แพร่

อุทยานวรรณคดีลิลิตพระลอ

อุทยานลิลิตพระลอ ตั้งอยู่ที่เมืองสอง จังหวัดแพร่ ระหว่างทางจากแพร่ไปอำเภองาวจังหวัดลำปาง ก่อนผ่านไปพะเยา เชียงราย ระหว่างทางจะผ่านอำเภอสงบๆ เล็กๆ ชื่อว่าอำเภอสอง ที่อำเภอนี้มีความเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ และเรื่องราวของลิลิตพระลอ ในที่สุดปี พ.ศ. 2551 ได้มีการสร้างสถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่ขึ้นคืออุทยาลิลิตพระลอ มีอนุสาวรีย์พระลอ พระเพื่อน พระแพง ที่ยืนตายสามคน ลิลิตพระลอเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นระหว่าง 2 เมืองคือเมืองสรวงเจ้าครองเมืองชื่อว่าท้าวแมนสรวงและ พระนางบุญเหลือมีโอรสพระองค์หนึ่งรูปงามมาก นามว่า “พระลอ” ส่วนอีกเมืองหนี่งคือเมืองสรองเจ้าเมืองชื่อท้าวพิมพิสาคร โอรสชื่อ ท้าวพิชัยพิษณุกร ซึ่งมีธิดา 2 พระองค์จากชายาชื่อพระนางดาราวดีคือ“พระเพื่อน”และ“พระแพง” ในคราวหนึ่งท้าวแมนสรวงได้ยกทัพไปตีเมืองสรอง ท้าวพิมพิสาครสิ้นชีพ ท้าวพิชัยพิษณุกรนำพระศพเข้าเมืองและขึ้นครองเมืองสืบต่อจากพระบิดา โดยมีพระเพื่อนและพระแพงทำหน้าที่ปรนนิบัติเจ้ายู้เคยเป็นชายาท้าวพิมพิสาคร ส่วนทางเมืองสรวง ท้าวแมนสรวงได้ไปขอพระนางลักษณาวดีให้แก่พระลอเมื่อท้าวแมนสรวสิ้นพระชนม์พระลอก็ได้ครองราชย์สมบัติ สืบต่อมา ความงามของพระลอเลื่องลือไปทั่ว พระเพื่อน พระแพงได้ทราบข่าวเกิดการหลงรักขึ้นทันที มีอาการกินไม่ได้โศกเศร้าอยากเห็นหน้าพระลอให้ได้ จนนางรื่นนางโรยเกิดความสงสาร ติดต่อหมอผีทำเสน่ห์หลายคนแต่ไม่สำเร็จสุดท้ายไปให้ปู่เจ้าสมิงพรายช่วย ปู่เจ้าได้เล็งญาณแล้วทราบว่าบุคคลทั้ง 3 ต้องมาชดใช้กรรมกันในชาตินี้ จึงรับช่วยโดยการทำเสนห์ ครั้งแรกใช้ลูกลมลงอาคมติดเหนือยอดยางเจ็ดคนโอบไม่สำเร็จ ทำซ้ำโดยใช้ธงสามชายลงอาคมปักขึ้นยอดตะเตียนใหญ่ เก้าคนโอบเมืองสรวงได้หมอสิทธิชัยช่วยแก้ได้ก็ไม่สำเร็จอีก ครั้งสุดท้ายเสกหมากสลาเหิรให้พระลอหยิบขึ้นมาเคี้ยว ไม่สัมฤทธิ์ผล พระลอยกพลออกจากเมือง ข้ามแม่น้ำกาหลง พร้อมกับอธิษฐานจิตเสี่ยงน้ำปรากฏว่าน้ำไหลวน […]

อ่านต่อ

สวนหินมหาราช

สวนหินมหาราช ตั้งอยู่ในเขต อุทยานแห่งชาติดอยผากลอง  เป็นบริเวณที่มีหินโผล่ขึ้นมาจากพื้นดินตามธรรมชาติอย่างสลับซับซ้อนน่าอัศจรรย์ บ้างคล้ายจระเข้ ไดโนเสาร์ และสัตว์ดึกดำบรรพ์ มองแล้วทำให้เกิดจิตนาการเหมือนอยู่ในเทพนิยาย บางก้อนเป็นถ้ำเล็กๆ ลึกเข้าไปข้างใน หินก้อนใหญ่อยู่บนหินก้อนเล็ก ดูน่าหวาดเสียวคล้ายจะหล่นแต่ก็สามารถทานน้ำหนักได้ ประกอบกับบรรยากาศร่มรื่นเย็นสบาย การเดินทางสะดวกเพราะอยู่ติดกับทางหลวงจังหวัดหมายเลข 1023 ที่ กม. 25 จากจังหวัดแพร่-อำเภอลอง สิ่งอำนวยความสะดวก/ที่พัก อุทยานแห่งชาติดอยผากลอง ได้จัดสถานที่กางเต็นท์ไว้บริการนักท่องเที่ยว การเดินทาง รถยนต์ ออกจากจังหวัดแพร่ เดินทางโดยรถยนต์ตามถนนสายแพร่-อำเภอลอง (ทางหลวงจังหวัดหมายเลข 1023) เดินทางตามถนนสายนี้ระยะทาง 25 กิโลเมตร ก็จะถึงบริเวณสวนหินมหาราช ซึ่งเป็นที่ตั้งที่ทำการอุทยาน ฯ เป็นถนนลาดยางทั้งหมด เส้นทางนี้สามารถใช้ได้ตลอดปีและมีรถยนต์โดยสารประจำทางสายแพร่-อำเภอลองผ่าน ติดต่อสอบถามเพิ่มเติม อุทยานแห่งชาติดอยผากลอง จังหวัดแพร่ โทร. 054-501-145 แผนที่สวนหินมหาราช

อ่านต่อ

วัดสระบ่อแก้ว

วัดสระบ่อแก้ว ตั้งอยู่เลขที่ 38 ถนนน้ำคือ ตำบลในเวียง อำเภอเมือง จังหวัดแพร่ สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 เมื่อประมาณปี พ.ศ. 2419 นับถึงปัจจุบันครบ 134 ปี ถึงแม้จะเป็นวัดที่มีการก่อสร้างไม่นานนักแต่ก็มีความน่าสนใจคือเป็นวัดที่มีศิลปะการก่อสร้างแบบพม่าสร้างขึ้นเพื่อปฏิบัติกิจทางศาสนา ประวัติความเป็นมา มีชนชาวพม่า 3 เผ่าคือ เผ่าพม่า เผ้าต่อสู้และเผ่าไทยใหญ่หรือเงี้ยวที่เข้ามาพึ่งพระบรมโพธิสมภาร เพื่อค้าขายเป็นลูกจ้างของบริษัทอีสเอเชียติค ซึ่งบริษัทอังกฤษที่ได้เข้ามารับการสัมปทานทำไม้และขุดพลอยที่ตำบลบ่อแก้ว ต่อมาได้ภรรยาเป็นคนไทย ต่างก็นับถือศาสนาพุทธเช่นเดียวกับคนไทยในจังหวัดแพร่ แต่มีพิธีกรรมต่างๆที่แตกต่างไปจากชาวไทยทำให้มีอุปสรรคทั้งการใช้ภาษาขนบธรรมเนียม ประเพณี วัฒนธรรมในการบำเพ็ญกุศล ตลอดจนถึงทำนองในการสวดมนต์ไหว้พระแม้แต่ภาษาบาลีก็ไม่เหมือนกับพระสงฆ์ไทย ชาวพม่าจึงได้ร่วมใจกันสร้างวัดของแต่ละกลุ่มชนขึ้นเพื่อเป็นที่ทำบุญบำเพ็ญกุศลของตนขึ้นดังนี้ 1.วัดจองเหนือ (วัดจอมสวรรค์)สร้างประมาณ พ.ศ. 2542 2.วัดจองกลาง (วัดสระบ่อแก้ว) สร้างขึ้นประมาณ พ.ศ. 2419 3.วัดจองใต้ (วัดต้นธง) สร้างขึ้นเมื่อใดไม่มีหลักฐานปรากฏชัดเจน ชื่อวัดสระบ่อแก้ว มาจากคำ 3 คำ คือ สระ ในอดีตบริเวณวัดด้านเหนือนี้มีสระอยู่ หายถึงความอุดมสมบูรณ์ บ่อ คือ บ่อน้ำโบราณอยู่ทางทิศใต้ของวัดหมายถึงความร่วมเย็น และ แก้ว คือแก้วหรือดอกพิกุลอยู่หน้าวัด […]

อ่านต่อ

วัดพระหลวง(ธาตุเนิ้ง)

วัดพระหลวง(ธาตุเนิ้ง) วัดพระหลวง ตั้งอยู่เลขที่ 177 หมู่ที่ 5 ตำบลพระหลวง อำเภอสูงเม่น จังหวัดแพร่ นับเป็นโบราณสถานเก่าแก่ที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการตั้งถิ่นฐานของชาวบ้านพระหลวงในปัจจุบัน วัดนี้ไม่ปรากฏหลักฐานชัดเจนว่าสร้างขึ้นในสมัยใด ประวัติวัดพระหลวงธาตุเนิ้ง จากตำนานวัดพระหลวง ซึ่งเรียบเรียงขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2509 โดยพระครูปัญญาภิชัย เจ้าอาวาสรูปที่ 13 ได้กล่าวว่า แต่เดิมหมู่บ้านและวัดพระหลวงแห่งนี้ เคยเป็นป่าใหญ่ดงหลวงมาก่อน มีต้นไม้น้อยใหญ่ขึ้นหนาทึบ มีสัตว์ป่าชุกชุม ในจำนวนนั้นก็มีงูใหญ่อยู่ตัวหนึ่ง จะคอยจับสัตว์ต่าง ๆ กินเป็นอาหาร แม้แต่สัตว์เลี้ยงของชาวบ้าน หากพลัดหลงเข้าไปก็จะถูกงูกัดกินทุกคราวไป ครั้งหนึ่งมีพวกพ่อค้าชาวฮ่อ (จีนฮ่อ) นำสินค้าบรรทุกหลังม้ามาขายและพากันพักแรมที่บ้านสูงเม่น โดยปล่อยม้าให้เที่ยวหากินบริเวณใกล้เคียง ม้าบางตัวที่ล่วงล้ำเข้าไปในดงหลวงก็จะถูกงูใหญ่รัดกินเป็นอาหาร เมื่อเหตุการณ์ลักษณะนี้เกิดขึ้นหลาย ๆ ครั้ง ก็ทำความโกรธแค้นให้แก่พ่อค้าชาวจีนฮ่อเป็นอย่างมาก จึงช่วยกันหาวิธีกำจัดงูนั้นเสีย โดยช่วยกันตัดไม้ไผ่มาผ่า แล้วเหลาเอาผิวไม้มาสานขัดแตะเป็นตาแสง 6 เหลี่ยม ซึ่งชาวเมืองเหนือเรียกว่า “ตาแหลว” กะให้รูบ่วงตาแหลวมีขนาดกว้างพอ ๆ กับขนาดขนาดตัวงู แล้วนำไปปิดปากรู ตอกหลักยึดเงื่อนตาแหลวไว้ให้ตรึงแน่นหนา รุ่งขึ้นอีกวันก็พากันมาดูพบว่างูใหญ่ติดบ่วงตาแหลวงอยู่ จึงช่วยกันฆ่างูนั้นเสีย แล้วตัดซากงูออกเป็นท่อน ๆ กองไว้ใกล้ […]

อ่านต่อ

วัดพระนอน

วัดพระนอนเป็นวัดโบราณสถานที่มีอายุ นับพันปี สร้างด้วยศิลปะแบบผสมผสานถึงสามยุค คือ เชียงแสน สุโขทัย และอยุธยาตอนปลาย วัดพระนอนสร้างโดย เจ้าพระยาชัยชนะสงคราม และพระนางเจ้าอู่ทองศรีพิมพาเมื่อ จ.ศ. ๒๓๖ แต่เดิมนั้นวัดนี้ มีพระพุทธรูปปางไสยาสน์ คือพระนอนซึ่งองค์จริงนั้นเป็นหินยาวขนาดหกศอกต่อมาเจ้าปู่ท้าวคำซึ่งเป็นพระอัยการของเจ้าชัยชนะสงคราม เห็นว่า ไม่ปลอดภัยจึงสั่งให้สร้างพระนอนองค์ใหญ่ ครอบองค์เดิมไว้ และช่วยกันตกแต่งพระพุทธ รูปนอนองค์ใหญ่ให้สวยงามพอดีมีกองทับพม่ามารุกรานเมืองโกศัยาวเมืองก็ตื่นกลัวพากันอพยพหลบหนี้ไปตามป่าเขาโดยยังมิทันได้ฉลองพระพุทธรูปองค์นอน เจ้าพระยาชัยชนะ สงครามเห็นเหตุการณ์ ดังนั้น จึงตรัสสั่งมเหสีว่า “ดูกรเจ้าพิมพาศึกมาถึงบ้านเมืองความแตกตื่นย่อมมีดังนี้ขอให้สร้างให้เสร็จแล้วทำบุญวันรุ่งขึ้นของวันใหม่” แล้วเจ้าชัยชนะ สงครามก็ออกศึก และสวรรคตในสนามรบ น้องชาย ท้าวยาสิทธิ์ แสนหาญ ออกรบสู่พม่า ก็หาสาบสูญอีก พระนางพิมพาจึงได้ลงมือสร้างวัดพระนอน เจดี์ขึ้น แล้วจารึกในแผ่นทองคำ เป็นตัวหนังสือ พื้นเมืองว่า วัดพระนอนนนี้ให้มีการนมัสการไหว้สาในเดือน เก้าเหนือ ขึ้นสสิบห้าค่ำจึงเป็นงานนมัสการวัดพระนอน เมืองนครโกศัยไม่มีเจ้าปกครองได้ละทิ้ง วัดพระนอนเป็นวัดร้างเป็นเวลานานเท่าใดไม่ปรากฏ มีต้นไม้ขนาดใหญ่ขึ้นคลุมบริเวณวัด มีเถาวัลย์ขนาดใหญ่ ชื่อว่าผักหละ(ชะอม) ขึ้นปกคลุมพระนอนเป็นเวลานาน จนกลายเป็นป่า ต่อมามีพ่อค้าต่างเมืองเดินทางมาค้างแรมบริเวณดังกล่าวเห็นผักหละขึ้นงามดีจึงนำไปทำอาหาร และได้พบเศษอิฐอยู่ทั่วไปพวกพ่อค้าจึงสงสัยว่าเป็นวัดร้าง และนำไปเล่าให้ชาวบ้านฟังชาวบ้านก็แตกตื่นช่วยกันหักล้างถางพงพบต้นไม้ใหญ่เป็นต้นมะม่วงขึ้นคลุมพระนอนคล้ายกับร่ม ชาวบ้านเกิดศรัทธา จึงช่วยกันบูรณะ ซ่อมแซมให้สวยงามและแข็งแรง และได้ตั้งชื่อเสียใหม่ว่าวัดม่วงคำ […]

อ่านต่อ

วัดพระธาตุช่อแฮ

วัดพระธาตุช่อแฮ พระอารามหลวง เป็นวัดที่ตั้งอยู่เนินเขาเตี้ยสูงประมาณ 28 เมตร องค์พระธาตุช่อแฮเป็นเจดีย์ ศิลปะเชียงแสน แบบแปดเหลี่ยมย่อมุมไม้สิบสองบุด้วยทองดอกบวบหรือทองจังโก องค์พระธาตุสูง 33 เมตร ฐานสี่เหลี่ยมกว้างด้านละ 11 เมตร ลักษณะองค์พระธาตุตั้งอยู่บนฐานเขียงสี่เหลี่ยม 1 ชั้น ถัดขึ้นไปเป็นฐานหน้ากระดานแปดเหลี่ยม3 ชั้นรองรับ ถัดไปเป็นฐานบัวคว่ำ และชุดท้องไม้แปดเหลี่ยมซ้อนลดชั้นกันขึ้นไป 7 ชั้น จากนั้นเป็นบัวระฆัง 1 ชั้น และหน้ากระดานหนึ่งชั้นจนถึง องค์ระฆัง แปดเหลี่ยมถัดขึ้นไปเป็นบัลลังค์ย่อมุมไม้สิบสองและปล้องไฉนส่วนยอดฉัตรประดับ ตกแต่งด้วยเครื่อง บนแบบล้านนา มีรั้วเหล็ก รอบองค์พระธาตุ 4 ทิศ มีประตูเข้าออก 4 ประตู แต่ละประตูได้สร้างซุ้มแบบปราสาทล้านนาไว้อย่างสวยงาม ทุกปีจะมีประเพณีการไหว้พระธาตุช่อแฮเป็นประเพณีที่ปฏิบัติสืบต่อกันมาช้านาน เดิมจะจัด 5 วัน 5 คืน ได้เปลี่ยนแปลงเป็น 7 วัน 7 คืน วันแรกของงาน จะเริ่มขึ้นในวันขึ้น 9 ค่ำเดือน 6เหนือ […]

อ่านต่อ

วัดพงษ์สุนันท์

วัดพงษ์สุนันท์ ตั้งอยู่บนถนนคำลือ ตำบลในเวียง อำเภอเมือง จังหวัดแพร่ สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย ที่ดิน ของวัดมีเนื้อที่ ๓ ไร่ ๓๑.๔๐ ตารางวา โฉนดที่ ๑๖๖๔๙ วัดนี้สร้างมาก่อนปี ๒๔๗๒ แต่เดิมเรียกว่า วัดปงสนุก มีวัดร้างอยู่ปงนี้ แผ่จากวัดไปถึงเขตบ้านพ่อมา แม่เกี๋ยง วังซ้าย อยู่ทางทิศตะวันออก บริเวณด้านใต้ของวัดมีสระลึกเล่ากันว่ามี เต่าน้อย อองคำอยู่ แม่คำปวน ซึ่งเป็นชาวหงสาวดีมีความประสงค์อยากได้เต่าน้อย จึงลงสระไปหา แต่ก็ประสบอุบัติเหตุจมน้ำตายส่างตาด เพื่อนของแม่นางจึงสร้างเจดีย์ขนาดเล็กไว้และ สร้างเต่า ๔ ตัว ประดิษฐานรอบเจดีย์ กาลต่อมาพ่อเจ้าบุรีศรีปัญญาได้สร้างวิหารขึ้น โดยใช้หญ้าคามุงหลังคา เพราะสมัยก่อนบ้านเมืองยังไม่เจริญ และต่อมาเกิดอัคคีภัย เกิดจากการจุดเทียนบูชาพระทิ้งไว้ พระยาบุรีรัตน์ (บุตรชายเจ้าบุรีศรีปัญญา) จึงบูรณปฏิสังขรณ์วัดต่อ เพื่อใช้ในการทำสังฆกรรมได้ ต่อมา พ.ศ. ๒๔๗๒ ผนังวิหารได้พังทลายลงเพราะ เกิดน้ำท่วมทำสังฆกรรมไม่ได้หลายปี หลวงพงษ์พิบูลย์ (พรหม วงศ์พระถาง) และภรรยาของท่าน คือ เจ้าสุนันตา […]

อ่านต่อ

ถ้ำผานางคอย

“ถ้ำผานางคอย” อีกหนึ่งถ้ำที่มีชื่อเสียง ซึ่งตั้งอยู่ที่บ้านผาหมู อำเภอร้องกวาง จังหวัดแพร่ อยู่ห่างจากตัวจังหวัดประมาณ 40 กิโลเมตร เป็นถ้ำธรรมชาติขนาดใหญ่นี้มีความสวยงาม มีชื่ออีกชื่อหนึ่งว่า “ถ้ำนางคอย” ปัจจุบันจึ่งมักนิยมเรียกว่า ถ้ำผานางคอย ตัวถ้ำอยู่บนผาสูงประมาณ 50 เมตร หน้าถ้ำมีลานหินกว้าง ตัวถ้ำมีความลึก ที่มีลักษณะยาวขนานไปในระดับพื้นดินประมาณ 150 เมตร กว้างประมาณ 20 เมตร ภายในถ้ำเป็นพี้นดินเรียบ บางตอนมีเหวลึก ผนังถ้ำหินงอก หินย้อยที่สวยงาม ส่งแสงสะท้อนเป็นประกายระยิบระยับ เมื่อต้องแสงสว่างไปตลอดความยาวของถ้ำ เมื่อเกือบถึงปากสุดของถ้ำที่ทะลุมีทางออกกว้าง ปริเวณกลางถ้ำมีหินงอกขนาดใหญ่มีลักษณะคล้ายผู้หญิงอุ้มลูกไว้ในอ้อมแขน เรียกว่า ผานางคอย เป็นจุดสำคัญของถ้ำนี้ เกือบถึงปลายถ้ำมีพระพุทธรูปประดิษฐานอยู่ให้ประชาชนได้นมัสการ เมื่อ 800 กว่าปีที่แล้ว เจ้าเมืองแห่งอาณาจักรแสนหวีมีราชธิดาผู้เลอโฉม มีพระนาม “เจ้าหญิงอรัญญณี” วันหนึ่งเจ้าหญิงเสด็จโดยชลมารคแล้วเกิดเรือล่ม คะนองเดช (ชื่อตามแอนนิเมชั่น เข้าใจว่าเป็นชื่อที่ตั้งขึ้นภายหลัง)ทหารหัวหน้าฝีพายได้เข้ามาช่วยเหลือ เจ้าหญิงแล้วเกิดรักกัน แต่ก็เหมือนตำนานรักไม่สมหวังทั่วไป คือฝ่ายพระราชบิดากีดกันเพราะเห็นว่าไม่เหมาะสมกัน ทั้งคู่จึงพากันหนีลงมาทางใต้โดยมีทหารไล่ติดตามอย่างกระชั้นชิดจนเจ้าหญิง ถูกยิง คะนองเดชจึงพาเจ้าหิงมาหลบในถ้ำแห่งนี้ เจ้าหญิงเห็นว่าคะนองเดชกำลังเพลี่ยงพล้ำจึงให้หนีไปก่อน โดยบอกว่าจะคอยทหารอันเป็นที่รักแห่งนี้ตลอดไป กลายเป็นก้อนหินนางคอยกับตำนานรักอมตะปนเศร้าของถ้ำผานางคอยแห่งนี้ […]

อ่านต่อ

วัดจอมสวรรค์

วัดจอมสวรรค์ ตั้งอยู่บนถนนยันตรกิจโกศล ตำบลในเวียง อำเภอเมือง จังหวัดแพร่ อยู่ห่างจากศาลากลางจังหวัด 1 กิโลเมตร เป็นวัดเก่าแก่สร้างด้วยศิลปะพุกาม (พม่า) มีศิลปวัตถุและโบราณวัตถุที่สวยงามและทรงคุณค่า ศาลาการเปรียญและกุฎิ อยู่ในอาคารเดียวกัน ตัวอาคารสร้างด้วยไม้สักทั้งหลัง มีหลังคาเล็กใหญ่ลดหลั่นกันเป็นชั้นรวม 9 ชั้น ฝาผนังแบ่งเป็นตอนๆ คล้ายข้ออ้อย ภายในแสดงให้เห็นฝีมือการตกแต่งอย่างวิจิตรบรรจง เสาและเพดานประดับกระจกสีงดงาม มีบันไดขึ้นลงด้านหน้า 2 ข้าง ประดับด้วยทองเหลือง ตีและเจาะให้เป็นลวดลายแบบพม่า เสาไม้ในส่วนของอาคารที่เป็นโบสถ์ลงรักปิดทอง ตกแต่งลวดลายคล้ายสีทองน้ำ มีข้อความเป็นภาษาพม่า จารึกไว้รอบเสามีจำนวนทั้งสิ้น 35 ต้น เสาอื่นๆ อีก 14 ต้น ลงรักปิดทองและประดับกระจกสี เจดีย์มีรูปทรงแบบพม่า คือ มีเจดีย์ใหญ่อยู่กลางรายล้อมด้วยเจดีย์เล็กทั้ง 4 ด้าน ด้านละ 3 องค์ วัดจอมสวรรค์ สร้างสมัยรัชกาลที่ 5 เมื่อ พ.ศ. 2437 โดยชาวเงี้ยว ซึ่งมีถิ่นฐานอยู่ในพม่า และเดินทางมา ค้าขายที่เมืองแพร่ […]

อ่านต่อ

วนอุทยานแพะเมืองผี

แพะเมืองผี จังหวัดแพร่ เกิดจากสภาพภูมิประเทศซึ่งเป็นดิน และหินทรายถูกกัดเซาะตามธรรมชาติเป็นรูปร่างลักษณะต่างๆ แพะแปลว่า ป่าละเมาะ เมืองผีแปลว่า เงียบเหงา ได้มีการประกาศจัดตั้งเป็นวนอุทยาน เมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2524 มีเนื้อที่ 167 ไร่ เป็นสถานที่มีความสวยงามด้าน ธรณีวิทยา หน้าผา เสาดิน และเส้นทางศึกษาธรรมชาติวนอุทยานแพะเมืองผี จัดทำเส้นทาง ศึกษาธรรมชาติไว้บริการนักเรียน นักศึกษา และนักท่องเที่ยวทั่วไป ได้เข้ามาศึกษาสภาพป่า ลักษณะทางธรณีวิทยา เพื่อเป็น การส่งเสริมให้เกิดความรู้ และความเข้าใจเกี่ยวกับสภาพพื้นที่วนอุทยานมากยิ่งขึ้น ตำนานแพะเมืองผี วนอุทยานแพะเมืองผี เมื่อครั้งในอดีตกาลนานมาแล้ว ชาวบ้านขนานนามว่า เป็น “แพะเมืองผี ” ไม่มีผู้ใดทราบ ประวัติเป็นที่ แน่นอน แต่ได้เล่าสืบทอดกันมาว่า แต่ก่อนบริเวณป่าแห่งนี้ เป็นพื้นที่อุดมสมบูรณ์ มีพันธ์ไม้ใหญ่ขึ้นอยู่หนาแน่นและสัตว์ป่า น้อยใหญ่เป็นจำนวนมาก ในสมัยนั้น มีครูบาปัญโญ ฯ เป็นเจ้าอาวาสวัดน้ำชำ ตำบลน้ำชำ ซึ่งชาวบ้านได้พร้อมใจกันนิมนต์มาเป็น เจ้า-อาวาสองค์แรก ของวัดน้ำชำและได้บอกเล่าประวัติแพะเมืองผีสืบทอดติดต่อกันมาว่า มีหญิงชราคนหนึ่งซึ่งชาวบ้านเรียกว่า “ […]

อ่านต่อ