หนองคาย

อนุสาวรีย์ปราบฮ่อ

อนุสาวรีย์ปราบฮ่อ ตั้งอยู่ด้านหลังของสถานีตำรวจภูธร อำเภอเมืองหนองคาย เป็นอนุสาวรีย์แห่งเดียวในจังหวัดหนองคาย สร้างขึ้นเพื่อบรรจุอัฐิของเหล่าทหารที่เสียชีวิต ในการปราบฮ่อ หรือพวกจีนฮ่อที่ก่อการกบฎเพื่อล้มล้างราชวงศ์แมนจู เมื่อปีพุทธศักราช 2046 ซึ่งยกกองทัพมารุกรานมณฑลลาวพวน หนองคายเมื่อรัตนโกสินทร์ศักราช 105 ตรงกับปีพุทธศักราช 2429 โดยกรมหลวงประจักษ์ศิลปาคมมีรับสั่งให้จัดสร้างเป็นอนุสาวรีย์ขึ้น ลักษณะของอนุสาวรีย์ เป็นศิลปะประยุกต์แบบรูปทรงสี่เหลี่ยม ก่ออิฐถือปูน มีฐานเป็นรูปทรงสี่เหลี่ยมขนาดกว้าง 4 เมตร ส่วนสูง 10.10 เมตร ส่วนยอดเป็นรูปทรงกรวยเหลี่ยมปลายแหลม ประวัติความเป็นมาของอนุสาวรีย์ปราบฮ่อ เมื่อปีพุทธศักราช 2420 พระปทุมเทวาภิบาล (เคน) เป็นเจ้าเมืองหนองคาย ได้เกิดศึกฮ่อขึ้นโดยพวกฮ่อได้ยกกองทัพเข้าตีเมือง เวียงจันทน์ในประเทศลาว แล้วตั้งกองบัญชาการอยู่ที่เมืองเวียงจันทน์ และตระเตรียมเสบียงอาหารไว้เพื่อโจมตี เมืองรายทางต่างๆ เรื่อยมาจนถึงเมืองหนองคาย ซึ่งขณะนั้นพระปทุมเทวาภิบาล (เคน) เจ้าเมืองหนองคายไม่อยู่ ได้มอบให้ท้าวจันทร์ศรีสุราชรักษาเมืองแทน พอได้รับข่าวศึก ก็มิได้มีการตระเตรียมกองทัพไว้สู้ศึก ทำให้ราษฎรพากันอพยพครอบครัวหนีออกจากเมือง ทำให้พวกฮ่อยกกองทัพเข้าเมืองหนองคายส่วนท้าวจันทน์ศรีสุราชได้พาครอบครัวหนีไปอยู่บ้านสามพร้าว จังหวัดอุดรธานี และพระยา พิไสยสรเดช (หนู) เจ้าเมืองโพนพิสัยพร้อมด้วยกรมการเมืองก็พาราษฎรหนีออกจากเมืองไปเช่นเดียวกัน เมื่อพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่ ทรงทราบข่าวศึกฮ่อยกกองทัพเข้ามาตีเมืองหนองคาย จึงทรงมีพระบรมราชโองการ ให้พระยามหาอำมาตย์ซึ่งได้รับมอบหมายให้ไปปราบฮ่อที่เมืองอุบลราชธานีอยู่แล้ว ยกกองทัพเข้าเมืองหนองคายและสั่งให้จับ ท้าวจันทน์ศรีสุราช กับพระยาพิไสยสรเดชประหารชีวิตเสียทั้งคู่ จากนั้นพระยามหาอำมาตย์ […]

อ่านต่อ

หาดจอมมณี

หาดจอมมณี ตั้งอยู่ที่บ้านจอมมณี หมู่ที่ 1 ตำบลมีชัย ห่างจากเขตเทศบาลเมืองประมาณ 2 กม. เป็นส่วนหนึ่งของลำน้ำโขง หาดแห่งนี้จะมีความยาวประมาณ 200 เมตร และจะปรากฏให้เห็นตอนน้ำลดในฤดูแล้ง ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ – พฤษภาคมของทุกปี มีประชาชนนักท่องเที่ยวมาเล่นน้ำโขงกันจำนวนมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเทศกาลสงกรานต์ จะมีนักท่องเที่ยวในจังหวัดและจากบริเวณจังหวัดใกล้เคียงเดินทางไปท่องเที่ยวพักผ่อนเป็นจำนวนมาก หาดแห่งนี้ได้รับการเรียกขานว่าเป็น “พัทยาอีสาน” อีกทั้งทิวทัศน์ในบริเวณหาดทรายยังสามารถมองเห็นบริเวณสะพานมิตรภาพไทย-ลาว ได้อย่างชัดเจน ติดต่อสอบถาเมพิ่มเติม ตำรวจทางหลวง โทร. (042) 420093 ททท.สนง.ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เขต 5 จ.อุดรธานี (รับผิดชอบพื้นที่จ.หนองคายด้วย) โทร. (042) 325406-7 ประชาสัมพันธ์จังหวัด โทร. (042) 412110 ไปรษณีย์จังหวัด โทร. (042) 411521 สถานีขนส่งจังหวัด โทร. (042) 411612 สถานีตำรวจภูธร อ.เมือง โทร. (042) 411021, 411071 โรงพยาบาลเซกา โทร. […]

อ่านต่อ

ศาลาแก้วกู่

ศาลาแก้วกู่ ตั้งอยู่ที่ชุมชนสามัคคี ตำบลวัดธาตุ อำเภอเมือง จังหวัดหนองคาย สร้างโดยปรารถนาให้ที่แห่งนี้เป็น เมืองอมตะแก้วกู่มหานิพพาน หรือดินแดนแห่งการหลุดพ้นจากกิเลสทั้งปวง เชื่อว่า ทุกศาสนาผสมผสานกันได้  ในพื้นที่ 42 ไร่ มีรูปปั้นเทวาลัยทั้งเล็กใหญ่ ว่ากันว่ามีไม่น้อยกว่าหลักพัน ฐานของเทวรูปและรูปปั้นต่างๆ จะมีคำบรรยายจารึกไว้ซึ่งมีทั้งภาษาไทย ภาษาอีสาน และส่วนที่เรียกว่า “ปริศนาธรรม” บ้างคนนิยมมาเที่ยวชมที่นี่เหมือนมาเที่ยวชมภาพจำลองนรก-สวรรค์ และดินแดนรวมแห่งทุกศาสนา ทั้งนี้ทางสำนักยังคงมีแผนจะดำเนินการก่อสร้างไปอีกเรื่อยๆ ตามกาลเวลาและศรัทธา และตามคำสอนของปู่เหลือที่ว่าทุกศาสนาผสมผสานกันได้ และปรารถนาให้ที่แห่งนี้เป็น “เมืองอมตะแก้วกู่มหานิพพาน หรือดินแดนแห่งการหลุดพ้นจากกิเลสทั้งปวง” ศาลาแก้วกู่สร้างขึ้นโดย “ปู่บุญเหลือ สุรีรัตน์” หรือ “ปู่เหลือ” ( พ.ศ. 2476 – 2539 ) ซึ่งมีประวัติชีวิตโดยย่อ ดังนี้ นางคำปลิว สุรีรัตน์ (พี่สาวคนโตของปู่เหลือ) ชาวหนองคาย แต่งงานได้ระยะหนึ่ง ฝันว่ามีชีปะขาวนำ นาคมรกตมามอบให้ แต่บอกว่าอีก 7 เดือนค่อยไปรับมาเป็นของตน ต่อมาแม่ตั้งท้องลูกคนที่เจ็ด ในวัยสูงอายุและหมดประจำเดือนแล้ว และคลอดเมื่ออายุครรภ์ได้ 7 เดือน ทุกคนจึงเชื่อว่าเป็นไปตามนิมิตในฝันนางคำปลิวและสามี จึงรับน้องชายมาเลี้ยงเป็นบุตรบุญธรรม […]

อ่านต่อ

วัดอรัญบรรพต

วัดอรัญบรรพต ตั้งอยู่ที่ตำบลบ้านหม้อ อำเภอศรีเชียงใหม่ จ.หนองคาย เป็นทั้งพิพิธภัณฑ์และเจดีย์บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ก่อสร้างโดยการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยเพื่อถวายหลวงปู่เหรียญ วรลาโภ เกจิอาจารย์ที่มีศิษยานุศิษย์มากมาย มีชื่อเสียงด้านวิปัสสนา ปัจจุบันได้มรณภาพแล้วเมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2548 วัดแห่งนี้ก็มีหลวงปู่เหรียญ วรลาโภ เคยเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวประชาทั้งใกล้และไกล จวบจนท่านมรณภาพลง ก็มีการสร้างเสนาสนะต่างๆ มีความสวยงาม บริวเณวัดมีพื้นที่กว้างขวางมาก หากไม่มีป้ายชื่อวัดติดอยู่ตรงประตูหน้า ผู้คนที่ผ่านไปผ่านมาคงยากที่จะรู้ว่าพื้นที่ที่มีกำแพงล้อมรอบกว้างใหญ่ไพศาลคล้ายจะล้อมเนินเขาเล็กๆ เอาไว้ทั้งลูกนี้ คือวัดอรัญญบรรพต สิ่งที่น่าสนใจภายในวัด มณฑปหลวงปู่เหรียญ วรลาโภ เป็นมณฑปทรงจตุรมุขมีทางขึ้นลงรอบด้าน ทั้งหมดสร้างด้วยกระจกใสมองเห็นภายในได้ชัดเจน ซึ่งจะมีรูปเหมือนขณะยืนของหลวงปู่เหรียญอยู่ภายใน วิหารวรลาโภ ตั้งอยู่ด้านหน้าพระสุธรรมเจดีย์ ภายในก็มีรูปเหมือนหลวงปู่เหรียญในขณะนั่ง สามารถเข้าไปสักการะได้ พระสุธรรมเจดีย์วัดอรัญญบรรพต เจดีย์องค์ใหญ่ที่สร้างอย่างสวยงาม มีลานประทักษินหลายชั้น แต่ละชั้นไม่สูงมากนัก เดินเข้าไปได้ด้วยบันไดที่มีอยู่ด้านหน้าพระสุธรรมเจดีย์จนถึงลานจอดรถ สองข้างทางเดินมีสระบัวที่สวยงามเป็นจุดที่ทำให้หลายๆ คนเข้าไปเก็บภาพมุมสวยๆ เป็นที่ระลึก รอบๆ องค์เจดีย์มีสระบัวรอบด้าน ดูเหมือนกับเป็นเจดีย์ตั้งอยู่กลางน้ำ พระสุธรรมเจดีย์วัดอรัญญบรรพต เปรียบเสมือนพิพิธภัณฑ์หลวงปู่เหรียญ วรลาโภ ภายในพระสุธรรมเจดีย์มีพระพุทธรูปและรูปเหมือนหลวงปู่เหรียญ ที่อยู่ตรงกลางของเจดีย์ ผนังด้านในเป็นตู้กระจกล้อมรอบทุกด้าน แสดงเครื่องอัฐบริขาร หนังสือธรรมะ คำสั่งสอนของหลวงปู่เหรียญ วรลาโภ อีกทั้งยังมีตู้กระจกเก็บอัฐิธาตุของหลวงปู่เหรียญอีกด้วย พระเครื่องบูชาของหลวงปู่เหรียญ พระเครื่องบูชาที่หลวงปู่ได้สร้างไว้ให้ประชาชนได้บูชาเป็นสิริมงคล มีอยู่หลายรุ่นหลายเนื้อ โดยมีคำปรารภของหลวงปู่เหรียญ วรลาโภ กำกับไว้ในตู้ดังนี้ […]

อ่านต่อ

วัดหินหมากเป้ง

วัดหินหมากเป้ง ตั้งอยู่ที่บ้านไทยเจริญ หมู่ 4 ตำบลพระพุทธบาท อำเภอศรีเชียงใหม่ จังหวัดหนองคาย โดยหลวงปู่์เทสก์ เทสรังสี ได้ริเริ่มจัดตั้งให้เป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมของภิกษุสงฆ์ แม่ชี และผู้แสวงบุญทั้งหลาย บริเวณโดยรอบสะอาด เรียบร้อยและเงียบสงบ ร่มรื่นด้วยต้นไม้นานาพันธ์ มีพื้นที่ด้านหนึ่งติดกับลำน้ำโขงซึ่งมองเห็นทัศนียภาพสวยงาม หลังจากหลวงปู่์เทสก์ เทสรังสีท่านมรณภาพ ได้มีการก่อสร้างเจดีย์ เพื่อบรรจุอัฐิของท่าน ภายในมีรูปปั้นของอาจารย์เทสก์ พร้อมจัดแสดงเครื่องอัฐบริขารและชีวประวัติของท่านอีกด้วย  อีกทั้งวักนี้ยังได้รับการจัดตั้งให้เป็นวัดพัฒนาตัวอย่าง เมื่อปี พ.ศ. 2523 อีกด้วยค่ะ หินหมากเป้ง เป็นชื่อหินสามก้อนซึ่งตั้งเรียงรายกันอยู่ริมฝั่งโขงที่หน้าวัดนี้เอง อันมีรูปลักษณะคล้ายลูกตุ้มเครื่องชั่งทองคำสมัยเก่า คนพื้นนี้เขาเรียกว่า เต็งหรือเป้งยอย คำว่าหมากเป้งเป็นภาษาภาคนี้ ผลไม้หรืออะไรก็ตาม ถ้าเป็นลูกแล้วเขาเรียกหมากขึ้นหน้า เช่น หมากม่วง หมากพร้าว เป็นต้น สิ่งที่น่าสนใจภายในวัด เมรุหลวงปู่เทสก์ เทสรังสี เมรุนี้เริ่มก่อสร้างเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2538 เป็นสถานที่ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินมาพระราชทานเพลิงศพ พระราชนิโรธรังสีฯ (เทสก์ เทสรังสี) เมื่อวันที่ 8 […]

อ่านต่อ

วัดหลวงพิสัยเจติยาราม

วัดหลวงพิสัยเจติยาราม ตั้งอยู่หมู่ที่ 2 ตําบลวัดหลวง อําเภอโพนพิสัย จังหวัดหนองคาย เดิมชื่อ วัดหลวง สาเหตุที่เป็นเจติยาราม เพราะมีเจดีย์เก่าแก่ มีสิ่งของมีค่ามหาศาล ต่อมาได้สร้างเจดีย์ใหม่โดยครอบเจดีย์เก่า เพื่อป้องกันไม่ให้คนทำลาย วัดนี้เป็นวัดประจำอำเภอโพนพิสัย โดยเจ้าคณะอำเภอโพนพิสัย คือ พระครูพิสัยกิจจาทร เป็นเจ้าอาวาส วัดนี้มีสถาปัตยกรรมที่งดงาม มีจิตรกรรมฝาผนังที่เป็นพุทธประวัติ มีหลวงพ่อพระสุกประดิษฐานอยู่ มีพระพุทธรูปปางต่างๆที่สวยงามและภายในวัดจัดให้มีพิพิธภัณฑ์ไว้เป็นแหล่งเรียนรู้ด้วย ติดต่อสอบถามเพิ่มเติม ตำรวจทางหลวง โทร. (042) 420093 ททท.สนง.ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เขต 5 จ.อุดรธานี (รับผิดชอบพื้นที่จ.หนองคายด้วย) โทร. (042) 325406-7 ประชาสัมพันธ์จังหวัด โทร. (042) 412110 ไปรษณีย์จังหวัด โทร. (042) 411521 สถานีขนส่งจังหวัด โทร. (042) 411612 สถานีตำรวจภูธร อ.เมือง โทร. (042) 411021, 411071 โรงพยาบาลเซกา โทร. (042) 489099 […]

อ่านต่อ

วัดโพธิ์ชัย

วัดโพธิ์ชัย ตั้งอยู่เลขที่ 873 ถนนประจักษ์ศิลปาคม ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดหนองคาย เดิมชื่อ วัดผีผิว วัดนี้ใช้เป็นที่เผาผีหรือเผาศพ และมีผีดุ ต่อมาได้เปลี่ยนชื่อใหม่เป็นวัดโพธิ์ชัยในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ ปัจจุบันเป็นสถานที่ประดิษฐานหลวงพ่อพระใส ซึ่งเป็นพระพุทธรูปขัดสมาธิราบปางมารวิชัย สมัยเชียงแสน ชั้นหลัง หล่อด้วยทองสุก (ทองคำ ที่มีเนื้อทองคำบริสุทธิ์ ประมาณ 92 เปอร์เซนต์ สีทองคำจะมีสีเหลืองเข้ม เรียกว่า สีทองสุก) มีพระพุทธลักษณะงดงามมาก ขนาดหน้าตักกว้าง 2 คืบ 8 นิ้ว สูงจากเบื้องล่างพระชงฆ์ ถึงยอดพระเกศ 4 คืบ 1 นิ้ว มีห่วงกลมขนาด หัวแม่มือจำนวน 3 ห่วง ติดกับพระแท่นซึ่งหล่อติดกับองค์พระใส สำหรับผูกเชือกติดกับยานเวลาที่อัญเชิญลงมาแห่รอบเมืองให้ประชาชน ได้สรงน้ำในช่วงวันสงกรานต์ สิ่งที่น่าสนใจภายในวัด พระธาตุปิดถ้ำพญานาค เป็นที่เชื่อกันมานานว่าที่จังหวัดหนองคายเป็นจังหวัดหนึ่งที่มีถ้ำพญานาคลงไปถึงสะดือโขงและเป็นทางที่พญานาคใช้สัญจร สำหรับพระธาตุองค์นี้สร้างขึ้นมาเพื่อปิดปากถ้ำ ถ้ำพญานาคมีเรื่องเล่ากันมานานว่าหากมนุษย์เข้าไปจะไม่ได้กลับออกมาอีก อุโบสถวัดโพธิ์ชัย สถานที่ประดิษฐานหลวงพ่อพระใส พระพุทธรูปที่ชาวหนองคายและชาวพุทธทั่วประเทศไทยศรัทธา เมื่อเข้าประตูวัด (มาจากตลาดท่าเสด็จ) จะเห็นอุธบสถอยู่ทางขวามือ ก่อนที่จะถึงอุโบสถ […]

อ่านต่อ

วัดผาตากเสื้อ

วัดผาตากเสื้อ ที่นี่เป็นวัดที่ทุกคนน่าจะเข้าไปทำบุญและนอกจากได้บุญแล้วผลพลอยได้ก็คือวิวสวยมากๆ งานนี้ก็ได้ทำบุญด้วยและยังได้ชมวิวสวยๆของแม่น้ำโขงอีกด้วยขอบอกว่าคุ้มค่ามากๆค่ะ วัดผาตากเสื้อ ตั้งอยู่บนเทือกเขาภูพานน้อย เขตบ้านปากโสม ม.2 ต.ผาตั้ง อ.สังคม จ.หนองคาย สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 550 เมตร  เป็นวัดที่มีทิวทัศน์สวยงามมาก มองจากบนผาลงมามองเห็นความเป็นอยู่ของชาวไทยลาว ภายในวัดมีธรรมชาติที่สมบูรณ์สามารถเดินเลาะตามหน้าผาเพื่อชมธรรมชาติและทิวทัศน์ที่สวยงามได้ แม้วัดจะตั้งอยู่บนเขาสูงแต่ถนนหนทางสู่วัดก็ไม่ได้แย่จนเกินไป มีช่วงท้ายๆ ก่อนถึงวัดเท่านั้นที่เป็นทางดินลูกรัง แต่ถนนถูกอัดเรียบร้อย รถเก๋งก็สามารถขับรถมาเที่ยวได้ไม่ยาก เมื่อถึงลานจอดรถเดินขึ้นไปไม่ไกลก็จะพบ พระอุโบสถวัดผาตากเสื้อ แวะชมกันก่อนก็ได้เป็นพระอุโบสถแบบจตุรมุขมีทางขึ้นลง 3 ด้าน ภายในขนาดไม่กว้างมากบนเพดานมีภาพจิตรกรรมเรื่องราวพุทธประวัติให้ชม ส่วนองค์พระปรานเป็นพระพุทธรูปปางสมาธิ โดยมีพระพุทธรูปปางต่างๆ ตั้งอยู่ด้านข้างอีกหลายองค์ จากนั้นเดินไปทางศาลาการเปรียญด้านหลังอาคารหลังนี้จะเป็นหน้าผา และยังเป็นจุดชมวิวอันสวยงามขึ้นชื่อของวัด จากจุดชมวิวแห่งนี้มองออกไปจะเห็นแม่น้ำโขงช่วงที่โค้งมาจากทอศเหนือสู่ทิศใต้ โดยทางฝั่งซ้ายมือคืออำเภอสังคมฝั่งไทย ส่วนฝั่งชวามือเป็นแขวงเวียงจันทน์ของประเทศลาว โดยจากประเทศลาวจะเห็นแม่น้ำสายหนึ่งไหลออกมาบรรจบกับแม่น้ำโขงด้วย จุดชมวิวแห่งนี้สามารถมาเที่ยวชมได้ตลอดปี ช่วงแล้งน้ำระดับน้ำในแม่น้ำโขงจะลดลงเยอะจนเกิดเป็นดอน หรือสันทรายกลางแม่น้ำหลายแห่ง ส่วนฤดูฝนน้ำเยอะไม่เห็นดอนแต่ได้เห็นแม่น้ำโขงน้ำเต็มตลิ่ง สายหมอก และผืนป่าสีเขียวแทน สิ่งอำนวยความสะดวก/ที่พัก บริเวณวัดไม่มีที่พักให้บริการ ใกล้ๆ วัดมีเพียงร้านค้าของชาวบ้านให้บริการเท่านั้น ส่วนใหญ่จึงนิยมพักในตัวเมืองหนองคาย และขับรถมาเที่ยวชม ติดต่อสอบถามเพิ่มเติม นักท่องเที่ยวที่สนใจท่องเที่ยวชมวัดถ้ำศรีมงคล (ถ้ำเพียงดิน) และวัดผาตากเสื้อ สามารถติดต่อขอข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ องค์การบริหารส่วนตำบลผาตั้ง โทร. (042) 901 […]

อ่านต่อ

ฟาร์มจระเข้หนองคาย

ฟาร์มจระเข้หนองคาย ตั้งอยู่ที่หมู่บ้านสามัคคี อ.เมือง จ.หนองคาย อยู่ติดกับวัด(แขก) หรือ ศาลาแก้วกู่ อยู่ห่างจากตัวเมืองหนองคาย ประมาณ 3 กิโลเมตร โดยภายในฟาร์มจระเข้หนองคายนั้นมีการจัดแสดงนั่งหางจระเข้ นอนหลังจระเข้ อุ้มจระเข้ เอามือหยิบเงินจากปากจระเข้ เอาหัวเข้าปากจระเข้ เอามือล้วงกระเพาะอาหารจระเข้ และอีกโชว์อีกมากมายที่เรียกความตื่นเต้น หวาดเสียวให้แก่นักท่องเที่ยวได้ไม่น้อยเลยค่ะ ฟาร์มจระเข้ หนองคาย ถือเป็นฟาร์มจระเข้แห่งแรก และแห่งเดียวในภาคอีสาน ปัจจุบันเปิดให้นักท่องเที่ยวได้เข้าชมจระเข้ตัวเป็นๆ ทั้งวัยอนุบาล วัยหนุ่มสาว จนกระทั่งวัยพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ ชมโชว์สุดหวาดเสียวจากนักแสดงโชว์ทีมงานมืออาชีพ ที่ผ่านการแสดงมาแล้วทั่วฟ้าเมืองไทย สิ่งที่เรียกได้ว่า…เป็นจุดขายนอกจากความตื่นเต้น หวาดเสียวแล้ว คือ มุกตลกที่สอดรับกันระหว่างนักแสดง และผู้พากษ์ สำเนียงภาษากลาง ปนเปอีสาน และสำเนียงอื่นๆ ตามแต่กลุ่มเป้าหมายที่เข้าชมฯ ดึงดูดใจได้ดีตั้งแต่เริ่มซื้อบัตรเข้าชมเลยทีเดียวค่ะ อัตราค่าเข้าชม ราคาบัตรเข้าชม ผู้ใหญ่ 50 บาท เด็ก 30 บาท นักเรียน และนักศึกษาในเครื่องแบบครึ่งราคา ช่วงเวลาที่เปิดให้เข้าชม สามารถเข้าชมได้ทุกวันจันทร์-อาทิตยฺ ตั้งแต่เวลา 08.00 น. -17.00 น. รอบเวลาการแสดงโชว์  เวลา […]

อ่านต่อ

พระธาตุหนองคาย

พระธาตุหนองคาย ไปกราบพระธาตุศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองหนองคาย ที่ตั้งอยู่กลางลำน้ำโขงกันค่ะ พระธาตุหนองคาย หรือ พระธาตุกลางน้ำ เดิมชื่อพระธาตุหล้าหนอง เป็นพระธาตุที่หักพังอยู่กลางลำน้ำโขง เป็นที่ประดิษฐานพระบรมธาตุฝ่าพระบาทเก้าพระองค์ตามตำนานอุรังคธาตุ หรือตำนานพระธาตุพนม จากการสำรวจใต้น้ำของหน่วยโบราณคดีภาค 7 พบว่าองค์พระธาตุมีฐานกว้างด้านละ 17.2 เมตร ย่อมุมที่ฐาน และมีความสูงประมาณ 28.5 เมตร หักออกเป็น 3 ท่อน สันนิษฐานว่าน่าจะสร้างในราวพุทธศตวรรษที่ 20–22 เนื่องจากมีรูปร่างคล้ายพระธาตุบังพวน เดิมอยู่ในบ้านวัดธาตุ เขตเทศบาลเมืองหนองคายตามประวัติที่ค้นพบ พบว่าในปีมะเมีย เดือน 9 ขึ้น 9 ค่ำ พ.ศ.2390 ใกล้ค่ำพระธาตุหนองคายได้พังลงแม่น้ำโขง และตลิ่งอันเป็นที่ตั้งขององค์พระธาตุถูกน้ำเซาะพังลงจนมองเห็นองค์พระธาตุเกือบอยู่กึ่งกลางลำแม่น้ำโขง ในหนังสืออุรังคธาตุ หรือตำนานพระธาตุพนม ตอนหนึ่งได้กล่าวถึงการสร้างพระธาตุหล้าหนองว่า พระธาตุองค์นี้ สร้างโดยพระอรหันต์ 5 องค์ ประกอบด้วย พระมหารัตนเถระ, พระจุลรัตนเถระ, พระมหาสุวรรณปราสาทเถระ, พระจุลสุวรรณปราสาทเถระ และพระสังฆวิชัยเถระ ที่ล้วนเป็นศิษย์พระพุทธรักขิต พระธรรมรักขิต พระสังฆรักขิต พระอรหันต์ทั้ง 3 องค์ พระอรหันต์ทั้ง […]

อ่านต่อ