เที่ยวในประเทศไทย

น้ำตกร้อนคลองท่อม

น้ำตกร้อนคลองท่อม ตั้งอยู่ในเขตอำเภอคลองท่อม บริเวณบ้านบางคราม-บ้านบางเตียว อำเภอคลองท่อม จังหวัดกระบี่ นับเป็นหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยว unseen Thailand อีกแห่งหนึ่งของจังหวัดกระบี่ ตัวน้ำตกอยู่ใกล้ๆ กับสระมรกต เป็นอ่างอาบน้ำธรรมชาติกลางป่ารองรับ สายน้ำตก ที่ไหลหลั่นลง มาจากเนินเขา ใครได้มาสัมผัสต่างบอกกันว่า ไม่ใช่น้ำตกธรรมดาๆ แน่นอน เพราะนี่คือน้ำตกร้อน สายน้ำแร่ ที่ไหลมาพร้อมๆ กับไออุ่นเพื่อสุขภาพโดยเฉพาะ มีลักษณะ เป็นธารน้ำพุร้อนผุด ขึ้นมาจากใต้ดินตาม ธรรมชาติ มีสารกำมะถัน เจือจางเป็นส่วนประกอบ มีอุณหภูมิพอเหมาะตกลงมาในแอ่งสามารถอาบน้ำได้ บริเวณธารน้ำตกร้อนขนาดเล็ก ที่ไหลลดหลั่นกันมาตามธรรมชาติ ในน้ำพุร้อนประกอบไปด้วยแร่ธาตุต่างๆ ที่ช่วยให้ผ่อน คลายเชื่อว่าสามารถบำบัดอาการไขข้ออักเสบ ปวดหลัง และเกี่ยวกับผิวหนังได้ดี เมื่อเดินทางไปถึง จะต้องเดินเท้าเข้าไปอีก ประมาณ 400 เมตร ก็จะถึงตัวน้ำตกค่ะ ผ่านเส้นทางศึกษาธรรมชาติระหว่างทางอาจพบกับหินรูปหน้าหน้าตาประหลาดใต้น้ำอีกด้วย นอกจากนี้ยังมีมีบ่อกักเก็บน้ำร้อนก่อนทางเข้าน้ำตก นักท่องเที่ยมักลงไปแช่น้ำเพื่อรักษาสุขภาพ และความสบายตัว มีอุณหภูมิประมาณ 40-50 องศา ช่วงเวลาที่เปิดให้เที่ยวชม เปิดให้เข้าชมได้ตั้งแต่เวลา 8.30น. – 18.00น. ของทุกวัน อัตราค่าเข้าชม  ชาวไทย เด็ก […]

อ่านต่อ

ทะเลแหวก

ทะเลแหวก แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติของ จ.กระบี่ ที่ถูกขนานนามให้เป็นUnseen Thailand ที่มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลกอันเนื่องมาจากความมหัศจรรย์ของธรรมชาติใน ยามน้ำลดที่พัดพาเอาเม็ดทรายมาบรรจบกันไว้ณจุดนี้จนทำให้เกิดปรากฎการณ์ที่ เรียกว่า“ทะเลแหวก” ขึ้นและเผยให้เห็นส่วนของสันทรายขาวละเอียดทอดตัวเป็นแนวยาวเชื่อมต่อถึงกัน ได้ระหว่างเกาะ 3 เกาะคือ เกาะไก่ เกาะหม้อ และ เกาะทับ และแนวสันทรายนี้จะค่อยๆจมหายไปใต้ผืนน้ำเมื่อเข้าสู่ช่วงเวลาน้ำขึ้นของแต่ละวัน นอกจากความมหัศจรรย์ของปรากฏการณ์ทะเลแหวกแล้วหากนัก ท่องเที่ยวท่านใดได้มีโอกาสมาเยือนทะเลแหวกในยามพระอาทิตย์ลับขอบฟ้า ก็จะได้พบกับฝูงค้างคาวแม่ไก่นับหมื่นตัวที่โบยบินออกมาจากโถงถ้ำฝั่งเกาะ ไก่เป็นเวลานานนับครึ่งชั่วโมงอีกด้วยเรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งความมหัศจรรย์ อันน่าตื่นตาตื่นใจไม่แพ้ปรากฏการณ์ทะเลแหวกเลยทีเดียว หากนักท่องเที่ยวท่านใดที่ไปไม่ตรงในช่วงเวลาน้ำลดจนอดเห็นสันทรายขาว ละเอียดนี้แล้วล่ะก็ คุณยังสามารถเดินเล่นไป-มาระหว่างเกาะทั้งสามนี้ได้เช่นกันแต่อาจจะต้องยอม เปียกกันหน่อยและด้วยความขาวละเอียดของเม็ดทรายบวกกับผืนน้ำใสๆของทะเลแหวก บริเวณนี้จึงเป็นแหล่งเล่นน้ำที่ดีที่สุดอีกแห่งหนึ่งของท้องทะเลจ.กระบี่ เลยก็ว่าได้ค่ะ ซึ่งการท่องเที่ยวทะเลแหวกนั้นนักท่องเที่ยวสามารถเดินทางได้โดยอาศัย เรือต่างๆที่มีให้บริการอยู่อย่างมากมายและโดยทั่วไปมักนิยมเที่ยวกันทั้ง หมด 4 เกาะคือ เกาะไก่ เกาะหม้อ เกาะทับ และเกาะปอดะซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถใช้เวลา เดินทางไปยังเกาะต่างๆเหล่านี้ได้ภายในระยะเวลาเพียง 1 วันเท่านั้นค่ะ ช่วงเวลาน่าเที่ยว ช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวคือช่วงเดือน ธันวาคม ถึงต้นเดือนพฤษภาคมของทุกปี ติดต่อสอบถามเพิ่มเติม การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานจังหวัดกระบี่ โทรศัพท์ (075) 622 163 ประชาสัมพันธ์จังหวัด โทร. (075) 612 611 […]

อ่านต่อ

ถ้ำลอด-ถ้ำผีหัวโต

ถ้ำลอด-ถ้ำผีหัวโต ตั้งอยุ่ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติธารโบกขรณี หมู่ 2 บ้านบ่อท่อ อำเภออ่าวลึก จังหวัดกระบี่ ถ้ำลอดมีลักษณะเป็นโพรงถ้ำทะเลมีน้ำลอกใต้ภูเขาหินปูนความยาวประมาณ 150 เมตร สามารถพายเรือผ่านได้อย่างน่าตื่นตาตื่นใจ ภายในถ้ำมีหินงอก หินย้อยงดงามมาก เส้นทางล่องคลองสู่ถ้ำต้องล่างผ่านไปในผืนป่าโกงกางที่สมบูรณ์เหมาะแก่การศึกษาธรรมชาติ เช่น ดูนกหรือดูพันธุ์ไม้ ถ้ำผีหัวโต หรือ กะโหลกผี อยู่ห่างจากถ้ำลอดประมาณ 500 เมตรชาวบ้านเรียกถ้ำหัวกะโหลก เพราะว่าพบกะโหลกศีรษะมนุษย์ภายในถ้ำเมื่อ พ.ศ. 2497 ภายในถ้ำเป็นภูเขาหินปูน มีหินงอกหินย้อย บริเวณที่พบภาพเขียนสีส่วนใหญ่จะอยู่ตามเพดานถ้ำและผนังถ้ำเป็นแหล่งที่พบภาพเขียนสีมากที่สุดในภาคใต้ ซึ่งแบ่งได้เป็น 3 ลักษณะ คือ 1 รูปร่างคน สัตว์ 2 ไม่เป็นรูปร่างคน สัตว์ 3 ลักษณะพิเศษเป็นรูปมือเท้า สีที่ใช้มีหลายสีได้แก่ สีแดง ดำ เหลือง และน้ำตาล ภาพเขียนสีเหล่านี้เป็นหลักฐานสำคัญทางโบราณคดีที่แสดงให้เห็นว่าเมื่อ ประมาณ 3,000ปี มาแล้วแถบชายฝั่งทะเลอันดามันมีชุมชนสมัยก่อนประวัติศาสตร์ที่ดำรงชีวิตด้วยการอาศัยทรัพยากรตามชายฝั่งและในทะเลเป็นแหล่งอาหารที่อยู่อาศัยด้วย นักท่องเที่ยวที่มาเยี่ยมชมถ้ำผีหัวโตและถ้ำลอดสามารถเลือกได้ว่าจะนั่งเรือหางยาวไปชมถ้ำโดยตรง หรือพายเรือแคนูชมทิวทัศน์ป่าชายเลนที่สงบร่มรื่นได้ ค่าเช่าเรือแคนู 1,200 บาทต่อคน รวมอาหารกลางวัน […]

อ่านต่อ

ถนนคนเดินกระบี่

ถนนคนเดินกระบี่ ตั้งอยู่ที่ ต.ปากน้ำ อ. เมือง ตั้งอยู่ ถ. มหาราช ซอย 8 ใกล้ๆ ห้างโวค ถนนคนเดินกระบี่แห่งนี้จะเปิดทุกคืนวันศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ ชาวกระบี่มักไม่พลาดที่จะเดินทางไปจับจ่ายซื้อของใช้ และแวะชิมนานาอาหารที่ถนนคนเดิน ซึ่งอยู่ภายในตัวอำเภอเมืองกระบี่ จุดเด่นของถนนคนเดินคือ ปลอดโฟม 100%ค่ะ ถนนคนเดินที่นี่จะมีเวทีกิจกรรมรวมไปถึงร้านรวงต่างๆ ทั้งของใช้ ของกิน สินค้าที่ระลึกมากมาย รับรองใครเดินต้องมีกระเป๋าเบากันไปบ้าง ที่นี่มีสารพัดของอร่อย ราคาย่อยเยาว์ให้เลือกไม่อั้น ไม่ว่าจะเป็น หมึกย่าง-น้ำจิ้มรสเด็ด ผัดไทย หอยทอด ข้าวหมกไก่ ข้าวยำสมุรไพรสูตรปักษ์ใต้แท้ๆ ขนมพื้นเมือง กุ้งเผา ฯลฯ ที่สำคัญเค้าจัดโต๊ะ และเก้าอี้ให้นั่งทานหน้าเวทีการแสดง ทานไปดูการแสดงพื้นเมืองไป ฟังดนตรีเพราะๆ จากบรรดาน้องๆ เด็กนักเรียน วงดนตรีสมัครเล่น ฯลฯ ที่ผลัดเปลี่ยนมาสร้างเสียงหัวเราะ และความบันเทิงไม่ซ้ำกัน สบายใจเพลินพุงกันแล้ว แวะช้อปสินค้าจิปาถะ เสื้อยืด กระเป๋า แอคเซสเซอรี่ รองเท้า โปสการ์ด ฯลฯ กันสักหน่อยมาที่นี่รับประกันความเพลิดเพลินได้ทั้งชิมทั้งกินทั้งช็อปเลยค่ะ […]

อ่านต่อ

เขาขนาบน้ำ

เขาขนาบน้ำ เป็นเขาสองลูกสูงประมาณ 100 เมตร ขนาบแม่น้ำกระบี่ด้านหน้าตัวเมือง ถือเป็นสัญลักษณ์ของเมืองกระบี่ สามารถไปเที่ยวชมได้โดยเช่าเรือหางยาวที่ท่าเรือเจ้าฟ้า ใช้เวลาเดินทางเพียง 15 นาที นอกจากนั่งเรือชมเขาและป่าชายเลนที่มีความสมบูรณ์แล้วยังสามารถเดินขึ้นไปเที่ยวถ้ำได้ ภายในมีหินงอกหินย้อย และเป็นสถานที่ที่เคยพบโครงกระดูกมนุษย์จำนวนมากอีกด้วยแต่ปัจจุบันไม่หลงเหลืออยู่แล้ว สันนิษฐานว่าอาจเป็นโครงกระดูกของกลุ่มคนที่อพยพมาตั้งหลักแหล่งแต่ล้มตายลงเนื่องจากเกิดอุทกภัยอย่างฉับพลัน และสำหรับนักนิยมพายเรือแคนู บริเวณนี้เหมาะที่จะพายเรือแคนูเพราะมีธรรมชาติที่เขียวชอุ่มด้วยป่าชายเลนและน้ำนิ่ง สนใจสามารถติดต่อบริษัทเรือแคนู ในจังหวัดกระบี่ได้ นอกจากนั้นไม่ห่างจากเขาขนาบน้ำจะมีชุมชนชาวเกาะกลาง ที่บนเกาะจะมีหอพิพิธภัณฑ์และศูนย์หัตถกรรมพื้นบ้านแสดงเครื่องใช้ในสมัยโบราณ ของที่ระลึกฝีมือชาวบ้าน อาทิ เรือหัวโทง และจะได้สัมผัสวิถีชีวิตของชาวบ้าน การทอผ้าฝ้าย การเลี้ยงปลาในกระชัง นักท่องเที่ยวสามารถเช่าเรือจากท่าเรือเทศบาล บริเวณเขาขนาบน้ำ ใช้เวลาประมาณ 20 นาที ค่าเช่าเรือลำละ 300 บาท ประวัติความเป็นมา เขาขนาบน้ำนับเป็นภูเขาที่เป็นสัญลักษณ์ของจังหวัดกระบี่ เพราะเมื่อเดินทางเข้าถึงตัวจังหวัด ภาพที่งดงามประทับใจ คือภาพเขาขนาบน้ำเคียงคู่ หันหน้าเข้าหากันริมแม่น้ำกระบี่ มีหลักฐานยืนยันว่า เขาขนาบน้ำเคยเป็นที่พักอาศัยของผู้คนมาหลายยุคสมัยหลายชั่วอายุคน ตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์มาจนถึงยุคประวัติศาสตร์สมัยสงครามโลกครั้งที่ 1 ที่ 2 ติดต่อสอบถามเพิ่มเติม การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานจังหวัดกระบี่ โทรศัพท์ (075) 622 163 ประชาสัมพันธ์จังหวัด โทร. (075) […]

อ่านต่อ

เกาะลันตา

เกาะลันตา เป็นอำเภอหนึ่งของจังหวัดกระบี่ เป็นอีกหนึ่งเกาะที่นักเดินทางผู้หลงใหลความงามของท้องทะเลอยากไปสัมผัสกับความงาม ที่แฝงไว้ด้วยสงบและเรียบง่าย โดยเป็นเกาะขนาดใหญ่ที่มีผู้คนอาศัยต่อเนื่องมายาวนานกว่าร้อยปี ประกอบด้วยเกาะลันตาใหญ่และเกาะลันตาน้อย แหล่งท่องเที่ยวส่วนใหญ่อยู่บนเกาะลันตาใหญ่ ขณะที่เกาะลันตาน้อยเป็นที่ตั้งของที่ว่าการอำเภอเกาะลันตาด้วยระยะทางที่ห่างไกลจากแผ่นดิน เกาะลันตาจึงยังคงความสวยงามของหาดทรายและน้ำทะเลสะอาด อีกทั้งยังมีวิถีชีวิตของชาวเกาะดั้งเดิม ที่มีทั้งชาวไทยพุทธ ชาวไทยจีน ชาวไทยมุสลิม และชาวไทยใหม่ (ชาวเล) อาศัยอยู่ร่วมกันอย่างสันติ ผสานกับความเจริญทางด้านหัวเกาะแถบท่าเรือและชายหาดฝั่งตะวันตก ซึ่งคึกคักด้วยนักท่องเที่ยว การมาเยือนเกาะลันตาจึงได้เที่ยวหลายบรรยากาศในคราวเดียวกัน ประวัติของเกาะลันตา “ลันตา” เป็นชื่อเกาะขนาดใหญ่ มีรูปร่างเรียวยาว พื้นที่ 472 ตารางกิโลเมตร อยู่ในเขตพื้นที่อำเภอเกาะลันตา จังหวัดกระบี่ ชื่อ “ลันตา” สันนิษฐานว่าเพี้ยนมาจากคำว่า “ลันตาส” ซึ่งเป็นภาษาชวา แปลว่า ที่ย่างปลา เพราะในอดีตเกาะใหญ่แห่งนี้เป็นที่ที่ชาวเรือชวามักมาหยุดพักและย่างปลาเป็นอาหาร แล้วต่อมาเกาะนี้ก็เปลี่ยนฐานะมาเป็นเมืองท่าที่ชาวจีนและชาวอาหรับผู้แล่นเรือค้าขายในน่านน้ำภูเก็ต ปีนัง สิงคโปร์ และอินโดนีเซีย แวะขึ้นมาพักและทำการค้าขาย จนในที่สุดก็กลายเป็นชุมชนคึกคัก สำหรับ เกาะลันตา ประกอบด้วย เกาะลันตาใหญ่ และ เกาะลันตาน้อย โดยมีเกาะกลางคั่นอยู่ระหว่าง 2 เกาะนี้ ซึ่งแหล่งท่องเที่ยวทั้งหมดอยู่บน เกาะลันตาใหญ่ มียาวประมาณ 30 […]

อ่านต่อ

เกาะไม้ไผ่

เกาะไม้ไผ่ หรือ เกาะไผ่ ตั้งอยู่ทางทิศเหนือของเกาะพีพีดอน ห่างจากเกาะพีพีดอนประมาณ 3 กิโลเมตร เกาะไผ่อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี มีขนาดเล็กกว่าเกาะพีพีดอนและเกาะพีพีเล แต่ที่เด่นกว่าคือเป็นอุทยานฯ ทั้งเกาะจึงไม่มีความพลุกพล่านจากผู้คนและไม่มีสิ่งก่อสร้างมากมายเหมือนกาะพีพีดอน เกาะไผ่เป็นเกาะขนาดเล็กตั้งโดดเดี่ยวอยู่กลางทะเล มีธรรมชาติที่บริสุทธิ์มาก ด้านหน้าเกาะมีชายหาดยาวตลอดแนวตั้งแต่หัวเกาะยังท้ายเกาะ หาดทรายขาวสะอาดรอบๆเกาะนั้นร่มรื่นด้วยทิวสน น้ำทะเลสี่สวยดุจมรกต มากมายไปด้วยแนวปะการังน้ำตื้นทั้งปะการังเขากวาง ปะการังแผ่น ปะการังสมอง ปะการังก้อน รวมทั้งเจ้าถิ่นอย่างฝูงปลาหลากสีพร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยว ห่างจากเกาะไผ่ไปทางทิศตะวันออก เป็นที่ตั้งของเกาะยูง สามารถเหมาเรือไปดำน้ำรอบเกาะเล็กๆได้เช่นกัน สิ่งอำนวยความสะดวก/ที่พัก เกาะไผ่อยู่ในการดูแลของอุทยานแห่งชาติบนเกาะมีศูนย์บริการนักท่องเที่ยว มีลานกางเต็นท์ มีเต็นท์ของทางอุทยานกางไว้ให้บริการแก่ผู้ที่ต้องการไปพักบนเกาะ ติดต่อสอบถามเพิ่มเติม การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานจังหวัดกระบี่ โทรศัพท์ (075) 622 163 ประชาสัมพันธ์จังหวัด โทร. (075) 612 611 ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว โทร. (075) 612740 สำนักงานจังหวัด โทร. (075) 611 381 โรงพยาบาลกระบี่ โทร. (075) 611 227 , 1669 […]

อ่านต่อ

หมู่เกาะพีพี

หมู่เกาะพีพี หมู่เกาะแห่งนี้เป็นดั่งมรกตกลางอันดามันที่ใครหลายคนปรารถนาจะมาเยือน เพราะความงามของภูเขาหินปูนรูปร่างแปลกตา หาดทรายขาวละเอียด น้ำทะเลใส มีบริการด้านการท่องเที่ยวที่พร้อมพรั่ง ทั้งที่พัก ร้านค้า ร้านอาหาร แหล่งบันเทิง และการเดินทางที่สะดวกสบาย หมู่เกาะพีพี อยู่ในเขต อช. หาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี  เป็นหมู่เกาะกลางทะเล อยู่ห่างจากอำเภอเมือง 42 กิโลเมตร เดิมชาวทะเลเรียกหมู่เกาะนี้ว่า “ปูเลาปิอาปิ” คำว่า “ปูเลา” แปลว่า เกาะ คำว่า “ปิอาปิ” แปลว่า ต้นไม้ทะเลชนิดหนึ่งจำพวกแสม และโกงกาง ต่อมาเรียกว่า “ต้นปีปี” ซึ่งภายหลังกลายเสียงเป็น “พีพี” ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นอาณาจักรแห่งบุปผาใต้สมุทร นักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวหมู่เกาะนี้ ส่วนใหญ่มาเพื่อดำน้ำดูปะการัง ดอกไม้ทะเล และปลาหลากสีที่มีสีสันสวยงาม นอกจากนี้ ยังมีเกาะต่าง ๆ ที่อยู่ระหว่างเส้นทางเดินเรือ สิ่งที่น่าสนใจ เกาะพีพีดอน  มีพื้นที่ประมาณ 28 ตารางกิโลเมตร จุดเด่นของเกาะคือ เวิ้งอ่าวคู่ที่มีความสวยงามติดอันดับโลกของ อ่าวต้นไทร และ อ่าวโละดาลัม ทั้งนี้ อ่าวต้นไทรเป็นที่ตั้งของท่าเรือเกาะพีพี และมีสถานที่พักและร้านค้าจำนวนมาก […]

อ่านต่อ

อนุสาวรีย์นายดอก นายทองแก้ว

อนุสาวรีย์นายดอกนายทองแก้ว ตั้งอยู่ที่หน้าโรงเรียนวิเศษชัยชาญวิทยาคม หมู่ที่ 2 ตำบลไผ่จำศีลเป็นอนุสรณ์สถานที่ชาววิเศษชัยชาญและชาวอ่างทองร่วมกันสร้าง เพื่อรำลึกถึงคุณงามความดีของวีรบุรุษแห่งบ้านโพธิ์ทะเล ชาววิเศษชัยชาญ ปู่ดอกและปู่ทองแก้ว ทั้งสองท่านยอมสละชีวิตอย่างกล้าหาญ เพื่อปกป้องแผ่นดินไทยในการสู้รบกับพม่า ที่ค่ายบางระจันก่อนที่กรุงศรีอยุธยาจะแตกในปี พ.ศ. 2309 อนุสาวรีย์แห่งนี้ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชสยามมกุฎราชกุมาร เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มาทรงเปิดเมื่อ พ.ศ. 2520 ประวัติความเป็นมา นายดอกและนายทองแก้ว ถือเป็นบุคคลสำคัญในกลุ่มของ 11 วีรชนแห่งชาวบ้านบางระจัน ซึ่งการรบที่บางระจันเป็นการรบเพื่อป้องกันตัวเองของชาวบ้านเมืองสิงห์บุรีและ เมืองต่าง ๆ ที่พานมาหลบภัยกองทัพพม่าที่บางระจันในคราวการเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่สอง สามารถต้านทานการเข้าตีของกองทัพพม่าได้หลายครั้ง จนได้ชื่อว่า “เข้มแข็งกว่ากองทัพของกรุงศรีอยุธยาในสมัยนั้น” และมีกิตติศัพท์เลื่องลือในด้านวีรกรรมความกล้าหาญในประวัติศาสตร์ไทย โดยในปี พ.ศ. 2307 กองทัพพม่าภายใต้การนำของเนเมียวสีหบดียกมาจากพม่า ซึ่งแต่เดิมแล้วมีภารกิจที่จะปราบปรามกบฏต่ออาณาจักรพม่าเท่านั้น แต่เนื่องจากความอ่อนแอของอาณาจักรอยุธยา เนเมียวสีหบดีจึงตั้งเป้าหมายที่จะเข้าตีกรุงศรีอยุธยาไปด้วย ต้นเดือนมกราคม พ.ศ. 2308 กองทัพของเนเมียวสีหบดีรุกเข้าสู่อาณาจักรอยุธยาจากทางเหนือ ได้มาหยุดอยู่ที่เมืองวิเศษชัยชาญ และจัดให้ทหารพม่ากองหนึ่งเที่ยวกวาดต้อนทรัพย์สินและผู้คนทางเมือง วิเศษชัยชาญ ราษฎรต่างพากันโกรธแค้นต่อการกดขี่ข่มเหงของทหารพม่า จึงแอบคบคิดกันต่อสู้ ในเดือน 3 พวกชาวเมืองวิเศษชัยชาญ เมืองสิงห์บุรี เมืองสรรคบุรี และชาวบ้านใกล้เคียงพากันคบคิดอุบายเพื่อล่อลวงทหารพม่า ทั้งรวบรวมผู้คนไว้เพื่อทำการต่อไป […]

อ่านต่อ

แหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรบางเจ้าฉ่า

แหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรบางเจ้าฉ่า บ้านบางเจ้าฉ่าตั้งอยู่ที่หมู่ 8 บ้านยางทอง ตำบลบางเจ้าฉ่า อำเภอโพธิ์ทอง จังหวัดอ่างทอง ตำบลนี้เป็นชุมชนที่มีมาตั้งแต่ในสมัยกรุงศรีอยุธยา ซึ่งชาวบ้านได้เคยร่วมกับชาวแขวงเมืองวิเศษชัยชาญ และชาวบางระจัน สู้รบกับพม่า ณ บ้านบางระจัน โดยมีนายฉ่าเป็นผู้นำ นายฉ่านั้นพื้นเพเป็นคนสีบัวทอง ภายหลังการสู้รบยุติแล้ว นายฉ่าจึงได้นำชาวบ้านมาตั้งบ้านเรือนเป็นที่อยู่อาศัยถาวรขึ้นในชุมชนด้านทิศตะวันตกของแม่น้ำน้อยแต่เดิมเรียกว่า บ้านสร้างสามเรือนเพราะเริ่มแรกมีเพียงสามหลังคาเรือนเท่านั้น ซึ่งเป็นพื้นที่อุดมสมบูรณ์ เหมาะแก่การตั้งเป็นที่อยู่อาศัยปัจจุบันมีชื่อว่าบางเจ้าฉ่าเพราะนำชื่อของนายฉ่ามาตั้งชื่อซึ่งนายฉ่านั้นเป็นทั้งผู้นำและเป็นผู้ก่อตั้งหมู่บ้าน บ้านบางเจ้าฉ่าแห่งนี้เป็นแหล่งผลิตเครื่องจักสานด้วยไม้ไผ่ ซึ่งครั้งหนึ่งสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามราชกุมารี ได้เคยเสด็จพระราชดำเนินมาเยือนและได้พระราชทานคำแนะนำให้ราษฎรปลูกไม้ไผ่สีสุกเพื่อเป็นวัตถุดิบในการทำเครื่องจักสานและเป็นการอนุรักษ์งานฝีมือประเภทนี้ไว้ งานจักสานของบ้านบางเจ้าฉ่านี้มีความละเอียดประณีตสวยงามสามารถพัฒนางานฝีมือตามความต้องการของตลาดไม่ยึดติดกับรูปแบบเก่าจนสามารถส่งออกขายต่างประเทศได้จึงได้รับการยกย่องว่าเป็นหมู่บ้านตัวอย่างในการพัฒนาอาชีพภายในหมู่บ้านมีพิพิธภัณฑ์เครื่องใช้ไม้ไผ่ แสดงอุปกรณ์เครื่องใช้พื้นบ้านต่างๆ ที่ผลิตจากไม้ไผ่และมีเก็บรวบรวมเอาไว้นอกจากนี้ที่บางเจ้าฉ่า ยังมีบริการรถอีแต๋นชมวิถีชีวิตริมแม่น้ำน้อย กิจกรรมชมแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร สวนมะม่วง สวนมะยงชิด และสวนกระท้อน ฯลฯ ชมแหล่งท่องเที่ยวในอำเภอใกล้เคียง อำเภอโพธิ์ทองอำเภอไชโยและอำเภอแสวงหา มีบ้านพักโฮมสเตย์ไว้คอยบริการด้วย สิ่งอำนวยความสะดวก/ที่พัก อัตราค่าบริการหมู่บ้านบางเจ้าฉ่า มีบ้านพักโฮมสเตย์ 7 หลัง มีทั้งเรือนไทยและตึก สามารถรับนักท่องเที่ยว พักค้างได้ประมาณ 100 คน อัตราค่าที่พัก 100 บาท /คน * อาหารเช้า 30 บาท/คน * อาหารกลางวัน […]

อ่านต่อ