสับ เป็นถ้ำของหินผาที่มีลักษณะคล้ายเสียมที่ขุดลงหิน ซึ่งเมื่ออยู่หน้าปากถ้ำจะเห็นหินผาที่สูงสง่า อีกทั้งมีก้อนหินปฏิมากรรมธรรมชาติที่สวยอย่างน่าอัศจรรย์ 3. ถ้ำพระรอด เป็นถ้ำที่เกิดจากการแยกตัวของหินผา ภายในถ้ำมีทางเดินกว้างประมาณ 2 เมตร ระยะทางประมาณ 30 เมตร ในสมัยก่อนจะมีพระสงฆ์มาจำพรรษาและปฏิบัติธรรมเป็นประจำ 4. ผาหินแยก เป็นหน้าผาที่แยกตัวเป็นทางยาวประมาณ 20 เมตร ลึก 65 เมตร ซึ่งผาที่แยกตัวออกมาจะมีลักษณะเอนเอียงเป็นจุดที่สามารถชมทิวทัศน์ได้ 5. ถ้ำพระ เป็นถ้ำที่มีความลึกประมาณ 30 เมตร ปากถ้ำกว้าง 15 เมตร […]

อ่านต่อ

พิพิธภัณฑ์สิรินธร

พิพิธภัณฑ์สิรินธร เยือนถิ่นไดโนเสาร์เว่าอีสาน ศึกษาโครงกระดูกยักษ์ พิพิธภัณฑ์ตั้งอยู่ที่เชิงภูกุ้มข้าว อำเภอสหัสขันธ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ เดิมคือศูนย์วิจัยไดโนเสาร์ภูกุ้มข้าว ซึ่งดำเนินการมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2538 เพื่อเป็นสถานที่ปฏิบัติงานศึกษาวิจัย อนุรักษ์เก็บรวบรวมตัวอย่างอ้างอิงซากไดโนเสาร์และ สัตว์ร่วมสมัยและนำข้อมูลเหล่านี้ไปเผยแพร่แก่นักท่องเที่ยวในรูปแบบของพิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ ปัจจุบันมีนักท่องเที่ยวปีละกว่า 2 -3 00 , 000 คน พิพิธภัณฑ์นี้ได้มีจุดเริ่มต้นมาจาก การค้นพบซากไดโนเสาร์ที่ภูกุ้มข้าว ต.โนนบุรี อ.สหัสขันธ์ จ.กาฬสินธุ์  เมื่อปี พ.ศ. 2537  โดยพระครูวิจิตรสหัสคุณ (พระญาณวิศาลเถร  รองเจ้าคณะจังหวัดในปัจจุบัน) ต่อมาคณะสำรวจจากฝ่ายชีววิทยา กองธรณีวิทยา (ส่วนวิจัยซากดึกดำบรรพ์และพิพิธภัณฑ์ธรณีวิทยา ซึ่งเป็นสำนักธรณีวิทยาในปัจจุบัน) ได้มาขุดสำรวจจนถึงเดือนตุลาคม 2538 พบกระดูกไดโนเสาร์กินพืชมากกว่า 6 ตัว  มีกระดูกมากกว่า 630 ชิ้น ภายในเวลาเพียง 3 เดือน  ซึ่งซากไดโนเสาร์นั้นมีขนาดใหญ่มีน้ำหนักและมีจำนวนมาก  ทางฝ่ายโบราณชีววิทยา จึงได้จัดตั้งโครงการพัฒนาพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติภูกุ้มข้าวขึ้นนับแต่นั้นเป็นต้นมา ในเวลาต่อมาสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี  ทรงพระราชทานพระราชานุญาตให้ใช้ชื่อพิพิธภัณฑ์นี้ว่า “พิพิธภัณฑ์สิรินธร” ภายในพิพิธภัณฑ์สิรินธรมีการจัดแสดงทั้งหมด 8 โซน […]

อ่านต่อ

พุทธสถานภูปอ

พุทธสถานภูปอ ไหว้พระพุทธรูปโบราณ ชมทิวทัศน์เมืองกาฬสินธุ์จากบนภูปอ พุทธสถานภูปอ ตั้งอยู่ที่ตำบลภูปอ อำเภอเมืองกาฬสินธุ์ เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปโบราณปางไสยาสน์ ฝีมือช่างสมัยทวารวดี ตั้งอยู่บนหน้าผา 2 องค์ เป็นที่เคารพบูชาของชาวจังหวัดกาฬสินธุ์ องค์แรกประดิษฐานอยู่บนเชิงเขาทางขึ้น องค์ที่ 2 ประดิษฐานอยู่บนภูปอ พระพุทธไสยาสน์องค์ที่ 1 (ประดิษฐานอยู่บนเชิงเขาทางขึ้น)  สร้างขึ้นประมาณ พุทธศตวรรษที่ 12-14 ลักษณะศิลปกรรมสร้างตามศิลปกรรมแบบทวารวดี สกุลช่างอีสาน ความยาวของภาพสลัก 3.30 เมตร กว้าง 1.27 เมตร ภาพสลัก ณ ที่นี้มิได้สลักแต่รูปองค์พระลอย ๆ แต่สลักแผ่นพื้นหิน ให้เป็นรูปผ้าปูลาดรองพระองค์ และผ้า (หมอน)รองหนุนพระเศียรและรองพระบาททั้งคู่ รอบ ๆ พระวรกายและพระเศียรสลักเป็นรูปประภาวลีที่เส้นกรอบนอกของประภาวลีรอบพระเศียรสลักรูปดวงดอกไม้เป็นระยะ ทำให้ดูคล้าย เป็นรัศมีเพิ่มขึ้นองค์พระนอนตะแคงข้างขวาตามแบบสีหไสยาสน์ พระเศียรประทับบนพระหัตถ์และพระกรข้างขวา หันสู่ทิศเหนือพระพักตร์หันสู่ทิศตะวันตก พระพุทธไสยาสน์องค์ที่ 2 (ประดิษฐานอยู่บนภูปอ ) สร้างขึ้นประมาณพุทธศตวรรษที่ 18-19 ลักษณะศิลปกรรมสร้างตามศิลปกรรมแบบทวารวดี ผสมผสานกับพุทธศิลปะแบบสุโขทัย ความยาวของภาพสลักนับจากประภาวลีเหนือเศียรพระจนถึงขอบเตียงปลายพระบาท 5.20 เมตร ส่วนกว้างที่สุด […]

อ่านต่อ

พระธาตุยาคู

พระธาตุยาคู โบราณสถานที่สำคัญของจังหวัดกาฬสินธุ์ ตั้งอยู่ที่กลางทุ่งนา ทางทิศเหนือของบ้านเสนา ตำบลหนองแปน อำเภอกมลาไสย จังหวัดกาฬสินธุ์ เป็นหนึ่งในโบราณสถานที่พบในเขตเมืองฟ้าแดดสงยาง ซึ่งเป็นเมืองโบราณที่มีการขุดค้นพบหลักฐานทางโบราณคดีต่างๆ มากมาย พระธาตุยาคูเป็นเจดีย์ขนาดใหญ่ที่สุดในเมืองฟ้าแดดสงยางที่ยังมีสภาพสมบูรณ์ เป็นเจดีย์ทรงแปดเหลี่ยมก่อด้วยอิฐปรากฏการก่อสร้าง 3 สมัยด้วยกันคือ ส่วนฐานเป็นรูปสี่เหลี่ยมย่อมุม มีบันไดทางขึ้น 4 ทิศ มีปูนปั้นประดับสร้างในสมัยทวารวดี ถัดขึ้นมาเป็นฐานรูปแปดเหลี่ยมซึ่งสร้างซ้อนทับบนฐานเดิมเป็นรูปแบบเจดีย์ในสมัยอยุธยา ส่วนองค์ระฆังและส่วนยอดสร้างในสมัยรัตนโกสินทร์ องค์พระธาตุพบใบเสมาแกะสลักภาพนูนต่ำเรื่องพุทธประวัติ ชาวบ้านเชื่อกันว่าเป็นพระธาตุที่บรรจุอัฐิของพระเถระชั้นผู้ใหญ่ที่ชาวเมืองเคารพนับถือ จึงเรียกกันว่า พระธาตุยาคู (ญาคู ภาษาอีสาน หมายถึง พระสงฆ์ผู้ใหญ่ในวัด) และเนื่องด้วยเป็นสถานที่แห่งเดียวในเมืองฟ้าแดดสงยางที่ไม่ถูกทำลาย จึงนับเป็นโบราณสถานที่ยังคงสภาพค่อนข้างสมบูรณ์ ในประวัติศาสตร์ เมื่อเมืองเชียงโสมชนะสงคราม ได้ทำลายทุกสิ่งทุกอย่างในเมืองฟ้าแดดสงยาง แต่พระธาตุยาคูเป็นสถานที่แห่งเดียวในเมืองฟ้าแดดสงยางที่ไม่ถูกทำลายโดยเมืองเชียงโสม จึงนับเป็นโบราณสถานที่ยังคงสภาพค่อนข้างสมบูรณ์ ในเดือนพฤษภาคมของทุกปี ชาวบ้านจะจัดงานประเพณีบุญบั้งไฟ เพื่อเป็นการขอฝนและนำความร่มเย็นมาสู่หมู่บ้าน ช่วงเวลาที่เปิดให้เข้าชม ทุกวันวัน เวลา  8.00 – 16.30 น. ติดต่อสอบถามเพิ่มเติม สำนักงานจังหวัดกาฬสินธุ์ โทร. 043-811-620 ต่อ 41124 โทรสาร. 043-811-620 ต่อ 41166 E-mail :  kalasin@moi.go.th หรือ […]

อ่านต่อ