ลำพูน

น้ำตกก้อหลวง

น้ำตกก้อหลวง เป็นน้ำตกที่มีชื่อเสียงมากที่สุดของอุทธยานแห่งชาติแม่ปิง อุทยานแห่งชาติที่มีพื้นที่ครอบคลุมอำเภอดอยเต่า จังหวัดเชียงใหม่ อำเภอลี้ จังหวัดลำพูน และอำเภอสามเงา จังหวัดตาก โดยน้ำตกนั้นอยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติประมาณ 22 กิโลเมตร น้ำตกก้อหลวง เป็นน้ำตกหินปูนที่เกิดจากห้วยแม่ก้อไหลผ่านหน้าผาหินปูนสูงประมาณ 20 เมตร ไหลลดหลั่นกันลงมามีทั้งหมด 7 ชั้น และตกลงมายังแอ่งน้ำขนาดใหญ่สีเขียวเบื้องล่าง เนื่องจากบริเวณดังกล่าวมีหินปูนและมีน้ำไหลตลอดปี จึงทำให้บริเวณน้ำตกมีหินงอกหินย้อยมากมาย และมีความสวยงามตามธรรมชาติ บริเวณน้ำตกยังมีแอ่งน้ำขนาดใหญ่ที่สะอาดไม่มีสิ่งใดรบกวน ทำให้มีปลาชนิดต่างๆ อาศัยอยู่มากมาย ติดต่อสอบถามเพิ่มเติม ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว อุทยานแห่งชาติ แม่ปิง หมู่ 6 ต.แม่ลาน อ.ลี้ จ.ลำพูน 51110 โทรศัพท์ 053-518060 อุทยานแห่งชาติแม่ปิง โทรศัพท์. 053 – 818348 สำนักงานอุทยานแห่งชาติ กรมอุทยานแห่งชาติฯ โทรศัพท์ 02-5620760 การเดินทาง รถยนต์ส่วนตัว น้ำตกอยู่ห่างจากที่ทำการ 22 กิโลเมตร ใช้ทางหลวงหมายเลข 1087 มุ่งหน้าไปบ้านก้อ เลี้ยวซ้ายที่สี่แยกบ้านก้อทุ่ง […]

อ่านต่อ

อนุสาวรีย์พระนางจามเทวี

อนุสาวรีย์พระนางจามเทวี ตั้งอยู่ตำบลในเมือง จังหวัดลำพูน บริเวณสวนสาธารณะหนองดอกเทศบาลเมืองลำพูนร้างเพื่อเป็นอนุสรณ์แด่พระนางจามเทวี ซึ่งเป็นองค์ปฐมกษัตริย์แห่งนครหริภุญไชย พระนางจามเทวีเป็นปราชญ์ที่มีคุณธรรมมีความกล้าหาญและสามารถ เป็นผู้นำพระพุทธศาสนาเข้ามานครหริภุญชัย รวมถึงศิลปะวัฒนธรรมมาเผยแพร่จนมีความ เจริญรุ่งเรืองสืบมาจนถึงปัจจุบัน อนุสาวรีย์พระนางจามเทวีสร้างเสร็จและเปิดเมื่อวันที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2525 เป็นที่สักการบูชาของชาวลำพูนและนักท่องเที่ยว พระนางจามเทวี เป็นสตรีซึ่งปรากฏพระนามในเอกสารต่างๆ ซึ่งระบุว่าทรงเป็นปฐมกษัตริย์แห่งอาณาจักรหริภุญชัย อันเป็นอาณาจักรโบราณในภาคเหนือของประเทศไทยปัจจุบัน แผนที่

อ่านต่อ

วัดมหาวันวนาราม

วัดมหาวันวนาราม ถือว่าเป็นพระอารามหลวงในสมัยพระนางจามเทวี ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของเมืองลำพูน มีพื้นที่ติดกับด้านหลังที่ว่าการอำเภอหลังเดิม วัดมหาวันวนาราม มีเนื้อที่ทั้งหมด 5 ไร่ ห่างจากตัวเมืองลำพูนประมาณ 70 เมตร วัดมหาวันวนารามแห่งนี้เจริญรุ่งเรืองมาหลายชั่วกษัตริย์ และเลื่องชื่อลือชาในด้านพระเครื่อง นั่นก็คือพระรอด วัดมหาวันแห่งนี้นี่เอง จึงไม่น่าแปลกใจเลยว่าในแต่ละวันจะมีผู้คนมากมายต่างเดินทางเข้ามาบูชาพระรอดที่วัดมหาวันวนารามแห่งนี้กันอย่างล้นหลาม ทริปนี้หมูหิน.คอมก็อยากจะมาชมพระรอดและขอบูชาไว้สักองค์หนึ่งเพื่อความเป็นสิริมงคล วัดมหาวันวนาราม ตั้งอยู่ใกล้คูเมือง ด้านทิศตะวันตก ถ.จามเทวี ในเขตเมืองลำพูนวัดมหาวันวนารามสร้างขึ้นในสมัยพระนางจามเทวีครองนครหริภุญไชย พระนางจามเทวีนั้นเดิม อยู่ที่อาณาจักรละโว้ เมื่อฤาษีวาสุเทพสร้างหริภุญไชยขึ้น พระนางจามเทวีได้เสด็จมาปกครองเป็นปฐมกษัตริย์แห่งอาณาจักรหริภุญไชย เมื่อพระนางจามเทวีเสด็จมาหริภุญไชยนั้นได้พาไพร่พลที่มีความรู้สาขาต่างๆ พร้อมพระสงฆ์ ประมาณ 500 องค์มาด้วย รวมทั้งอัญเชิญพระพุทธรูปสำคัญอีก 2 องค์ คือ พระแก้วขาว (พระเสตังคมณี) และพระศิลาดำ (พระพุทธสิกขิ) เมื่อถึงนครหริภุญไชย พระนางจามเทวีโปรดให้สร้างวัดมหาวัน เพื่อให้เป็นที่จำพรรษาของพระสงฆ์และนำพระศิลามาประดิษฐานไว้ด้วย (ส่วนพระแก้วขาวนั้นพระเจ้าเม็งรายแห่งล้านนาได้อัญเชิญไปเป็นพระพุทธรูปประจำพระองค์ และประดิษฐานไว้ที่วัดเชียงมั่น ใน จ.เชียงใหม่ จนถึงปัจจุบัน) ต่อมานครหริภุญไชยเกิดสงครามกับขุนลัวะวิลังขะ พระฤาษีจึงใช้พระศิลาดำเป็นต้นแบบสร้างพระเครื่องแจกจ่ายชาวเมืองเพื่อใช้ออกศึก พระเครื่องส่วนที่เหลือบรรจุไว้ในเจดีย์ที่วัดมหาวัน ต่อมาในยุคหลัง เมื่อเจดีย์ที่บรรจุพระเครื่องส่วนที่เหลือนั้นได้ปรักหักพังลง ชาวบ้านจึงพบพระเครื่องที่เก็บไว้ต่างก็นำไปบูชาและพบกับอิทธิฤทธิ์ปาฏิหารย์ต่างๆ พระเครื่องเหล่านี้คือ พระรอดมหาวันที่โด่งดังนั่นเอง […]

อ่านต่อ

วัดพระพุทธบาทตากผ้า

วัดพระพุทธบาทตากผ้า เดิมเป็นวัดราษฎร์ ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อวันที่ ๒๕ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๑๖ และได้รับการยกฐานะเป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดสามัญ เมื่อวันที่ ๓๑ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๒๑ ตั้งอยู่ในเนื้อที่ประมาณ ๑๗๕ ไร่ ซึ่งเป็นเนินเขาเตี้ยๆ อยู่ใกล้ดอย (เขา) ๒ ลูกคือ ดอยช้างและดอยเครือ อยู่ห่างจากเมืองลำพูนประมาณ ๑๙ กิโลเมตร เป็นปูชนียสถานที่สำคัญแห่งหนึ่งของจังหวัดลำพูน หรือของภาคเหนือ สิ่งที่น่าสนใจภายในวัด คือ รอยพระพุทธบาทตากผ้าซึ่งถือว่าเป็นรอยพระพุทธบาทที่แตกต่างจากรอยพระพุทธบาททั่ว ๆ ไป ทั้งหมด คือเป็นรอยที่พระพุทธองค์ทรงตากผ้าจีวรไว้บนผาหินซึ่งปรากฏเป็นรอยตารางเหมือนผ้าจีวรของพระที่ใช้อยู่ในทุกวันนี้ จึงเป็นที่มาของชื่อวัดพระพุทธบาทตากผ้าซึ่งเป็นวัดที่มีความสำคัญของจังหวัดลำพูนอีกแห่งหนึ่ง นอกจากนั้นบนยอดเขาภายในวัดยังมีโบราณสถานที่ศักดิ์สิทธ์ก็คือองค์มหาเจดีย์สี่ครูบาอีกด้วย ปัจจุบัน วัดพระพุทธบาทตากผ้า เป็นศูนย์กลางที่สำคัญของการศึกษาพระปริยัติธรรม ทั้งแผนกนักธรรม และบาลี ของพระภิกษุสามเณรในภาคเหนือ นอกจากนี้แล้ว ทางวัดได้จัดให้มีการปฏิบัติธรรมควบคู่ไปกับการศึกษา ได้จัดตั้งสำนักวิปัสสนากรรมฐานขึ้น เพื่อเป็นที่ปฏิบัติธรรมสำหรับพระภิกษุสามเณร อุบาสก อุบาสิกา และผู้สนใจทั่วไป การเดินทาง รถยนต์ส่วนตัว ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข ๑๐๖ (สายลำพูน […]

อ่านต่อ

วัดพระธาตุดอยเวียง

วัดพระธาตุดอยเวียง ตั้งอยู่บ้านดอยเวียง หมู่ที่ 9 ตำบลบ้านธิ อำเภอบ้านธิ จังหวัดลำพูน[1] ห่างจากอำเภอบ้านธิ ประมาณ 7 กิโลเมตร บริเวณใกล้กับอ่างเก็บน้ำแม่ธิ มีเนื้อที่ประมาณ 15 ไร่ และบนดอยเป็นที่ประดิษฐานเจดีย์เก่าแก่ซึ่งมีพระสารีริกธาตุบรรจุอยู่ สันนิษฐานว่าสร้างเมื่อ พ.ศ. 1220 ในสมัยพระนางจามเทวี ตามตำนานจารึกในใบลานเล่าว่าขุนหลวงปาละวิจา มาตั้งเมืองที่นี่ซึ่งเป็นเมืองหน้าด่านและได้สร้างวัดไว้บนดอย ต่อมาถูกไฟป่าไหม้ลุกลาม ทำให้เหลือแต่เจดีย์และศาลาเล็ก ๆ หลังหนึ่ง วัดพระธาตุดอยเวียง เดิมชื่อว่า วัดดอยเวียง ต่อมาได้เปลี่ยนแปลงชื่อวัดเป็น “วัดพระธาตุดอยเวียง” ตามประกาศกระทรวงศึกษาธิการ ลงวันที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2538 สิ่งที่น่าสนใจภายในวัด 1. พระธาตุดอยเวียง เป็นเจดีย์ขนาดเล็ก สูงประมาณ 10 เมตร ฐานสี่เหลี่ยมจัตุรัส กว้างด้านละประมาณ 3 เมตร ก่ออิฐถือปูน ลักษณะคล้ายเจดีย์ทรงพม่า 2. พระพุทธรูปโบราณ องค์แรกเป็นพระพุทธรูปทองสัมฤทธิ์ ปางมารวิชัยหน้าตักกว้าง 29 […]

อ่านต่อ

วัดพระเจ้าตนหลวง

วัดพระเจ้าตนหลวง ตั้งอยู่หมู่ที่ 1 ตำบลศรีเตี้ย อำเภอบ้านโฮ่ง ริมทางหลวงหมายเลข 108 และเลี้ยวเข้าทางหลวงหมายเลข 1010 เข้าไปประมาณ 6 กิโลเมตรจะถึงตัววัด สร้างขึ้นเมื่อพ.ศ. 1909 วัดนี้เป็นวัดที่ประดิษฐานพระพุทธรูปโบราณขนาดหน้าตักกว้าง 7.5 เมตร สูงตั้งแต่ฐานถึงเมาลี 9.5 เมตร สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 1909 โดยพระเถระสิริราชวโส เพื่อหลีกเคราะห์กรรม และภัยพิบัติ จึงมีฉายานามว่า พระเจ้าหลีกเคราะห์ อีกชื่อหนึ่ง ประวัติพระเจ้าตนหลวง พระเจ้าตนหลวง เป็นพระพุทธรูปขนาดใหญ่ ขนาดหน้าตักกว้าง 7.50 เมตร สูงตั้งแต่ฐานจนถึงพระโมลี 9.50 เมตร ประวัติความเป็นมากล่าวว่า เมื่อ พ.ศ.1909 ปีมะเมีย มีพระเถระจากเมืองเชียงแสนเป็นผู้สร้างขึ้น จนบ้านเมืองเกิดศึกสงคราม บ้านแตกสาแหรกขาด วัดก็ได้รกร้างกลายเป็นป่า ขาดผู้ปฏิบัติรักษาจนถูกช้างป่าทำลาย พระเจ้าตนหลวงได้พังทลายลง คงเหลือพระพักตร์และพระวรกายบางส่วน กาลเวลาล่วงเลยมาจนถึง พ.ศ.2465 ครูบายาสมุทร วัดเหล่ายาว คิดบูรณะก่อสร้างขึ้น แต่ก็ได้มรณภาพลงเสียก่อน […]

อ่านต่อ

วัดพระธาตุหริภุญชัยวรมหาวิหาร

วัดพระธาตุหริภุญไชยวรมหาวิหาร เป็นปูชนียสถานสำคัญในภาคเหนือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่คู่เมืองลำพูนมาอย่างยาวนานตั้งอดีตนับเวลามากกว่าพันปี ตั้งอยู่ใจกลางเมืองลำพูน ห่างจากศาลากลางจังหวัดประมาณ 150 เมตร มีถนนล้อมรอบสี่ด้าน คือ ถนนอัฏฐารสทางทิศเหนือ ถนนชัยมงคลทางทิศใต้ ถนนรอบเมืองทาง ทิศตะวันออก นอกจากนั้นยังเป็นองค์พระธาตุประจำปีเกิดของคนเกิดปี ระกา อีกด้วย สิ่งที่น่าสนใจภายในวัด 1. พระบรมธาตุหริภุญไชย เป็นเจดีย์แบบล้านนาไทยแท้ๆ ที่ลงตัวสวยงาม ภายในบรรจุพระเกศบรมธาตุบรรจุในโกศทองคำ ประดิษฐานในพระเจดีย์ ประกอบด้วยฐานปัทม์ แบบฐานบัวลูกแก้ว ย่อเก็จ ต่อจากฐานบัวลูกแก้วเป็นฐานเขียงกลมสามชั้น ตั้งรับองค์ระฆังกลม บัลลังก์ย่อเหลี่ยม เจดีย์มีลักษณะใกล้เคียงกับ พระธาตุดอยสุเทพที่จังหวัดเชียงใหม่ สูง 25 วา 2 ศอก ฐานกว้าง 12 วา 2 ศอก 1 คืบ มีสัตติ- บัญชร (รั้วเหล็กและทองเหลือง) 2 ชั้น สำเภาทอง ประดิษฐานอยู่ประจำรั้วชั้นนอกทั้งทิศเหนือ และทิศใต้ มีซุ้มกุมภัณฑ์ และฉัตรประจำสี่มุม และหอคอยประจำทุกด้านรวม 4 หอ […]

อ่านต่อ

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติหริภุญไชย

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติหริภุญไชย ตั้งอยู่ถนนอินทยงยศเยื้องกับวัดพระธาตุหริภุญชัย เริ่มก่อตั้งเมื่อ พ.ศ. 2470 โดยพระยาราชกุลวิบูลย์ภักดีสมุหเทศาภิบาลมณฑลพายัพ ต่อมากรมศิลปากรได้ดำเนินการก่อสร้างอาคารแห่งใหม่เสร็จเมื่อ พ.ศ. 2517 และสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ เสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดอาคารเมื่อ พ.ศ. 2522 ภายในพิพิธภัณฑ์มีการจัดแสดงศิลปะโบราณวัตถุแบ่งเป็น 3 ห้องคือ 1. ห้องจัดแสดงใหญ่ เป็นห้องโถงยาวอยู่ชั้นบนของตัวอาคารมีการจัดแสดงวัตถุออกเป็น 3 สมัย คือสมัยก่อนหริภุญไชย สมัยหริภุญไชย และสมัยล้านนา ได้แก่ พระพุทธรูป เศียรพระพุทธรูป พระพิมพ์ และเทวดาเป็นต้น 2. ห้องจัดแสดงศิลปพื้นบ้าน และเครื่องไม้จำหลัก เป็นห้องจัดแสดงเล็กที่อยู่อาคารเล็กชั้นเดียวมีโถงเชื่อมจากชั้นบนของอาคารหลังใหญ่ วัตถุที่แสดงเป็นศิลปะสมัยล้านนา รัตนโกสินทร์ แสดงออกถึงภูมิปัญญาท้องถิ่น เช่น เครื่องใช้ในครัวเรือน เครื่องมือตีเหล็ก เครื่องมือทอผ้า เครื่องดนตรีพื้นบ้าน พานดอกไม้เชี่ยนหมาก เป็นต้น 3. ห้องศิลาจารึก เป็นห้องโถงเปิดโล่ง อยู่ชั้นล่างของตัวอาคาร จัดแสดงศิลาจารึก สมัยหริภุญไชย ราวพุทธศตวรรษที่ 17 และศิลาจารึก สมัยล้านนา อยู่ในพุทธศตวรรษที่ 20 […]

อ่านต่อ

พระมหาธาตุเจดีย์ศรีเวียงชัย

พระมหาธาตุเจดีย์ศรีเวียงชัย ตั้งอยู่ที่ หมู่ ๘ ตำบลนาทราย อำเภอลี้ จังหวัดลำพูน ใกล้วัดพระบาทห้วยต้ม ก่อนที่จะสร้างพระมหาเจดีย์หลวงปู่ครูบาชัยยะวงศาได้พบมูลโคขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าในสมัยที่ทรงมาใช้ชาติเป็นโคพระโพธิสัตว์ และมูลโคนี้ก็ได้กลายสภาพเป็นพระบรมธาตุจึงมีความตั้งใจที่จะสร้างพระมหาเจดีย์ธาตุครอบทับสถานที่แห่งนี้ไว้ ด้วยเกรงว่าต่อไปในภายหน้า หากไม่ทำอะไร สถานที่อันศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ก็คงจะมีชาวบ้านมาสร้างเรือนทับด้วยเพราะความไม่รู้ ที่มาแห่งนามพระมหาเจดีย์ศรีเวียงชัย สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปรินายกประทานนามพระมหาเจดีย์นี้ว่าพระมหาเจดีย์ศรีเวียงชัยพุทธเจดีย์พระเจ้าห้าพระองค์สิ่งสักการะแทนองค์พระศาสดาทั้งห้าของภัทรกัป แห่งแรกที่สร้างด้วยศิลาแลงทั้งองค์ที่ใหญ่ที่สุดใน ประเทศไทยประดิษฐาน ณ วัดหนองวัวเฒ่า หมู่ที่ ๙ บ้านหนองปู (ห้วยต้ม) ตำบลนาทราย เจตนาการสร้างเพื่อให้ประเทศไทยได้มีพุทธเจดีย์ที่เป็นเครื่องหมายแห่งการตรัสรู้โปรดเวไนยสัตว์ของพระพุทธเจ้าทั้ง ๕ พระองค์ ซึ่งได้แก่ ๑)พระพุทธเจ้ากกุสันธะ ๒)พระพุทธเจ้าโกนาคมนะ ๓)พระพุทธเจ้ากัสสปะ ๔)พระพุทธเจ้าโคตมะ (พระสมณโคดม)องค์ปัจจุบัน ๕)พระศรีอริยเมตไตรย์พระพุทธเจ้าที่จะมาตรัสรู้ในอนาคต  การเดินทาง รถยนต์ส่วนตัว ใช้ทางหลวงหมายเลข 106 แล้วแยกจากทางหลวงหมายเลข 106 บริเวณกิโลเมตรที่ 46 – 47 เข้าไปประมาณ 5 กิโลเมตร จะเป็นหมู่บ้านชาวกะเหรี่ยง สามารถสอบถามทางจากชาวบ้านได้เลย แผนที่

อ่านต่อ

ดอยขะม้อ บ่อน้ำทิพย์

ดอยขะม้อ บ่อน้ำทิพย์  เป็นบ่อน้ำเล็ก ๆ อยู่ในโพรงหิน กว้างประมาณ 3 ม. ลึกมาก มีเชือกโยงและบันไดเหล็กทอดลงไปเพื่อตักน้ำ ภายในบริเวณรั้วล้อมห้ามผู้หญิงเข้า เชื่อกันว่าจะทำให้น้ำแห้งเหือดไป นักท่องเที่ยวเข้ามาชมได้แต่แค่บริเวณปากบ่อน้ำทิพย์เท่านั้นไม่สามารถลงไปตักน้ำได้ แต่ทางสำนักปฏิบัติธรรมดอยขะม้อมีโครงการนำน้ำศักดิ์สิทธิ์จากยอดดอยมาเก็บไว้ในภาชนะที่ปากทางขึ้นเพื่อให้นักท่องเที่ยวได้บูชาเพื่อนเป็นสิริมงคล การขึ้นยอดดอยขะม้อค่อนข้างลำบาก ต้องเดินขึ้นบันไดอย่างช้า ๆ ถึง 1,749 ขั้น ใช้เวลาไม่น้อยกว่า 1-2 ชม. ตลอดทางมีศาลานั่งพักเป็นระยะ ๆ ทุก ๆ ประมาณ 500 ขั้น นอกจากบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์แล้ว บนยอดดอยขะม้อยังมีเจดีย์ขนาดเล็กหนึ่งองค์ และวิหาร มีพระพุทธรูปปูนปั้นหนึ่งองค์และรอยพระพุทธบาทจำลอง สร้างไว้ตั้งแต่ปี พ.ศ.2470 อยู่ในสภาพทรุดโทรม บนยอดดอยมีจุดชมวิวของเทือกเขาผีปันน้ำ และอ่างเก็บน้ำแม่ธิที่สวยงาม ภูมิทัศน์บริเวณดอยขะม้อเป็นภูเขาสูง ๆ ต่ำ ๆ และป่าผลัดใบในเขตป่าสงวนแห่งชาติแม่ธิ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเข้าไปชมบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์และพิสูจน์ด้วยการขึ้นบันได 1,749 ขั้น สูงกว่าบันไดขึ้นพระธาตุดอยสุเทพเกือบหกเท่า ทางราชการจังหวัดลำพูนได้นำเอาน้ำจากบ่อน้ำทิพย์นี้เข้าร่วม ในการพระราชพิธีบรมราชาภิเษกตั้งแต่รัชกาลที่ 6 เมื่อปีพุทธศักราช 2454 เป็นต้นมาจนถึงรัชกาลปัจจุบัน การพระราชพิธีบรมราชาภิเษกนั้นจะมีการพลีกรรมตักน้ำจากแม่น้ำ และแหล่งน้ำต่างๆ […]

อ่านต่อ