ขอนแก่น

วัดป่าแสงอรุณ

วัดป่าแสงอรุณ  เที่ยววัดสวย ดูสิมอีสาน กราบนมัสการหลวงปู่ขาว ตั้งอยู่ที่บ้านเลิงเปือย ตำบลพระลับ อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น ตำบลพระลับ ห่างจากศาลากลางจังหวัดขอนแก่นประมาณ 3 กิโลเมตร ปูชนียสถาน/ปูชนียวัตถุที่น่าสนใจภายในวัด อุโบสถ (สิมอีสานประยุกต์) เป็นสถาปัตยกรรมแบบอีสานตอนบนผสมผสานกับสถาปัตยกรรมส่วนกลาง เพื่อให้สวยโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว กว้าง 15 เมตร ยาว 34 เมตร สูงจากพื้นดินเดิม 60 เมตร เสา 52 ต้น หน้าต่าง 14 ช่อง ประตู 3 ช่อง หลังคามุงด้วยกระเบื้องเกล็ดปลาแบบโบราณ มีหอระฆัง 4 หอ ล้อมรอบด้วยกำแพงแก้วที่มั่นคงถาวรโดยตลอด สิมอีสาน ได้เน้นถึงรูปแบบ ทรวดทรง ความมั่นคงสามารถคุ้มแดดคุ้มฝน ตลอดจนความวิจิตรงดงามของภาพเขียนฝาผนังลายผ้าไหมมัดหมี่ ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของจังหวัดขอนแก่น เพื่อให้อนุชนรุ่นหลังได้ศึกษาเรียนรู้และอนุรักษ์สถาปัตยกรรมท้องถิ่น อันเป็นการปลูกฝังแนวความคิดสร้างสรรค์ที่ดีต่อไป อีกทั้งยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญ คู่บ้านคู่เมืองของจังหวัดขอนแก่นตลอดไป พระประธานประจำวัดมีชื่อว่า “หลวงปู่ขาว” เป็นพระพุทธรูปปางสะดุ้งมาร (ปางมารวิชัย) สมัยเชียงแสน ขนาดหน้าตักกว้าง […]

อ่านต่อ

วัดไชยศรี

วัดไชยศรี เที่ยววัดเก่า ชมโบสถ์ร้อยปี ดูฮูปแต้ม หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า วัดใต้ ตั้งอยู่หมู่ที่ 8 บ้านสาวะถี ตำบลสาวะถี อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น สังกัดคณะสงฆ์ มหานิกาย เป็นวัดเก่าแก่มีโบสถ์ (ชาวอีสานเรียกสิม) ที่ก่าแก่มาก อายุกว่าร้อยปีเศษ โดยสิมนี้เดิมหลังคามุงด้วยแผ่นไม้ (เรียกแป้นเกล็ด ทำด้วยไม้เป็นแผ่น ๆ คล้ายกระเบื้องในปัจจุบัน) และมีเอกลักษณ์ คือ หลังคามีปีกยื่นทั้งสองข้างแบบสถาปัตยกรรม อีสานดั้งเดิม แต่พอถึงปี พ.ศ. 2525 หลังคาได้ทรุดโทรมมาก หน้าฝนน้ำฝนรั่วลงภายในโบสถ์ ชาวบ้านจึงทำการรื้อและทำหลังคาใหม่ ด้วยความเข้าใจและความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ในสถาปัตยกรรมท้องถิ่นตน จึงทำหลังคา เป็นแบบสถาปัตยกรรมรัตนโกสินทร์ ซึ่งเป็นที่นิยมในสมัยนั้นมาก ส่วนฝาผนัง ทั้งด้านนอกและด้านใน ยังคงมีสภาพค่อนข้างสมบูรณ์ โดยเฉพาะภาพจิตรกรรมฝาผนัง (อีสานเรียก ฮูปแต้ม) ยังเห็นอย่าง เด่นชัดมาก แม้จะผ่านมากกว่าร้อยปีแล้วก็ตามที ประวัติความเป็นมา วัดไชยศรี มีเนื้อที่ทั้งสิ้นประมาณ 8 ไร่เศษ ตามหลักฐานทราบว่าตั้งวัดเมื่อประมาณ พ.ศ. 2408 ส่วนโบสถ์หรือสิมนี้ ตามคำบอกเล่าของคนเฒ่าคนแก่คงสร้างประมาณ ปีพ.ศ. […]

อ่านต่อ

เมืองโบราณโนนเมือง

เมืองโบราณโนนเมือง เดินชมพิพิธภัณฑ์กลางแจ้ง ค้นหาอดีตของเมืองโบราณ เมืองโบราณโนนเมือง ตั้งอยู่ในเขตบ้านนาโพธิ์ อำเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น อยู่บนฝั่งขวาของลำน้ำเซิน มีคูน้ำคันดินล้อมรอบ 2 ชั้น อยู่ห่างจากตัวตลาดชุมแพไปทางทิศใต้ประมาณ 2-3 กม. ปัจจุบันมีสภาพเป็นป่าโคกเต็งรัง หน้าแล้งจะดูแห้งโล่ง เพราะไม้ผลัดใบ ส่วนฤดูฝนจะเป็นป่ารก มีงูเหลือมและงูจงอางชุมมาก เดิมชาวบ้านจึงเรียกว่า “โคกโนนเมือง” เมืองโบราณโนนเมือง เป็นการพบร่องรอยทางโบราณคดี ยุคสมัยศิลปะทวารวดีที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งของจังหวัดขอนแก่น ซึ่งความจริงสำนักโบราณคดีและพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติที่ 9 ขอนแก่นได้จัดเป็นโบราณสถานที่สำคัญของขอนแก่นไว้นานแล้วแต่เพิ่งจะขุดค้นพบเป็นบางส่วนไปเมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2525 พบว่าใต้ดินลึกลงไปจากบริเวณโนนเมืองเป็นร่องรอยถิ่นฐานของสังคมประวัติศาสตร์สมัยหนึ่งในอดีตเมืองโบราณสมัยทวารวดีแห่งนี้ตั้งอยู่ในบริเวณที่เรียกว่า โนนเมือง เขตบ้านนาโพธิ์ อำเภอชุมแพ ห่างจากจังหวัดขอนแก่นประมาณ 80 กิโลเมตร เดิมทีชาวบ้านเล่าลือสืบต่อกันมาว่าบริเวณเนินดินกว้างที่เรียกว่าโนนเมืองนั้นเป็นเมืองเก่าเมืองโบราณจากการสำรวจของสำนักโบราณคดีและพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติที่ 9 ขอนแก่น พบในเสมาหินทรายศิลปะทวารวดี 3 ใบ ตั้งใกล้เคียงและบนผิวพื้นดินทั่วไปของเนินพบเศษภาชนะดินเผาเหล่านี้มีทั้งชนิดเขียนสีแดง ชนิดลายขูดขีด และลายเชือกทาบลักษณะของเนินเป็นเนินดินรูปไข่ พื้นที่ประมาณ 170 ไร่ มีคูเมือง 2 ชั้น ระยะห่างกันประมาณ 200 เมตรการขุดค้นของสำนักโบราณคดีและพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติที่ […]

อ่านต่อ

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติขอนแก่น

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติขอนแก่น ชมโบราณวัตถุล้ำค่า ศึกษานิทรรศการก่อนประวัติศาสตร์ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติขอนแก่น ตั้งอยู่ที่ถนนหลังศูนย์ราชการ ตำบลในเมือง จัดแสดงเรื่องราวท้องถิ่นอีสานเหนือ ในทางด้านภูมิศาสตร์ ประวัติศาสตร์ โบราณคดี วัฒนธรรมพื้นบ้านและชาติพันธุ์วิทยา เป็นพิพิธภัณฑ์ที่มีโบราณวัตถุล้ำค่าของภาคอีสานตอนบนหลายสมัย เช่น สมัยก่อนประวัติศาสตร์ สมัยทวารวดี หรือข้าวของเครื่องใช้จากภูมิปัญญาท้องถิ่นอีสาน ฯลฯ ทั้งหมดจัดแสดงโดยแบ่งเป็นยุคสมัยต่าง ๆ อย่างเป็นระบบ ในอาคารทรงไทยประยุกต์สองชั้น ซึ่งเชื่อมต่อกับอาคารจัดแสดงใบเสมากลางแจ้งและอาคารชั้นเดียว ด้านหลัง อาคารพิพิธภัณฑ์ มีสองชั้น โดยจัดแสดงดังนี้ ชั้นล่างด้านขวา แสดงนิทรรศการสมัยก่อนประวัติศาสตร์ ของภาคอีสานตอนบน บอกเล่าเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงของผิวโลก ตั้งแต่ 280 ล้านปีก่อน ผ่านยุคไดโนเสาร์ซึ่งมีการค้นพบฟอสซิลอายุ 160 ล้านปีที่ภูเวียง กระทั่งถึงมนุษย์ยุคก่อนประวัติศาสตร์ และจัดแสดงโบราณวัตถุที่น่าสนใจ เช่น เครื่องมือหินกะเทาะสมัยสังคม ล่าสัตว์อายุ 1 หมื่นปี ภาชนะดินเผาอายุ 5,600 ปี ขวานสำริดอายุ 4,000 ปี กำไลงาช้างอายุ 4,000 ปี เครื่องประดับทำจากเปลือกหอยทะเลอายุ 2,500 ปี ฯลฯ […]

อ่านต่อ

พิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ภูเวียง

พิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ภูเวียง ตื่นตาตื่นใจกับซากไดโนเสาร์และรอยเท้ายักษ์ พิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ภูเวียง เป็นพิพิธภัณฑ์ธรณีวิทยาแห่งหนึ่ง โดยเน้นที่การจัดแสดงเรื่องราวของซากดึกดำบรรพ์ สังกัดกรมทรัพยากรธรณี กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ตั้งอยู่บนพื้นที่สาธารณประโยชน์โคกสนามบินเนื้อที่ 100 ไร่ ในเขตพื้นที่ตำบลในเมือง อำเภอเวียงเก่า จังหวัดขอนแก่น ก่อสร้างด้วยเงินงบประมาณจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และอยู่ในความกำกับดูแลของกรมทรัพยากรธรณี เริ่มเปิดให้บริการนักท่องเที่ยวตั้งแต่ปี พ.ศ. 2544 ฟอสซิลไดโนเสาร์ชิ้นแรกของไทยพบที่อำเภอภูเวียง จังหวัดขอนแก่น ในปี 2519 โดยนายสุธรรม แย้มนิยม อดีตนักธรณีวิทยาของกรมทรัพยากรธรณี ขณะสำรวจแร่ยูเรเนียม ในหมวดหินเสาขัว ที่อุทยานแห่งชาติภูเวียง บริเวณห้วยประตูตีหมา กระดูกชิ้นนี้มีความกว้างยาวประมาณ 1 ฟุต จากการเปรียบเทียบพบว่ามีลักษณะใกล้เคียงกับไดโนเสาร์ซอโรพอด ซึ่งมีขนาดใหญ่ยาวประมาณ 15 เมตร และจากการตรวจสอบพบว่าเป็นส่วนปลายล่างสุดของกระดูกต้นขาของไดโนเสาร์จำพวกกินพืช การสำรวจไดโนเสาร์ที่ภูเวียงได้เริ่มต้นอย่างจริงจังในปี 2524 โดยนายเชิงชาย ไกรคง นักธรณีวิทยาจากกรมทรัพยากรธรณี ได้พาคณะสำรวจโบราณชีววิทยาไทย และฝรั่งเศสขึ้นไปสำรวจกระดูกไดโนเสาร์บริเวณยอดห้วยประตูตีหมา อำเภอภูเวียงคณะสำรวจพบกระดูกไดโนเสาร์ชนิดกินพืชขนาดใหญ่ รวมทั้งฟันจระเข้ กระดองเต่า ฟันและเกล็ดปลาโบราณ และจากการสำรวจในเวลาต่อมาได้พบกระดูกไดโนเสาร์อีกหลายชนิด ศูนย์ศึกษาวิจัยและพิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ภูเวียงจัดตั้งขึ้น โดยความร่วมมือของกรมทรัพยากรธรณี การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และจังหวัดขอนแก่น เพื่อเป็นแหล่งศึกษาค้นคว้าของนักวิชาการ สำหรับให้การศึกษาแก่เยาวชน และเป็นแหล่งท่องเที่ยวของจังหวัดขอนแก่น […]

อ่านต่อ

พระธาตุขามแก่น

พระธาตุขามแก่น ชมเจดีย์งามวัดเจติยภูมิ ไหว้พระธาตุคู่บ้านคู่เมืองขอนแก่น พระธาตุขามแก่นตั้งอยู่ที่วัดเจติยภูมิ บ้านขาม หมู่ที่ 1 ตำบลบ้านขาม อำเภอน้ำพอง จังหวัดขอนแก่น เป็นปูชนียสถานของจังหวัดขอนแก่น สร้างขึ้นประมาณต้นพุทธศตวรรษที่ 25 ลักษณะเป็นเจดีย์ยอดฉัตรทองคำสูง 19  เมตร  ฐานด้านทิศตะวันออกและตะวันตกกว้าง 10.90 เมตรเท่ากัน รอบองค์พระธาตุมีกำแพงแก้วล้อมรอบ ทั้ง 4 ด้าน สูง 1.20 เมตร กำแพงแก้วห่างจากองค์พระธาตุโดยเฉลี่ย 2.30 เมตร ทุกด้านมีประตูเข้าออก ด้านทิศเหนือ 2 ช่อง และทิศใต้ 2 ช่อง กว้างช่องละ 1 เมตร ประวัติพระธาตุขามแก่น ตามประวัติโดยย่อกล่าวว่าโมริยกษัตริย์เจ้าเมืองโมรีย์ซึ่งเป็นเมืองอยู่ในอาณาเขตของประเทศกัมพูชา มีความประสงค์ที่จะนำพระอังคารของพระพุทธเจ้าที่พระองค์ได้ไว้เมื่อครั้งพระพุทธเจ้าปรินิพพานใหม่ๆ มาบรรจุพระธาตุพนม จึงโปรดให้พระอรหันต์และพระเถระเจ้าคณะรวม 9 องค์นำขบวนอัญเชิญพระอังคารมาในครั้งนี้ เมื่อผ่านมาถึงดอนมะขามแห่งหนึ่งซึ่งมีต้นมะขามใหญ่ที่ตายแล้วเหลือแต่แก่น เนื่องจากเป็นเวลาพลบค่ำแล้วและบริเวณนี้ภูมิประเทศราบเรียบดีจึงหยุดคณะพักชั่วคราว รุ่งเช้าจึงเดินทางต่อไปถึงภูกำพร้าปรากฏว่าพระธาตุพนมได้สร้างเสร็จแล้ว จึงเดินทางกลับและตั้งใจว่าจะนำพระอังคารธาตุกลับไปประดิษฐานไว้ที่บ้านเมืองของตน แต่เมื่อเดินทางผ่านดอนมะขามอีกครั้งปรากฏว่าแก่นมะขามที่ตายแล้วนั้นกลับยืนต้นแตกกิ่งก้านผลิใบเขียวชอุ่มเป็นที่น่าอัศจรรย์ คณะอัญเชิญพระอังคารธาตุจึงพร้อมใจกันสร้างเจดีย์ครอบต้นมะขามนี้ พร้อมกับนำพระอังคารธาตุและพระพุทธรูปบรรจุไว้ในองค์พระธาตุและให้นามว่าพระธาตุขามแก่นมาจนทุกวันนี้ ส่วนพระอรหันต์ทั้ง ๙ เมื่อดับขันธ์ปรินิพพานไปแล้วชาวเมืองได้เอาพระอัฐิธาตุของพระองค์ใส่ไว้ในพระธาตุองค์เล็ก โดยเรียกพระธาตุองค์ใหญ่ว่า “ครูบาทั้งเก้าเจ้ามหาธาตุ” ส่วนพระธาตุองค์เล็กเรียกว่า […]

อ่านต่อ

ปราสาทเปือยน้อย

ปราสาทเปือยน้อย  ชมปราสาทหินโบราณ ศึกษาถาปัตยกรรมปาปวน ปราสาทเปือยน้อย หรือที่ชาวบ้านนิยมเรียกว่า “ พระธาตุกู่ทอง ” ตั้งอยู่ที่หมู่ที่ 1 ตำบลเปือยน้อย อำเภอเปือยน้อย จังหวัดขอนแก่น มีสภาพสมบูรณ์ที่สุดในแถบอิสานตอนบนเท่าที่เคยค้นพบมา สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในช่วงศตวรรษที่ 16 – 17 เพื่อใช้เป็นศาสนสถานประกอบพิธีกรรม ลักษณะด้านสถาปัตยกรรมประกอบด้วยกลุ่มอาคารโบราณ 4 หลัง ก่อด้วยศิลาแลง หินทรายและอิฐ โดยมีกำแพงแก้วเป็นรูปสี่เหลี่ยมพื้นผ้าล้อมรอบอีกชั้น ซึ่งภายในกำแพงแก้วยังมีบรรณาลัยหรือวิหารทางด้านทิศตะวันออกเฉียงใต้ สันนิษฐานกันว่าน่าจะเป็นที่เก็บพระคัมภีร์ ปราสาทเปือยน้อยนั้นเป็นศิลปะผสมระหว่างเขมรบาปวนและแบบนครวัดรวมกันเป็นปราสาทที่งดงามที่สุดแห่งหนึ่งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนกลาง  ผังการก่อสร้าง หมายถึง เขาพระสุเมรุอันเป็นแกนกลางของจักรวาล หมายถึงที่สิ่งสถิตย์ของเหล่าบรรดาทวยเทพทั้งหลาย หน้าบรรณขององค์ปรางประธานสลักเป็นรูปนาคราชมีลวดลายสวยงามสะดุดตา ทับหลังสลักเป็นรูปนารายณ์บรรทมสินธุ์ซึ่งยังอยู่ในสภาพที่สมบูรณ์เช่นเดียวกับตัวปราสาทคาดการณ์ว่าน่าจะมีอายุประมาณ 800 ปี ปราสาทแห่งนี้ยังคงลักษณะของศิลปะบาปวนอยู่มาก ทั้งรูปแบบทับหลังและหน้าบัน อย่างไรก็ดี การปรากฏหน้ากาลหันข้างคายนาคที่ปลายกรอบซุ้มนั้น กลับเป็นลักษณะของศิลปะคลังที่เก่ากว่าและยังคงตกทอดอยู่ในศิลปะบาปวนในประเทศไทยหลายแห่ง ส่วนลักษณะบางประการ เช่น การปรากฏขื่อปลอมหักตั้งได้ฉากที่ด้านล่างของหน้าบัน รวมถึงกาสรปรากฏนาคทรงกระบังหน้านั้น ย่อมแสดงให้เห็นอายุที่เคลื่อนคล้อยไปสู่สมัยนครวัดแล้ว ที่น่าสนใจก็คือ ปราสาทแห่งนี้อาจเป็นศาสนสถานในลัทธิไวษณพ นิกาย เนื่องจากทับหลังของปราสาทหลังกลางเป็นภาพนารายณ์บรรทมสินธุ์ นอกจากนี้ ยังปรากฏภาพเล่าเรืองในไวษณพนิกายบนทับหลังอีกหลายชิ้น ส่วนภาพเล่าเรื่องในไศวนิกาย คือภาพอุมามเหศวรนั้น ปรากฏอยู่ที่หน้าบันของบรรณาลัย ตัวปราสาทแห่งนี้สร้างด้วยอิฐ […]

อ่านต่อ

บึงแก่นนคร

บึงแก่นนคร กินลมชมวิว เด้นแอร์โรบิกสวนสุขภาพ พาครอบครัวปิกนิกสนามเด็กเล่น ยามเย็นดูพระอาทิตย์ตกดิน บึงแก่นนคร ตั้งอยู่ในเขตเทศบาลกลางเมืองขอนแก่น เป็นบึงขนาดใหญ่ มีเนื้อที่ 603 ไร่ ทางทิศเหนือของบึงแก่นนครเป็นที่ประดิษฐานอนุสาวรีย์ “เจ้าเพียเมืองแพน” ผู้ก่อตั้งเมืองขอนแก่น ที่นี่ยังเป็นสถานที่ที่นิยมมาพักผ่อนหย่อนใจ และทำกิจกรรมนันทนาการของชาวเมืองเพราะมีบรรยากาศสบายๆ มีถนนเลียบริมน้ำโดยรอบ ได้มีการปรับปรุงพื้นที่บริเวณรอบบึงให้เป็นสวนสุขภาพ ภายในสวนบริเวณรอบๆ มีภาพประติมากรรมรูปต่างๆ ทางเทศบาลได้ทำการปลูกต้นคูนและไม้ดัดไว้อีกมากมาย ทำให้ดูร่มรื่นสวยงาม ดูเพลินตาเพลินใจ นอกจากนี้ยังมีสนามเด็กเล่นและร้านอาหารเปิดบริการหลายประเภทอีกด้วย นั่งริมบึงด้านตะวันออก แล้วมองดูพระอาทิตย์ที่กำลังค่อยๆลับฟ้า มองเข้ามาในตัวเมืองจะเห็นอาคารต่างๆ รวมทั้งวัดมหาธาตุที่อยู่ริมบึง พร้อมให้อาหารปลาไปด้วย ก็เพลินก็ได้บรยากาศไปอีกแบบ ฝั่งซ้ายมือคือวิววัดหนองแวงพระอารามหลวง ศาลเจ้าแม่สองนาง อยู่ริมบึงแก่นนครด้านในสวนสาธารณะ ไม่ไกลจากวัดหนองแวงมากนัก สร้างเป็นเนินเล็กๆ สูงขึ้นไป มีเจ้าแม่สองนางหรือธิดาสองนาง เป็นที่เคารพของประชาชนทั่วไป ประวัติเจ้าแม่สองนาง เจ้าแม่สองนาง สองนางเป็นพระราชธิดาของพระเจ้าชัยเชษฐาธิราช กษัตริย์แห่งล้านช้าง (ประเทศลาว) ประสูติในราวพ.ศ. 2104-2105 ตรงกับ ค.ศ. 1561-1562 มีอายุน้อยกว่าพระเอกาทศรถประมาณ 3-4 ปี สองนางเมื่อมีอายุประมาณ 16-17 ชันษา เคยติดตามมากับกองทัพของพระเจ้าชัยเชษฐาธิราช เมื่อครั้งที่พระเจ้าชัยเขษฐาธิราชยกทัพมาท้ารบกับมหาธรรมราชา เพื่อท้าตีกันตัวต่อตัว (ไพร่ฟลไม่เกี่ยว) […]

อ่านต่อ

บางแสน 2 (เขื่อนอุบลรัตน์)

บางแสน 2 นั่งแพชมวิว เล่นน้ำทะเลสาปน้ำจืด ทานอาหารเลิศรส ปลาสดๆจากเขื่อน บางแสน 2 หรือ เขื่อนอุบลรัตน์ตั้งอยู่บริเวณปากเขื่อนอุบลรัตน์ อ.อุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น อยู่ห่างจากอำเภอเมืองไปประมาณ 53 กิโลเมตร ใช้เส้นทางเดียวกับทางไปเขื่อนอุบลรัตน์ บรรยากาศโดยรอบของชายหาดริมทะเลสาบน้ำจืดเหนือเขื่อนอุบลรัตน์ สวยสะดุดตาเมื่อพระอาทิตย์ฉายส่องลงมาในยามเย็นกระทบกับทิวเขาภูเก้า ที่ตั้งตระหง่านอยู่ด้านหลัง เสน่ห์ที่ทำให้ที่นี่กลายเป็นจุดสนใจก็เพราะเป็นชายหาดริมทะเลสาบน้ำจืดเหนือเขื่อนอุบลรัตน์ ที่มีวิวสวยๆให้ชม มีแพทอดตัวลงไปในน้ำให้นั่งเล่น นอนเล่นพักผ่อน ทานข้าว หย่อนเท้าลงน้ำใสๆเย็นๆ พร้อมทั้งอากาศอันเย็นสบายไม่ร้อนอบอ้าวเหมือนไปทะเล อีกทั้งที่นี้ยังเป็นแหล่งรวบรวมกิจกรรมทางน้ำมากมายเหมือนทะเลแถวภาคใต้ ไม่ว่าจะเป็นบริการให้เช่าจักรยานน้ำ, บานาน่าโบ๊ต, ห่วงยาง และการล่องแพชมวิวในเขื่อน หรือยากจะค้างคืนก็มีโฮมสเตย์และรีสอร์ทให้เลือกพักเยอะแยะ กิจกรรมที่น่าสนใจ บริการให้เช่าจักรยานน้ำ, บานาน่า โบ๊ต, ห่วงยาง นอกจากนี้ยังมีบริการอาหารเลิศรสที่ปรุงจากปลาภายในอ่างเก็บน้ำเขื่อนอุบลรัตน์ ได้แก่ ปลานิล, ปลาเนื้ออ่อน, ปลาช่อน ฯลฯ ช่วงเทศกาลสำคัญ หรือ วันหยุด มักจะมีนักท่องเที่ยวเดินทางไปชมธรรมชาติ และเล่นน้ำกันเป็นจำนวนมาก ช่วงเวลาที่น่าท่องเที่ยว หน้าร้อนน่าเที่ยวที่สุด แต่คนจะเยอะมาก โดยเฉพาะช่วงสงกรานต์ แต่ถ้าหน้าอื่นคนจะน้อย นั่งเล่นชิลๆได้ไม่ต้องแย่งโซนที่วิวสวยกัน หมายเหตุ ที่ต้องดูให้ดีคือร้านอาหารริมหาดที่มีให้เลือกกันหลากหลายร้าน ที่ต้องดูให้ดีก็เพราะราคาส่วนใหญ่เข้าขั้นแพง แต่ถ้าแพงแล้วมันอร่อยสมกับเงินที่จ่ายไปก็ไม่เป็นไร […]

อ่านต่อ

กู่ประภาชัย

กู่ประภาชัย  ชมกู่ศิลาแลง ไหว้หลวงพ่อกู่ ขอพรหินเงินล้าน กู่ประภาชัยหรือกู่บ้านนาคำน้อย ตั้งอยู่ที่บ้านนาคำน้อย ตำบลบัวใหญ่ อำเภอน้ำพอง อยู่บนถนนสายโคสี – น้ำพอง คือกลุ่มโบราณสถานที่มีลักษณะแผนผังเป็นอโรคยาศาลรือสถานพยาบาล สันนิษฐานว่าสร้างในสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 แห่งอาณาจักรเขมร ราวพุทธศตวรรษที่ 18 (พ.ศ. 1720-1780) กู่ประภาชัย ทั้งหมดสร้างด้วยศิลาแลง จะมีก็เฉพาะเสาประดับประตู และทับหลังเท่านั้นที่เป็นหินทราย ประกอบด้วยปรางค์ประธานรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสมีมุขยื่นทางด้านหน้า ด้านขวามือเยื้องไปข้างหน้าเป็นอาคารรูปสี่เหลี่ยมที่เรียกว่า บรรณาลัย อาคารทั้งสองล้อมรอบด้วยกำแพงแก้วโดยมี โคปุระหรือซุ้มประตูทางเข้าออกด้านหน้าหรือทางด้านทิศตะวันออกเพียงด้านเดียว นอกกำแพงที่มุมซ้ายมีสระน้ำ ทั้งหมดสร้างด้วยศิลาแลง โดยมีเสาประดับประตู ทับหลังเป็นหินทราย สิ่งที่น่าสนใจภายในกู่ประภาชัย 1. หลวงพ่อกู่ ที่ปรางค์กู่ประภาชัย เชื่อกันว่าศักดิ์สิทธิ์มาก ใครเอาหินจากกู่ไปก้อนหนึ่งก็ถึงแก่เป็นลม ชาวบ้านอัญเชิญหลวงพ่อท่านประดิษฐานในศาลาโถงด้านหน้าพิพิธภัณฑ์ชั่วคราว ให้ลูกหลานได้สักการะบูชา นักท่องเที่ยวมักพากันมากราบไหว้ บ้างก็มาบนบานไม่ให้ติดทหาร บ้างก็ขอให้สอบได้ ให้ได้งานทำ ฯลฯ พอถึงตอนแก้บนใครบนอะไรไว้ก็มาแก้ตามนั้น บ้างก็เอาบั้งไฟเก้าหาง ดอกเล็กๆ ซื้อได้จากตลาด มาจุด ทางวัดเองก็เตรียม ผ้าไตร 9 ผืน ไว้ให้เช่าแก้บนด้วย ที่สำคัญคือ จะไม่มีสุราเป็นของแก้บน […]

อ่านต่อ