อื่นๆ

วัดเขาย้อย

ถ้ำเขาย้อย ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของเขาย้อย ใกล้ที่ว่าการอำเภอเขาย้อย ภายในถ้ำนี้มีพระพุทธรูปใหญ่น้อย หลายปางประดิษฐานอยู่ โดยมีพระพุทธไสยาสน์ เป็นพระประธานอยู่ภายในถ้ำ ลักษณะภายในถ้ำคล้ายกับถ้ำเขาหลวงและวัดถ้ำเขา บันไดอิฐที่อยู่ในเขตอำเภอเมืองเพชรบุรี ตามประวัติเล่าว่าพระพุทธรูปเหล่านี้มีมานานแล้ว ต่อมาพระครูอ่อนวัดท้ายตลาดมาบูรณะใหม่ และมีเกร็ดประวัติศาสตร์ เล่ากันว่าสมัยเมื่อพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้า อยู่หัวยังทรงผนวชอยู่นั้น พระองค์ได้เสด็จธุดงค์มาปักกลดวิปัสสนาที่หน้าเขาย้อย แล้วทรงย้ายขึ้นมาประทับนั่งกรรมฐานอยู่ในถ้ำเขาย้อยหลายคืน ภายในถ้ำยังมีสิ่งสำคัญอีก ได้แก่ พระพุทธบาทซึ่งประดิษฐาน อยู่ในมณฑปที่สวยงามบริเวณกลางถ้ำด้านหลังพระพุทธไสยาสน์โดยในบริเวณพระพุทธบาท จะมีผู้ศรัทธานำทองคำเปลวมาปิดจนแลเป็นสีทอง อร่าม ประหนึ่งเป็นพระพุทธบาททองคำ นอกจากนั้นยังมีผู้ศรัทธานำเหรียญที่มีสีทอง เช่น เหรียญบาท หรือเหรียญห้าสิบสตางค์ มาโปรยเพื่อเป็นพุทธบูชาภายในรอยพระบาทอีกด้วย ซึ่งผู้นมัสการบูชามีความเชื่อว่า อานิสงส์ผลบุญจะนำมาซึ่งความมั่งคั่ง ร่ำรวย เงินทองไหลมาเทมา ประดุจดั่งสีทองอร่ามของพระพุทธบาทนั่นเอง และนอกจากนั้น ยังมี รูปปั้นพระเจ้าอู่ทอง รูปปั้นงูบริเวณผนังถ้ำ และเจ้าแม่กวนอิม ตามประวัติศาสตร์พระพุทธรูปเหล่านี้ได้ถูกนำมาประดิษฐานไว้เป็นเวลานานกว่า 70 ปีแล้ว ก่อนที่พระครูอ่อนแห่งวัดท้ายตลาดจะมาปฏิสังขรณ์บริเวณถ้ำแห่งนี้ และมีเรื่องเล่าสืบต่อกันมาว่าพระบาทสมเด็จ พระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 เมื่อครั้งทรงผนวช ได้เคยเสด็จธุดงค์จาริกแสวงบุญมาประทับแรมที่บริเวณหน้าถ้ำ เพื่อเจริญภาวนาบำเพ็ญสมณธรรม นอกจากนี้ในภูเขาย้อยนี้ยังมีถ้ำที่น่าเที่ยวอีกมากมาย ดังนี้ค่ะ ถ้ำพระนอนหรือถ้ำพระพุทธไสยาสน์ ตัวถ้ำมีขนาด 22 X […]

อ่านต่อ

พระรามราชนิเวศน์(วังบ้านปืน)

พระรามราชนิเวศน์ หรือ พระราชวังบ้านปืน ตั้งอยู่ที่เขตบ้านปืน ริมแม่น้ำเพชรบุรี จังหวัดเพชรบุรี เป็นพระราชวังที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นเมื่อเสด็จประพาสจังหวัดเพชรบุรี โดยมีนายคาร์ล ดอห์ริง สถาปนิกชาวเยอรมนีเป็นผู้เขียนแบบ, ดร.ไบเยอร์ ชาวเยอรมนี เป็นนายช่างก่อสร้าง, พระเจ้าน้องยาเธอ กรมหมื่นดำรงราชานุภาพ (พระยศขณะนั้น) ทรงควบคุมการก่อสร้าง, และสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธุ์ กรมขุนนครสวรรค์วรพินิต (พระยศขณะนั้น) ทรงควบคุมด้านการไฟฟ้า พระรามราชนิเวศน์เป็นที่ตั้งของ พระที่นั่งศรเพ็ชรปราสาท พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินทรงวางศิลาฤกษ์ เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2453 เมื่อเดินดูโดยรอบแล้ว จะได้พบเห็นการออกแบบของพระราชวังที่งดงาม มีการก่อสร้างด้วยรูปแบบสถาปัตยกรรมยุโรปแบบโมเดิร์นสไตล์ ด้านหน้าหันไปทางทิศใต้ ซึ่งห่างจากแม่น้ำเพชรบุรีด้านทิศตะวันออกประมาณ 50 เมตร หลังคาสีน้ำตาลเป็นกระเบื้องนำเข้าจากต่างประเทศ มีลักษณะเช่นเดียวกับพระราชวังของพระเจ้าวิลเฮิร์มไกเซอร์แห่งประเทศเยอรมัน โดยทำแบบสองชั้นมียอดสองยอดคือยอดพระตำหนักและยอดมุข ส่วนของอาคารภายนอกดูเรียบง่าย แต่เน้นความอลังการของตัวอาคาร ความงดงามของลวดลายบานประตูและหน้าต่าง พอเข้าชมภายในอาคาร จะพบกับห้องโถงกลมขนาดใหญ่ มีหลังคาเป็นรูปโดมสวยแปลกตา ตามสไตล์ยุโรป ด้านข้างมีบันไดด้านซ้ายและขวา เป็นที่ประดิษฐานพระบรมรูปของ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ห้องชั้นบนส่วนใหญ่ปูด้วยพื้นไม้ และมีสภาพเป็นห้องโถงโล่ง ๆ […]

อ่านต่อ

วัดราชบูรณะ

วัดราชบูรณะ ตั้งอยู่ตำบลท่าวาสุกรี อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา บริเวณเชิงสะพานป่าถ่าน ติดกับวัดมหาธาตุทางบริเวณทิศตะวันออก ห่างจากพระราชวังโบราณ เพียงเล็กน้อย จัดเป็นหนึ่งในวัดที่ใหญ่และมีความเก่าแก่มากที่สุดในพระนครศรีอยุธยา สร้างโดยสมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 2 หรือเจ้าสามพระยา ในปี พ.ศ. 1967 วัดราชบูรณะมีชื่อเสียงและความโด่งดังมากในเรื่องการถูกกลุ่มคนร้ายจำนวนหนึ่ง ลักลอบขุดกรุภายในพระปรางค์ประธาน ในปี พ.ศ. 2499 และช่วงชิงทรัพย์สมบัติจำนวนมากมายมหาศาลหลบหนีไป ต่อมากรมศิลปากรเข้าทำการบูรณะขุดแต่งต่อภายหลัง พบทรัพย์สมบัติที่หลงเหลือและเครื่องทองจำนวนมากมาย ปัจจุบันทรัพย์สมบัติภายในกรุถูกเก็บรักษาไว้ที่ห้องราชบูรณะ ภายในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เจ้าสามพระยา ประวัติวัดราชบูรณะ วัดราชบูรณะสร้างขึ้นในรัชสมัยของสมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 2 ในบริเวณพื้นที่และตำแหน่งเดิมที่พระองค์ได้ทรงถวายพระเพลิงศพให้กับเจ้าอ้ายพระยาและเจ้ายี่พระยา พระเชษฐาทั้งสองพระองค์ที่สิ้นพระชนม์ภายในหลังจากการกระทำยุทธหัตถี เพื่อแย่งชิงราชสมบัติของสมเด็จพระนครอินทราธิราชพระราชบิดาที่เสด็จสวรรคตลงในปี พ.ศ. 1967 เมื่อครั้งที่สมเด็จพระนครอินทราธิราช เสด็จขึ้นครองราชสมบัติ เป็นพระมหากษัตริย์ลำดับที่ 6 แห่งกรุงศรีอยุธยา และพระมหากษัตริย์พระองค์ที่ 3 แห่งราชวงศ์สุพรรณภูมิ โปรดเกล้าให้พระราชโอรสของพระองค์ทั้ง 3 พระองค์ได้แก่ เจ้าอ้ายพระยา เจ้ายี่พระยาและเจ้าสามพระยา แยกย้ายกันปกครองหัวเมืองต่าง ๆ โดยทรงมอบหมายให้เจ้าอ้ายพระยา พระราชโอรสองค์ใหญ่ปกครองเมืองสุพรรณบุรี เจ้ายี่พระยา พระราชโอรสองค์กลางปกครองเมืองแพรกศรีราชา และเจ้าสามพระยาพระราชโอรสองค์เล็ก ปกครองเมืองชัยนาท […]

อ่านต่อ

วัดมหาธาตุ

วัดมหาธาตุ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นหนึ่งในวัดในเขตอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา วัดมหาธาตุเป็นวัดที่มีความสำคัญยิ่งในสมัยกรุงศรีอยุธยา เพราะเป็นวัดที่ประดิษฐานพระบรมธาตุใจกลางพระนคร และโดยเฉพาะอย่างยิ่งยังเป็นที่พำนักของสมเด็จพระสังฆราชฝ่ายคามวาสีอีกด้วย วัดแห่งนี้จึงได้รับการก่อสร้างและดูแลตลอดเวลาจวบจนถูกทำลายลงหลังเสียกรุงครั้งที่ 2 ประวัติวัดมหาธาตุ วัดมหาธาตุอยู่ทางทิศตะวันออกของพระราชวังหลวง วัดนี้ในหนังสือพระราชพงศาวดารฉบับราชหัตถเลขา กล่าวว่า เมื่อ พ.ศ. 1927 หลังจากเสร็จศึกทางเหนือ สมเด็จพระราเมศวรเสด็จกลับสู่พระนครแล้ว วันหนึ่งเสด็จออกทรงศีลยังพระที่นั่งมังคลาภิเษก เมื่อเพลาสิบทุ่มทอดพระเนตรไปทางทิศตะวันออกเห็นพระบรมสาริกธาตุเสด็จปาฏิหาริย์ จึงทรงเรียกปลัดวังให้เอาพระราชยานทรงเสด็จไป แล้วโปรดให้เอากรุยปักขึ้นไว้ตรงที่ๆ พระบรมธาตุเสด็จปาฏิหาริย์ สถาปนาพระมหาธาตุขึ้นที่นั่นสูง 19 วา ยอดสูง 3 วา ให้ชื่อวัดมหาธาตุ เรื่องสร้างวัดมหาธาตุนี้ ปรากฏในพงศาวดารฉบับหลวงประเสริฐว่า สร้างในแผ่นดินสมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 1 เมื่อ พ.ศ. 1917 ไม่ใช่แผ่นดินสมเด็จพระราเมศวร พระมหาธาตุสูง 1 เส้น 3 วา หรือ 23 วา ปรางค์ของวัดนี้สร้างด้วยศิลาแลง ปรากฏว่าในแผ่นดินสมเด็จพระเจ้าทรงธรรม ได้พังลงมาถึงชั้นครุฑ คือ ชั้นที่มีรูปครุฑปูนปั้นประดับอยู่ แต่ยังมิได้มีการซ่อม ต่อมาในแผ่นดินสมเด็จพระเจ้าปราสาททอง เมื่อ พ.ศ. 2176 […]

อ่านต่อ

วัดพระศรีสรรเพชญ์

วัดพระศรีสรรเพชญ์ หรือ วัดพระศรีสรรเพชญ ตั้งอยู่ในเขตพระราชวังโบราณ เป็นวัดพุทธาวาสที่ไม่มีพระสงฆ์จำพรรษา เพื่อประกอบพิธีสำคัญต่าง ๆ ของบ้านเมือง และเก็บอัฐิของพระมหากษัตริย์ เปรียบได้กับวัดพระศรีรัตนศาสดารามในพระบรมมหาราชวังในกรุงเทพมหานคร ปัจจุบันเหลือเพียงซากอิฐปูนและเจดีย์สามองค์ที่ตั้งตะหง่านเป็นจุดเด่น แต่ยังคงเป็นจุดที่ดึงความสนใจของนักท่องเที่ยวให้เข้ามาเยี่ยมชมอยู่เสมอ และเมื่อได้ลองจินตนาการดูก็จะรู้สึกถึงความยิ่งใหญ่และความงดงามของกรุงศรีอยุธยาในสมัยที่ยังเป็นราชธานี ประวัติความเป็นมา วัดพระศรีสรรเพชญ์ เดิมในสมัยสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1 ใช้เป็นที่ประทับ ต่อมาสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ ทรงสร้างพระราชมณเฑียรขึ้นใหม่ทางตอนเหนือ แล้วจึงโปรดฯให้ยกเป็นเขตพุทธาวาส เพื่อประกอบพิธีสำคัญต่าง ๆ ของบ้านเมือง จึงเป็นวัดในเขตพระราชวังที่ไม่มีพระสงฆ์จำพรรษา แตกต่างกับวัดมหาธาตุสุโขทัย ที่มีพระสงฆ์จำพรรษา ทั้งวัดมหาธาตุ สุโขทัย,วัดพระศรีสรรเพชญ์ อยุธยา และวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ต่างก็ถูกสถาปนาขึ้นในมูลเหตุการสร้างวัดเดียวกันนั่นคือ “สร้างเพื่อเป็นวัดประจำพระราชวัง” ต่อมาในปี พ.ศ. 2035 รัชสมัยของสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 2 พระองค์โปรดเกล้าฯ ให้สร้างพระสถูปเจดีย์องค์ตะวันออก เพื่อบรรจุพระอัฐิของพระราชบิดา สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ และพระสถูปเจดีย์องค์กลางเพื่อบรรจุพระอัฐิของสมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 3 ผู้เป็นพระเชษฐา หลังจากนั้นในปี พ.ศ. 2042 พระองค์โปรดให้สร้างพระวิหารหลวงขึ้น ในปีต่อมา พ.ศ. 2043 สมเด็จพระรามาธิบดีที่ 2 ทรงสร้างพระวิหาร ทรงหล่อพระพุทธรูป ยืนสูง 8 […]

อ่านต่อ

วนอุทยานเขาตาม่องล่าย

วนอุทยานเขาตาม่องล่าย ตั้งอยู่ที่ตำบลอ่าวน้อย อำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นับเป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่นักท่องเที่ยวจะสามารถร่วมสนุกและเพลิดเพลินกับกิจกรรมต่างๆ ของทางวนอุทยานฯ เช่น ยามเช้าดูพระอาทิตย์ขึ้นจากทะเลอ่าวไทย ตรงอ่าวประจวบคีรีขันธ์ ฝั่งตรงข้ามที่ทำการวนอุทยาน,ชมพระอาทิตย์ตกดิน วิวทะเล/อ่าวประจวบฯ, กิจกรรมเดินป่าศึกษาธรรมชาติ, กิจกรรมชายหาด, ปั่นจักรยานศึกษาธรรมชาติ, ชมพรรณไม้, ส่องสัตว์, แค้มป์ปิ้ง, เดินป่าระยะไกล, ดูนก, ดูดาว และดูผีเสื้อ วนอุทยานเขาตาม่องล่าย มีเนื้อที่ประมาณ 862 ไร่ โดยที่พื้นที่ดังกล่าวมีสภาพธรรมชาติสวยงาม มีจุดเด่นทางธรรมชาติ และเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่อยู่ใกล้เมือง สามารถพัฒนาให้เป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ และศึกษาหาความรู้ด้านธรรมชาติ ของป่าบก ป่าชายหาด ป่าชายเลน และระบบนิเวศของสัตว์น้ำชายฝั่งได้เป็นอย่างดี ตำนานเขาตาม่องลาย ตำนานมีอยู่ว่า ณ บ้านหลังหนึ่งซึ่งตั้งอยู่ในหมู่บ้านอ่าวน้อย จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ มีครอบครัวหนึ่งมีชื่อว่า “ตาม่องล่าย” มีภรรยาชื่อ “นางรำพึง โดยทั้งสองมีลูกสาวผู้เลือโฉมนามว่า “ยม” ด้วยความงดงามของสาวยม ต่างเป็นที่ต้องตาต้องใจของเหล่าบรรดาพ่อค้าวานิชและชาวเรือประมง ที่มาทำมาหากินและค้าขายอยู่ในบริเวณบ้านอ่าวน้อย “เจ้าลาย” ผู้ซึ่งเป็นลูกชายของเจ้าเมืองในเขตเมืองเพชรบุรี ก็เป็นหนึ่งในผู้ชายที่หลงใหลในความงดงามของสาวยม ต่อมาเจ้าลายได้ปลอมตัวเป็นชาวประมงล่องเรือ มาชมความงดงามของสาวยม และได้ทำความรู้จักกับนางรำพึงซึ่งเป็นมารดาของสาวยม ด้วยความสุภาพและขยันขันแข็งของเจ้าลาย จึงทำให้นางรำพึง […]

อ่านต่อ

หาดสวนสนประดิพัทธ์

หาดสวนสนประดิพัทธ์ ตั้งอยู่ที่บ้านหนองแก ตำบลหนองแก อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โดยอยู่ในความรับผิดชอบดูแลของศูนย์การทหารราบ พื้นที่รวมทั้งสิ้น 1,065 ไร่ 1 งาน 86 ตารางวา ด้านหน้าติดถนนเพชรเกษม ตั้งอยู่บริเวณชายหาดสวนสนประดิพัทธ์ห่างจาก กรุงเทพ ฯ ประมาณ 190 กม. ซึ่งเป็นชาดหาดที่สวยงามและยังคงความเป็นธรรมชาติ สถานที่พักที่นี่ประกอบด้วยโรงแรมหรูริมชายหาด ขนาด 160 ห้อง อาคารบังกะโล บ้านพักตากอากาศหลังเดี่ยวติดชายหาด และเรือนนอน สำหรับพักเป็นหมู่คณะ และยังมีศูนย์พัฒนากีฬากอล์ฟ สระว่ายน้ำขนาดใหญ่ ร้านอาหารทิวสน อาหารทะเลสด ๆ ห้องประชุมสัมนาและลานจัดเลี้ยง เสน่ห์ของหาดสวนสนประดิพัทธ์คือ ความเงียบสงบ ร่มรื่นตลอดแนว ทิวสนประดิพัทธ์ ชายหาดมองดูเป็นเวิ้งโค้งสวยงาม ทรายขาวสะอาด ระดับน้ำทะเลไม่ลึก เหมาะกับการลงเล่นน้ำ สิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆบนชายหาด ก็มีอยู่เพียบพร้อม ไม่ว่าจะเป็นห้องอาบน้ำจืด ห้องสุขา รวมทั้งเตียงผ้าใบ เสื่อ ห่วงยางเล่นน้ำ ร้านอาหารและยังสามารถนำอุปกรณ์มาประกอบอาหารทานได้อีกด้วย แต่ต้องระมัดระวังเรื่องความสะอาดเป็นสำคัญเรื่อง ความปลอดภัยหายห่วงค่ะเพราะอยู่ภายใต้ความดูแลของทหาร ติดต่อสอบถามเพิ่มเติม ศูนย์บริการข้อมูลท่องเที่ยว โทร.(032) […]

อ่านต่อ

วัดโชติการาม(สามจีน)

วัดโชติการาม(สามจีน) ตั้งอยู่ที่ตำบลบางไผ่ อำเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี เดิมชื่อว่า “วัดสามจีน” เพราะสร้างโดยพี่น้องชาวจีน 3 คน ในปี 2350 ต่อมาเจ้าพระยาโชฎึกราชเศรษฐีเป็นผู้ทำการบูรณะและก่อสร้าง ได้รับพระราชมานวิสุงคามสีมา เมื่อ 5 ธันวาคม 2460 สิ่งที่น่าสนใจภายในวัด พระอุโบสถ สร้างเป็นอาคารก่ออิฐถือปูนไปถึงอกไก่ ไม่มีช่อฟ้าใบระกา บางทีอาคารชนิดนี้เรียกว่า “ตึกทรงวิลันดา” ด้านหน้ามีพาไลยื่นออกมา หน้าบันด้านหน้าปั้นเป็นรูปภูริทัตชาดก (บำเพ็ญศีลบารมี) ท่ามกลางลายปูนปั้นต้นไม้ ดอกไม้ ประดับด้วยเครื่องชาม รวมทั้งซุ้มจระนำก็ประดับถ้วยชามด้วยเช่นกัน น่าจะเป็นแบบพระราชนิยมที่ทำกันในสมัยรัชกาลที่3 เจดีย์องค์กลางระหว่างโบสถ์กับวิหาร เป็นเจดีย์ย่อมุมไม้ยี่สิบ ตั้งแต่องค์ระฆังขึ้นไปประดับกระเบื้องสีเหลือง ยอดเป็นบัวคลุ่ม ทรวดทรงงดงาม คล้ายเจดีย์สี่รัชกาลที่วัดโพธิ์ ท่าเตียน วิหาร มีกำแพงแก้วล้อมรอบ มีปรางค์ขนาดเล็กที่มุมกำแพงแก้วทั้งสี่ วิหารนี้มีการก่อสร้างมุขหน้า – มุขหลังใหม่ ประตูด้านหน้าวิหารสลักเป็นภาพทวารบาลอย่างจีน คล้ายกับที่วัดนางชี ฝั่งธนฯ ส่วนด้านหลังบานประตู หน้าต่าง เขียนเป็นภาพแจกันทรงสูง ใส่ดอกไม้อย่างเครื่องบูชาแบบจีน ภายในพระวิหารมีภาพจิตรกรรมฝาผนัง ที่อยู่ในสภาพทรุดโทรม แต่ยังเห็นเค้าความงามและฝีมือช่างในยุตนั้น โดยจิตรกรรมด้านหน้าพระประธานเขียนเป็นเรื่องสัตตมหาสถาน ส่วนตอนบนเขียนมารผจญ […]

อ่านต่อ

วัดเฉลิมพระเกียรติวรวิหาร

วัดเฉลิมพระเกียรติ ตั้งอยู่เลขที่ 86 หมู่ 3 ถนนท่าน้ำนนท์-วัดโบสถ์ดอนพรหม ตำบลบางศรีเมือง อำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี วัดแห่งนี้เป็นพระอารามหลวง ที่มีความสำคัญ คู่บ้านคู่เมือง มาร่วม 135 ปีแล้ว พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 โปรดให้ทำการสร้างขึ้น และพระราชทานนามว่า “วัดเฉลิมพระเกียรติ” แล้วโปรดเกล้าฯ ให้สร้างกำแพงแก้ว และป้อมปราการทั้งสี่มุมดูสง่างดงาม เพราะในอดีตพื้นที่นี้เคยเป็นที่ตั้งของป้อมปราการเก่าแก่มาก่อน ประวัติความเป็นมา มูลเหตุแห่งการสร้างวัดเริ่มเมื่อ พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่3) เสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติในปี พ.ศ. 2367 นั้น พระองค์ทรงสถาปนาสมเด็จพระราชชนนีแห่งพระองค์ขึ้นเป็นกรมสมเด็จพระศรีสุลา ไลยด้วย ต่อมาทรงพระราชดำริว่าบริเวณป้อมปราการ (ชื่อว่าป้อมทับทิม) ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาใต้ตลาดขวัญ เมืองนนทบุรี เป็นนิวาสถานเดิมแห่งพระอัยกา(ตา) พระอัยกี(ยาย) ของพระองค์ และยังเป็นสถานที่ประสูติของสมเด็จพระศรีสุลาไลยพระราชชนนีพันปีหลวง สมควรที่จะสถาปนาขึ้นเป็นพระอารามหลวงสักแห่งหนึ่ง เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติแด่ พระอัยกา พระอัยกี และสมเด็จพระราชชนนีพันปีหลวงแห่งพระองค์ ด้วยเหตุนี้โปรดให้พระยาคลัง (ดิศ บุนนาค) ตำแหน่งที่สมุหพระกลาโหมเป็นแม่กองสร้างวัดขึ้นในบริเวณนั้น และโปรดให้สร้างป้อมปราการ ก่ออิฐถือปูน มีใบเสมาเป็นทำนองเดียวกันกับพระ บรมมหาราชวังรอบวัดไว้เป็นอนุสรณ์ด้วย […]

อ่านต่อ

วัดศรีมหาโพธิ์

วัดศรีมหาโพธิ์ ตั้งอยู่เลขที่ 132 หมู่ที่ 4 ตำบลศรีมหาโพธิ์ อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม เป็นวัดราษฎร์สังกัดมหานิกาย สันนิษฐานว่าสร้างในสมัยอยุธยาตอนต้น ในสมัยสมเด็จพระเอกาทศรถ จากคำบอกเล่าของชาวบ้านได้เล่าว่า ในอดีตบริเวณที่ตั้งวัดมีต้นโพธิ์ลอยทวนกระแสน้ำในลำคลองบางพระ ซึ่งแยกจากแม่น้ำท่าจีน ต้นโพธิ์ได้ถูกนำมาปลูกไว้ในบริเวณนี้และที่ใต้ต้นโพธิ์นั้นมีพระพุทธรูปปางไสยาสน์ติดอยู่ด้วย จึงได้อัญเชิญอาราธนาพรพระพุทธรูปขึ้นประดิษฐานและก่อตั้งเป็นวัดขึ้น ชื่อว่า “วัดศรีมหาโพธิ์” ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2516 มีเนื้อที่ทั้งหมด 56 ไร่ 20 ตารางวา สิ่งที่น่าสนใจภายในวัด วิหารวัดพระศรีมหาโพธิ์ มีขนาดค่อนข้างเล็ก ฐานมีลักษณะแอ่นโค้งลงแบบตกท้องช้าง หลังคามุงด้วยกระเบื้องกาบกล้วย ด้านหน้าประตูทางเข้าเพียงบานเดียว ตรงสันอกเสาแกะสลักลายไข่ปลา และลายแข้งสิงห์ ด้านหน้ามีหน้าต่างเพียง 1 บาน ส่วนวิหารไม่มีหน้าต่างทั้ง 2 ผนัง เพดานวางขื่อลอยแบบสมัยอยุธยา เพดานด้านบนตรงพระประธาน มีลวดลายเขียนด้วยสีรงค์ บนพื้นแดงงดงามมาก คล้ายกับวัดสระบัว จังหวัดเพชรบุรี ตัวลายกนกเขียนคล้ายลายอ่อนอย่างจีน ส่วนลวดลายดาวเขียนอย่างไทย ลายเชิงและลายประจำยามก้ามปู เขียนได้สมบูรณ์ พระพุทธรูปปางไสยาสน์ เนื้อหินทรายแดงชื่อ หลวงพ่อแดงแสงกายสิทธิ์ มีความเก่าแก่ประมาณ 368 ปี […]

อ่านต่อ