มุกดาหาร

อุทยานแห่งชาติภูผาเทิบ

อุทยานแห่งชาติภูผาเทิบ ตั้งอยู่ที่ ต.นาสีนวน อ. เมืองมุกดาหาร จ. มุกดาหาร เป็นอุทยานแห่งชาติลำดับที่ 59 ของประเทศไทย มีเนื้อที่ 48.5 ตารางกิโลเมตร หรือ 30,312.5 ไร่ ครอบคลุมพื้นที่อำเภอเมืองมุกดาหารและอำเภอดอนตาล มีสภาพป่าที่สมบูรณ์ มีป่าเต็งรังบริเวณลานหินหรือภูเขาหิน และในฤดูฝนต่อฤดูหนาวจะเต็มไปด้วยไม้ดอกงดงามนานาชนิด ป่าเบญจพรรณบริเวณหุบเขา มีปรากฏการณ์และธรรมชาติที่สวยงาม หินมีลักษณะหรือรูปทรงแปลกๆ ถ้ำที่มีหลักฐานทางประวัติศาสตร์ น้ำตกและน้ำซับตลอดปี ตลอดจนมีสัตว์ป่านานาชนิด ลักษณะภูมิประเทศเป็นภูเขาหินทรายประกอบด้วยเทือกเขาน้อยใหญ่หลายลูกติดต่อกันแบบลูกคลื่นและเป็นส่วนปลายสุดของเทือกเขาภูพาน เทือกเขาเหล่านี้วางตัวในลักษณะแนวเหนือ-ใต้ขนานและห่างจากชายฝั่งแม่น้ำโขงประมาณ 4 กิโลเมตร ภายในอุทยานภูผาเทิบประกอบด้วยภูหมากยาง ภูมโน ภูโปร่ง ภูรัง ภูจอมนาง ภูหมากมี่ ภูผาเทิบ ภูนางหงส์ ภูถ้ำพระ ภูหลักเส และยอดเขาสูงสุดคือ ยอดภูจอมศรี มีความสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 170-420 เมตร สภาพป่าส่วนใหญ่เป็นป่าไม้เต็งรัง และป่าเบญจพรรณ และยังเป็นแหล่งกำเนิดของลำห้วยหลายสาย เช่น ห้วยตาเหลือก ห้วยสิงห์ ห้วยเรือ ห้วยมะเล ห้วยช้างชน เป็นต้น แถบบริเวณเชิงเขาเป็นป่าไผ่ขึ้นสลับเป็นแนว […]

อ่านต่อ

วัดสองคอน

วัดสองคอน หรือ สักการสถานพระมารดาแห่งมรณสักขีวัดสองคอน หรือในชื่อเดิมว่า วัดพระแม่ไถ่ทาส ตั้งอยู่ที่บ้านสองคอน ตำบลโป่งขาม อำเภอหว้านใหญ่ จังหวัดมุกดาหาร เป็นโบสถ์คริสต์นิกายโรมันคาธอลิก ที่สร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรสถานเทิดพระเกียรติบุญราศรีมรณสักขีทั้ง 7 ท่าน ที่ได้พลีชีพเพื่อยืนยันความเชื่อในองค์พระผู้เป็นเจ้า เมื่อครั้งเกิดกรณีพิพาทระหว่างไทยกับฝรั่งเศสในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 เนื่องจากในระยะนั้นผู้คนแถบชายแดนจะศรัทธาและนับถือศาสนาคริสต์กันเป็นจำนวนมาก วัดสองคอนแห่งนี้ยังได้ถูกคัดเลือกให้เป็นหนึ่ง ใน สถานที่Unseen Thailand II “สัมผัสจริงเมืองไทย”ในประเภท“มุมมองใหม่สิ่งศักดิ์สิทธิ์”รวมทั้งได้ชื่อว่าเป็นโบสถ์คริสต์นิกาย โรมันคาทอลิก ที่ได้ชื่อว่าสวยและใหญ่ที่สุดในอุษาคเนย์หรือเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อีกด้วย ประวัติความเป็นมา ในช่วงปลายปี พ.ศ. 2483 ได้เกิดกรณีพิพาทอินโดจีนขึ้นระหว่างประเทศไทยกับประเทศฝรั่งเศส คริสตจักรโรมันคาทอลิกในประเทศไทย ซึ่งขณะนั้นอยู่ในความดูแลของบาทหลวงชาวฝรั่งเศสคณะมิสซังต่างประเทศแห่งกรุงปารีส จึงถูกตั้งข้อรังเกียจไปด้วย การเบียดเบียนคริสต์ศาสนิกชนเกิดขึ้นหลายแห่งทั่วประเทศ รวมทั้งที่หมู่บ้านสองคอน จังหวัดนครพนม ซึ่งชาวบ้านทั้งหมดเป็นชาวคาทอลิก บาทหลวงปอล ฟีเก อธิการโบสถ์แม่พระไถ่ทาสซึ่งเป็นโบสถ์ประจำชุมชน ได้ถูกขับออกนอกประเทศ ครูสีฟอง อ่อนพิทักษ์ และซิสเตอร์อีก 2 คน คือ ซิสเตอร์พิลา ทิพย์สุข ซิสเตอร์คำบาง สีคำพอง จึงช่วยกันดูแลความเชื่อของชาวบ้านแทน การเบียดเบียนยังคงรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ มีซิสเตอร์ถูกข่มขืน รูปศักดิ์สิทธิ์ถูกเหยียดหยามทำลาย […]

อ่านต่อ

วัดศรีมงคลใต้

วัดศรีมงคลใต้ ตั้งอยู่ติดถนนสำราญชายโขงใกล้ด่านตรวจคนเข้าเมือง อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร หน้าวัดมีตลาดอินโดจีนเป็นแหล่งทำมาค้าขายของผู้คนสองฟากฝั่งแม่น้ำ ภายในอุโบสถประดิษฐานพระเจ้าองค์หลวง ซึ่งเป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองจังหวัดมุกดาหารมาตั้งแต่อดีต มีประชาชนเลื่อมใสศรัทธามานานนับหลายชั่วอายุคน จนเป็นที่รู้จักของพุทธศาสนิกชนชาวไทย สิ่งที่น่าสนใจภายในวัด พระเจ้าองค์หลวง เป็นพระประธานปางมารวิชัยหน้าตักกว้าง 2 เมตร 20 เซนติเมตร ความสูงจากฐาน 3 เมตร ส่วนพระพุทธรูปองค์เล็กนั้นกลับปาฏิหาริย์ไปอยู่ใต้ต้นโพธิ์ดังเดิม เป็นเช่นนี้อยู่หลายครั้งทางวัดจึงได้สร้างแท่นบูชาไว้ ต่อมาตลิ่งริมแม่น้ำทรุดตัวลงพระเหล็กก็ทรุดจมลงจนเห็นพระเมาลี ชาวบ้านจึงสร้างแท่นหินครอบพระเกศนั้นไว้ เรียกกันว่า พระหลุดเหล็ก ภายหลังได้ถูกน้ำเซาะหายไปเหลือแต่แท่นหินเท่านั้น บานแท่นหินตั้งอยู่ตรงทางขึ้นพระวิหารตามตำนานกล่าวว่า เมื่อ พ.ศ. 2310 เจ้ากินรีได้พาพรรคพวกอพยพจากฝั่งซ้ายแม่น้ำโขงข้ามมาตั้งเมืองใหม่ขึ้นทางฝั่งขวาแม่น้ำโขง ตรงปากห้วยมุก แล้วตั้งนามเมืองว่า เมืองมุกดาหาร วันหนึ่งขณะที่เจ้ากินรีคุมบ่าวไพร่ถากถางอยู่ใกล้ต้นตาลเจ็ดยอด ได้พบพระพุทธรูปสององค์ องค์ใหญ่เป็นพระพุทธรูปก่ออิฐถือปูน องค์เล็กเป็นพระพุทธรูปเหล็กอยู่ใต้ต้นโพธิ์ เจ้ากินรีจึงสร้างวัดขึ้นบริเวณนั้น และตั้งชื่อว่า วัดศรีมงคุณ (วัดศรีมงคลใต้ในปัจจุบัน) เพื่อเป็นมงคลแก่ชาวเมืองและเป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธรูปของทั้งสององค์ เมื่ออัญเชิญพระพุทธรูปทั้งสองไปไว้ในโบสถ์ รุ่งขึ้นเมื่อพระภิกษุประจำวัดเข้าไปสักการะ ก็ปรากฏว่าไม่พบพระพุทธรูปเหล็ก เมื่อค้นดูรอบๆ บริเวณวัด พบว่าพระพุทธรูปเหล็กไปประดิษฐานอยู่ใต้ต้นโพธิ์ตามเดิม และจมลงในดินเหลือแต่ยอดพระเมาลี เจ้ากินรีจึงสร้างแท่นสักการะบูชาไว้ ณ ที่นั้น และถวายนามว่า “พระหลุบเหล็ก” ส่วนพระพุทธรูปองค์ใหญ่ประดิษฐานอยู่วัดศรีมงคลใต้ เรียกนามว่า […]

อ่านต่อ

วัดศรีบุญเรือง

วัดศรีบุญเรือง ตั้งอยู่หมู่ที่ 3 บ้านศรีบุญเรือง ถนนสำราญชายโขง ต.ศรีบุญเรือง อ.เมือง จ.มุกดาหาร สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในยุคเดียวกับการสร้างบ้านแปลงเมือง ภายในวิหารประดิษฐานพระประธาน หลวงพ่อพระพุทธสิงห์สอง ไม่มีประวัติว่าสร้างขึ้นเมื่อใด แต่เล่ากันว่า เจ้ากินรี เจ้าเมืองมุกดาหาร อัญเชิญมาจากเวียงจันทน์ ราว 200 กว่าปีก่อน หลวงพ่อพระพุทธสิงห์สองแห่งวัดศรีบุญเรือง ปางมารวิชัย เนื้อสำริด ศิลปะสมัยเชียงแสน ชายสังฆาฏิยาว เส้นพระศกละเอียด รัศมีเปลวแบบลังกา สาธุชนชาวมุกดาหารและผู้คนสัญจรไปมามักจะกราบนมัสการขอพรเพื่อเป็นศิริมงคล ประวัติวัดศรีบุญเรือง วัดศรีบุญเรือง เป็นวัดที่ชาวบ้าน สร้างขึ้นมาในยุคเดียวกับการสร้างเมืองมุกดาหาร ( ประมาณ พ.ศ.2310 – 2317 ) เพื่อให้พระธุดงค์ออกจาริกแสวงบุญได้พักอาศัย ในสมัยนั้นพระสงฆ์มีจำนวนน้อย จึงไม่ค่อยจะมีผู้อยู่อาศัยเป็นประจำ วัดแห่งนี้จึงเป็นที่พักอาศัยของพระธุดงค์มาโดยตลอด แม้แต่ชื่อก็ยังไม่สามารถจะทราบได้ครั้งต่อมา ( ประมาณ พ.ศ. 2318 ) พระยาจันทร์ศรีอุปราชา ( เจ้ากินรี ) ซึ่งเป็นผู้สร้าง และเป็นเจ้าเมืองคานแรกของเมืองมุกดาหาร ได้ชักนำพวกเจ้านาย ข้าราชการ และชาวบ้านร่วมกันบูรณะวัด […]

อ่านต่อ

วัดมโนภิรมย์

วัดมโนภิรมย์ ตั้งอยู่ริมแม่น้ำโขง ในเขตตำบลชะโนด อ.หว้านใหญ่ จ.มุกดาหาร เป็นวัดเก่าแก่สร้างขึ้นโดยช่างจากนครเวียงจันทน์ ต่อมาในปี พ.ศ. 2447 เกิดไฟไหม้วัดเสียหายอย่างมาก และได้บูรณะปฏิสังขรณ์แล้วเสร็จเมื่อ พ.ศ. 2454 ที่วัดมีสถาปัตยกรรมที่น่าสนใจ เช่น วิหารสร้างแบบสถาปัตยกรรมล้านช้าง พระอุโบสถ ซุ้มประตูลายปูนปั้น หน้าบันเป็นไม้แกะสลักลายนูนต่ำ ภายในประดิษฐานพระพุทธเจ้าแปดองค์แกะสลักจากงาช้างสีดำ และพระองค์แสนซึ่งเป็นพระคู่บ้านคู่เมือง หน้าวัดยังมีหาดทรายที่งดงามเรียกว่าหาดมโนภิรมย์อีกด้วยค่ะ สิ่งที่น่าสนใจภายในวัด สิม สร้างขึ้นราว พ.ศ.2256 โดยฝีมือช่างชาวเวียงจันทน์ ลักษณะเป็นอาคารหลังคาคลุม แผนผังสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาด 5 ห้อง หันหน้าไปทางทิศตะวันออก ตัวอาคารก่ออิฐถือปูนรองรับด้วยฐานบัวลูกแก้วอกไก่ ด้านหน้าและหลังมีเสาทรงสี่เหลี่ยมทึบตัน 2 คู่ คู่ในก่อสูงขึ้นไปเพื่อรองรับเครื่องบน ส่วนคู่นอกอยู่ในระดับที่ต่ำกว่า หลังคาเครื่องไม้มุงกระเบื้อง กรอบหน้าบันประดับช่อฟ้า ใบระกา หางหงส์ ซึ่งแบ่งเป็น 2 จังหวะเสมือนว่ามีการทำหลังคาซ้อนชั้น ซึ่งที่จริงมีเพียงชั้นเดียว มีการประดับด้วยรวงผึ้งหรือโก่งคิ้ว รูปแบบวิหารคล้ายกับที่พบในศิลปะลาวสกุลช่างเวียงจันทน์ภายในประดิษฐานพระพุทธรูปปูนปั้นนาคปรกปางมารวิชัย นอกจากนี้ยังพบงานศิลปะญวน เช่น การทำช่องประตูที่เป็นวงโค้งแบบตะวันตกที่น่าจะรับผ่านจากญวน รวมทั้งการทำเสาสี่เหลี่ยมขนาดใหญ่ที่มีลายกลีบบัวขนาดใหญ่ด้วย โบสถ์ หลังชั้นเดียว หน้าจั่วแหลมชันและงอน ซุ้มประตูใหญ่หน้าบันแกะสลักลวดลายวิจิตรโดดเด่น หาดูได้ยาก […]

อ่านต่อ

วัดพุทธโธธัมมะธะโร(วัดภูด่านแต้)

วัดพุทธโธธัมมะธะโร หรือ วัดภูด่านแต้  ตั้งอยู่เลขที่ 133 หมู่ที่ 1 บ้านชัยมงคล ตำบลโชคชัย อำเภอนิคมคำสร้อย จังหวัดมุกดาหาร เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปขนาดใหญ่ปางปฐมเทศนา มีธรรมจักรเปล่งรัศมีอยู่ด้านบน สามารถมองเห็นได้แต่ไกล เพราะองค์พระพุทธรูปสร้างอยู่บนเนินเขาเล็กๆ บริเวณวัดเป็นหินดานธรรมชาติ จึงมีประชาชนจากที่ต่างๆ เข้าไปนมัสการและชมความงามของบริเวณวัดกันอยู่เสมอ ประวัตความเป็นมา วัดพุทโธธัมมธโร หรือตามที่ชาวบ้านเรียกกันว่าวัดภูดานแต้ แต่เดิมเป็นเพียงที่พักสำหรับพระธุดงค์กัมมัฎฐานสายหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต เพื่อเดินทางไปนมัสการพระธาตุพนมเป็นที่เปลี่ยวและสงัดจึงเหมาะแก่การทำความเพียร กาลต่อมาเมื่อประชาชนมีจำนวนมากขึ้น ได้ใช้เป็นที่ทำมาหากินและเลี้ยงสัตว์ในบางส่วน ประมาณปี พ.ศ. 2511 พระอาจารย์สมพงษ์ ขันติโก ได้ธุดงค์ผ่านเห็นเป็นที่เหมาะแก่การปฎิบัติธรรม กัมมัฎฐาน ทำบุญมีที่พึ่งทางใจ ท่านก็ได้อบรมธรรมแก่ประชาชน ในวันธรรมสวน ก็มีผู้เข้ารักษาศิลอุโบสถปฎิบัติธรรมพอเป็นที่พึ่งแก่ประชาชน กรอปกับที่ท่านรำลึก ถึงคุณของบูรพาจารย์พระอาจารย์สี ธัมมธโร เป็นนคนอิสานเมื่ออาจารย์ มรณภาพไม่มีโอกาสสที่จะตอบแทนคุณอาจารย์ได้จึงดำริที่จะพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนอีสานเป็นการตอบแทนคุณของท่านพ่อสี ในสระยะนั้นพื้นที่อำเภอนิคมคำสร้อย ยังขาดการคมนาคม การศึกษา การสาธารณสุขประชาชนเองก็รู้จักการประกอบอาชีพในแต่ละวสันทำไร่ไถนาจึงเป็นมูลเหตุ ให้ท่านสร้างวัดขึ้น เริ่มแรกก็เป็นเพสี่ยงที่พักสงฆ์มีเพสี่ยง ท่านกับโยมแม่ชี ประไพ บางโมรา ซึ่งเมื่อบวชแล้วก็ขอติดตามพระลูกชาย เริ่มมีการบวชกุลบุตรมากขึ้นเพื่ออบรมกัมมัฎฐานสายหลวงปู่มั่นภูริทัตโตทำใให้ที่พักสงฆ์และที่ปฎิบัติธรรมไม่มีเพี่ยวพอ ต้องสร้างเพิ่มขึ้น ส่วนตัวท่านเอง ได้พักที่ถ้ำสิงห์โต […]

อ่านต่อ

วัดพระศรีมหาโพธิ์

วัดพระศรีมหาโพธิ์ ไปดูสิมอิสาน ชมฮูปแต้มภายในวัดเก่าแก่และชมวิวแม่น้ำโขงกันค่ะ วัดพระศรีมหาโพธิ์ ตั้งอยู่ที่หมู่ที่ 1 ต.หว้านใหญ่ อ.หว้านใหญ่ จ.มุกดาหาร เป็นวัดเก่าแก่คู่บ้านคู่เมืองมานานนับ 100 ปี ตั้งอยู่กลางใจเมือง บริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขง สร้างขึ้นปี พ.ศ. 2467 ศิลปะผสมตะวันตก ไทย เวียดนาม ฝรั่งเศส ภายในโบสถ์มีจิตรกรรมฝาผนัง เป็นศูนย์รวมแห่งธรรมะ ของพุทธศาสนิกชนโดยทั่วไปของสองฝั่งโขง ทั้ง ไทย-ลาว และเป็นที่ยึดเหนี่ยว แสวงหาความผาสุขสืบทอดกันมา ตราบเท่าในปัจจุบัน บริเวณโดยรอบวัดศรีมหาโพธิ์ มองเห็นทิวทัศน์ที่สวยงามของแม่น้ำโขงซึ่งเป็นเส้นกั้นพรมแดนระหว่างประเทศไทย และ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ในฤดูแล้งน้ำโขงบริเวณอำเภอหว้านใหญ่แห้งขอดและจะเกิดเกาะแก่งเล็กน้อยขึ้นตามกลางลำแม่น้ำโขง ประชาชนทั้งสองฝั่งโขงทำไปทำการเกษตรตามเกาะแก่งนั้นเพราะ อุดมไปด้วยแร่ธาตุ ปุ๋ย ทำให้พืชผักเจริญเติบโตเร็วและสวยงาม นอกจากนี้ยังลำน้ำโขงยังเป็นแหล่งทำการประมงของชาวอำเภอหว้านใหญ่อีกด้วย วัดพระศรีมหาโพธิ์ ก่อนหน้านั้น ยังคงเป็นวัดเก่าแก่ ภายในอุโบสถ และศาลาการเปรียญ ยังมีภาพลายฝาผนัง มีความเด่นสง่า เป็นเอกลักษณ์ บ่งบอกถึงความเก่าแก่ยังพอให้เห็น ศิลปะวัฒนะธรรมโบราณให้เป็นสิ่งเล่าขานกล่าวกันมาจนถึงวันนี้ แต่กาลเวลาได้ผ่านไปนานนับ 100 ปี ในอดีตมาจนถึงทุกวันนี้ สิ่งปลูกสร้างในศาสนะสถาน ได้ผ่านพ้นไปตามกาลเวลาขาดการบูรณา การให้คงไว้ซึ่งอารยะธรรมโบราณที่ยังเหลือเพียงอีกน้อยนิด ให้คงอยู่ต่อไปอีก แม้ที่ผ่านมา […]

อ่านต่อ

วัดป่าวิเวกวัฒนาราม

วัดป่าวิเวกวัฒนาราม ตั้งอยู่ที่บ้านห้วยทราย หมู่ที่ 9 ตำบลคำชะอี อำเภอคำชะอี จังหวัดมุกดาหาร สังกัดคณะสงฆ์ธรรมยุต ที่ดินตั้งวัดมีเนื้อที่ 33 ไร่ วัดป่าวิเวกวัฒนาราม ก่อตั้งเมื่อ พ.ศ. 2478 เดิมชื่อ วัดหนองน่อง ตั้งอยู่บริเวณด้านทิศใต้ของหมู่บ้านห้วยทราย โดย หลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต เป็นหัวหน้าสำนักสงฆ์และมีพระปฏิบัติธรรม เช่น หลวงปู่เทสก์ เทสฺรังสี หลวงปู่ฝั้น อาจาโร เป็นต้น มาปฏิบัติธรรม วัดป่าวิเวกวัฒนาราม เป็นวัดที่ร่มรื่นด้วยป่าเบญจพรรณ ผู้มาบุกเบิกครั้งแรกคือ หลวงตามหาบัว ลักษณะเด่นของวัดคือ เจดีย์บู่ทอง ซึ่งภายในเป็นที่ประดิษฐาน ของพระบรมมสารีริกธาตุของพระพุทธเจ้า และพระธาตุของระสาวก ซึ่งมีพิธีสรงน้ำที่ยิ่งใหญ่ในวันมาฆบูชา และวันวิสาขบูชาของทุก ๆ ปี นอกจากนี้ เจ้าอาวาสรูปปัจจุบันคือ หลวงปู่จาม (พระพุทธทังกโร มหาบุญโญ) ก็เป็นที่เคารพนับถือของบุคคลที่อยู่ใกล้หรือไกล สิ่งที่น่าสนใจภายในวัด เจดีย์บู่ทองกิตติ เป็นเจดีย์สำคัญ ที่ตั้งอยู่ที่วัดป่าวิเวกวัฒนาราม บ้านห้วยทราย ตำบลคำชะอี อำเภอคำชะอี จังหวัดมุกดาหาร ตั้งอยู่ห่างจากตัวอำเภอคำชะอี […]

อ่านต่อ

วัดบรรพตคีรี(ภูจ้อก้อ)

วัดบรรพตคีรี (ภูจ้อก้อ) ตั้งอยู่หมู่ที่ 3 ตำบลหนองสูงใต้ อำเภอหนองสูง จังหวัดมุกดาหาร วัดบรรพคีรี ตั้งเมื่อ พ.ศ. 2475 ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อ พ.ศ. 2528 ผู้มาเยือนวัดนี้จะต้องขึ้นบันใด 260 ขั้น วัดนี้เคยเป็นที่พำนักของหลวงปู่หล้า เขมปัตโต พระเถราจารย์ สายวิปัสสนากรรมฐาน ภายหลังหลวงปู่หล้า ละสังขาร ได้มีการจัดสร้าง “เขมปัตตเจดีย์” บรรจุอัฐิ สร้างเสร็จเมื่อ พ.ศ.2542 เป็นเจดีย์ทรงระฆังคว่ำ ให้พุทธศาสนิกชนได้มากราบไหว้สักการะบูชา ปัจจุบันวัดบรรพตคีรี หรือวัดภูก้อจ้อ ถือได้ว่าเป็นศาสนสถานที่สำคัญของชาวมุกดาหารและชาวพุทธโดยทั่วไป ที่ใช้ในการประกอบศาสนกิจ และปฏิบัติธรรมถือศีลภาวนา ให้จิตใจผ่องแผ้วเกิดสมาธิ และปัญญาเพื่อการดับทุกข์ทั้งปวงตามแนวทางของสมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้า  สิ่งที่น่าสนใจภายในวัด เขมปัตตเจดีย์ เป็นเจดีย์ทรงระฆังคว่ำสูงกว่า 22 เมตร ที่ประดับด้วยกระเบื้องอย่างดีจากประเทศอิตาลี  มีรูปจำหลักดินเผาประดับด้านข้างของเจดีย์ ปูพื้นด้วยหินแกรนิต ชั้นล่างรอบเจดีย์จะเป็นลานกว้างสำหรับการฝึกปฏิบัติธรรม และเพื่อศาสนกิจต่างๆ และชั้นบนจัดเป็นพิพิธภัณฑ์ของหลวงปู่หล้า รวมทั้งประดิษฐานอัฐิและหุ่นขี้ผึ้งของท่านไว้ให้พุทธศาสนิกชนได้สักการะ ภายใน “เขมปัตตเจดีย์” ชั้นบนเป็นที่ประดิษฐานหุ่นขี้ผึ้งจำลององค์หลวงปู่ ตลอดทั้งพิพิธภัณฑ์ประวัติผลงานที่แสดงให้เห็นถึงวัตถุสิ่งของ เครื่องอัฐบริขาร ผลงานต้นฉบับงานเขียน หนังสือคำสอน เทปธรรมมะ […]

อ่านต่อ

วนอุทยานภูหมู

วนอุทยานภูหมู ไปรับลมหนาว ชมตะวันลับแสงกันค่ะ วนอุทยานภูหมูตั้งอยู่ที่อำเภอนิคมคำสร้อย จังหวัดมุกดาหาร สถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สวยงามยิ่งของจังหวัดมุกดาหารอีกแห่งหนึ่ง เป็นภูเขาเล็กๆ มีความสูง 353 เมตร เหนือระดับน้ำทะเล พื้นที่ราบบนยอดเขาประมาณ 4 ตารางกิโลเมตร หรือ 2,500 ไร่  เมื่อสมัยก่อนบริเวณนี้มีหมูป่าชุกชุมมาก ชาวบ้านจึงเรียกว่าภูหมู ในอดีตเป็นฐานมัพของทหาร อเมริกา เพราะภูหมูเป็นลักษณะภูมิศาสต์ รอบๆภูเป็นหน้าผาสูงชัน เป็นทำเลที่เหมาะในเชิงยุทธศาสตร์ บนสันเขาเป็นพื้นที่ราบปกคลุมไปด้วยป่าไม้นานาพันธุ์ที่สมบูรณ์ ทางขึ้นเป็นถนนราดยางที่เก่าแก่พอสมควรข้างทางสองข้างปกคลุมไปด้วยต้นไม้มากมายนอกจากนี้ยังมีน้ำตกที่สวยงาม จะมีน้ำเฉพาะหน้าฝนเท่านั้น ทางเดินไปน้ำตกลัดเลาะคดเคี้ยว เหมาะแก่การศึกษาพรรณไม้นานาชนิดทางลงน้ำตกเป็นหน้าผาที่สูงชัน ขึ้นงด้วยบันไดไม้อุทยานภูหมู เป็นขุดชมทิวทัศน์ที่สำคัญ และสวยงามแห่งหนึ่งของอำเภอนิคมคำสร้อยมองเห็นทั่งนา ไร่วสนของชาวบ้าน ไกลสุดลูกตาในช่างฟดูหนาว ลมจะพัดแรง และหนาวมาก จุดชมวิวบนวนอุทยานภูหมู จุดชมวิวที่ 1 อยู่ด้านตะวันออกของที่ทำการ ห่างจากลานจอดรถประมาณ 100 เมตร สามารถมองเห็นภูถ้ำเม่น ภูไม้ซาง ภูแผงม้า และอ่างเก็บน้ำ ห้วยขี้เหล็กได้อย่างชัดเจน จุดชมวิวที่ 2 อยู่ด้านทิศตะวันตก อยู่ห่างจากลานจอดรถประมาณ 400 เมตร สามารถมองเห็นถนนทางขึ้นภูหมู ภูน้อย ภูติ้ว ภูโล้น ภูกะล่อน วัดภูด่านแต้ และเทือกเขาภูพานสลับซับซ้อน จุดชมวิวที่ 3 อยู่บริเวณยอดเขาด้านทิศใต้ […]

อ่านต่อ