เชียงใหม่

วัดเจดีย์หลวงวรวิหาร

วัดเจดีย์หลวงวรวิหาร ตั้งอยู่บนถนนพระปกเกล้า ตำบลพระสิงห์ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ วัดนี้ตั้งอยู่ใจกลางเมืองเชียงใหม่พอดี ประดิษฐานเจดีย์ใหญ่ที่สุดในจังหวัดเชียงใหม่ สร้างขึ้นในรัชกาลพระเจ้าแสนเมืองมากษัตริย์องค์ที่ ๗ แห่งราชวงศ์มังราย (พ.ศ.๑๙๑๓-๑๙๕๔) ต่อมาพระยาติโลกราชโปรดให้ช่างขยายเจดีย์ให้สูงและกว้างกว่าเดิม แล้วเสร็จเมื่อ พ.ศ. ๒๐๒๔ และอัญเชิญพระแก้วมรกตมาประดิษฐานระหว่าง พ.ศ.๒๐๑๑-๒๐๙๑ นานถึง ๘๐ ปี ต่อมาในสมัยพระนางจิระประภา ได้เกิดแผ่นดินไหวเมื่อ พ.ศ. ๒๐๘๘ ทำให้ยอดเจดีย์หักโค่นลง ปัจจุบันเจดีย์มีความสูงคงเหลือ ๔๐.๘ เมตร ฐานกว้างด้านละ ๖๐ เมตร วิหารหลวงของวัดนี้เจ้าคุณอุบาลีคุณปรมาจารย์ (สิริจันทะเถระ) และเจ้าแก้วนวรัฐเป็นผู้สร้างขึ้นใน พ.ศ. ๒๔๗๑ หน้าประตูทางเข้าวิหาร มีบันไดนาคเลื้อยงดงามยิ่ง ใช้หางเกี่ยวกระหวัดขึ้นไปเป็นซุ้มประตูวิหาร นาคคู่นี้เป็นฝีมือเก่าแก่ที่มีมาตั้งแต่เดิมได้ชื่อว่าเป็นนาคที่สวยที่สุดของภาคเหนือ และในวัดเจีดย์หลวงนี้ยังมี เสาอินทขิล หรือ เสาหลักเมือง สร้างขึ้นเมื่อครั้งพ่อขุนเม็งรายมหาราชสร้างเมืองเชียงใหม่ เมื่อ พ.ศ. ๑๘๓๙ ประดิษฐานอยู่ในวิหารจตุรมุขทรงไทยหลังเล็ก ๆ เสาอินทขิลนี้สร้างด้วยไม้ซุงต้นใหญ่ ฝังอยู่ใต้ดิน ทุกปีในวันแรม ๑๒ ค่ำเดือน […]

อ่านต่อ

วนอุทยานน้ำตกบัวตอง น้ำพุเจ็ดสี

วนอุทยานน้ำตกบัวตอง น้ำพุเจ็ดสี  ตั้งอยู่ที่แยกกิโลเมตรที่ 42 สายเชียงใหม่–พร้าว หมู่ที่ 8 ตำบลแม่หอพระ อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าแม่แตง มีเนื้อที่ประมาณ 9,375 ไร่ กรมป่าไม้ได้ประกาศจัดตั้งพื้นที่ เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2537 มีอาณาเขตติดต่อ ทิศเหนือ จดป่าสงวนแห่งชาติป่าแม่แตง ทิศใต้ จดป่าขุนแม่กวงและป่าสันทราย ทิศตะวันออก จรดแนวเขตสวนป่าแม่หอพระ แปลงที่ 2518 (สวนป่าองค์การอุตสาหกรรมป่าไม้) ทิศตะวันตก จดป่าสันทรายป่าแม่แตง น้ำตกบัวตอง น้ำตกบัวตอง เป็นน้ำตกที่สวยงาม มีลักษณะพิเศษเป็นธารหินปูน มีความสูงประมาณ 100 เมตร มีความลาดชันประมาณ 50 องศา มีทั้งหมด 2 ชั้น นอกจากนี้ตลอดลำธารน้ำตกชึ่งจะไหลลงสู่ลำห้วยแม่ป๋อน จะมีความร่มรื่นและมีน้ำตกขนาดเล็กๆ สวยงาม น้ำพุเจ็ดสี เป็นบ่อน้ำพุเย็น มีขนาด 6 X 8 เมตร มีน้ำพุไหลพุ่งออกจากใต้ดินตลอดปี […]

อ่านต่อ

ม่อนแจ่ม

ม่อนแจ่ม ตั้งอยู่ในอำเภอแม่ริม ห่างจากตัวเมืองเชียงใหม่เพียงแค่ 40 นาทีเป็นส่วนหนึ่งของศูนย์พัฒนาโครงการหลวงหนองหอย ตั้งอยู่บริเวณหมู่บ้านม้ง หนองหอย อ.แม่ริม ม่อนแจ่ม มีอากาศเย็นสบายตลอดปี มีหมอกยามเช้า สามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์ โดยรอบ มองเห็นทิวเขาสลับกันไปไกลสุดลูกหูลูกตา อีกด้านก็จะเป็นไร่ปลูกพืชต่างๆของโครงการหลวง บนยอดม่อนแจ่มมีพื้นที่ ไม่มากนักสามารถเดินชมได้จนทั่วได้อย่างสบาย ม่อนแจ่ม”อยู่บนสันเขาบริเวณหมู่บ้านม้งหนองหอย เดิมที่บริเวณนี้ชาวบ้าน เรียกว่ากิ่วเสือเป็นป่ารกร้าง ต่อมาชาวบ้านเข้ามาแผ้วถางและปลูกผิ่น จนในท้ายที่สุดโครงการหลวงมาขอซื้อพื้นที่เข้า โครงการหลวงหนองหอย เมื่อเข้าเป็นส่วนหนึ่งของโครงการหลวง คุณแจ่ม-แจ่มจรัส สุชีวะ หลานของ ม.จ. ภีศเดช รัชนี ประธานมูลนิธิโครงการหลวงได้เข้ามาพัฒนาและปรับปรุงบริเวณม่อนแจ่มให้กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยว โดยเฉพาะในลักษณะ ของแค้มปิ้งรีสอร์ท บนม่อนแจ่ม สามารถชมได้ทั้งพระอาทิตย์ขึ้นและตก ด้านหนึ่งมองลงไปจะเห็นทิวทัศน์ทิวทัศน์ของ อ.แม่แตง และอ.แม่ริม เป็นอย่างดี ในวันที่ฟ้าเปิดเป็นใจมาก สามารถมองเห็นไกลถึงดอยหลวงเชียงดาวและขุนเขาเขตในจังหวัดเชียงรายเลยที เดียว แต่ที่พิเศษยิ่งกว่านั่นก็คือ ย่ำยามราตรีในคืนเดือนมืด เมื่อแหงนหน้ามองฟ้าที่นี่จะงดงามไปด้วยทะเลดาว เต็มฟาก ฟ้า ส่วนเมื่อก้ม มองลงไปยังเบื้องล่างจะเห็นแสงไฟที่ส่องสว่างจากทั้งสองอำเภอ สิ่งที่น่าสนใจซึ่งเป็นไฮไลต์ของการมาเที่ยวม่อนแจ่ม คือ การได้แคมปิ้ง ชมวิวสูดอากาศบริสุทธิ์ ชมแปลงพืชผักและ ผลไม้ […]

อ่านต่อ

ตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์

ตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์ ตั้งอยู่บนดอยบวกห้า ตำบลสุเทพ อำเภอเมือง ใช้เส้นทางเดียวกันกับพระธาตุดอยสุเทพ พระตำหนักฯอยู่เลยจากวัดพระธาตุดอยสุเทพ เป็นระยะทางประมาณ 4 กิโลเมตร พระตำหนักภูพิงค์ฯ เป็นพระตำหนักประทับในวโรกาสที่เสด็จแปรพระราชฐานมาประทับแรมที่จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อทรงเยี่ยมเยียนราษฎรในเขตภาคเหนือ และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ใช้เป็นที่รับรองพระราชอาคันตุกะที่เสด็จฯเยือนประเทศไทยซึ่งแต่เดิมจะประทับรับรองแต่ในพระนครหลวงเท่านั้น โดยทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ.2504 ในครั้งแรกได้ก่อสร้างเฉพาะองค์พระตำหนักที่ประทับและเรือนรับรองเท่านั้น ส่วนอาคารอื่นๆได้มีการก่อสร้างเพิ่มเติมต่อมาในภายหลัง ภายในพระตำหนักฯ มีสถานที่น่าชม ดังนี้ เรือนปีกไม้ พระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์ เรือนรับรอง พลับพลาผาหมอนและสวนเฟิร์น อ่างเก็บน้ำ พระตำหนักต่างๆ และหอพระ โดยระหว่างเส้นทางเยี่ยมชมจะผ่านสวนกุหลาบเป็นระยะ วันเวลาเปิดทำการ ทุกวัน เวลา 08.30 – 15.30 น. โดยปกติแล้วจะเปิดให้ประชาชนเข้าชมทุกวัน แต่ทั้งนี้จะงดการเข้าชมพระตำหนักฯ ระหว่างเสด็จแปรพระราชฐาน (ประมาณเดือนมกราคมถึงต้นเดือนมีนาคม) จำหน่ายบัตรทุกวัน เวลา 8.30-11.30 และ 13.00-15.30 น. ค่าเข้าชม คนไทย : ผู้ใหญ่ 20 บาท เด็ก 10 บาท […]

อ่านต่อ

โป่งเดือดป่าแป๋

โป่งเดือดป่าแป๋ อยู่ใน อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ ห่างจากตัวเมืองประมาณ 40 กิโลเมตร เป็นน้ำพุร้อนขนาดใหญ่ที่พุ่งขึ้นมาจากพื้นดิน ในอดีตน้ำพุร้อนแห่งนี้เคยพุ่งสูงถึง 5 เมตรเชียวครับ แต่ปัจจุบันสูงไม่เกิน 1 เมตร รอบๆ บริเวณซึ่งเป็นป่าทึบจะอบอวลไปด้วยกลิ่นกำมะถัน บริเวณโดยรอบสะอาด และจัดนิทรรศการได้น่าสนใจ น้ำพุเกิดจากปริมาณน้ำใต้ดินที่ส่วนใหญ่ได้จากน้ำฝนที่ซับสู่ใต้ดิน หากดินมีความพรุนมาก ความพรุนของดินนี้เกิดจากต้นไม้ ทางเข้าเส้นทางศึกษาธรรมชาติโป่งเดือด ห้ามน้ำไข่ และอาหารเข้าไปบริเวณน้ำพุร้อน คิดว่าคงต้องการรักษาความสะอาดของพื้นที่ ลักษณะทางเดินเป็นสะพานไม้ยาวไปตลอดทาง ประมาณ 800 เมตร ก็เห็นน้ำพุร้อนเดือดปุดๆ มีไอน้ำพวยพุ่งจากพื้นดิน และมีกลิ่นกำมะถันที่บริเวณน้ำพุร้อน ลองเดินเข้าไปใกล้ๆ อุณหภูมิค่อนข้างร้อนมากครับ เห็นน้ำเดือดปุดๆ จากพื้นดิน ส่วนที่พุ่งขึ้นก็ค่อนข้างแรงแต่สูงไม่ถึงเมตร จากแผ่นป้ายให้ความรู้ บอกกับเราว่าน้ำพุร้อนโป่งเดือดเคยพุ่งสูงถึง 5 เมตร แต่ปัจจุบันพุ่งสูงได้ไม่เกิน 1 เมตรเท่านั้น เนื่องจากปริมาณน้ำใต้ดินมีจำนวนที่ลดลง น้ำส่วนใหญ่นั้นได้มาจากน้ำฝน น้ำฝนจะซึมลงดิน หากดินตรงนั้นมีความพรุนมากก็จะเก็บน้ำได้มากขึ้น ความพรุนของดินจะมีมาก หากบริเวณนั้นมีต้นไม้ และพื้นดินไม่ถูกเหยียบย่ำ น้ำพุร้อนโป่งเดือด เป็นบ่อน้ำพุร้อนขนาดใหญ่แบบไกเซอร์ (Geyser) เกิดจากการที่น้ำใต้ผิวดินไหลผ่านทางช่องว่างที่มีความร้อนส่งผ่านขึ้นมาจากหินหลอมเหลวที่อยู่ลึกลงไปทำให้มีอุณหภูมิและแรงดันสูงมาก […]

อ่านต่อ

ปางช้างแม่สา

“ปางช้างแม่สา” ตั้งอยู่ที่อำเภอแม่ริม เส้นทางแม่ริม-สะเมิง กิโลเมตรที่ 10  มีการแสดงช้างและบริการนั่งช้าง นอกจากนั้นยังมีหลักสูตรอบรมควาญช้าง และบริการที่พักให้แก่นักท่องเที่ยวอีกด้วยตั้งอยู่ห่างจากตัวเมืองไม่มากนัก ใช้เวลาขับรถจากตัวเมืองมาถึงปางช้างภายในเวลาประมาณ 20 นาที โดยคุณสามารถสัมผัสได้กับธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ของสองข้างทางไปจนถึงปางช้างแม่สา จากประสบการณ์ที่มากกว่า 30 ปี และจำนวนช้างที่มีกว่า 70 เชือกที่อยู่ภายใต้การเลี้ยงดูอย่างดี  เป็นสิ่งที่ยืนยันได้ว่าปางช้างกำลังก้าวขึ้นเป็นผู้นำและเชี่ยวชาญในด้านการดูแลช้าง การสืบพันธุ์ช้าง รวมทั้งการส่งเสริมการท่องเที่ยวที่ยั่งยืน หากมองย้อนกลับไปเมื่อช่วงหลายทศวรรษที่แล้ว เราคงจะคุ้นเคยกับภาพของการใช้ช้างในงานอุตสาหกรรมป่าไม้ เป็นส่วนมากในเขตป่าของพื้นที่ภาคเหนือ แต่เนื่องด้วยการตระหนักถึงคุณค่าในความฉลาดและ ความสามารถที่มีมากของช้างแล้ว “คุณชูชาติ กัลมาพิจิตร” จึงได้ก่อตั้งปางช้างแม่สาขึ้นในพื้นที่ป่าอุดมสมบูรณ์ ที่อยู่ติดกับลำน้ำแม่สาในเขตหุบเขาแม่สาเมื่อปี พ.ศ. 2519 นับตั้งแต่นั้น คุณชูชาติได้ทำการซื้อช้างจากที่ต่างๆ  มาเพื่อทำการฝึกและพัฒนาทักษะต่างๆ โดยมีความมุ่งมั่นที่จะเผยแพร่ความสามารถของช้างเหล่านี้ให้แก่นักท่องเที่ยวผู้ที่หลงเสน่ห์ในความน่ารักของช้าง และหวังว่านักท่องเที่ยวที่มาเยือนจะเกิดความรักและตระหนักในคุณค่าของช้างไทย ปางช้างแม่สาเป็นปางช้างแห่งแรกในประเทศไทยที่ได้รับมาตรฐาน ISO 9001 version  2008 เนื่องจากมีความมุ่งมั่นที่จะนำเสนอปางช้างยุคใหม่ที่นักท่องเที่ยวสามารถสัมผัสได้ถึงการดูแลเอาใจใส่ ที่ดีต่อช้างทุกเชือกและมีความมั่นใจว่าช้างทุกเชือกอยู่อย่างอิ่มท้องและมีความสุข คุณชูชาติยังได้ก่อตั้งโครงการส่งเสริมสืบสานสายพันธุ์ช้างไทยขึ้นเพื่อเป็นการกระตุ้นการเพิ่มจำนวนประชากรช้างไทย และอนุรักษ์ช้างไทย โดยช้างที่มีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรงจะถูกคัดเลือกให้ทำการสืบพันธุ์เพื่อให้กำเนิดสมาชิกใหม่ ที่มีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรง ด้วยการเลี้ยงดูอย่างดีและเชี่ยวชาญนี้ คุณสามารถมั่นใจได้ว่าช้างทุกเชือกที่อยู่ภายใต้ การดูแลของเราจะมีสุขภาพกายและใจที่สมบูรณ์แข็งแรง ภายในบริเวณแม่สาช้างเนอสเซอรี่ ท่านจะได้ชมครอบครัวช้างไทยและบรรดาช้างน้อยทั้ง 14 เชือก ในโครงการส่งเสริมสืบสานสายพันธุ์ช้างไทย ท่านจะได้สัมผัสความน่ารักอย่างใกล้ชิด ปางช้างแม่สา ได้เปิดหอศิลปะปางช้าง (MAESA ELEPHANT ART EXHIBITHION HALL) ซึ่งจัดแสดงภาพวาดจากฝีมือช้างที่ได้รับการบันทึกสถิติโลกกินเนสส์ (GULNNESS WORLD RECORDS) […]

อ่านต่อ

สวนกล้วยไม้และฟาร์มผีเสื้อ

ตามเส้นทางสายแม่ริม-สะเมิงมีฟาร์มกล้วยไม้อยู่หลายแห่งที่เปิดให้นักท่อง เที่ยวเข้าชม ได้รวบรวมพันธุ์กล้วยไม้ที่แปลกและหาดูได้ยากไว้ด้วย อาทิ 1.สายน้ำผึ้งพิพิธภัณฑ์กล้วยไม้ไทย  ไปตามถนนสายแม่ริม – สะเมิง 2 กิโลเมตร เป็นสวนกล้วยไม้ที่ใหญ่ที่สุดในเชียงใหม่ มีฟาร์มผีเสื้อ แมวไทย และสัตว์อื่นๆ ให้ชมด้วย ค่าเข้าชมเด็ก 20 บาท ผู้ใหญ่ 40 บาท มีบริการอาหาร เครื่องดื่ม เปิดให้เข้าชมเวลา 08.00 – 17.00 น.สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่โทร. +66 5329 8771-2, +66 5329 7152 โทรสาร +66 5329 7892 2.แม่แรมออร์คิด เปิดให้เข้าชมเวลา 08.00 – 16.00 น. ค่าเข้าชม เด็ก 20 บาท ผู้ใหญ่ 40 บาท มีบริการอาหาร เครื่องดื่ม สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่โทร. +66 […]

อ่านต่อ

บ้านม้งดอยปุย

“บ้านม้งดอยปุย” เป็นหมู่บ้านที่ตั้งอยู่บนพื้นที่สูง 700 – 1,685 เมตร ที่ก่อตั้งมากว่า 50 ปี ก่อตั้งครั้งแรกเมื่อประมาณปีพ.ศ. 2489 หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ผ่านไปหนึ่งปี มีชาวม้งอพยพเข้ามาอยู่ก่อน เรียกชื่อหมู่บ้านว่า “หมู่บ้านปานขมุก” ต่อมาได้มีชาวม้งจำนวน 3 ครอบครัว คือนายชงหลื่อ แซ่ว่าง , นายไซหลื่อ แซ่ลี และนายจู้สืบ แซ่ว่าง เข้ามาทำไร่และตั้งบ้านเรือน และมีชาวม้งและชาวจีนฮ่อ นำโดยนายเลาป๊ะ แซ่ย่าง อพยพหนีการปราบปรามยาเสพติดจากบ้านป่าคา ต.แม่แรม อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ เข้ามาตั้งถิ่นฐานเพิ่มอีก 30 ครัวเรือน จึงทำให้หมู่บ้านใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ จนกลายมาเป็นหมู่บ้านที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวใกล้เมืองที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งของเมืองเชียงใหม่ในปัจจุบัน บริเวณหมู่บ้านจำหน่ายของที่ระลึกจำนวนมากซึ่งมีทั้งที่ผลิตภายในหมู่บ้าน และนำมาจากที่อื่นวางขายให้แก่นักท่องเที่ยว มีพิพิธภัณฑ์ม้ง สวนดอกไม้ซึ่งมีบริการถ่ายรูปแต่งชุดชาวเขา บริเวณรอบ ๆ หมู่บ้านมีทิวทัศน์ที่สวยงาม สามารถมองเห็นดอยอินทนนท์ได้ นักท่องเที่ยวสามารถไปเยี่ยมชมได้สะดวกเพราะอยู่ใกล้ตัวเมือง โดยใช้เวลาในการเดินทางจากตัวเมืองประมาณ 1 ชั่วโมงเท่านั้น ส่วนการเดินทาง หมู่บ้านนี้ตั้งอยู่บนดอยปุย ห่างจากพระตำหนักฯ […]

อ่านต่อ

น้ำตกวชิรธาร

น้ำตกวชิรธาร เป็นน้ำตกที่มีขนาดใหญ่ และมีน้ำไหลตกลงมาในปริมาณที่มาก เป็นน้ำตกที่มีความสวยงามมากที่สุดอีกแห่งหนึ่งของประเทศไทย น้ำตกวชิรธารอยู่ในเขตของอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ จังหวัดเชียงใหม่ น้ำตกวชิรธารเกิดจากลำห้วยแม่กลาง ที่มีต้นกำเนิดอยู่บนยอดดอยอินทนนท์ น้ำตกวชิรธารเป็นน้ำตกที่มีความสวยงามมีหน้าผาสูง ตัวน้ำตกมี 1 ชั้น น้ำเบื้องบนไหลลงสู่แอ่งน้ำเบื้องล่าง ด้วยความสูงของน้ำตกถึง 70 เมตร ละอองน้ำที่ซัดสาดกระเซ็นไปทั่วบริเวณ เมื่อต้องกับแสงอาทิตย์ทำให้เห็นรุ้งกินน้ำเกิดขึ้นที่น้ำตกวชิรธารแห่งนี้ ได้บ่อยครั้ง เป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติที่แปลกและสรรค์สร้างให้น้ำตกแห่งนี้มีความสวยงามมาก ขึ้นไปอีก บริเวณโดยรอบน้ำตกวชิรธารจะมีจุดชมความสวยงามของน้ำตก และเส้นทางเดินป่าศึกษาธรรมชาติ ที่ทางอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ได้ทำไว้ให้นักท่องเที่ยวได้เดินทางมายัง ตัวน้ำตกได้สะดวก น้ำตกวชิรธาร แต่เดิมมีชื่อว่า น้ำตกตาดฆ้องโยง ภายหลังได้มีการเปลี่ยนชื่อใหม่ตามพระนามาภิไธยของสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฎราชกุมาร ส่วนด้านตรงข้ามของน้ำตกวชิรธาร จะมีหน้าผาสูงชันมีชื่อว่า ผามอแก้ว หรืออีกชื่อหนึ่งที่คนท้องถิ่นนิยมเรียกว่า ผาแว่นแก้ว น้ำตกวชิรธารอยู่ในเขตของอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ โดยอยู่สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 750 เมตร เป็นน้ำตกที่ถือว่าเป็นแหล่งท่องเที่ยว hightlight ของดอยอินทนนท์ ที่นักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวไม่ควรที่จะพลาดการมาชมความงดงามของน้ำตก และเล่นน้ำตกที่นี่ น้ำตกวชิรธาร หมายเหตุ นักท่องเที่ยวท่านไหนที่ต้องการถ่ายภาพน้ำตกวชิรธาร ให้ระวังกล้องที่อาจจะเปียกละอองน้ำได้ง่าย โดยเฉพาะช่วงเวลาที่มีน้ำมาก ละอองจะฟุ้งกระจายโดยเฉพาะจุดชมด้านล่างของน้ำตกวชิรธาร ช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับการถ่ายภาพ  ช่วงเช้าเป็นช่วงแสงตกกระทบวชิรธาร ซึ่งมุมที่ชมน้ำตกจะเกิดสายรุ้งสวยงาม ไม่ควรมาเกินสิบเอ็ดโมงเช้า วันที่เปิดให้บริการ […]

อ่านต่อ

น้ำตกแม่ปาน

น้ำตกแม่ปาน ตั้งอยู่บริเวณเชิงดอยอินทนนท์ ห่างจากที่ว่าการอําเภอแม่แจม ระยะทางประมาณ 16 กิโลเมตร น้ำตกแม่ปานการเดินทางจากทางหลวงหมายเลข 1009 ตรงด่านตรวจกิโลเมตรที่ 38 ไปตามเส้นทางสายอินทนนท์-แม่แจ่ม(ทางหลวงหมายเลข 1192) ประมาณ 6 กิโลเมตร จะมีป้ายบอกทางไปน้ำตกแยกเข้าไปอีก 9 กิโลเมตร จะถึงที่จอดรถ ซึ่งทางอําเภอได้ทําป้ายไว้สําหรับอํานวยความสะดวกแก่นักทองเที่ยว จากนั้นจะต้องเดินทางไปตามทางเดินอีกประมาณ 10 นาทีจึงจะถึงตัวน้ำตกแม่ปาน น้ำตกแม่ป่าน นับว่าเป็นน้ำตกที่ยาวที่สุดของเชียงใหม่ก็ว่าได้ และมีความสวยงามตามธรรมชาติไปอีกแบบหนึ่ง น้ำจะตกลงมาจากหน้าผาซึ่งสูงกว่า 100 เมตร เป็นทางยาว ถ้ามองดูแต่ไกลจะเห็นสายน้ำยาวสีขาวตัดกับสีเขียวของต้นไม้ ทําให้ดูเด่นเป็นสง่า น้ำที่ตกลงมายังเบื้องล่างกระทบโขดหินแตกเป็นฟองกระจายไปทั่วบริเวณ เบื้องล่างมีแอ่งน้ำหลายแอ่งสําหรับผู้มาพักผ่อนได้ลงอาบเล่น บนเนินเล็กๆ ทางอําเภอทําศาลาพักร้อนไว้สําหรับนักท่องเที่ยวพักผ่อน และชมความงดงามของน้ำตกด้วย ฤดูการท่องเที่ยวน้ำตกแม่ปาน ทุกฤดู ช่วงที่เหมาะสมมากที่สุดคือ ฤดูหนาว การเดินทางไปน้ำตกแม่ปาน จากเชียงใหม่ใช้ทางหลวงหมายเลข 1009 (จอมทอง-ยอดดอย) ถึงกิโลเมตรที่ 38 มีทางแยกซ้ายมือตามทางหลวงหมายเลข 1192 (ดอยอินทนนท์-แม่แจ่ม) ระยะทาง 6.5 กิโลเมตร มีทางแยกขวาเข้าไปยังหน่วยพิทักษ์อุทยานฯ แม่แจ่มระยะทาง […]

อ่านต่อ